อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ


ipad

ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงจะมีสมาร์ทโฟนกันคนละอย่างน้อย 1 เครื่อง หรือใครอาจจะมีเป็นแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปเลย แต่อาการเสพติดโลกออนไลน์ ทำให้เราใช้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เพียงพูดคุยผ่านเสียงกันอีกต่อไป

เมื่อเราต้องพิมพ์ ต้องจ้อง ต้องเลื่อนดูภาพไปมาตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาก่อนนอนบนเตียง ทำให้ภาพการเล่นมือถือในห้องนอนเป็นภาพที่คุ้นตา แต่หากเราขี้เกียจถึงขนาดปิดไฟแล้วก็ยังคงนอนเล่นมือถืออยู่ต่อไปอีกสักพัก นานเข้า บ่อยเข้า จะส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพตาของเราบ้าง

อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ

1. เสี่ยงต่ออาการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล

2. ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ

3. สายตาไม่ชัด พร่ามัว หรือสายตาสั้นมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. มีโอกาสเป็นโรคต้อหิน

5. เส้นประสาทตาถูกทำลาย จนการมองเห็นพร่ามัวมากขึ้น

6. อาจมีความเสี่ยงที่จะตาบอดได้ด้วย (แต่ไม่ได้เป็นมะเร็งที่ตา)

หลีกเลี่ยงจากอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนในที่มืด
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

2. ดื่มน้ำบ่อยๆ เพิ่มความชุ่มชื่นในตา หรือหากท่านใดตาแห้งมากๆ หรือใส่คอนแทคเลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง

3. ควรเปิดไฟในห้องให้มีความสว่างเพียงพอ

4. ไม่ควรนอนหงายเล่นสมาร์ทโฟน เพราะหน้าจอจะไม่ได้รับแสงสว่างจากโคมไฟบนเพดาน แม้กระทั่งนอนตะแคงก็อาจทำให้ดวงตาต้องเพ่งจ้องที่หน้าจอหนักกว่าปกติเหมือนกัน

5. ไม่ควรจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานจนเกินไป ควรมีการพักสายตาบ้าง ทุกๆ 20-30 นาที

ดวงตาของเรามีแค่คู่เดียว อย่าใช้งานหนักจนลืมให้ความสำคัญกันนะคะ เพราะหากดวงตามีปัญหาขึ้นมา เราจะต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ รู้งี้ไม่ทำดีกว่า ถึงตอนนั้น็อาจจะสายไปแล้วก็ได้

ข้อมูลจาก : sanook.com

smartphone-in-dark-tease-today-160627_b87cd6c06fd77f066b1b277d64b76384.today-inline-large

แพ็คเกจพักเกาะกลาง 3 วัน 2 คืน Package 3 Days 2 Nights.


 ที่พัก…. “คิดถึง คอทเทจ โฮมสเตย์” …..กี่ครั้งก็ยังคิดถึง ท่านละ  5,099 บาท

21015528_10207771330839543_104240257_n20986519_10207771330999547_682762129_n20988007_10207771330519535_640372678_n21040621_10207771331079549_1345886509_n

21013508_10207771330439533_1586194615_n21013454_10207771331119550_379085875_n21040573_10207771330399532_1363583969_n21015407_10207771330319530_555443669_n

20987964_10207771330599537_1358158549_n20986529_10207771330279529_271171001_n21013289_10207771330679539_593693841_n21015478_10207771330479534_966606812_n

โปรแกรมทัวร์ ที่รวมในแพ็คเกจ

 

