เรื่องตลก ที่ไม่ตลก ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ


บรรดาเรื่องตลก

1.คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือการลงทุน วันๆอ่านเรื่องชาวบ้านไรสาระ ดราม่า ละคร ไม่รู้เรื่องเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ
โรงงานบริษัทที่ทำใกล้เจ๊ง ตรูไม่รู้ ไม่ได้เตรียมหาทางหนีทีไล่ รอซองขาวอย่างเดียว

2.คนที่ไม่เคยลงทุน คนที่ไม่เคยค้าขาย วันๆซื้อของอย่างเดียว ไม่เคยดูต้นทุนของว่า ชิ้นนี้เท่าไหร่ ซื้อมาคุ้มมั้ย
ทำเลร้านค้าที่ไปซื้อเป็นไง ร้านอาหารบางร้านอาหารโ ค ร ต ห่วย แต่รวยเอาๆ ทำได้ไง

3.คนที่ไม่สนใจที่จะดูแลครอบครัว ไม่เหลียวแล พ่อแม่ จะกินอะไร แก่ตัวไป พ่อแม่จะมีเงินใช้มั้ย วันๆหมกตัวอยู่กับแฟน
ดูแลแฟน ไปเที่ยวนู่นนี่นั่น กระหนุง กระหนิง พ่อแม่ไม่เหลียวแล หมู ไก่ ข้าวของเครื่องใช้ไม่เคยมีติดไม้ติดมือเวลากลับบ้าน
ทีกับแฟนนี่สปอร์ต อยากได้อะไร ได้…. สุดท้าย เลิก เหงิบ อ่ะดิ

4.คนที่เสียเวลากลับการซื้อของเพื่อให้คนที่ไม่สนใจคุณดู ของแบร์นเนมนี่มีครบ กระเป๋าหลุยส์ วิสตองมีครบทุกเซต
แต่ถามหน่อย มีใครอยากรู้มั้ย เข้าใจอยู่ว่ามีเงินซื้อ(ผมก็ใช้) แต่ซื้อแค่พอได้ใช้ เดือนๆนึง ปีๆนึงเที่ยวไม่ถึงสิบครั้ง ถามว่าคุ้มมั้ย
สำหรับบางท่านอ่ะ

5.คนที่ทำงานไปวันๆสิ้นเดือนรับเงินเดือน ไม่เคยสนใจจะใฝ่หาความรู้เรื่องอื่น ทำงานเป็นตัวถ่วงชาวบ้าน ขอให้ชีวิตตรูสบายเป็นพอ
ถามว่าเพื่อนร่วมงานเค้ารู้มั้ย เค้ารู้ แต่เค้าไม่สนใจไง เค้าก็ไปลงเรียนเพื่อน เรียนภาษาเพิ่ม ทำงานโชว์ศักยภาพให้เจ้านายเห็น ขึ้นตำแหน่ง
เพิ่มเงินเดือน ส่วนคุณหน่ะหรอ เค้ารอเขี่ยทิ้งไง เมื่อถึงเวลาอันควร

6.คนที่อยากเก่งภาษา แต่วันๆก็ฟังแต่เพลงไทย ละครไทย ซี่รีย์ฝรั่ง เพลงสากล ราการโทรทัศน์ต่างประเทศดีๆ มีเยอะแยะ
เช่น ถ้าคุณดู Game of thrones คุณจะเลิกดูละครจักรๆวงศ์ๆ ทันที ละครอะไรมีอยู่ไม่กี่ฉาก ชุดเดิมๆ ยักษ์ง่อยๆ
คหสต. ถ้าคุณเอาเวลาคืนละ2-3 ชม.ที่ใช้ไปกับการดูละครไทยห่วยๆ พอร์ตเรื่องเดิมๆ ละครเดิมๆรีเมค ซ้ำไปซ้ำมานะ ไปหาความรู้อย่างอื่น
ผมว่าเอาไปดูซีรีย์ตปท.ดีกว่า เชื่อผมเหอะ ละครห่วยๆ นักแสดงขายหน้าตา อย่าไปดูเลย ขอร้อง ผมไหว้ละ
ยกตัวอย่างซีรี่ตปท. Lie to me(Tim Roth)จบล่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจับโกหก เค้ารีเสิสหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี เอาไปใช้ได้จริง ข้อมูลบางส่วนจริง
แค่เรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตผม ให้โอกาสผม เวลาไปคุยงานกับคน หรือซักถามข้อมูล อาการต่างๆที่ในละครบอก มันใช้ได้จริง
สีหน้าท่าทางเวลาโกหก การกลืนน้ำลาย กล้ามเนื้อบนหน้ากระตุก สิ่งเหล่านี้แหละที่มันเป็นประโยชน์
ซีรีย์เกาหลี ฮ่องกง ที่เกี่ยวกับการเล่นหุ้นลงทุน ดูไปสิ ใช้ได้ทั้งนั้นแหละ
ถ้าคุณเก่งภาษานะ โลกทั้งใบก็อยู่ในมือคุณแล้ว ทุกวันนี้คุณจะค้นข้อมูลข่าวสาร ภาษาไทยคุณเจอ 100,000เพจ ภาษาอังกฤษ1,000,000เพจ
แล้วคุณว่าใครจะเก่งกว่ากันละครับ โลกทุกวันนี้เป็นโลกแห่งข้อมูล ข่าวสาร ยิ่งรู้เยอะ ลงมือทำ ยิ่งรวยเร็ว บอกเลย
ถ้าคุณชอบทำอาหารและคุณรู้จัก Marco Pierre White,Gordon Ramsay,Heston Blumenthal แล้วคุณไปดูพวกนี้ทำอาหารนะ คุณจะบ้าไปเลย
ยิ่งโดยเฉพาะคนหลังนะ แปลก ความคิดสร้างสรรค์ดีสุดๆ ส่วนคนแรกก็อาจารย์คนที่สองอ่ะครับ๕๕๕เค้าคือใครหน่ะหรอเค้าคือคนที่เป็นเชฟอายุน้อยที่สุดที่เคยมีร้านได้ 3 Michelin star ไงละ(ไม่รู้ก็อากู๋นะ อีกอย่างนึงคือ คนนี้ก็ระดับขึ้นหิ้งแล้วเหมือนกัน) คนที่สองนี่ก็ชื่อดังอยู่แล้วเช่นรายการ The f word, Hell’s kitchen

7.คนที่บอกว่าไม่มีเงิน ลงทุนไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ อันนี้ตลกมาก ไอโฟน เงินมั้ย เสื้อผ้าแพงๆ เงินมั้ย รถ? บ้าน? อาหารหรูๆ? เที่ยว? มันก็เงินทั้งนั้นป่ะครับ ที่คุณใช้ ลำดับความสำคัญมันสิครับ ถ้าแบบว่าไม่มีจริงๆก็เริ่มจากลงทุนด้วยตัวเองก่อน อ่านหนังสือ คยเพื่อนเก่งๆ หาไอดอลที่คุณอยากเป็น จากนั้นคุณจะรู้เองหล่ะครับว่า คุณจะแปลงมันเป็นเงินยังไง
รีบเที่ยวเดี๋ยวแก่ก่อนจะไม่ได้เที่ยว ฮ่าๆๆ คุณก็รีบรวยสิครับ ง่ายๆ เริ่มทำตอนนี้อายุ 30-35 ปีมันก็ออกดอกอออกผลแล้ว แรงยังเหลือมั้ย มี เงินมีมั้ยมี แล้วพอคุณรวยแล้ว คุณก็ไม่จนแล้ว จะเที่ยวรอบโลก บ้านหลังใหญ่ รถสปอร์ตหรูๆสักคัน สบายย

พอก่อนครับ ครั้งหน้าเดี๋ยวมาต่อตอนสอง
ผู้อ่านท่านไหน ไม่เห็นด้วยยังไง แชร์ปสก.ได้เลยนะครับ

——————————————————————————————————

คห.21 มาต่อนะครับ

….มาต่อครับ
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาแชร์ครับ

เริ่มจากเรื่องตลกเรื่องแรกของผมก่อนนะครับ คือ ผมพิมพ์เอามันส์ พิมพ์สะเปะสะปะ เหวี่ยงเรื่องไปหน่อย
ท่านผู้อ่านก็อาจจะเห็นมันมีจุดให้แย้งหลายจุด ทั้งๆที่ผมอาจจะคิดเหมือนท่าน แต่ผมอาจจะไม่ได้พูดออกไป
แล้วผมก็ขี้เกียจพิมพ์ตอบอ่ะครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่อ่านจะเข้าใจ

สิ่งที่ผมอยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้ประโยชน์คือ ไอเดีย ความคิดแปลกๆสุดโต่งบางอย่าง ไม่ได้บอกว่าดี
แต่คุณต้องออกมาหาเอง ลองเอง เจ็บเอง ผมไม่ได้พูดไม่ได้แปล ว่าไม่รู้ ไม่สนใจ แต่ผมเป็นประเภทขี้เกียจพิมพ์อ่ะครับ 555
ผมเข้าใจที่หลายๆท่านแชร์ความเห็นนะครับ และก็บอกว่าเห็นด้วยบางส่วน ไม่เห็นด้วยก็มี ดังที่บางท่านได้กล่าว

เรื่องตลกเรื่องที่สองคือ ผมเปลี่ยนเนื้อหาในกระทู้ดีกว่า เพราะจั่วหัวแรงเกิ๊น ถ้าอยู่ไทยผมคงโดนหลายเท้าแล้วละ ฮ่าๆๆ

ผมจะเปลี่ยนมาเป็นเรื่องตลกของผม ใครใคร่ขำเชิญขำ ใครไม่ขำก็ให้จี้เอวไปด้วยระหว่างอ่านกระทู้เองนะครับ

งั้นขอแนะนำตัวก่อนครับ ตอนนี้ผมอายุจะ26ปีนี้ ตอนที่จบวิศวะใหม่ ก็ไม่ได้ทำงาน เพราะไม่อยากทำงานประจำ อยากรวยเร็วๆ อยากมีเงินโดยไม่ต้องทำงานอยากให้พ่อแม่ ออกจากรับราชการ เพราะครอบครัวผมเป็นคนตรงฉิน ไม่คด ไม่โกง (ตอนนี้พ่ออกแล้วครับ) ชีวิตก็ลุ่มๆดอนๆตามอัตภาพอะครับ ด้วยความที่เป็นพี่คนโต ก็เลยไม่รู้จะทำยังไง อย่างเดียวที่ทำได้ คือ ต้องรวยด้วยตัวเองไม่คดโกงมา ไม่ใช่รวยแค่เงิน แต่ต้องรวยทุกด้าน รวยด้านเพื่อน รอยความสุข รวยชีวิตใช้ชีวิตให้คุ้มค่าได้เที่ยวทั่วโลก ตอนอายุไม่เยอะ เพื่อให้พ่อแม่ ยังมีเเรงเที่ยวไปกับเราด้วย ดังนั้นผมไมผมจึงเชื่อว่าเงินสำคัญ เพราะเงินเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงสิ่งที่ผมต้องการไงครับ
ทำไมผมจึงเชื่อว่าผมจะทำได้ เพราะผมเคยทำมาหมดแล้ว ค้าขายลงทุน ตั้งแต่เด็ก
ขายน้ำแข็งใส น้ำปั่น ถั่วต้ม ขายต้นไม้ตอนประถมต้น
ขายก๋วยเตี๋ยว ผ้าห่ม ขายอาหารในโรงงาน ขายแรงงานยกกระสอบ ตอนมัธยม
ตั้งเต้นท์ขายกระทงที่ม.รังสิต ทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟ ร้านข้าวมันไก่ ร้านหนังสือการ์ตูน ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฯลฯ
ปล.ที่พีคสุดๆในชีวิตคือตอนขายหมวกแถวฟิวเจอร์ คืนเดียว2-3หมื่น หิ้วมาจากเพชรบูรณ์คนเดียวเกือบ30โล หิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่นั่งรถบัสมาตอนหิ้วนิ้วแทบหลุด เพราะพ่อเอาของไปขายแล้ววจะเจ๊งไงครับ ค่าที่ 4 คืนเกือบหมื่น ขายได้หลักพัน ผมก็เลยตัดสินใจหิ้วนั่งรถบัสมาเลย เพราะผมมองว่าของที่ขาย มันคนละตลาดกับกลุ่มลุกค้า และที่โครตตลกคือพ่อผมขายที่นู่นทุกชิ้น 120บาท ไม่มีคนซื้อ แต่ผมขาย 250-280บาทคนซื้อกระจาย ฮ่าๆๆๆ แล้วของเหลือวันต่อมาผมก็เอาไปขายที่จตุจักรอ่ะครับ ไปเดินไล่หาที่ เจอพอดีคนที่ไม่มาก็เลยเสียบเลย ขายส่งๆได้ไปอีก แปดเก้าพัน

เอาละขี้เกียจพิมพ์ละ ตอนนั้นหลังผมจบผมเลยมาตปท.หลังจากที่สองปีมาอยู่เก็บตัง ฝึกภาษาพัฒนาสกิลที่จำเป็นต้องใช้ ข้ามมาเลยละกันตอนนี้ผมเป็นจข.ร้านอาหารอยู่ตปท.รายได้ต่อเดือนโดยที่ไม่ทำงานคือ 25x,xxx-3xx,xxx บาทต่อเดือน ผมมีหน้าที่แค่โทรศัพท์สั่งของ ขับรถไปซื้อผัก จ่ายเงินผ่านมือถือ ชิวเลย ตลกป่ะละ งานสบายๆ
ตลกพอยังครับสำหรับชีวิตผม

เรื่องตลกคือของผมที่ด้นสดๆคือ

1.คนตลกบางคนห้ามนู่น ห้ามนี้ พูดนั่นพูดนี่ แต่ไม่เคยทำ ไม่เคยลงมือ ฟังๆเค้ามาก็เอามาเล่าเป็นตุเป็นตะ คห.ผมชีวิตใคร
ชีวิตมัน อยากทำก็ทำเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าระห่ำขนาดไหน ลุยเลยครับ(ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายนะครับ) แต่ก่อนจะทำคิดให้รอบคอบ ถี่ท้วน ถามผู้รู้หลายๆคนก่อน ศึกษาให้รอบทิศ จากนั้น ลุย!!!

2.คนบางคน วัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่มากไม่ได้แปลว่าเค้าจะรุ้ทุกเรื่อง คห.ผม โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเร็วครับ บางครั้งข้อมุล15ปีบางเรื่อง บางอย่างมันก็เก่า ยากที่เอามาใช้แล้วครับ อย่างนึงคือเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ข้อมูลข่าวสารที่มันไปเร็วมาก แล้วคนบางคนเค้าก็ไม่ได้อัปเดตความรู้อ่ะครับ เพราะฉะนั้น บางสิ่งบางอย่างเราก็ฟัง แล้วเอามาวิเคราะห์ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะจากหนังสือ อินเทอเนท หรือแหล่งที่น่าเชื่อถืออื่นๆ

3.คนตลกบางคน คิดแต่ไม่เคยทำ ปวดหัวนอนไม่หลับ ความคิดพุ่งพล่าน แต่ตื่นมาไม่ลงมือทำ คห.ผม สร้างเป้าหมาย แล้ววางแผนเป็นขั้นๆเลยครับ ระยะสั้น กลาง ยาว แล้วลงมือทำ พอมันสำเร็จเป็นช่วงๆชีวิตก็แฮปปี้มีความสุข นอนหลับฝันดีแล้วครับ

4.คนตลกบางคน คาดหวังจะได้ แต่ไม่เคยให้ เกิดมาเอาแต่จะรับ ละโมภโลภมาก ตายไปก็เอาไปไม่ได้ คห.ผมมีแล้วต้องแบ่งปันครับ ให้และรับถ้ามีโอกาสที่เหมาะสม การให้ที่ดีที่สุดสำหรับผม ถ้าผมประสบความสำเร้จตามที่คิดคือ การให้โอกาสคนได้เรียนให้หารศึกษา ผมเชื่อว่ามันยิ่งใหญ่และดีกว่าสิ่งของ หรือ เงินเยอะในระยะยาว

5.คนบางคน มีความสุข กิน เที่ยว ชีวิตสุขขี แต่หาเงินเดือนชนเดือน คห.ผม การวางแผนทางการเงินสำคัญครับ สำหรับชีวิต
ที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าลืมนะครับว่า เราไม่สามารถทำงานไปได้ตลอดเพราะฉะนั้นผมจึง เน้นมากเรื่องนี้ ทุกคนต้องศึกษานะครับ รายละเอียดเชิงลึกและการปฏิบัติ ในเนท ในร้านหนังสือเพียบ..

เห้อ เหนื่อยโฮกการพิมพ์เนี่ย แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิมพ์สดอีกเนี่ย
ผมขอจบความตลกผมไว้แค่นี้ เรื่องตลกผมมันจะขำมาก ถ้าผู้อ่านเป็นบุคคลที่อยู่ในสถาณะเดียวกับผม พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ รายได้เดือนชนเดือนมาก่อน ถ้าคุณเป็นบุคคลเหล่านั้น สิ่งที่คุณทำได้คือ หนึ่งสมอง สองมือของคุณ ต้องใช้เยอะๆครับ แล้วมันจะตกผลึกเอง
วันนึงที่คุณเข้าถึงแก่น คุณจะรู้เองว่า คุณควรจะทำอะไร ยังไง ต้นทุนน้อยก็ต้องลุยอย่างเดียวละครับทุกคน 555

ปีนี้ผมตั้งใจเปิดร้านกาแฟ กับร้านอาหารไทยเพิ่ม ถ้าผู้อ่านท่านไหน มีอะไรอยากทำปีนี้ก็ลุยเลยนะครับ
เพื่อวันข้างหน้าผมอาจมีโอกาสมาอ่านเรื่อง ตลกๆบางเรื่องจากท่านบ้าง
ปล.ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบ เข้ามาแชร์นะครับ ผมคงไม่ได้แสดงคห.ตอบกลับนะครับ

ที่มา: http://pantip.com/topic/31777368

25570319-013153.jpg

ถ้วยใบเก่า กับอาม่าแก่ๆ


ครั้งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งมีสามี ภรรยา ลูกชาย และอาม่าแก่ๆคนหนึ่งอาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง มีอาการมือสั่นตลอดเวลาทำให้ถือของลำบาก โดยเฉพาะเวลาทานข้าวร่วมกับครอบครัว อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบากและทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอดเวลา

ลูกสะใภ้อาม่าก็รู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับเรื่องนี้มาก จึงปรึกษากับสามีว่า นางทนไม่ได้ที่เห็นอาม่าทานข้าวหกเลอะเทอะเกลื่อนโต๊ะ มันทำให้นางกินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถหาวิธีทำให้มืออาม่าหายสั่นได้

จากนั้นอีกไม่กี่วันลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกว่า จะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก สามีก็ยอมแก้ไขตามคำแนะนำของภรรยา นั่นคือ

เมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาก็จัดโต๊ะให้แม่นั่งแยกต่างหาก ตามลำพังคนเดียว โดยใช้ถ้วยข้าวราคาถูก ๆ บิ่น ๆ เพราะอาม่าชอบทำถ้วยแตกบ่อย ๆ

เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้ นางนึกถึงอดีตที่นางเคยเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา นางไม่เคยปริปากบ่น หรือย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก เวลาที่ลูกชายเจ็บไข้ นางก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี เวลาที่เขามีปัญหา นางก็ช่วยแก้ไขทุกครั้ง

สภาพร่างกายของนางที่ทรุดโทรมเป็นที่รำคาญของลูกสะใภ้ในวันนี้ ก็คือผลจากการอดทนตรากตรำทำงานหนักมาเป็นเวลายาวนานในวันก่อน ๆ เพื่อให้ลูกชาย..หรือสามีของลูกสะใภ้ในวันนี้ได้เล่าเรียน มีความรู้..มีอาชีพการงานที่ทำให้ลูกเมียอยู่สุขสบาย แต่ตอนนี้อาม่าเสียใจมาก..รู้สึกว่า..ตัวเองไร้ค่า..ถูกทอดทิ้ง

หลายวันผ่านไป..อาม่ายังคงเศร้าสร้อย รอยยิ้มเริ่มจางหายจากใบหน้า หลานชายตัวน้อยของอาม่า ซึ่งเฝ้าจับตาทุกอย่างมาโดยตลอด ก็เข้าไปปลอบใจและบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่า..คุณย่าเสียใจมากแค่ไหน ที่ถูกพ่อแม่ของเขาปฏิบัติต่อท่านเช่นนี้ และเขาก็บอกท่านว่า เขามีวิธีที่จะให้อาม่าได้กลับไปทานข้าวร่วมกับทุกคนได้เหมือนเดิม ความหวังเริ่มเบ่งบานขึ้นในหัวใจของหญิงชรา

นางถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร เด็กน้อยได้แต่ตอบเพียงว่า “เย็นนี้ขอให้คุณย่าแกล้งทำชามข้าวของคุณย่าตกให้มันแตกเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจนะครับ”

อาม่าได้ฟังก็แสนจะแปลกใจ แต่หลานชายตัวน้อยก็คงยืนกรานให้คุณย่าทำตามที่เขาบอก และบอกว่าที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าทีของเขาเอง

และแล้ว..เมื่อได้เวลาอาหารเย็น หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูด เพื่อจะดูว่าหลานชายมีแผนการอะไร นางจึงยกถ้วยข้าวใบเก่าที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นขึ้นแล้วแกล้งปล่อยลงบนพื้น เหมือนกับทำหลุดมือ ถ้วยข้าวเก่าใบนั้นหล่นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี!!!!!

ลูกสะใภ้เห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมจะด่าว่าอาม่าทันที แต่แล้ว..ลูกชายตัวน้อยของเธอ กลับรีบชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

“ว้า..คุณย่าทำไมทำชามแตกซะเละหมดล่ะครับ นี่ผมอุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่า..จะเก็บชามใบนี้ไว้ให้คุณแม่ผมใช้ต่อ แล้วเนี่ยผมจะเอาชามเก่าที่ไหนมาให้คุณแม่ผมใช้ ตอนแกแก่เท่าคุณย่าล่ะครับ??”

ลูกสะใภ้เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ก็ถึงกับอึ้ง…. หน้าซีด ด่าไม่ออกอีกต่อไป นางรู้สึกได้ทันทีว่า…ทุกสิ่งที่นางทำลงไปในวันนี้ย่อมจะเป็นตัวอย่าง ให้ลูกชายของนางปฏิบัติต่อนางในวันหน้าเมื่อนางแก่ตัวลงเช่นกัน

นางรู้สึกอับอายและสำนึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนในบ้านก็นั่งทานข้าวร่วมกันตลอดมา

แล้วคุณล่ะปฏิบัติเช่นไรกับผู้บังเกิดเกล้าของคุณ…………….

25570313-222231.jpg

เพื่อนแท้…เพื่อนเทียม…


นิทาน 3 เรื่อง บอกนิสัยคน

1. สมหวังไม่ชอบกินไข่ ทุกครั้งที่ได้ไข่มาก็ให้สมนึกกิน
แรก ๆ สมนึกก็รู้สึกขอบคุณสมหวัง แต่นาน ๆ เข้า สมนึกก็เคยชิน เมื่อเกิดความเคยชิน ก็เหมือนกับเป็นหน้าที่ ๆ สมหวังต้องทำ จนมาวันหนึ่ง สมหวังเอาไข่ให้สมชาย สมนึกก็อารมณ์เสีย โดยลืมไปว่าไข่นี้เป็นของสมหวัง ๆ จะให้ใครก็ได้
สมนึกจึงทะเลาะกับสมหวังเพราะเรื่องนี้ แล้วก็เลิกคบกัน

2. ฤดูร้อน ๆ มาก เพื่อน ๆ หลายคนไปเดินเล่นกัน ไปถึงแม่น้ำ ก็เอาขาไปแช่น้ำกัน ปรากฎว่า รองเท้าของสมศรีลอยตามน้ำไป
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน พื้นถนนร้อนมาก และต้องเดินไกล สมศรีจึงขอให้เพื่อน ๆ ช่วย แต่ทุกคนมีรองเท้าแค่คู่เดียว
สมศรีไม่สบอารมณ์ เพราะเธอชอบขอให้คนอื่นช่วยเสมอ และแค่ทำเป็นงอน ก็จะมีคนยื่นมือเข้าช่วย
แต่ครั้งนี้ไม่ เธอจึงคิดว่าเพื่อน ๆ ทุกคนใช้ไม่ได้ ไม่ยอมช่วยเหลือ
แล้วก็มีสมปองเอารองเท้าตัวเองให้สมศรีใส่ ยอมทนเท้าร้อนเดินต่อ สมศรีขอบคุณสมปอง ๆ บอกสมศรีว่า “เธอต้องจำไว้ว่า ไม่มีใครมีหน้าที่ต้องช่วยเธอ ที่ช่วยเธอเพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่ช่วยก็ไม่ผิด”
สมศรีจำคำพูดของสมปอง ต่อแต่นี้ไป สมศรีก็ให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ เป็น และด้วยความเต็มใจ
หลายครั้ง เรามักจะหวังให้คนอื่นดีต่อเรา ตอนแรก เราก็ซาบซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็เคยชิน เคยชินกับที่คนอื่นดีต่อเรา เหมือนเป็นหน้าที่ ๆ เขาต้องดีต่อเรา เมื่อวันหนึ่ง ไม่ดีต่อเรา ๆ ก็โมโห
ความจริง ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่ดีต่อเราแล้ว แต่เป็นเพราะเราเรียกร้องมากขึ้น เคยชินกับการรับ ก็เลยลืมบุญคุณ เลิกซาบซึ้ง ลืมขอบคุณ