รายละเอียดแพ็คเกจทัวร์ มีดังนี้ ค่ะ

Mom’s day


ผู้บริหารทุกโรงเรียนควรอ่าน
———————————–
…เมื่อถึงวันแม่ 12 สิงหาคม ของทุกปี
…ความเห็นส่วนตัวของผมสำหรับกิจกรรมวันแม่ตามโรงเรียนผมไม่เห็นด้วยที่จะต้องเรียกแม่ของเด็กๆไปให้ลูกกราบหรือมอบพวงมาลัยดอกมะลิหรือติดดอกมะลิให้แม่ที่โรงเรียนเพราะยังมีเด็กอีกกลุ่มที่ไม่สามารถพาแม่มาโรงเรียนได้
…เช่น-พ่อแม่เลิกกัน แม่เสียชีวิตไปแล้ว แม่ไปมีสามีใหม่ไม่มาหาลูก หรือแม่กำลังป่วยหนัก คุณอาจจะเอากลุ่มใหญ่เป็นหลักว่าส่วนใหญ่มีครบทั้งพ่อแม่
…แต่พวกคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีแม่มองเห็นภาพเพื่อนๆนำดอกมะลิกราบแม่ติดดอกมะลิที่เสื้อแม่มั้ย.?
…สายตาเด็กเหล่านั้นเป็นอย่างไร.?
…บางคนนั่งแอบเสาอาคารร้องไห้ บางคนสะอื้นไห้กลางวงเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
…ที่เขาร้องไห้เพราะเขาเห็นเพื่อนๆมีแม่มาอวดขณะที่ตัวเองนึกไม่ออกว่าแม่อยู่ที่ไหน บางคนแม่ตายตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ บางคนแม่ไปทำงานกรุงเทพฯพอกลับบ้านเกิดก็มาพร้อมกับเด็กน้อยเอามาเป็นภาระให้ย่าหรือยายเลี้ยงแล้วก็หายหน้าไปเขาและเธอไม่เคยเห็นหน้าแม่จริงๆเลย
…เด็กเหล่านี้แม้มีไม่กี่คนแต่ความสุขที่มันกำลังหลั่งล้นของคนที่มีแม่มันแอบทำร้ายจิตใจเด็กๆเหล่านี้ผมมั่นใจว่ากิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดทำให้เด็กๆเหล่านี้สะเทือนใจมาก
…วิธีแก้ไม่ให้เด็กไร้แม่ปวดใจคือให้เด็กๆไปกราบแม่ของแต่ละคนที่บ้าน จะเป็นแม่จริงๆหรือคนที่เลี้ยงแทนแม่จริงก็เป็นเรื่องของทางบ้านโดยก่อนถึงวันนั้นจะต้องโน้มน้าวให้เด็กซึ้งในพระคุณของคนที่เลี้ยงดูและของแม่ที่ให้กำเนิดโดยแยกแยะอธิบายว่าใครมีบทบาทอย่างไรที่ทำให้เขาเติบโตเป็นมนุษย์และอย่าพูดคำว่า“กำพร้าแม่”เด็ดขาด
…วันสำคัญดังกล่าวโรงเรียนควรจัดกิจกรรมเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของแม่ของชาติเท่านั้นคือกิจกรรมเพื่อ“สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ” เน้น*แม่ของแผ่นดิน*เป็นหลัก
…ไม่ต้องลากเอาแม่ของลูกๆมาโรงเรียนอย่างที่ทำกัน ก่อนจะเริ่มพิธีที่โรงเรียนครูจะต้องพูดว่าวันนี้เป็นวันแม่และทุกคนต่างนึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิดแต่เราต้องนึกถึงพระคุณของผู้ที่เลี้ยงดูเราทุกคนด้วยเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณแม่ และของ คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า คุณตาย คุณยาย รวมทั้งคุณป้า คุณอาที่ช่วยเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่
…หลังจากเสร็จพิธีในวันสำคัญคือการทำพิธีเทอดพระเกียรติแม่ของแผ่นดินที่โรงเรียนแล้วทางโรงเรียนนต้องแนะนำเด็กกว่าพวกเธอกลับบ้านต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ให้ คุณแม่ คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า คุณตาย คุณยาย รวมทั้งคุณป้า คุณอาที่ช่วยเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ท่านเหล่านั้นชื่นชมเช่น-
– ช่วยกวาดบ้าน ถูบ้าน
– ชักเสื้อผ้าเอง ซักถุงเท้า ซักรองเท้าเอง
– ช่วยเป็นลูกมือขณะผู้ใหญ่ทำกับข้าวเช่นช่วยล้างผัก เก็บจาน แกะเปลือกกระเทียมฯลฯ
– ช่วยล้างถ้วย ล้างจาน
– ทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรประจำวันนอกเหนือจากทำการบ้านที่ครูสั่ง