3. แพะตัวหนึ่ง เจอหมาป่า ๆ จะกินแพะ ๆ จึงสู้ ใช้เขาสู้กับหมาป่า และก็ตะโกนขอให้เพื่อน ๆ ช่วย
วัวมองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไป
ม้ามองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไปอีกตัว
ลาเห็นเป็นหมาป่า ก็เดินหนีไปอย่างเงียบ ๆ
หมูผ่านมา เห็นเป็นหมาป่า ก็หายตัวไป
กระต่ายได้ยิน วิ่งหนีแซงเพื่อน ๆ ไปทุกตัว
หมาได้ยิน รีบวิ่งเข้ามา จะสู้กับหมาป่า ๆ เห็นมีหมามาช่วยจึงวิ่งหนีไป แพะรอดตาย
กลับมาถึงบ้าน เพื่อน ๆ มาทุก “ตัว”
วัวบอก “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เขาของข้าแทงทะลุท้องมัน”
ม้า “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เกือกของข้า กระทืบมัน”
ลา “ทำไมไม่บอก ข้าจะร้องเสียงดัง ๆ ให้หมาป่าตกใจตาย”
หมู “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้ปากของข้า พุ้งชนให้มันตกเขาไป”
กระต่าย “ทำไมไม่บอก ข้าวิ่งเร็ว ข้าจะไปส่งข่าวของความช่วยเหลือ”
ในการพูดคุยกันอย่างเมามันนี้ ขาดอยู่”ตัว”เดียวคือหมา…

มิตรภาพที่แท้จริง ไม่ใช่ดูที่คำพูดที่แสนหวาน แต่เป็นมือที่ยื่นให้ตอนคับขัน
พวกที่อยู่ล้อมหน้าล้อมหลังคุณ ทำให้คุณรู้สึกดี อาจจะไม่ใช่เพื่อนแท้ของคุณ
แต่กับเขาที่ดูเหมือนห่างไกล แต่ใส่ใจคุณตลอดเวลา ตอนเธอมีความสุข ไม่ไปสมทบ แต่ตอนเธอต้องการช่วยเหลือ จะทำเพื่อคุณอย่างเงียบ ๆ และเป็นห่วงใส่ใจคุณ
นั่นเป็นเพื่อนแท้ของคุณ

25570311-100247.jpg

25570311-100259.jpg

25570311-100308.jpg

25570311-100316.jpg

25570311-100323.jpg

รายชื่อผู้สมัคร สว. กระบี่


ผลการจับสลากผู้สมัคร สว กระบี่

1. ดร.อภิชาติ ดำดี
2. นายสมเกียรติ. กิจธรรมเชษฐ์.
3. นายอดิเรก. เอ่งฉ้วน.
4. ว่าที่ รต ศรีศักดิ์. คำฝอย (ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นเอกสาร)
5. นายแสงชัย วสุนธรา

อย่าแหย่เสือหลับ


“เมื่อเสือหมอบอย่าเห็นเป็นเสือหลับ
มันจ้องจับมังสาเป็นอาหาร

คนพินอบพิเทาคนเอางาน
อย่านึกอ่านว่าเขากลัวในตัวใคร…”

25570109-024602.jpg

พรปีใหม่ 2557


ไม่เหลือพร จะอวยให้ ปีใหม่นี้
พรดีดี แย่งกันให้ ไม่เหลือหรอ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วงข้ามปี มีไม่พอ
อย่ารบกวน ท่านเลยหนอ โปรดเห็นใจ

ขึ้นปีใหม่ ใครก็ขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
พรไม่ค่อย จะสัมฤทธิ์ ช่วยไม่ไหว
ขอขอขอ ขอขอขอ อยู่ร่ำไป
ท่านไม่รู้ จะช่วยใคร งานล้นมือ

ปีใหม่นี้ ช่วยตัวเอง ลองดูก่อน
ถ้าไม่อยาก เป็นเดือดร้อน อย่าก่อหนี้
อยากจะรวย รู้จักพอ รวยทันที
อยากเป็นคน อารมณ์ดี ต้องปล่อยวาง

อยากแข็งแรง กำลังกาย ก็ต้องออก
อยากจะผอม ต้องห้ามปาก เอาไว้บ้าง
อยากสงบ หาให้พบ ทางสายกลาง
อยากจะพบ ทางสว่าง ให้เปิดไฟ…

GuideKrabi.com

25561230-232742.jpg

อยู่เมืองไทย อะไรๆก็ดี…


😊😃😉😄😃😉
ฝรั่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องมาเที่ยวเมืองไทย แล้วพบสิ่งแปลกๆที่บ้านเมืองของเขาไม่มี
สิ่งแปลกๆเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ลองอ่านดู

– เป็ปซี่ใส่น้ำแข็งใส่ถุง

– ช้างเดินเล่นกลางถนน ตำรวจไม่จับ

– คนไทย ทำไมต้องมีชื่อเล่น

– เห็นข้าวหลามครั้งแรก ฝรั่งเอามือป้องปาก ตกใจร้อง Oh My God !!!!! ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้
ข้าวหลามกระบอกเดียวถ่ายรูปมันทุกมุม ตื่นเต้นกว่าถูกล็อตโต้เสียอีก

– เอาปลาเน่ามาทอดกิน เหม็นตลบไป 3 บ้าน 8 บ้าน

– กระดาษสำหรับใช้เช็ดก้น เอามาใช้เช็ดปากก็ได้ด้วย

– ร้านอาหารจัดวางกระโถนไว้ใต้โต๊ะ ฝรั่งถามว่าไม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม

– บ้านมีศาลพระภูมิ ฝรั่งถาม บ้านหลังเล็กๆหน้าบ้าน เอาไว้ให้อะไรอยู่

– อาหารข้างทาง ริมถนน หาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

– กินผลไม้จิ้มเกลือ กินก๋วยเตี๋ยวแล้วใส่น้ำตาล

– คนไทยจูงมือคนแก่กับเด็ก ๆ ข้ามถนน, ลุกให้คนแก่นั่ง … ฝรั่งเห็นแล้วซึ้ง

– ข้ามถนน ตรงไหนก็ได้

– ผู้ใหญ่ตีเด็ก ฝรั่งเห็นแม่ค้าที่ตลาดจตุจักรตีก้นลูกผลั๊ว ๆ ฝรั่งตกใจตาค้างเลย

– ละครไทย ทำไมตัวละครหญิงต้องทำเสียงแปร๋น ๆ พร้อมกับทำตาเถลือกถลน

– คนไทยกินกันทั้งวันทั้งคืน กินได้ทุกที่ ไปที่ไหนๆ ก็มีอาหารขายข้างทางทั่วประเทศไทย

– อาหารเช้า กลางวัน เย็น เหมือนกันหมดใครอยากกินตอนไหน อยากกินอะไรก็กิน

– ทำไมคนไทยชอบกินอาหารนก ( เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดแตงโม )

– ฝรั่งได้ยินพระสวดงานทำบุญบ้าน ถามว่าทำไมต้องให้คนเหล่านีมาร้องเพลง

– ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านการทำนาที่แปลกมาก
(คือพัฒนาได้ช้านั่นเอง) ทั้งๆที่เป็นอาชีพประจำประเทศ
อันนี้เทียบกับญี่ปุ่นคือ สมัยก่อนญี่ปุ่นมีปัญหาขาดแคลนข้าวอย่างหนัก
จนต้องนำเข้าข้าวของไทย แต่พี่ไทยพอเห็นเงินก้อนใหญ่ดันโลภ เอาข้าวปลอมปนไป
ขายให้เค้าเค้าเลยไม่ยอมซื้อข้าวกับเราอีกเลย หลังจากนั้นญี่ปุ่นเลยทำนาเอง
เค้าสามารถทำนาได้สุดยอดมากๆ สามารถเกี่ยวข้าวทั้งไร่ได้ภายในวันเดียว เป็น
ระเบียบมากและสามารถสั่งข้าวผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางผุ้บริโภค
สามารถซื้อข้าวกับชาวนาได้โดยตรง (ขอย้ำว่าสามารถจัดการได้ใน 1 วัน)

– ทามมายโคนทายชอบขี้.. ขี้เกียจ ขี้โกง ขี้บ่น ขี้โม้ ขี้เห่อ ขี้อิจฉา ขี้มูก ขี้ตา ขี้เหม็น
เอะอะ อะไรก็ขี้ๆๆๆๆๆ … this that all the time

– คนไทยรักพระมหากษัตริย์มาก ฝรั่งตกใจว่าไม่คิดว่ าคนไทยจะรักพระมหากษัตริย์มาก
ถึงเพียงนี้

– ชาวมาเลย์ตกใจมากที่เห็นคนไทยเอารถราคาเป็นล้านมาทำ Taxi นั่งแล้ว ไม่อยากลง

– ใส่เสื้อผ้าเต็มสูบเล่นน้ำทะเล น้ำตก

– ฝรั่งงงกับภาษาของกระเป๋ารถเมล์มากคือคำว่าไป-ป้าย มันออกเสียงเหมือนกัน
ทำไมคำนึงรถถึงจอด กับอีกคำรถถึงวิ่งออกไป ฝรั่งฟังแล้วงงว่ามันคำเดียวไม่ใช่เหรอ

– ร้านก๋วยเตี๋ยวทำไมมีทั้งบนบกกับในเรือ คือทำไมบางร้านขายบนบกต้องเอาเรือมาจอด
แล้วทำไมคนขายต้องไปนั่งขายในเรือด้วยทั้งๆ ที่อยู่บนบกแท้ๆ

– ฝรั่งงงบางวันมีคนใส่เสื้อสีชมพูเยอะแยะไปหมด

– ทำไมเวลาขึ้นรถไฟฟ้าประเทศไทยแล้วเดินไปแลกเหรียญที่เคาน์เตอร์
ถึงซื้อตั๋วที่นั่นเลยไม่ได ต้องแลกเป็นเหรียญแล้วเดินกลับมาหยอดอีก

– ฝรั่งงงคนไทยนิสัยประหลาดผลไม้ไม่สุกก็เอามากิน เช่น มะม่วง

– คนเยอรมันประทับใจห้างในกรุงเทพฯ เปิดทุกวัน

– คนญี่ปุ่นตกใจมากกับคำว่า “กินเล่นๆ” บอกว่าคนไทยกินตลอดเวลาเลย
ถามว่ากินทำไม ..?บอกว่ากินเล่น ตกใจมากเพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีกินเล่นๆ มีแต่กินจริงจัง

– สาววัยรุ่นชาวฮอลแลนด์มาอยู่แถวอ.นาแก จ.นครพนม ไม่ยอมกลับบ้าน
แม่ตามให้กลับบ้านเท่าไรก็ไม่กลับบอกว่ากลับไปบ้านก็ไม่มีอะไรกิน หนาวก็หนาว
อยู่นี่มีกินทั้งปี อยากกินอะไรดึกแค่ไหนก็เดินออกมาซื้อกินได้ตลอด ผลไม้มีกินทั้งปี
กลับบ้านไปมีกินแต่หน้าร้อน ดอกไม้ก็บานทั้งปี ไม่ใช่ได้ดูแค่หน้าร้อนแบบบ้านเขา

– นักร้องคลิสตี้ติดอาหารไทยจนกลับไปบ้านเยี่ยมปู่ยา ต้องพกมาม่าไปด้วยเพราะ
กินอาหารบ้านตัวเองไม่ได้ มันเลี่ยนนมเนย

– ทำไมคนไทยชอบชวนกินข้าว

– เวลาเล่นเน็ตคนไทยชอบพิมพ์ “555+”

25561214-195916.jpg

บสย. ร่วมกับสถาบันการเงิน เชิญผู้ประกอบการร่วมงาน มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่


เช้าๆเอาข่าวดีมาบอก…..กับงานมหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่ ฟรีตลอดงาน

ผู้ประกอบการที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่หลักประกันไม่พอ จะทำอย่างไร??????

ผู้ประกอบการ ที่มีปัญหาทางการเงิน ต้องการหาผู้แนะนำให้คำปรึกษาทางการเงิน ทางธุรกิจ และผู้ประกอบการที่มีความต้องการเช็คสอบสถานะทางการเงิน เช็คสอบเครดิตบูโร

พลาดไม่ได้!!! บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สำนักงานสาขาสุราษฎร์ธานี หรือ บสย.ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดกระบี่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และธนาคารพาณิชย์ทั้งภาครัฐ เอกชน ขอเชิญเข้าร่วมงาน
“มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่”
ในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.
ณ. ห้องธารา โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท จ. กระบี่
โปรดสำรองที่นั้งได้ที่ หอการค้าจังหวัดกระบี่
โทร 075-700204 ,081-396 4169

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
โทร 075-623944

หรื่อหน่วยงานร่วมจัดทุกแห่ง วันเดียวเท่านั้นนะคร๊าบ

25561113-085126.jpg

ไข่เยี่ยวม้าคืออะไร?


25561110-225434.jpgไข่เยี่ยวม้า หรือที่บางท่านเรียกว่าไข่พันปี หลายท่านอาจเคยสงสัยกันว่าไข่เยี่ยวม้านี้ทำจากอะไรกันแน่ ทำจากปัสสาวะของม้าหรือเปล่า ?

คำตอบคือไม่ใช่ครับ จริงๆแล้วในการทำไข่เยี่ยวม้านั้น จะมีส่วนประกอบที่เป็นสารที่ให้ความเป็นด่างสูง อาทิ สารแคลเซียมออกไซด์, สารโซเดียมคาร์บอเนต, ขี้เถ้า นอกจากนี้อาจจะมีการเติมเกลือ และน้ำชาแก่ๆเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นรสให้ดีขึ้นอีกด้วย

การทำไข่เยี่ยวม้า นั้น สิ่งที่สำคัญคือจะต้องควบคุมค่าความเป็นกรดด่างหรือที่เรียกกันว่าค่าพีเอช (pH)ให้อยู่ใน ช่วง 11.0 – 11.5 เท่านั้น เพราะถ้าค่าความเป็นกรดด่างมากหรือน้อยเกินกว่าช่วงดังกล่าวจะมีผลทำให้ไข่ ขาวไม่แข็งใส และเกิดลักษณะเหลว ซึ่งการควบคุมค่าความเป็นกรดด่างให้อยู่ในช่วงดังกล่าวทำได้ยากมาก จึงมีผู้ผลิตหัวใส บางรายแอบเติมสารประเภทตะกั่วลงไป อาทิ ตะกั่วออกไซด์ เพราะสารพวกนี้จะช่วยให้ไข่แข็งตัวได้ แม้ว่าค่า ความเป็นกรดจะเปลี่ยนไป แต่ผลที่ตามมาคือผู้ที่บริโภคไข่ที่มีการเติมสารจำพวกตะกั่วลงไปจะทำให้เกิด อันตราย อาจถึงชีวิตได้ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อควรจะดูให้ดีนะครับ

ในบาง ครั้งเราจะพบว่าที่เปลือกของไข่เยี่ยวม้ามีสีแดงๆ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะได้มีการเอาปูนแดงไปทาเคลือบที่ผิว ของไข่เยี่ยวม้าเพื่อเป็นการช่วยรักษาค่าความเป็นกรดด่างของไข่เยี่ยวม้าใน ระหว่างการเก็บรักษาและการขนส่ง ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้คุณภาพของไข่เยี่ยวม้าไม่เปลี่ยนแปลง

หุหุ พูดถึงไข่เยี่ยวม้าแล้ว พี่หลวงก็เกิดหิวอีกแล้วสิ งั้นขอตัวไปกินก่อนน๊าคร๊าบ ไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบรออยู่
อ้อ ขอฝากไว้ว่า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพด้วยนะคร๊าบ เดี๋ยวป่วยไปจะแย่เลย

25561110-225525.jpg

ปริศนา ธูป 1 ดอก


“ปริศนา ธูป 1 ดอก …”
ยาวนะครับ แต่ดีมาก

ไปงานบำเพ็ญกุศลผู้วายชนม์ที่วัดชลประทานมา
ขนบการสวดพระอภิธรรมของวัดชลประทานสมัยนี้
ยังคงเป็นเหมือนกับสมัยที่หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มีชีวิต…

นั่นคือ งานสวดพระอภิธรรมต้องมีเทศนาธรรม

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพ ต้องสวดมนต์รับศีล ฟังเทศน์ ก่อนจะฟังสวดพระอภิธรรม

งานสวดวันแรกหลวงพ่อปัญญากำหนดให้เริ่มต้นที่การประชาสัมพันธ์งานของวัด

ประชาสัมพันธ์เรื่องเปิดรับสมัครผู้เข้าบวช โดยต้องแจ้งให้วัดทราบก่อน 1 เดือน ค่าใช้จ่ายในการบวชเรียน 3 พันบาท

ทั้งนี้ วัดชลประทานเปิดให้บวชทุกเดือนยกเว้นช่วงเข้าพรรษา

ใครสนใจ…เชิญครับ !

หลังประชาสัมพันธ์แล้วการเทศนาก็เริ่มต้น เรื่องที่เทศน์ก็ไม่ยากเกินเข้าใจ

อย่างเรื่องพวงหรีดเคารพศพ พระท่านบอกว่า หากเป็นไปได้ก็เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าพวงหรีด

เพราะพวงหรีดนอกจากจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ ยังเป็นภาระของวัด

พระท่านเล่าว่า หลังจากงานศพเลิก เจ้าภาพทิ้งพวงหรีดเอาไว้ที่ศาลา เจ้าหน้าที่วัดต้องเก็บไปทิ้ง

ระเกะระกะ จนผู้คนที่สัญจรไปมาอาจตำหนิพระ

สุดท้ายวัดต้องจ้างเทศบาลเก็บไปทิ้ง…คิดดูสิว่า พวงหรีดที่นำมานี้เป็น “บุญ” หรือ “บาป”

ท่านไม่ได้บังคับ คือ ปล่อยให้คิด แต่เท่าที่ฟังๆ ก็มีหลายคนเริ่มเปลี่ยนใจ

ไม่เอาพวงหรีด เปลี่ยนไปใช้พัดลมบ้าง ใช้ต้นไม้บ้าง

ทั้งพัดลม และต้นไม้ หากเจ้าภาพไม่เอากลับ…วัดจะได้นำไปทำประโยชน์ต่อไป

จบเรื่องพวงหรีด ต่อเรื่องใกล้ตัว เห็นกันจะจะตรงหน้า

พระท่านเทศน์ด้วยคำถามต่อไปว่า รู้ไหมว่าทำไมต้องจุดธูป 3 ดอกหน้าพระพุทธ หลายคนคงบอกว่าเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ผิดครับ!

ความจริงแล้วธูปทั้ง 3 ดอก จุดเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า หรือพระพุทธเพียงอย่างเดียว

เพียงแต่ 3 ดอกที่จุดขึ้นนั้นก็เพื่อบูชาพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิกุลหรือพระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิการของพระพุทธเจ้า

บูชาพระปัญญาคุณ เพราะพระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เอง

บูชาพระบริสุทธิคุณ เพราะหมดจดสิ้นโลภ โกรธ หลง

บูชาพระมหากรุณาธิคุณ เพราะมีเมตตาสั่งสอนให้ผู้อื่นรู้แจ้งเห็นจริง

แล้วธูป 1 ดอกที่จุดหน้าศพล่ะ?

ไม่ต้องรอคำตอบ พระท่านได้เฉลยว่า ธูป 1 ดอก หมายความถึงชีวิตของคน…แต่ละคนมี 1 ชีวิตเท่ากัน

ธูปส่วนที่ถูกเผาหมายถึงช่วงเวลาที่ดำเนินชีวิตมาแล้ว ส่วนธูปที่เหลือคือช่วงเวลาที่เหลืออยู่

พระท่านยังว่า เมื่ออยู่หน้าศพก็ให้ระลึกไว้ 3 อย่าง

หนึ่งคือ เอวัง ภาวี หมายถึง ต่อไปเราก็ต้องเป็นแบบนี้

หนึ่งคือ เอวัง ธัมโม สิ่งนี้คือธรรมชาติ

และอีกหนึ่งคือ เอวัง อะนาติโต ทุกชีวิตไม่สามารถหนีสิ่งนี้พ้น

พระท่านบอกว่า งานสวดศพเขาเรียกว่างานบำเพ็ญกุศล ไม่ใช่งานบุญ

เพราะการทำบุญนั้น พอทำแล้วใจพองโต เช่น ทำดีได้บุญ ใจเป็นสุข

แต่ทำกุศลนั้น ทำแล้วได้ปัญญา

ท่านพุทธทาสสอนความแตกต่างระหว่าง “บุญ” กับ “กุศล” เอาไว้สรุปว่า บุญคือการพอใจ ส่วนกุศลคือความฉลาดที่จะไม่ติดยึดกับความพอใจ

การจัดงานศพจึงเป็นงานบำเพ็ญกุศล คือ สร้างเสริมปัญญาให้แก่ผู้มาร่วมงาน

ทำให้รู้ว่าชีวิตมีเท่านี้ ช่วงชีวิตก็แค่นี้ และสุดท้ายของชีวิตก็แบบนี้

ดังนั้น ใครที่โกรธกัน ใครที่เกลียดกัน ใครที่มัวแต่คิดจะฆ่าฟันทำลายล้าง น่าจะลองทบทวนใหม่

ใครที่ซึมเศร้า ใครกำลังคิดสั้น ใครท้อแท้-หดหู ก็น่าจะทบทวนตัวเองอีกครั้ง

ทบทวนหวนนึกถึงธูป 1 ดอกที่หมายถึงชีวิต 1 ชีวิต

ทบทวนถึงธูปที่เผาไหม้ อันหมายถึงเวลาที่ชีวิตใช้ไปทุกเมื่อเชื่อวัน

ทบทวนแล้วน่าจะแลเห็นว่า ชีวิตนั้นแสนสั้น การอยู่ร่วมกันของคนแต่ละคนก็แสนสั้น

หากมัวแต่เกลียดกัน โกรธกัน ฆ่าฟันทำลายล้างกัน ทำให้จิตใจมัวหมอง เท่ากับว่ากำลังทำให้ชีวิตเสียโอกาส

เสียโอกาสที่จะได้ทำบุญ คือ ทำแล้วฟูใจ พอใจ สบายใจ

และเสียโอกาสที่จะได้กุศล คือ ได้วิชา ได้ความรู้ ได้ปัญญา

สัปดาห์นี้อิงพระสงฆ์ที่สอนพระธรรมของพระพุทธเจ้า ตามคำเทศน์จากปากคำหลวงพี่ที่วัดชลประทานกันหน่อย

เป็นธรรมะที่ฟังมา และเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์

ยิ่งสังคมทุกวัน มีบางคนกำลังใช้เวลาของชีวิตไปกับความเกลียด ความโกรธ และอาฆาตมาดร้าย จึงเกรงว่าหากยังเป็นเช่นนั้นต่อไป ชีวิตของเขาและเธออาจสูญเปล่า

หมดโอกาสจะได้ “ทำบุญ” หมดโอกาสจะสร้าง “กุศล” เพราะจิตใจหมกมุ่นอยู่กับความโกรธ ความเกลียด

วุ่นวายอยู่แต่เรื่องที่จ้องจะทะเลาะกัน

25561109-154109.jpg

ข้าวทุกจาน…


“ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า ผู้คนอดอยาก มีมากหนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำดำ…”

….. สมัยเด็กๆก่อนกินข้าว ผมต้องท่องประโยคเหล่านี้เป็นประจำ แล้วพาลคิดไปแบบเด็กๆที่ว่า ทำไมต้องให้กูท่อง ให้กูท่องทำไม กูหิวจะตาย กูอยากแดกข้าวแล้ว …

จิตสำนึกเล็กๆ ถูกปลูกฝังด้วยอะไรที่แสนน่าเบื่อและเด็กๆไม่เข้าใจเหตุผลแบบนี้เสมอ บทกลอนที่สอนท่อง ล้วนแฝงกุศโลบายให้ซึมเข้าไปสู่เด็กๆที่ละนิด บุญคุณของชาวนา ถูกกรอกหูผมมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมก็ไม่ได้ซึ้งอะไรกับมันนักหนาหรอก ….. เพราะคุณจะไม่มีวันรู้สึกอะไรหรอก หากคุณไม่เคยอดอยากจริงๆ คุณไม่มีวันรู้สึกอะไรหรอก หากคุณไม่เคยหิวข้าวจนทนไม่ไหวจริงๆ