– และ…มีอะไรที่เด็กทำได้ท่านผู้เป็นครูก็เสริมเขาไป(อย่าย้ำเรื่องพ่อ-แม่บังเกิดเกล้าเด็ดขาด)
…ขออย่าให้เด็กมีความรู้สึกอ้างว้างและหดหู่อีกเลย
…ไม่ควรให้เด็กที่รู้สึกขาดแม่ไม่เสียใจ
…จริงอยู่ทุกคนจะมีน้ำตาเหมือนกันมีการร้องไห้เหมือนกันแต่คุณอาจจะมีน้ำตาเพราะคุณมีความสุขปลื้มปีติได้หน้าได้ตาได้รับการชื่นชมจากหน่วยเหนือ
…หากโรงเรียนไม่เอาแม่ของเด็กมานั่งบนเก้าอี้แล้วให้เด็กนำดอกมะลิมามอบและกราบแม่บนเวทีห้องประชุมจะมีความผิดอุกฉกรรจ์ไหมถ้าไม่ทำอย่างนี้มีโทษถึงขั้นกุดหัวคั่วแห้ง 7 ชั่วโคตรหรือไม่
…หันมารณรงค์ให้เด็กๆสนใจที่จะมอบความรักทดแทนพระคุณแม่ในทุกๆที่ทุกๆโอกาสให้หันมาทำดีกับแม่ทุกวันทุกเวลาดีกว่าทำต่อหน้าสาธารณชน
…อย่าทิ้งให้เด็กเหล่านี้นั่งพิงเสาร้องไห้ หรือแอบมองภาพแม่กอดเพื่อนอย่างเจ็บปวด ปลูกฝังให้เข้มแข็งบอกกล่าวในสิ่งดีว่าแม้เด็กๆจะไม่มีแม่แต่คนที่เลี้ยงดูมาก็สามารถทำหน้าที่แม่ได้แม้จะไม่เท่าแม่จริงๆก็ตามให้เค้ามีความเข้มแข็ง เพิ่มกำลังใจเข้าไป
# ข้อเขียนนี้ผมมีเจตนาว่า-
1.โรงเรียนควรจัดวันแม่แห่งชาติเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯเท่านั้น
2.โรงเรียนไม่ต้องเอาแม่ของเด็กๆมานั่งบนเวทีแล้วให้เด็กนำเข็มกลัดดอกมะลิหรือพวงมาลัยดอกมะลิมามอบบูชาแม่ในวันนั้นเพราะ (อ่านข้อ 3 ต่อนะ)
3.ผมสงสารเด็กที่ไม่มีแม่มาร่วมกิจกรรมด้วยและไม่มีแม่ขึ้นไปบนเวทีเหมือนคนอื่นเพราะ แม่ตาย หรือ แม่เลิกกับพ่อแล้วหายหัวไปเลย รวมทั้งเด็กที่แม่ยังไม่ตายแต่มีภารกิจต่างจังหวัดหรือลางานไม่ได้
4.บางครอบครัวพี่เรียนโรงเรียนหนึ่ง น้องเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง ฝ่ายแม่จะไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะหากไปร่วมกิจกรรมโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งลูกอีกคนย่อมน้อยใจคุณแม่จึงตัดปัญหาไม่ต้องให้ลูกทั้งสองคนไปร่วมกิจกรรมในวันนั้น ถือว่าเป็นการตัดปัญหาความขัดแข้งได้
5.ทราบว่าแม่บางคนพี่เรียนโรงเรียนหนึ่งน้องเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง(ตามข้อ 4) จึงให้ลูกทั้งสองไปร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนที่แต่ละคนเรียนเอง…ผลที่ออกมาคือทั้งสองไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำเพราะคนอื่นมีแม่ไปนั่งบนเวทีให้ลูกๆมอบมาลัยให้ส่วนตัวเองไม่มีแม่มานั่งเหมือนเขาพอกลับบ้านทั้งสองต่างโอดครวญว่า “แม่ไม่รัก”
6.บางท่านอาจจะแย้งว่าเอาย่า เอายาย เอาป้า อา หรือเอาครูทำหน้าที่รับมะลิแทนแม่ก็ได้นั้น…ผมขอยืนยันว่า“ผิด”(อ่านข้อ 7 ต่อนะ)
7.เพราะแม่มีใครคนอื่นมาทดแทนแม่จริงๆที่คลอดตัวเองออกมาได้แน่ต่อให้นางฟ้าเหาะจากขี้เมฆมาขอเป็นแม่เด็กก็ไม่เอาหรอกเพราะไม่ใช่แม่แท้จริง
8.ผมขอยืนยันว่าทุกตัวอักษรนี้ผมนำมาจากการรู้เห็นเองและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นที่เคยพบเห็นเด็กร้องไห้
9.ผมมีข้อเสนอว่าเราควรให้เด็กตอบแทนพระคุณของ คุณพ่อ คุณแม่ วิธีไหนแล้วซึ่งทุกโรงเรียนสามารถทำตามที่ผมแนะนำได้แน่ (หากมีเจตนาจะทำ)
…ผมขอวิงวอนผู้บริหารโรงเรียนเอาใจเด็กมาใส่ใจเราด้วย ให้คิดเสมอว่าเราไม่ควรให้เด็กๆที่ขาดแม่รู้สึกน้อยใจ
…ท่านผู้บริหารโรงเรียนจะมองข้ามเรื่องนี้เชียวหรือ?
…กรุณาทบทวนกิจกรรมวันแม่แห่งชาติกันใหม่เถอะครับ
– ศิริศักดิ์ ศิริทิชากร-