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนผมหนีออกจากบ้านตอนวัยรุ่น ไม่มีเงินติดตัวเลย อยากบุหรี่จนต้องเก็บเอาก้นกรองที่ตกพื้นมาจุดดูดแก้อยาก หิวข้าวหน้ามืดจนรู้สึกเลยเถิดไปจนถึงขั้นคิดโง่ๆอยากปล้นอยากจี้อยากวิ่งราว เพียงแค่อยากมีเงินไปซื้อข้าว แค่นั้น ไม่ได้คิดไปถึงจะต้องการเงินไปใช้อะไรเลย ผมเคยนั่งกินข้าวแล้วน้ำตาไหล ผมเคยรู้สึกแบบนั้นจริงๆ รู้ซึ้งถึงบทกลอนบ้านๆบทนี้ นั่นทำให้ทุกวันนี้ ผมไม่เคยกินข้าวเหลือในจานเลย ไม่ว่าจะตักมาเยอะขนาดไหน ผมก็ต้องฝืนกินให้หมด ตลอดชีวิตมานี้ ผมเคยกินข้าวเหลือในจานจำนวนครั้งไม่ถึง 5% จากทั้งชีวิต เวลาผมไปกินพวกบุฟเฟ่ต์หมูกะทะ ผมจะไม่เคยตักเยอะจนรู้สึกว่าตัวเองกินไม่ไหว และต่อให้อาหารร้านนั้นรสชาติหมาไม่แดกยังไง ผมก็ต้องฝืนกินจนหมด มันติดเป็นนิสัยแล้ว

การปลูกฝังคำสอนง่ายๆแบบนี้ ทุกวันนี้กลับจางหายไปจากสถานศึกษาตามกาลเวลา ด้วยความรู้สึกว่ามันเชย มันเป็นคำโบราณ ตำราเรียนและคำสอนต่างๆถูกประดิษฐ์ให้ทันสมัย ทันโลก อะไรโบราณคร่ำครึก็ถูกเก็บลงกรุไป ในวัยเด็กผมเองก็ไม่เคยรู้สึกแฮปปี้อะไรกับการท่องก่อนกินข้าวแบบนี้หรอก แต่วันนึงมันจะสามารถสะกิดเราได้ สะกิดเราให้มีจิตสำนึก ให้รู้คุณค่า น่าแปลก ที่สิ่งดีๆเหล่านี้ ทุกวันนี้แทบไม่มีโรงเรียนไหนสอนให้ท่อง ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทุกวันนี้ ทำไมเด็กสมัยนี้ การรู้คุณค่าสิ่งของหรือแม้กระทั่งจิตสำนึกมันต่ำลง ต่ำลง และต่ำลง ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ

by เสด็จพ่ออนันดา

25561029-220154.jpg

ชายคนหนึ่ง


 

ชายคนหนึ่ง
ชายคนหนึ่ง

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น…เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น…เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น…เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น…เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
“สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา”
ชายคนนั้น…ชื่อ “อัลเบิร์ต ไอสไตน์” บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น…ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น…พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น…ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น…ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น…เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น…ชื่อ “นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์” ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง…เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น…เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น…ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า “เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว”
ชายกลุ่มนั้น…มีนามว่า “เดอะ บีเทิลส์” สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง…เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น…เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น…เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น…ชื่อ “ไมเคิล จอร์แดน” หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง…เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น…สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น…หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น…ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น…ชื่อ “ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน” นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น…เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น…ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น…ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น…ชื่อ “วินสตัน เชอร์ชิล” อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น…เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น…เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น…ชื่อ “หลุยส์ ปาสเตอร์”

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น…เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น…เคยโดนดูถูกว่า “แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า”
ชายคนนั้น…ชื่อ “เอลวิส เพรสลีย์”

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น…ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น…เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
“เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า”
หญิงคนนั้น…ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “มาริลีน มอนโร” นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น…ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น…ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น…สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น…ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ ชายคนนั้น…ชื่อ “วอเรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น…ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น…ถูกเพื่อนมองว่า “สกปรก – บ้าคอมพิวเตอร์”
ชายคนนั้น…เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น…ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น…เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า “แค่เด็ก”
ชายคนนั้น…ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น…ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม “บิลล์ เกตส์” ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ…คนที่ล้มเลิกต่างหาก

เมล็ดข้าวโพดพันธ์ดี…


ครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง
ทุก ๆ ปีจะมีการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
หลังจากการประกวดชายผู้ที่ชนะเลิศที่หนึ่ง
เขาทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ …

ทันทีที่เขาชนะ

เขาได้นำเมล็ดพันธ์ที่เพิ่งชนะการประกวด
แจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันและกล่าวว่า
เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่

ในปีต่อมา …
เขาก็ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดอีก
เขาเดินแจกเมล็ดพันธ์ที่เขาเพิ่งชนะให้กับคนอื่น ๆ
แล้วบอกว่า …
เอาไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่

ชายผู้นี้ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
ติดต่อกัน 6 ครั้ง และเขาก็แจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะ
ให้ผู้แข่งขันคนอื่น ๆ ทุกปี

มีนักข่าวถามเขาว่า …
ไม่เป็นการง่ายกว่าหรือ ถ้าเขาเก็บเมล็ดพันธ์ที่ดี
โดยไม่แบ่งคนอื่น เขาก็จะได้ชนะง่าย ๆทุกปี

เขาตอบว่า … แสดงว่า …
คุณไม่เข้าใจในการปลูกพืช คุณเคยได้ยินคำว่า …
การกลายพันธ์ไหม ถ้าไร่ของผมมีเมล็ดพันธ์ที่ดี
บังเอิญไร่ของเพื่อนบ้านมีแต่เมล็ดพันธ์ที่แย่ ๆ

วันหนึ่ง ลมก็จะพัดเอาเกสรของเมล็ดพันธ์ที่แย่ ๆ
มาตกในไร่ของผม ทำให้เมล็ดพันธ์ผมแย่ไปด้วย

มันไม่เป็นการดีหรอกหรือ …
ที่ทุกคนมีเมล็ดพันธ์ที่ดีแล้ว …
ถึงตอนนั้นมาแข่งกันว่า …
ใครขยัน รดนำพรวนดินดีกว่ากัน

มีคำกล่าวว่า …
ถ้าคุณมีเมล็ดพันธ์ความคิดที่ดี คุณเก็บไว้กับตัว
ไม่แบ่งปันใคร ถึงวันหนึ่งเมล็ดพันธ์แห่งความคิดนั้น
ก็จะตายไปพร้อมคุณ

เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ที่ความคิดและความรู้
ยิ่งให้ออกไป เรายิ่งได้รับกลับมา
และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คน ๆ นั้น

ประสบความสำเร็จที่มากขึ้นไปพร้อม ๆ กับ

การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคม

ขอขอบคุณ ข้อความจาก คุณ promin ….Thaigold.info

25561023-063352.jpg

กองหนังสือเดินทาง จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนที่กระบี่


กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล มีกำหนดจัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่มาให้บริการคำร้องขอหนังสือเดินทางประเภทธรรมดา (ไม่รวมหนังสือเดินทางราชการ) แก่ประชาชนที่จังหวัดกระบี่ ในการจัดงานต้อนรับ อิดิลอัฎฮา ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2556 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จำนวน 3 วัน
ณ มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวต่าง ๆ

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทาง

กรณีบุคคลทั่วไป
• บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ยังไม่หมดอายุ และไม่ถูกยกเลิก

กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)
1. บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) กรณียังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้ใช้สูติบัตรที่มีเลขประจำตัวประชาสัมพันธ์ 13 หลัก (ตัวจริง)
2. ทะเบียนบ้านหรือสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ยื่นคำร้องถูกต้อง (ไม่อยู่ระหว่างการย้ายหรืออยู่ในทะเบียนบ้านกลางหรือขัดข้องด้วยเหตุอื่น)
3. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา (ตัวจริง)
4. บิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ทั้งสองคน ในขณะยื่นคำร้อง
4.1 กรณีบิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความอุปการะของมารดาแต่ผู้เดียว
ให้มารดาเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงหนังสือรับรองการปกครองบุตรที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง)
4.2 กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่าให้ผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวที่ระบุในบันทึกการหย่า
เป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมพร้อมกับบันทึกการหย่า (ตัวจริง)
4.3 กรณีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ ให้ผู้นั้นทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง) และนำมาแสดง
5. ใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุลของผู้เยาว์ บิดาและมารดา ตัวจริง (หากมี)

ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
• ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง 1,000.- บาท
• ค่าส่งไปรษณีย์ ( EMS) 40.-บาท

25561008-132226.jpg

Posted in Uncategorized

นายกท่องเที่ยวกระบี่ ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงาน “กระบี่เบิกฟ้าอันดามัน 56”


GuideKrabi's avatarKrabiTourism.org

We are Krabi วันนี้
คุณชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ ร่วมกับ คุณวิยะดา ศรีรางกูล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ นายเปล่งยศ สกลกิติวัฒน์ ประธานคณะกรรมการหอการค้า จังหวัดกระบี่ และอีกหลายท่าน เข้าร่วมประชุม เตรียมงาน กระบี่เบิกฟ้าอันดามัน 2556 ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2556 ณ บริเวณลานปูดำ อ.เมือง จ.กระบี่

โดยนำเสนอรูปแบบการจัดกิจกรรมใน 10 กลุ่มกิจกรรม ประกอบด้วย เมืองแห่งสุขภาพ รักษ์อ่าวลึก ลานตาลันตา เมืองศิลปิน เมืองแห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรม สวรรค์แห่งการท่องเที่ยว อิ่มหนำสำราญ อาหารอร่อย ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชนสีเขียว และห้องรับแขกเมือง จึงขอเชิญชวนชาวกระบี่ร่วมเป็นเจ้าภาพ และเจ้าบ้านที่ดี เพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวที่เดิน ทางเข้ามาจังหวัดกระบี่มีความประทับใจ สำหรับงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณอมฤต ศิริพรจุฑากุล (โกเลี้ยง) เป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบธีม เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของการเปิดฤดูการท่องเที่ยวแบบ กระบี่ๆ

งานเทศกาลกระบี่เบิกฟ้าอันดามัน ได้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2534 โดยจังหวัดกระบี่ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และได้จัดต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนในการต้อนรับปีการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว ประชาชนชาวกระบี่ และประชาชนทั่วไป ได้ทราบถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งปีของจังหวัดกระบี่ นำเสนอ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียบประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ของชาวกระบี่ ซึ่งเป็นประเด็นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อเป็นฐานในการสร้างรายได้ใหม่ นอกเหนือจากการท่องเที่ยวกระแสหลักครับ / pr@TourismKRABI.org

ดูเรื่องต้นฉบับ

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ รองฯ อุเทน ตันตรีบูรณ์…


มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ
นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
23 กันยายน 2556

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ  นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ 23 กันยายน 2556

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ
นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
23 กันยายน 2556

เมื่อถึงวัน เวลา ฟ้าก็เปลี่ยน
กาลเกษียณ เวียนมา น่าใจหาย
ต้องอำลา จากกัน แสนอาลัย
แต่สายใย ความผูกพัน ยังมั่นคง

คุณความดี ท่านประจักษ์ เป็นหลักฐาน
ตรากตรำงาน อย่างซื่อสัตย์ มิไหลหลง
พัฒนา กระบี่เรา ให้ยืนยง
เกียรติดำรง ก้องปรากฏ มิวางวาย

ระยะทาง จักเป็นเครื่อง พิสูจน์ม้า
วันเวลา บอกคุณค่า ของคนได้
ผ่านร้อนเย็น อุปสรรค มามากมาย
ความดีงาม ท่านสร้างไว้ มิมีเลือน

ขออัญเชิญ พระไตรรัตน์ มาปกป้อง
จงคุ้มครอง ให้ท่านสุข หาใครเหมือน
เกียรติภูมิ จะปรากฏ เป็นหลักเรือน
คอยย้ำเตือน ตราตรึง ตราบนิรันดร์..