Durian เรื่องของทุเรียน


ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ไทย
ทุเรียน เป็นไม้ผลในวงศ์ฝ้าย (Malvaceae) ในสกุลทุเรียน (Durio) (ถึงแม้ว่านักอนุกรมวิธานบางคนจัดให้อยู่ในวงศ์ทุเรียน (Bombacaceae)ก็ตาม) เป็นผลไม้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้ผลทุเรียนมีขนาดใหญ่และมีหนามแข็งปกคลุมทั่วเปลือก อาจมีขนาดยาวถึง 30 ซม. และอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 15 ซม. โดยทั่วไปมีน้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม ผลมีรูปรีถึงกลม เปลือกมีสีเขียวถึงน้ำตาล เนื้อในมีสีเหลืองซีดถึงแดง แตกต่างกันไปตามสปีชีส์
ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ไทย แต่กลับมาไดัดิบได้ดีที่นี่แตกเถาเหล่ากอเกิดสายพันธุ์มากมายจนทุเรียนไทยกลายเป็นทุเรียนพันธุ์ดีที่สุดเป็นที่รู้จักทั่วโลกฝรั่งถือว่า ทุเรียนเป็น King of Fruits และ Mon Thong ทุเรียนหมอนทอง คือ King of Durians ทุเรียนเป็นผลไม้ประหลาด ที่อาจท่าให้คนบางคนชื่นใจแต่คนบางคนกลับเป็นลมเมื่อได้กลิ่น
บางตำราเชื่อว่าทุเรียนเป็นผลไม้พื้นเมืองของอินโดนีเซียแพร่กระจายผ่านมาเลเซียถึงไทยในที่สุดคำว่าทุเรียนมาจากภาษามาเลเซีย ดูเรียน มีต้นกำเนิดจากภาษาอินโดเซีย
Duri แปลว่า หนาม
Durian จึงหมายถืงผลไมัลูกเป็นหนาม
ทุเรียนมีซื่อสามัญว่า Durian ชื่อวิทยาสาสตร์ของทุเรียนคือ Durio Zibethinus วงศ์ BOMBACACEAE ถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะบอร์เนียว มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทุเรียนดั้งเดิมของไทยนั้นเป็นทุเรียนป่า ซึ่งมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ที่รวบรวมได้คือพันธุ์ทองย้อย การะเกด ทองสุก และลวง คนโบราณเรียกทุเรียนพื้นเมืองว่า ทุเรียนนอก
บางตำรากล่าวว่าในราวพ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ รัชกาลที่ ๑ เสด็จยกกองทัพไปตีเมืองมะริด ตะนาวศรี
ไพร่พลได้ลองชิมผลไม้พื้นเมืองคือทุเรียนที่มีรสชาติแปลกและอร่อยเกิดติดใจจึงน่าเมล็ดทุเรียนมาปลูกในกรุงเทพ
ข้อสันนิษฐานนี้น่าจะมีเค้าความจริง เพราะพบว่าต้นทุเรียนเก่าแก่เกิน
๑๕๐ปีขึ้นไปมักปลูกกันในรั้ววังหรือบ้านเจ้านายเก่าต่อมาในช่วงปี พ.ศ.๒๔๖๐ และพ.ศ.๒๔๘๕ เกิดน้ำท่วมหนักทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมถูกน้ำท่วมตายไปจำนวนมากชาวสวนได้เพาะพันธุ์ทุเรียนขึ้นใหม่จากเมล็ดที่มีอยู่และคงเป็นเพราะความวิเศษของผืนแผ่นดินไทย ทุเรียนที่เพาะได้เกิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์แปลกใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าพันธุ์เดิมมากมายนับได้ถึง ๒๐๐ สายพันธุ์ รวมได้เป็น ๕ กลุ่มหลัก คือ ตระกูลกบ ตระกูลก้านยาว ตระกูลกำปั่น ตระกูลลวง และตระกูลทองย้อยเดิมต้องคุยด้วยความภูมิใจว่า ทุเรียนบ้านเราเหนือชั้นกว่า
ทุเรียนของอินโดนีเซียที่เป็นประเทศแม่หลายขุมนักเพราะทุเรียนอินโดนีเซียไม่มีการกลายพันธุ์จึงยังคงเป็นทุเรียนป่าเม็ดโตเนื้อน้อยกลิ่นฉุนและคุณภาพเนื้อค่อนข้างแย่ถ้าคุณไปเดินตลาดที่นั่น
จะพบว่าทุเรียนในตลาดอิเหนามักมีลักษณะอย่างที่ชาวบ้านเรียกขาน ๓ แบบคือ
๑. Beceh คือทุเรียนเนื้อสุกงอมออกขม
๒. BusIk เป็นทุเรียนประเภท เน่าในหรือช้ำใน
๓. Dingin เป็นทุเรียนเนี้ออ่อน เก็บเร็วเกินไป
ดังนั้นวิธึการขายทุเรียนของเขาจึงต่างจากเราคือผู้ซื้อสามารถชี้ให้คนขายเปิดทุเรียนให้ตรวจได้ถ้า ไม่พอใจก็ชี้ลูกใหม่ไปได้เรื่อยๆ
ผู้ขายไม่ว่าอะไรเพราะรู้กันว่าทุเรียนส่วนใหญ่คุณภาพต่ำคนอินโดนีเซียกล่าวว่าถ้าอยากกินทุเรียนอร่อยต้องกินหมอนทองอิมพอร์ตจากไทยเท่ซะไม่มี ฟังแล้วภูมิใจเนื้อดินแหลมทองของเรา
ที่กัมพูชาก็เช่นกันทุเรียนพื้นเมืองเนื้อไม่ดีของที่ขายในกรุงพนมเปญคือทุเรียนส่งไปจากไทย กระนั้นก็เป็นทุเรียนเหลือเลือกราคาถูก
มาเลเซียซึ่งเป็นแหล่งอุดมทุเรียนก็เช่นกันยอมรับว่าทุเรียนไทยเป็นเลิศด้านรสชาตินักเขียนชาติตะวันตกกล่าวถึงทุเรียนในบทความ
"ทุเรียนผลไม้จากนรกหรือสวรรค์" บรรยายกลิ่นทุเรียนไว้ว่าเป็นส่วนผสมของความหอมและความเหม็นคล้ายกลิ่นฉุนของกระเทียม กำมะถัน หัวหอมเน่าและเนยแข็งบ่มรวมกันฝรั่งบางคนอธิบายว่า ยามเนื้อเหลืองสัมผัสลิ้นจะให้ความรู้สึกคล้ายกล้วย น้ำตาลเคี่ยววานิลาและหัวหอมผสมกันนั่นเป็นความเห็นของชาวฝรั่ง แต่สำหรับคนไทยและคนเอเชียเรารู้จักทุเทียนกันเป็นอย่างดี
ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นผู้ผลิตทุเรียนป้อนตลาดที่สำคํญ
ทุเรียนไทยพันธุ์หมอนทองและชะนี เป็นสายพันธุ์ที่ถือว่าเยี่ยมยอดที่สุดในโลก ปัจจุบันพิลิปปินส์ได้แนะนำให้เกษตรปลูกทุเรียนสองพันธุ์นี้ชาวสวนอาจจำแนกพันธุ์ทุเรียนตามระยะเวลาการให้ผลได้เป็นสามกลุ่มคือ ทุเรียนพันธุ์เบาเช่น ชะนี กระดุมทอง จะไห้ผล ๔-๕ ปี
ทุเรียนพันธุ์กลางเช่นก้านยาว และกบ ให้ผล ๕-๖ ปี ทุเรียนพันธุ์หนักเช่น ทองย้อยฉัตร กำปั่น ให้ผลหลังปลูกเกิน ๖ปีขึ้นไปทุเรียนสายพันธุ์ดีเป็นที่นิยมในตลาด ปัจจุบัน มี๓ พันธุ์คือ
๑ พันธุ์หมอนทอง เนื้อสีเหลืองอ่อน รสหวานมัน มีกลิ่นไม่แรงนัก
เม็ดเล็กลีบเหมาะที่จะรับประทานสด หรือนำมากวนและทำทอฟฟี่ เพราะจะได้ทุเรียนกวนสวยรสดีเนื้อดิบทอดกรอบขายได้ราคา
๒ พันธุ์ชะนี เนื้อสีเหลืองจัด รสหวานมัน รูปร่างมักเบี้ยวข้างหนึ่ง
เพราะมีพูหลอก คือพูที่ไม่มีเมล็ดชะนีไม่เหมาะจะนำมากวน เพราะได้เนื้อสีคล้ำไม่สวย
๓ พันธุ์ก้านยาว เป็นทุเรียนลูกกลมได้สัดส่วน เนื้อสีเหลืองอ่อน ลักษณะก้านจะยาวเป็นพิเศษสมชี่อนิยมรับประทานสด ถ้านำมากวนจะไม่สวย สีคล้ำคุณศ่าทางโภชนาการเนื้อทุเรียนมีทั้งสีขาว เหลือง เหลืองอ่อน เหลืองทอง จนถึงจำปารสชาติหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเนื้อทุเรียนมีสารซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ตามธรรมชาติ
ไม่แปลกที่กินทุเรียนแล้วอ้วน เพราะทุเรียนหนึ่งขีดให้พลังงานสูงมากทั้งยังมีไขมัน น้ำตาล ซึ่งล้วนทำให้อ้วน

Inspection โรงแรม Aonang Sunset Hotel 2017


Inspection โรงแรม Aonang Sunset Hotel
โรงแรมอ่าวนางซันเซ็ตโฮเทล ตั้งอยู่ใจกลางหาดอ่าวนาง การเดินทางสะดวกสบาย ห้องพักสะอาด ราคาไม่แพง เป็นโรงแรมของคนกระบี่
มีร้านให้บริการนวดแผนไทย ร้านตัดผ้า จุดบริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
และมีร้านอาหาร Nana Restaurant
มีทั้งอาหารไทย อาหารยุโรป
มีบริการ ให้ครบทุกรูปแบบ

พิกัด: Ao-Nang Sunset Hotel
268 Moo.2, Ao Nang Beach, Krabi Krabi Amphoe Mueang Krabi, Chang Wat Krabi 81000

https://goo.gl/maps/S8TRNPwspXB2

ไปชมบรรยากาศกันเลย…

https://youtu.be/HjS2pWs1opI

อยากมีทริปดี ๆ แบบนี้มาเที่ยวกับเราสิคะ
“เที่ยวกระบี่สุขใจ ไปกับยูแอนด์ไอทราเวล”
กระบี่ ยูแอนด์ไอทราเวล (ใบอนุญาต 34/00408)

📱0817470033
📲Line : @uanditravel
📧E-mail: info@krabiinformation.com
💻www.krabiinformation.com

#ว่างก็ทักมาจะพาไปเที่ยว
#uanditravel
#ยูแอนด์ไอทราเวล
#เที่ยวกระบี่
#จัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่
#AonangSunsetHotel

ความหมายของคำว่ากระบี่


ความหมายของคำว่ากระบี่…
มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบโบราณเล่มหนึ่ง จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่และต่อมาไม่
นานก็ขุดพบมีดดาบโบราณเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบโบราณเล่มใหญ่ จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่เช่นกัน เจ้าเมืองกระบี่ เห็นว่าเป็นดาบโบราณสมควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นสิริมงคล

แต่ขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบน้ำ หน้าเมืองโดยวางดาบหรือกระบี่ไขว้กัน ซึ่งลักษณะการวางดาบหรือกระบี่ไขว้เป็นสัญลักษณ์ของตราประจำจังหวัดคือรูป ดาบไขว้ด้านหลังมีภูเขาและทะเล


โดยบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่โต ตั้งชื่อว่า
บ้านกระบี่ใหญ่ บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อว่า บ้านกระบี่น้อยแต่มีอีกตำนานหนึ่ง สันนิษฐานว่า คำว่า กระบี่ อาจเรียกชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น หลุมพีจึงเรียกชื่อท้องถิ่นว่าบ้านหลุมพี ต่อมามีชาวมลายูและชาวจีนที่ เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น บ้าน-กะ-ลู-บี หรือ คอโลบี นานๆ เข้าก็ได้ปรับเป็น
สำเนียงไทยว่า
กระบี่

เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก


เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก

ออป

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

ด้วย รูปพรรณสัณฐานเว้าแหว่งของเกาะหินปูนกลางทะเลคล้ายกับเกาะพีพีเล เกาะห้องเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของป่าเกาะ ซึ่งสวยงามด้วยหาดทรายขาวสะอาดโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมมีโขดเขาโอบล้อมคล้าย กับวงเดือนของพระจันทร์เสี้ยว เป็นเสมือนอ่าวส่วนตัวที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมไปพักผ่อนตามชายหาดหรือลงแหวก ว่ายในน้ำกับฝูงปลาแสนเชื่องและเป็นมิตรกับทุกคนนอกจากนี้ทางด้านทิศเหนือ ของเกาะยังเป็นที่ตั้งของปิเละหรือทะเลในซึ่งเป็นแหล่งพายเรือคายัคและแหล่ง ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นอันสวยงามอีกด้วย เกาะแห่งนี้จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น1ใน10เกาะที่มีหาดน่าเที่ยวและ สะอาดที่สุดในโลก