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””

ทีมงาน หจก. กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล และ ร้าน สถานีกระบี่

ขอขอบคุณ : doohub จาก toursisaket.com

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

mPOS เทคโนโลยีเครื่องรูดบัตร ชำระที่ไหน เมื่อไรก็ได้ ยูแอนด์ไอ ทราเวล นำมาให้บริการลูกค้าแล้ว วันนี้…


เพิ่มช่องทาง-เพิ่มความสะดวก-เพิ่มความปลอดภัย  mPOS เทคโนโลยีเพื่อ Smart Krabi Smart Tourism
ลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดคราวละมากๆ เพื่อชำระค่าทัวร์ ชำระผ่าน  mPOS เทคโนโลยีเครื่องรูดบัตร ชำระที่ไหน เมื่อไรก็ได้

mPos-Krungsri

มีผลสำรวจออกมาว่าในแต่ละปี ประเทศไทยมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ต่ำว่า 1ล้านล้านบาท แต่เดิมหากลูกค้าต้องการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ก็จำเป็นต้องนำบัตรไปรูดผ่านเครื่อง EDC และเครื่องรูดบัตรจะพิมพ์สลิปออกมาให้ลูกค้าเซ็นชื่อทันที จึงเป็นความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ไม่พกเงินสดจำนวนมากติดตัว แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เข้าใจพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยนำอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เรียกว่า mPOS เข้ามาเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตให้กับร้านค้า

mPOS หรือ Mobile Point of Sale สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ให้กลายเป็นจุดชำระเงินได้ทันที ช่วยลดข้อจำกัดในการซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถชำระเงินค่าสินค้าได้เพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น จึงทำให้เกิดความสะดวกต่อร้านค้าและลูกค้าในเวลาเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันนี้มี 2 ธนาคารหลักที่ให้บริการนี้คือ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เพิ่มความปลอดภัย ง่ายแก่การชำระเงิน

อุปกรณ์ช่วยเสริมสำหรับชำระเงินชนิดนี้ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ยกตัวอย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ร่วมจับมือกับ AIA เพื่อให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัยที่ง่ายและรวดเร็ว ให้ตัวแทนประกันชีวิตมีความสะดวกในการออกไปพบลูกค้าและทำธุรกรรมได้อย่างครบวงจรและปลอดภัยในขั้นตอนเดียว อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และทางด้านลูกค้าเองก็สามารถจ่ายชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตผ่านทางตัวแทนได้ทันที อีกหนึ่งตัวอย่างจาก สายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้อุปกรณ์ mPOS มาช่วยในการชำระเงินค่าตั๋วเครื่องบิน โดยที่สนามบินดอนเมืองจะมีเจ้าหน้าที่ของสายการบินใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือไอแพดคอยให้บริการลูกค้า เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสารอีกช่องทางหนึ่งเพื่อไม่ใช้ผู้โดยสารต้องต่อคิวนาน

mPos-kbank1

เริ่มต้นใช้งาน ชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่

สำหรับการใช้งาน แอพพลิเคชั่น K-merchant เพื่อรับการชำระเงิน กดคำว่า Start Accepting Payment และใส่จำนวนเงินของสินค้าหรือบริการลงไป ในขณะเดียวกันสามารถถ่ายภาพสินค้าหรือบริการเก็บไว้พร้อมทั้งใส่คำบรรยายได้ตามต้องการ จากนั้นจึงเสียบบัตรเพื่อขออนุมัติวงเงิน และให้ลูกค้าเซ็นชื่อเพื่อยืนยันการใช้จ่าย และกด “Continue” เมื่อวงเงินถูกอนุมัติเรียบร้อย หน้าจอจะขึ้นให้ลูกค้ากรอกเบอร์โทรศัพท์และอีเมลล์ เพื่อส่งหลักฐานการใช้บัตรให้กับผู้ถือบัตร

mPos-kbank2

อุ่นใจ ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ mPOS ของทั้งสองธนาคารมีความปลอดภัย ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลบัตรเครดิตหรือลายเซ็นจะถูกบันทึกเก็บไว้ในเครื่อง เพราะข้อมูลของลูกค้าจะถูกส่งไปยังระบบธนาคารทันทีที่มีการดำเนินการ ทำให้ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ว่าการใช้งาน mPOS จะไม่มีการโจรกรรมใดๆ ทั้งสิ้นเกิดขึ้น

K-Merchant on Mobile ของธนาคารกสิกรไทยมีความปลอดภัยสูงและป้องกันข้อมูลตั้งแต่การรูดบัตรจนถึงการส่งสำเนาสลิปให้กับลูกค้า โดยเข้ารหัส (Encryption) แล้วส่งไปปลายทางก็ต้องถอดรหัส (Decryption) และทำ Data Masking กับข้อมูลบัตรเครดิต ตามมาตรฐาน PCI – DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศที่แพร่หลายทั่วโลก ซึ่งตัวอุปกรณ์ mPOs และ Application ได้ผ่านการรับรอง (Certified by Visa) จาก Visa และ MasterCard จึงมั่นใจได้ว่าผู้ถือบัตรเครดิตที่ใช้บริการนี้สามารถใช้บริการ K-Merchant on Mobile ได้อย่างไร้กังวล

เช่นเดียวกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ได้รับการสนับสนุนจากวีซ่า และสวิฟฟ์ (Swiff) เทคโนโลยีเพื่อการชำระเงินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือจากเอสซีซีพี กรุ๊ป พร้อมทั้งผ่านการทดสอบเรื่องความปลอดภัย EMV Level 2 จาก VISA และ MasterCard ผ่านมาตรฐาน PCI Data Security Standard (PCI DSS) โดยที่แอพพลิเคชั่นและอุปกรณ์ mPOS จะไม่เก็บข้อมูลบัตรและผู้ถือบัตร เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับด้วยการเข้ารหัสตั้งแต่เริ่มเสียบบัตร โดยร้านค้าต้องกรอกรหัสส่วนตัวทุกครั้งที่จะทำการชำระเงิน ทำให้ลูกค้าสามารถไว้วางใจในความปลอดภัยของระบบชำระเงินรูปแบบใหม่นี้ว่าจะไม่มีช่องโหว่ของการถูกโจรกรรมอย่างแน่นอน

การยกเลิกการชำระเงิน

หากลูกค้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยาต้องการจะยกเลิกการชำระเงินด้วยบัตร ให้ไปที่เมนู History และเลือกรายการที่ต้องการยกเลิก หน้าจอจะปรากฏรายละเอียดของรายการ กดปุ่ม Void หากต้องการยืนยันการยกเลิกรายการ จากนั้นทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์อ่านบัตร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต จากนั้นกดปุ่ม Swipe หรือ Read เพื่ออ่านข้อมูลบัตร จากนั้นให้ร้านค้ากรอกสต๊าฟพิน และให้ลูกค้ากรอกอีเมล์ หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เสร็จแล้วให้กดปุ่มดำเนินการ ระบบจะแจ้งผลการยกเลิกให้ทราบที่หน้าจอ หลังจากนั้นให้กดปุ่ม ok เพื่อกลับไปที่หน้าเมนู History โดยหากรายการถูกยกเลิกไปแล้ว รายการจะถูกบันทึกใหม่ ด้วยจำนวนเงินติดลบ และจะแสดงข้อความว่า Void Successful และรายการเดิมจะถูกบันทึกว่า Void

เช่นเดียวกับลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย ที่หากต้องการยกเลิกการชำระเงินให้เข้าไปที่หน้าจอ Sale History และเลือกรายการที่ต้องการจะทำ Void จากนั้นตรวจสอบรายละเอียดของรายการ และเลือกกดปุ่ม Void Payment ซึ่งร้านค้าจำเป็นต้องใส่ Staff Pin เพื่อทำการล็อกอินอีกครั้ง หลังจากยืนยันการ Void เสร็จสิ้น หน้าจอจะแสดงผลการ Void และระบบจะส่ง E-Receipt เพื่อแจ้งการยกเลิกไปยังผู้ถือบัตร

mPos-Bay

การนำระบบไอทีเข้ามาช่วยในการบริหารร้านค้าเพื่อตอบสนองความคล่องตัวในการขายสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภค อุปกรณ์ mPOS ที่สามารถเคลื่อนย้ายจุดชำระเงินได้ดั่งใจและยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำเครื่องรูดบัตรแบบ EDC จึงกลายเป็นระบบที่ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจทุกขนาด เพราะเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ก็สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้แล้ว สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและการใช้บริการ Smart Krabi Smart Tourism.

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก นิตยสาร Ecommerce ฉบับ มิถุนายน 2556
เรียบเรียงโดย : GuideKrabi.com

วันเกิด คือวันที่เริ่มนับหนึ่ง…บนโลกใบนี้


พี่น้องและผองเพื่อนทุกท่าน…
ขอขอบคุณทุกๆท่านทุกๆคน ที่ส่งความรักความปรารถนาดี,ของขวัญและคำอวยพรต่างๆมาให้ ซึ่งผมถือว่าเป็นของดีในชีวิตผมที่ทุกคนหยิบยื่นให้

สำหรับผมแล้ว วันครบรอบวันเกิด ก็คือวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นวันที่ผมตระหนักอยู่เสมอว่า เป็นวันที่เรานับครบรอบปีและวัยได้ล่วงเลย ทุกๆปีผมจะถามตัวเองเมื่อย้อนเวลากลับไปว่าที่ผ่านมา เราเกิดมาจนถึงวันนี้ได้ทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินนี้บ้าง, ทำอะไรให้กับคนที่มีพระคุณ, คนที่เขารักคุณ หรือคนที่คุณรักหรือยัง ผมจะทำทุกครั้งที่มีโอกาส แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับหลายๆคนหรือจะมีใครรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม

เพราะผมบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันนี้เรายังหายใจได้ กินอิ่ม นอนหลับ แต่เราไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังคงมีชีวิตเป็นปกติอยู่อีกหรือไม่
ในชีวิตผมเคยพลาดสิ่งเหล่านี้ และยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้

ผมกำลังหมายถึง “แม่”
ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมมีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวยๆใส่เหมือนเพื่อนๆ ได้เข้าเรียนต่อที่ดีๆ มีอะไรเหมือนที่คนอื่นมีและไม่น้อยหน้าใคร แม้ว่าแม่จะเป็นแค่ชาวนาจนๆ มีที่นาเพียงไม่กี่แปลงและต้องทำนาจ้างคนอื่น จนกระทั่งย้ายมาอยู่กระบี่ แม่ดิ้นรนทำทุกอย่าง แม้กระทั่งทำทอดมันปลา และเมี่ยงคำขาย จนมือเปื่อยเพื่อส่งให้ผมได้เรียนหนังสือ
ผมไม่เคยรับรู้เลยว่าแม่ลำบากแค่ไหน เพราะแม่ไม่เคยปริปากบอกให้ฟัง

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ลื่นล้มลง ต้องเข้าโรงพยาบาล และแม่ก็เดินไม่ได้อีกเลย หมอบอกว่าแม่เป็นโรคกระดูกพรุน สาเหตุเนื่องจากขาดสารอาหารและแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกหักง่าย กระดูกสันหลังทรุด นี่คือผลพวงของความลำบากในอดีต อดมื้อกินมื้อ เพื่อให้ลูกๆได้กินอิ่ม

หลายๆคนคงได้ฟังเรื่อง”แม่ชอบหัวปลาทู” ความรู้สึกคงไม่ต่างกัน แต่แม่ผม เอาปลาทูทั้งตัวให้ลูก แม่บอกว่าแม่ชอบกินข้าวกับน้ำตาล ตอนนั้นเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าแม่โกหกผม เพื่อให้ผมได้กินข้าวอิ่ม… แม่ลำบากมาทั้งชีวิตเพื่อให้ลูกสบาย

คำที่แม่ให้ไว้ ก่อนแม่จากไป ท่านบอกว่า “ลูกเหอ แม่ไม่มีสมบัติพัสถานไหรไว้ให้ลูก สิ่งที่แม่ให้ลูกคือลูกเกิดมาครบสามสิบสอง และแม่ส่งให้ลูกเรียนจะได้มีความรู้ความสามารถเลี้ยงตัวได้…”

แม่จากไป ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลย คิดเพียงแค่ “เดี๋ยวค่อยทำ” คิดได้เมื่อสายไปแล้ว…

มีต่อ…

คอนเสิร์ต”คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์”


We are Krabi:

วันนี้ ที่ห้องประชุมบันไทยสมอ ชั้น4 เทศบาลเมืองกระบี่ มีการจัดแถลงข่าว การจัดคอนเสิร์ต”คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์”
โดยมี นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ , พ.ต.ท. สัญญา ทองสวัสดิ์ รอง ผกก. สภ.เมืองกระบี่, นายสมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรกระบี่เอฟซี, นายวิชัย ลิ้มวัฒนากูล ประธานสภา อบจ.กระบี่ และ นายวิชัย พลายละหาร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด บ.สิงห์คอปอเรชั่นฯ แถลงข่าวร่วมกัน โดยกิจกรรมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้รับการผลักดันจากนายสุนทร ภูเก้าล้วน สมาชิกสภาเทศบาลและประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดกระบี่

คอนเสิร์ต คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์
จะจัดขึ้นวันที่26 ตุลาคม 2556
ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่

วัตถุประสงค์การจัดคอนเสิร์ต :รายได้เพื่อการกุศล
1.เทศบาลเมืองกระบี่ และ สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ จัดซื้อ/ติดตั้งกล้อง CCTV
2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สบับสนุนการศึกษา มูลนิธิโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่
3. สโมสรฟุตบอลกระบี่เอฟซี สนับสนุนสโมสรฟุตบอลกระบี่เอฟซี

สนับสนุนโดย SINGHA CORPORATION

ท่านสามารถจองบัตรคอนเสิร์ตได้จากหน่วยงานต่างๆ หรือติดต่อได้ที่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวกระบี่ ราคาเดียว200บาท

หมายเหตุ: ช่วงวัน-เวลาดังกล่าว จะมีผู้เดินทางจากจังหวัดต่างๆเข้ามายังจังหวัดกระบี่จำนวนมาก จึงเรียนไปยังท่านเจ้าของกิจการโรงแรม-ที่พัก,ร้านอาหาร, ทัวร์ ให้เตรียมการรองรับในครั้งนี้

คมกระบี่: รายงาน

25560917-150324.jpg

Thai Lottery, It’s called “Heaven for Tourists”.