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่อ่าวนาง อ.เมือง หรือท่าเรือแหลมสักหนือท่าเรือควนโอ อ.อ่าวลึกใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงและ1ชั่วโมงครึ่งตามลำดับ ค่าเช่าเหมาเรือเป็นวัน วันละประมาณ2,500-3,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

 

เกาะห้อง

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล


เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล

เกาะไหง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะไหง เกาะกลางทะเลอันดามันที่มีเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตกับหาดทรายสีขาวยาวเหยียดสุด สายตาตัดกับทิวมะพร้าวชายหาดเรียงราย ที่นี่คือเกาะในฝันของคนที่รักหาดทรายชายทะเลโดยแท้จริงเกาะแห่งนี้มีหาด ทรายอยู่ด้านหน้าของตัวเกาะที่หันออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก จึงเหมาะกับการตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าแล้วรอจนสายถึงแสงแดดแผด จ้า เวิ้งน้ำเบื้องหน้าก็จะกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงาม ที่น่าแหลกเกาะแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดกระบี่แต่การเดินทางใกล้ที่สุดกลับ ต้องมาจากหาดปากเมงของจังหวัดตรังแต่ก็คุ้มค่าเพราะมาเที่ยวเกาะไหงแล้วยัง สามารถเก็บตกเที่ยวเกาะมุก เกาะกระดานถ้ำมรกตและดำน้ำดูปะการังรอบเกาะเชือกเกาะม้าเขตจังหวัดตรังที่ อยู่ใกล้เคียงกันได้ในคราวเดียวกัน

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือเฟอรี่ไปเกาะไหงคนละ 450-500บาท เรือเร็ว650บาทให้บริการเฉพาะฤดูการท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือน พฤษภาคมจากหาดปากเมง อำเภอสิเกา มีเรือโดยสารไปเกาะไหงเช่าเหมาลำ 1,200-1,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล


เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล

เกาะรอก

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.เกาะรอก

หากจะตามหาเกาะแฝดกลางทะเลเคียงคู่อยู่ด้วยกันราวกับเกาะพี่เกาะน้อง หมู่เกาะรอกคือเกาะเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีลักษณะเช่นว่านั้น ด้วยรูปลักษณ์ของเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกันและตั้งอยู่เคียงคู่มีเพียงล่อง น้ำลึกตรงกลางช่องเขาขาดแคบ ๆ เป็นร่องแบ่งเกาะสองเกาะนี้ออกจากกันคือเกาะรอกในอยู่ทางด้านทิศใต้และเกาะ รอกนอกอยู่ทางด้านทิศเหนือ ทั้งสองเกาะนี้จะมีหาดทรายขาวท่ามกลางเวิ้งอ่าวที่มีน้ำเขียวใสเป็นมรกตอยู่ ทางด้านตะวันออกของทั้งสองเกาะซึ่งปรากฏเป็นแนวปะการังยาวเหยียดอยู่โดยรอบ และเหมาะเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักบางปีก็จะมีโอกาสได้เห็นน้ำตกซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ตกจากหน้าผาสูงลงสู่ทะเลทางด้านทิศเหนือของเกาะรอกนอกที่มีเพียงแห่งเดียวใน ประเทศไทย

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือโดยสารไปเกาะรอกคนละ1,000บาท ให้บริการเฉพาะฤดูท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา


หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 12.00 น. และยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกราว 18.30 น.

เกาะลันตา ใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นเกาะของจังหวัดกระบี่ที่มีหาดทรายสวยงามมากมายหลายแห่งตลอด แนวของตัวเกาะด้านทิศตะวันตก จากแหลมคอกวางและหาดคอกวาง หาดคลองดาว หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองโตน หาดคลองนิน หาดคลองหิน ไปจนถึงหาดบากันเตียง หาดคลองจากและหาดไม้ไผ่ ทางด้านทิศใต้ของเกาะนับเป็นเกาะที่มีหาดทรายติดต่อกันยาวที่สุดของจังหวัด กระบี่ด้วยทัศนียภาพของหาดเปิดโล่งออกสู่ทะเลอันดามัน หาดเหล่านี้จึงเหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อนชายหาดได้ทุกแห่ง แต่ในความงามอันเป็นที่สุดนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า หาดบากันเตียง คือหาดที่ยาวและสวยงามที่สุดด้วยน้ำทะเลสวยหาดทรายขาวยาวตลอดหน้าหาดกว่า 1 กิโลเมตรและเป็นสุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตาโดยแท้

การเดินทาง : จากกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอคลองท่อมทางแยกไปท่าเรือเกาะลันตา ทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอรี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม


เกาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

 

3fc208f5-c989-4bfc-b8d3-f76c5b2f18bd

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะพีพีดอน เกาะที่เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกาะสวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกมาแล้วในอดีต

ด้วยรูป ลักษณ์ความสวยงามของตัวเกาะที่เว้าแหว่งประกอบด้วยอ่าวโค้งราววงพระจันทร์ สวยงามระดับโลกคือ เวิ้งอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัมซึ่งมองจากจุดชมวิวเห็นโค้งมนจนแทบติดกัน กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของเกาะพีพีโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้เกาะพีพีดอนยังมีอ่าวเงียบสงบและสวยงามอีกหลายแห่งเช่น อ่าวโละบาเกา โละลาน้า และอ่าวนุ้ยเป็นต้นและยังเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเล อันดามันแม้จะเสียหายไปบ้างเมื่อครั้งเกิดสึนามิแต่วันนี้ธรรมชาติของเกาะพีพี ก็ฟื้นตัวและยังคงสวยงามควรค่าต่อการไปเที่ยวชมตลอดไป เกาะพีพีดอนจึงยังเป็นมรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่ท่าเรือคลองจิหลาดในตัวเมืองกระบี่ค่าโดยสารคนละ 450 บาท วันละ 4เที่ยว ทั้งไปและกลับ  โทร 0-7562-0052

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล


เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

18274867_1500064643345203_7456233039581598587_nเกาะปอดะ เกาะใหญ่ซึ่งมีชายหาดสวยที่สุดในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนางซึ่งเรียกว่าหมู่เกาะ ปอดะ อยู่ไม่ไกลจากทะเลแหวกสามารถไปเที่ยวด้วยกันได้ในโปรแกรมท่องเที่ยววันเดียว กัน สวรรค์ของเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ที่น้ำทะเลสวยใสราวกับกระจก หาดทรายขาวเนียนนุ่มเหมาะแก่การนอนอาบแดดและเล่นน้ำทะเลกับฝูงปลาแสนเชื่อง ที่เป็นมิตรกับทุกคนยิ่งตอนน้ำลงน้ำทะเลจะปรากฏเป็นเนินทรายกว้างไกลให้นอน เล่นอยู่บริเวณหน้าเกาะที่มองเห็นแท่งหินใหญ่ ตระหง่านอยู่กลางทะเลคล้ายกับเกาะตะปูในอ่าวพังงา ทุกวันที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลจากทั่วมุมโลกที่มาซึมซับความงามนี้ ไว้ด้วยความประทับใจ

การเดินทาง : จาก อ่าวนางมีเรือหางยาวไปหมู่เกาะปอดะค่าโดยสารไปกลับคนละ300บาทใช้เวลาเดินทาง ราวครึ่งชั่วโมงหรืออาจเหมาเรือเที่ยวเป็นวัน ๆ ละ 2,200 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ


หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ

10982705_935720733129197_7626563981124433765_n

ไม่ ไกลจากหาดคลองม่วงที่เป็นแนวหาดทรายขาวยาวเหยียดขึ้นไปทางทิศเหนือ แนวของชายหาดนี้จะไปต่อกับหาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว แวดล้อมด้วยสภาพธรรมชาติของป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเหนือขึ้นไปบนเขาสูงก็ คือยอดเขาหงอนนาคนั่นเอง นี่คือ หาดทับแขก หาดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหาดที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุดของจังหวัดกระบี่ก็ว่า ได้ ในช่วงเวลากลางวันคุณจะได้พบกับหาดทรายขาวเนียนนุ่มเคียงคู่กับท้องทะเล กว้าง มีฉากหลังเป็นป่าเกาะเรียงรายสวยงามและมีเกาะยาวน้อยเป็นหาดสวรรค์ของนัก ท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติแต่ใครบ้างจะรู้ว่าในยามเย็นพระอาทิตย์ตกที่หาดท้บ แขกมีมุมมองที่อัศจรรย์ด้วยแสงสีแห่งตะวันและเป็นที่สุดความงามของพระ อาทิตย์ตกกับป่าเกาะซึ่งทุกคนต้องประทับใจ

10001516_935841396450464_2199723455160764366_n

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

• การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านหนองทะเลแยกซ้ายมือไปสามแยกพระตำหนัก เลี้ยวขวาผ่านหาดคลองม่วงจนถึงหาดทับแขกระยะทาง 24 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail: tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

แหลมโตนด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก


แหลมโตนด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก

ปลาย สุดของเกาะลันตาใหญ่ชายหาดด้านทิศตะวันตกของเกาะ จุดนี้คือที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาซึ่งแวดล้อมไปด้วยผืนป่าดง ดินและสภาพธรรมชาติซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะ

ณ บริเวณนี้เองคือ แหลมโตนด เพราะความที่มีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่มากบริเวณพื้นที่ราบแคบ ๆ ช่วงที่ต่อจากป่าดงดิบกับหาดทรายชายทะเลด้านหน้าอุทยานฯ จุดนี้เองที่คุฯจะพบว่าระหว่างปลายแหลมที่ยื่นไปในทะเลจะแบ่งให้เกิดเป็น อ่าวคู่โค้งเว้าเข้าหากันอย่างสวยงามอยู่2อ่าว มีประภาคารเก่าแก่อยู่แห่งหนึ่งบนนั้น และในทุกเวลาเย็นเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแปล่งประกายแสงสีสุดท้ายของวัน ความทรงจำยามตะวันลับฟ้าของคุณกับประภาคารสุดคลาสสิก ก็จะเป็นบันทึกการเดินทางอีกหน้าหนึ่งซึ่งอยากให้เป็นภาพหน้าปกของบันทึก เล่มนี้ตลอดกาล

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.
  • การ เดินทาง : จากกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข4ผ่านอำเภอคลองท่อมถึงแยก ไปท่าเรือเกาะลันตาทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอร์รี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ ที่ปลายแหลมโตนด

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดนพรัตน์ธารา ชายหาดตะวันลับฟ้าเหนือริ้วคลื่นบนลอนทราย