Thai Lottery is the most popular game and also the only lottery game which is permitted officially by Thailand government.

The dream of winning a jackpot of 4 Million Baht is always in mind of every single people in Thailand.

Thai lottery held twice a month, every 1st and 16th of every month. 7 years back some of my friends were on Thailand Tours and they recognized me about this lottery game as gambling is my hobby so I started to workout.

Thailand is not only famous for Lottery, but Beaches, Hotels, Island and the culture of Thailand makes it a unique country with rich of all the aspects of life. It’s called “Heaven for Tourists”.

25560916-103031.jpg

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

Amazing Krabi ตอน… เที่ยวอ่าวลึก กระบี่


หาดทรายร้อน-สปาโคลนภูเขาไฟ อ่าวลึก กระบี่

สำหรับคนที่มาเที่ยวกระบี่หรือ ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวกระบี่มักจะนึกถึงแต่ อ่าวนาง หรือไม่ก็เกาะพีพี แต่สำหรับกระบี่แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่นักท่อง เที่ยวยังไม่รู้จักหรือไม่เป็นที่เผยแพร่หลายแห่ง สำหรับผมครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวกระบี่ที่ “อำเภออ่าวลึก” ถ้าพูดถึงอ่าวลึกหลายคนคงจะไม่เป็นที่รู้จักนักสำหรับคนภูเก็ตอย่างผมเป็น อำเภอที่เป็นรอยต่อจากพังงา เป็นทางผ่านไปเข้าไปยังตัวเมืองกระบี่ แล้วก็ไปยังหาดใหญ่ สำหรับอำเภออ่าวลึก กระบี่นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในอ่าวลึกอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลก” “ป่าพรุน้ำผุดปรบมือ” “ถ้ำเพชร” “ถ้ำคลัง และไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือ สปาโคลน หาดทรายร้อน

การไปเที่ยวอ่าวลึก กระบี่ ของผมครั้งนี้ต้องยอมรับว่าผมจะพบกับความ Amazing สถานที่ท่องเที่ยวของอ่าวลึกหลายแห่งและการจัดการการท่องเที่ยวของชุมชน ผมว่าน้อยคนหนักคงไม่เคยได้ยินหรือไม่เป็นที่รู้จักมาก สำหรับการดำเนินการท่องเที่ยวของอ่าวลึก น่าศึกษาเป็นอย่างมากเพราะเขาจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนในหมู่บ้านครับ ก็คือ ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการดูแลจัดการบริหารการท่องเที่ยวแบบชุมชมมีการเช่น ไกด์นำเที่ยวก็จะเป็นคนในชุมชนอ่าวลึกและชาวบ้านจะช่วยกันดูแลสถานที่ท่อง เที่ยวให้ยั่งยืน เขามีการจัดตั้งเป็น เครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนอ่าวลึก AOLUK CBT NETWORK มีด้วยกัน 8 ชุมชน
อ่านเพิ่มเติม “Amazing Krabi ตอน… เที่ยวอ่าวลึก กระบี่”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

อ่าวท่าเลน สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ


อ่าวท่าเลน เป็นอ่าวขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเลน จังหวัดกระบี่ เป็นอ่าวที่สวยงามด้วยธรรมชาติของสายน้ำและภูผาสูง โดยกิจกรรมที่เลื่องชื่อของที่นี่คือ การพายเรือคายัค ที่สามารถลัดเลาะไปตามเส้นทางป่าโกงกาง ชมความงามของธรรมชาติบริเวณอ่าวท่าเลน และเรียนรู้ระบบนิเวศน์ของป่าชายเลนที่สมบูรณ์

คุณสามารถเดินทางไปอ่าวทางเลนได้โดยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องดั้นด้นค้นหาให้หลงทางเหมือนแต่ก่อน

โดยคุณสามารถติดต่อกับบริษัทฯ เพื่อซื้อ “โปรแกรมทัวร์ พายคายัค อ่าวท่าเลน” ซึ่มีทั้งแบบครึ่งวัน และเต็มวัน บริการรถรับส่งจากที่พัก, เรือคายัค, ถุงกันน้ำ, มัคคุเทศก์ และบริการอื่นๆในโปรแกรม ราคาพิเศษค่ะ

Ao Thalane3 filename-ao-thalen08 image002

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เลี้ยงลูกแบบไหน ถึงผลักไสให้เขา กลายเป็น Generation ME


น่าคิดเนอะ<
ฝากถึงพ่อๆแม่ๆ ด้วยครับ

~~ เลี้ยงลูกแบบไหน ถึงผลักไสให้เขา กลายเป็น Generation ME » Gen ที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ~~
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง

เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า
คนรุ่นใหม่กว่า 80 ล้านคนในอเมริกาที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ และกว่า 80% ของคนรุ่นนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการได้งานที่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่

คนรุ่นใหม่นั้นได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรม “แค่เข้าร่วมก็ได้ประกาศนียบัตร” โดยไม่สนใจถึงประสิทธิผลหรือวิธีการหรือความสำคัญของการเข้าร่วม
ซึ่งทำให้พวกเขามักคิดว่า หากทำงาน พวกเขาควรได้รับการโปรโมตเลื่อนขั้นทุกๆ สองปีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาที่ผลงานหรือประสิทธิภาพ
และจากข้อมูลดังกล่าว เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation ME หรือกลุ่มที่มองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง หรืออีกคำที่เขาเรียกว่าเป็นกลุ่มหลงตัวเอง

คนที่มี “บุคลิกภาพหลงตัวเอง” สรุปคร่าว ๆ มักจะมีอาการและพฤติกรรม ดังนี้
1) ปฏิกิริยาต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความโกรธแค้น สร้างความน่าละอาย/ขายหน้า และความอัปยศน่าอดสู
2) เอาเปรียบผู้อื่น เพื่อตอบสนองความต้องการชนะ หรือวัตถุประสงค์ของตนเอง
3) มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญมากเกินพอดี
4) พูดขยายเกินกว่าความเป็นจริงเกี่ยวกับความสำเร็จหรือความสามารถของตนเอง
5) มีใจหมกมุ่นกับจินตนาการความสำเร็จ พลัง อำนาจ ความงาม สติปัญญา หรือรักในอุดมคติ
6) ใช้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล กับสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ หลงใหล คาดหวัง
7) ต้องการเป็นที่ชื่นชม ยอมรับและหลงใหลอยู่ตลอดเวลา
8. เพิกเฉย ไม่เอาใจใส่ต่อความรู้สึกของผู้อื่น และมีความพยายามเพียงน้อยนิดที่จะแสดงความเห็นใจผู้อื่น
9) คิดหมกมุ่นอยู่กับผลประโยชน์และความต้องการของตนเอง
10) ไล่ตามเป้าหมายที่เห็นประโยชน์แก่ตนเอง
แม้จะมีความพยายามในการวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่และส่วนสำคัญที่สุดก็คือ การเลี้ยงดูของพ่อแม่มีส่วนอย่างมาก

แล้วเด็กแบบไหนกันที่มีแนวโน้มถูกเลี้ยงดูให้กลายเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกว่า Generation ME !!
ประการแรก : ลูกเป็นศูนย์กลางของบ้าน
ถ้าเปรียบเทียบกับการเลี้ยงดูของชาวจีนก็ประมาณว่าจักรพรรดิน้อย ที่พ่อแม่คอยพะเน้าพะนอ อยากได้อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะกิน จะนอน จะเล่น จะเที่ยว จะให้ลูกเป็นผู้กำหนดตั้งแต่เล็ก ยกให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะรักลูกอยากตามใจลูก
โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังหล่อหลอมให้ลูกของเรากลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง และมองตัวเองสำคัญที่สุด ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น

ประการที่สอง : ลูกไม่เคยผิดหวัง สืบเนื่องมาจากการเป็นศูนย์กลางของบ้าน เพราะฉะนั้นเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านไม่เคยขัด และตามใจมาโดยตลอด จึงมักตอบสนองในทุกเรื่อง แม้บางเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
เช่น การที่ลูกอยากได้ของเล่นของคนอื่น พ่อแม่ก็จะต้องพยายามหาทางให้ลูกได้ของเล่นชิ้นนั้น ไปขอยืมมา หรือไม่ก็ต้องดิ้นรนหาซื้อของเล่นชิ้นใหม่จนได้ เป็นต้น

• ประการที่สาม : ลูกไม่เคยแพ้
ในที่นี้เป็นเรื่องการแข่งขันที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก เป็นเด็กที่ต้องชนะ ไม่ว่าจเะเป็นการเล่นเกม หรือการเรียนก็ตาม
ยกตัวอย่าง พ่อแม่ที่เล่นกับลูก ถ้าเป็นเกมที่ต้องมีผู้แพ้ชนะ พ่อแม่มักยอมให้ลูกเป็นฝ่ายชนะตลอด เวลาลูกแพ้ ลูกมักร้องไห้หรืออารมณ์เสีย
แทนที่พ่อแม่จะสอนให้ลูกรู้จักการแพ้ชนะอย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามกฎกติกา และให้เขาได้รู้จักการจัดการกับอารมณ์นั้น
แต่พ่อแม่มักอ้างว่ารักลูก กลัวว่าลูกเสียใจก็เลยยอมแพ้ลูกตลอด จนเมื่อลูกต้องไปมีสังคมของเขาเอง เมื่อเขาแพ้ก็จะรู้สึกทนไม่ได้ ไม่ชอบหน้าอีกฝ่าย หรือบางทีก็กลายเป็นโกรธผู้นั้นไปเลย

ประการที่สี่ : ลูกไม่เคยลำบาก
ข้อนี้มักเกิดกับกลุ่มพ่อแม่ชนชั้นกลางขึ้นไป ที่ไม่อยากให้ลูกลำบาก ยิ่งถ้าเป็นพ่อแม่ที่เคยผ่านความลำบากมาแล้ว ก็เลยมีความคิดว่าไม่อยากให้ลูกลำบากอีกต่อไป
ซึ่งเป็นความคิดและความเข้าใจที่ผิด เพราะความลำบากจะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานชีวิตที่ดี

ประการที่ห้า : ลูกไม่เคยแก้ปัญหา. พ่อแม่จัดการแก้ปัญหาให้ลูกหมด เพราะคิดว่าลูกยังเด็ก ลูกคงแก้ปัญหาเองไม่ได้หรอก ทั้งที่บางเรื่องเป็นเรื่องเล็ก ๆ และเป็นเรื่องของเด็ก แต่พ่อแม่ก็ไม่ปล่อยวางให้ลูกได้ฝึกเจอสถานการณ์ด้วยตัวเอง
พ่อแม่เข้าไปแก้ปัญหาและจัดการให้หมด กลายเป็นจุ้นจ้านต่อชีวิตของลูกไปซะอีก เวลาลูกเจอปัญหาอะไรต้องให้เขาฝึกเผชิญด้วยตัวเอง มิเช่นนั้นแล้ว เขาก็จะมองเห็นแต่ตัวเอง เมื่อเกิดอะไรขึ้นมา เขาจะมองไม่เห็นปัญหาของคนอื่น หรือโทษว่าเพราะคนอื่นทำให้ฉันเกิดปัญหา

ประการที่หก : ลูกได้รับคำชื่นชมและชมเชยแบบพร่ำเพรื่อ
การชื่นชมหรือชมเชยหรือให้กำลังใจลูกเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องมีความพอดีและเหมาะสมกำกับอยู่ด้วย เพราะถ้าชื่นชมมากเกินไป พร่ำเพรื่อเกินไปก็กลายเป็นสร้างปัญหาด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชื่นชมเพียงแค่เปลือก ชมที่ภายนอก
เช่น ชมว่าลูกแต่งตัวสวย หล่อ หรือหน้าตาดี แต่ไม่ได้ชมที่พฤติกรรมของการทำดี ก็จะทำให้ลูกหลงและถือดีว่าตัวเองหน้าตาดี และนำไปสู่อาการหลงตัวเองได้

ฝากทิ้งท้าย
ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วมีส่วนทำให้ลูกของคุณเข้าข่ายเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่คิดถึงตัวเอง หรือภาษาของคนชาวอเมริกันที่เขาบอกว่าเข้าข่ายหลงตัวเอง
จนถึงกับบัญญัติศัพท์ใหม่ว่า “Generation ME” ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มักมองแต่ตัวเอง
จะว่าไปแล้วอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เกิดพฤติกรรมหลงตัวเองก็คือ “สื่อยุคไร้พรมแดน” เพราะสื่อและเทคโนโลยีที่พุ่งเป้ามาที่ตัวเด็กโดยตรง
และมองว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สุดแสนจะโอชะ เพราะใช้เงินง่าย ตกเข้าไปในกระแสทุนนิยมก็ง่าย ยิ่งบรรดาสมาร์ทโฟนที่เด็กรุ่นใหม่ใช้กันเกลื่อนเมือง ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มอย่างมากที่ก้าวเข้าสู่การเป็น Generation ME ได้ง่ายขึ้น
ตรงกันข้าม ถ้าเด็กเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสมและถูกวิธี มีการปลูกฝังทักษะชีวิตที่เหมาะสมกับวัย เมื่อถึงวันที่กระแสบริโภคนิยมเข้ามาปะทะตัวเด็กเต็ม ๆ มีสื่อไฮเทคเข้ามาถึงบ้าน แต่ทักษะชีวิตที่ได้รับการปลูกฝังมาดี
เมื่อถึงเวลานั้น ทักษะที่มี มันจะทำหน้าที่ป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดี
Credit : สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

25560910-224527.jpg

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

‘No pain No gain’ “ไม่เจ็บ ไม่ได้เรียนรู้”


‘No pain No gain’ “ไม่เจ็บ ไม่ได้เรียนรู้”

เรื่องนี้น่าสนใจนะคะ อ่านแล้วดีมาก ๆ อ่านให้จบนะคะ เสียเวลาเพียง 3 นาทีเอง สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ กำลังจะเป็น และคนที่เป็นลูกนะคะ

เรื่องนี้ไว้สอนสำหรับคนเป็นพ่อแม่โดยเฉพาะ อ่านแล้วค่อยให้ลูกๆอ่านต่อ

ในระหว่างทานข้าวกลางวัน วนิดาซึ่งเป็นซีอีโอ
ถามกิตติผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งที่รายงานตรงต่อเธอว่า
“ กิตติ พี่สังเกตว่าคุณไม่เคยปิดมือถือเลย แม้กระทั่งเวลาประชุม
แล้วพี่ก็เห็นคุณขอตัวออกไปจากที่ประชุมกลางคันเพื่อรับโทรศัพท์ พี่อยากรู้ว่าเป็นโทรศัพท์ของใครหรือ ทำไมมันสำคัญขนาดรอจนจบประชุมไม่ได้ พี่เห็นเป็นประจำเลยนะ ”

กิตติมีท่าทีอึดอัด เขาตอบว่า “ ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องส่วนตัวนะครับ ผมขอโทษ ”

วนิดายิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดี เธอเงียบไปสักครู่จึงพูดต่อ “ กิตติ เราสองคนทำงานด้วยกันมาพอสมควร คิดว่าพี่เป็นพี่สาวของคุณก็ละกัน เพราะพี่อายุมากกว่าคุณสองสามปี มีอะไรก็เล่าสู่กันฟังซิคะ เผื่อว่าพี่อาจจะแนะนำอะไรให้ได้บ้าง ”
วนิดาเลือกใช้แนวทางพี่น้อง แทนที่เธอจะตำหนิเขาโดยตรง
ในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ประชุมแบบเจ้านายกับลูกน้อง

วิธีนี้ได้ผล! กิตติสารภาพออกมาแบบกระอักกระอ่วน
“ ก็…คือว่า…พี่อย่าโกรธผมนะครับ มันเป็นโทรศัพท์มาจากลูกสาวผมเอง เธอเพิ่งไปเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลียเมื่อไม่กี่เดือน
โรงเรียนที่ลูกสาวผมเรียนนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด แถมมีการบ้านจมเลย ตอนลูกสาวผมเรียนที่นี่ ผมช่วยติวและทำการบ้านร่วมกับเธอบ่อยๆ ลูกคนเดียวเธอคือดวงใจของผมเลยครับ ผมบอกเธอว่าไปอยู่นั่น ติดขัดเรื่องการบ้านละก็โทรมาหาผมได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะเป็นเวลาใด ผมจะคอยช่วยเหลือเธอผมไม่ต้องการเห็นเธอล้มเหลว
ตอนค่ำเมื่อกลับบ้านผมก็แทบจะไม่ได้พักผ่อน แต่จะไปช่วยเธอทำการบ้านแล้วก็แฟ็กซ์ส่งไปเรื่องคณิตศาสตร์บ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ผมอยากให้เธอประสบความสำเร็จ ผมต้องขอโทษที่บริหารเวลาไม่ค่อยได้เรื่อง ” กิตติจบเรื่องลงด้วยท่าทีละอายใจ

วนิดาแสดงความเห็นใจ “ เรื่องของคุณมันฟังแล้วคุ้นๆมากเลย พี่พอจะจินตนาการออกถึงความลำบากใจของเธอ พี่เองก็มีลูกสาวเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา พี่เคยทำแบบคุณเหมือนกัน เพราะลูกสาวพี่จบตรี แล้วไปต่อโทเลย จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ดังนั้นพอทำกรณีศึกษาก็มักจะไม่ทันเพื่อนเขา หรือไม่เข้าใจ แถมยังไม่กล้าถามอาจารย์อีก พี่เลยต้องช่วยทำเคส แล้วก็อีเมล์ไปให้เธอ แต่ว่าตอนนี้พี่หยุดช่วยเธอแบบนั้นแล้วล่ะค่ะ ”

กิตติถามด้วยความประหลาดใจ
“ ทำไมล่ะครับ พี่ไม่รักเธอแล้วหรือ หรือว่าพี่เห็นว่างานมีความสำคัญกว่าครอบครัวครับ ”

วนิดาตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า “ พี่ยังรักลูก และเห็นคุณค่าของครอบครัวและงานเหมือนเดิม พี่โชคดีที่มีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง เขาสังเกตเห็นวิธีที่พี่ช่วยลูกสาว แล้ววันหนึ่งเขาก็ให้หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Power of Failure โดย Charles C. Manz และมีการแปลเป็นไทยในชื่อ วิกฤติคือโอกาส โดยพสุมดี กุลมา เรียบเรียงโดย นราธิป นัยนา เพื่อนอเมริกันเขาคั่นเรื่องๆหนึ่งให้พี่อ่านโดยเฉพาะเลย พี่จะเล่าให้เธอฟัง ”

“มีชายคนหนึ่งนั่งมองผีเสื้อที่กำลังดิ้นรนจะออกจากรังไหม
เจ้าผีเสื้อดิ้นรนไปซักพัก จนกระทั่งใยรังไหมเริ่มขาดเป็นรูเล็กๆ
ชายคนนั้นมองด้วยความสนใจ เจ้าผีเสื้อดูเหมือนจะหยุดไป ที่จริงผีเสื้อมันพักเพื่อที่จะดิ้นรนต่อไป แต่ว่าชายคนนั้นคิดไปเองว่าผีเสื้อคงติดใยรังไหม ไม่สามารถจะออกมาได้ด้วยตนเอง
ด้วยความหวังดี เขาจึงนำกรรไกรขนาดเล็กมาตัดใยรังไหมนั้น
ทำให้รูมันขยายใหญ่ขึ้น เจ้าผีเสื้อเห็นรูขยายใหญ่ขึ้นมันก็คลานต้วมเตี้ยมออกมา แต่เขาสังเกตว่าตัวมันมีขนาดเล็กกว่าปกติ ปีกเหี่ยวย่น แถมลำตัวของเจ้าผีเสื้อก็มีลักษณะบวมผิดปกติ

กลายเป็นว่าในขณะที่ผีเสื้อต้องดิ้นรนออกแรงตะเกียกตะกาย เพื่อพยายามจะดันตัวมันออกจากรังไหมนั้น เป็นกระบวนการธรรมชาติที่จะกระตุ้นให้ของเหลวชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในลำตัวผีเสื้อเคลื่อนที่มาสู่ปีก เพื่อทำให้ปีกแข็งแรงเพียงพอจะบินได้

ด้วยความปรารถนาดีของชายคนนั้น ผีเสื้อตัวนี้ปีกจึงเหี่ยวย่นไม่แข็งแรงเพียงพอจะบินได้ แถมยังมีรูปร่างพิกลพิการ เพราะของเหลวที่ควรจะอยู่ที่ปีก ดันไปติดคั่งค้างอยู่ที่ลำตัว เจ้าผีเสื้อตัวนี้ออกจากใยมาได้ด้วยความสบาย แต่ต้องพิกลพิการ และบินไม่ได้ไปชั่วชีวิตของมัน

อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตของคน ก็คล้ายๆกันกับสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ความก้าวหน้าในชีวิต การพัฒนาทักษะ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ล้วนแล้วแต่น่าสงสารและน่าเห็นใจ แต่จะได้คุณค่ามาก็ด้วยการล้มเหลวอย่างถูกวิธี เราจะคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยไม่มีความล้มเหลวนั้นเป็นไปไม่ได้ เมื่อเราเผชิญอุปสรรค แล้วเราหลีกเลี่ยงที่จะแก้ไขหรือต่อสู้กับมัน เท่ากับว่าเรากำลังเสียโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในชีวิตของคน”

กิตติฟังด้วยความสนใจ “ โอ้โฮ เรื่องนี้จุดประกายน่าดูครับ แต่ผมกลัวว่าลูกผมจะเกลียดผมนะซีครับ ”

วนิดาเสริมต่อ “ มีคำพูดที่ว่า ‘No pain No gain’ “ไม่เจ็บ ไม่ได้เรียนรู้” ที่จริงพวกเรานะผิดเองที่ป้อนลูกๆ เรามากไป สำหรับกรณีของพี่ พี่อธิบายให้ลูกเขาเข้าใจด้วยการเล่าเรื่องนี้แหละ หลังจากนั้น พี่ก็ขอโทษสำหรับการให้ความช่วยเหลือลูกแบบผิดๆในอดีต ลูกๆ ของเราเขาฉลาดพอจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้นะ … กิตติ คุณลองมองไปรอบๆตัวเราสิ เรามีพนักงานที่มีความรู้ มาจากครอบครัวที่มีฐานะ หลายคนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ พวกเขาไม่อดทนต่อปัญหาและอุปสรรค คนที่ควรถูกตำหนิคือ พ่อแม่ของเขา คุณอยากถูกคนอื่นเขาต่อว่าแบบนี้ในอนาคตไหมล่ะ แถมลูกๆ ของเรายังอ่อนแอไม่สามารถจะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคได้….คุณมีสิทธิ์เลือกนะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด
GuideKrabi.com

Cr.Forward Mail

25560910-124542.jpg

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

“ขอบคุณทุกสรรพสิ่ง”


“ท่าน ติช นัท ฮันท์” พูดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “ขอบคุณสรรพสิ่ง”

“ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ..แต่ปาฏิหารย์คือ. การเดินอยู่บนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว”

ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง “ธรรมดา” เช่น ตื่นมา อาบน้ำ แปรงฟัน
ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมา
ก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ หน้าตาเราหรือก็..ธรรมดาๆเราส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น

แต่ถ้าความ “ธรรมดา” นี้หมดไปล่ะ
เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็ง ไปมีเรื่องนอกบ้าน ติดยา คบเพื่อนไม่ดี
หรือสามีเราตายไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม หรือเราถูกไล่ออกจากงาน…

เรื่องก็จะ “ไม่ธรรมดา” ไปในทันที

และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ “ธรรมดา” จนใจแทบจะขาด…

ให้เรารีบชื่นชมกับความ “ธรรมดา” ที่เรามี และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล
เพราะสิ่งธรรมดาๆแท้จริงแล้วคือ
สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้วสำหรับมนุษย์อย่างเรา

..ครอบครัว..มิตรภาพ..ความรัก..ความซ่ือสัตย์และความจริงใจท่ีมีต่อกันและกัน..

จงรักษาเอาไว้ให้ดี!!😊👌✌

25560910-075650.jpg