หาดนพรัตน์ธารา ชายหาดตะวันลับฟ้าเหนือริ้วคลื่นบนลอนทราย

หาด

ด้วย ความเป็นหาดทรายริมทะเลที่ยาวเหยียดเกือบ3กิโลเมตร จากบริเวณเนินเขาเล็ก ๆ ที่คั่นอยู่คนละฟากของอ่าวนาง นี่คือหาดนพรัตน์ธารา ซึ่งตั้งต้นจากเนินเขาลูกนี้ขนานกับแนวหาดไปจนจรดกับคลองแห้งที่เป็นคลองน้ำ จืดไหลผ่านมาจากภูเขาทางด้านทิศเหนือมาลงสู่ทะเลที่หัวหาดแห่งนี้บางคนจึง เรียกว่าหาดคลองแห้ง อีกชื่อหนึ่ง หาดแห่งนี้จะมีความงามสวยที่สุดในตอนเย็นเมื่อยามพระอาทิตย์ตกทางแหลมหางนาค โดยจะมองเห็นเกาะเล็ก ๆ 1 เกาะตั้งโดดเด่นอยู่กลางทะเลมีสันทรายสามารถเดินถึงได้ในวันที่น้ำลงสุดคือ วันน้ำใหญ่ ชายหาดแห่งนี้มักจะมีลอนทรายที่เกิดจากพลิ้วคลื่นให้เห็นอยู่เป็นประจำ กล่าวกันว่ามุมมองพระอาทิตย์ตกเหนือริ้วคลื่นขนลอนทรายที่นี่สวยที่สุดใน จังหวัดกระบี่

 

♦ ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

♦ เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

♦ การเดินทาง : จากตัวเมืองเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านช่องพลี แยกซ้ายมือทางหลวงหมายเลข 4202 จนถึงตัวหาดระยะทาง 17 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดคลองม่วง มุมมองตะวันลับฟ้ากับเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร


หาดคลองม่วง

มุมมองตะวันลับฟ้ากับเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

ไกลออกไปทางแหลมหางนาคที่อยู่ตามเส้นทางสู่พระตำหนักหากคุณจะเลาะเลียบ ชายหาดขึ้นไปทางด้านทิศเหนือ นั้นคืออาณาเขตของหาดคลองม่วงที่หันหน้าออกสู่ทะเลเปิดมองเกาะยาวใหญ่ในเขต ของอ่าวพังงาเป็นฉากหลังอยู่ไกล ๆ และมีเกาะเล็กเกาะน้อยของป่าเกาะเรียงรายกระจัดกระจายอยู่ห่าง ๆ มุมมองนี้หากเป็นเวลากลางวันคุณจะเห็นหาดทรายกว้างไกลยาวเหยียดสุดสายตามี แต่ท้องฟ้ากับน้ำทะเลเป็นเพื่อน หาก เป็นยามเย็นทุกวันเวลาในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์ตกจะเป็นภาพซึ่งงดงามสำหรับ ชายหาดแห่งนี้ โดยเฉพาะจากมุมมองหนึ่งซึ่งมองเห็นต้นไม้เดียวดายอยู่ต้นเดียวอยู่ปลายเกาะ มดแดงที่นี่คือมุมมองตะวันลับขอบฟ้ากับเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านหนองทะเล แยกซ้ายมือไปสามแยกพระตำหนัก เลี้ยวขวาไปหาดคลองม่วงระยะทาง24กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

อ่าวนาง สีสันยามเย็นหรืออ่าวแห่งความสุขของคนทั่วโลกผู้มาเยือน


อ่าวนาง สีสันยามเย็นหรืออ่าวแห่งความสุขของคนทั่วโลกผู้มาเยือน

บรรดา แหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายในจังหวัดกระบี่ อ่าวนางถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยเป็นชายหาดที่ผู้คนรู้จักกันดีทั่วโลก มีทั้งที่พัก สปา ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ผับ อีกทั้งร้านขายของที่ระลึก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเป็นแหล่งที่จะลงเรือท่องเที่ยวยังหมู่เกาะและ หาดต่าง ๆ  ที่รู้จักกันดีคือ หมู่เกาะปอดะ และทะเลแหวก ตลอดจนถ้ำพระนางและอ่าวไร่เลเป็นต้น อ่าวนางจึงเป็นเสมือนแหล่งรวมความสุขของคนทั่วโลกซึ่งมาเยือน ทุกวันในยามเย็นอ่าวนางคือสุดยอดมุมมองพระอาทิตย์ตกสวยงามอีกมุมหนึ่งของ จังหวัดกระบี่ภาพเรือหางยาวเรียงรายกับหาดทรายสีทองโอบล้อมเวิ้งอ่าวไว้ด้วย เหลี่ยมเขาแหลมนาคเห็นอยู่ไกลๆ จะเป็นมุมมองซึ่งผู้คนจากทั่วโลกบันทึกภาพนี้ไว้ในหัวใจเปี่ยมสุขของเขาตลอด กาล

♦ ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

♦ เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

♦ การเดินทาง : จากตัวเมืองเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 4034 แยกซ้ายมือทางหลวงหมายเลข4201และ 4202 จนถึงตัวหาดระยะทาง 17 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำพระนาง มหัศจรรย์ ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำ


ถ้ำพระนาง มหัศจรรย์ ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำ

หาด ถ้ำพระนาง เป็นชายหาดสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกระชี่ตั้งอยู่ปลายสุดของอ่าวไร่ เลตะวันตก เป็นหาดที่ค่อนข้างจะสงบไม่พลุกพล่านเท่าไรนัก เนื่องจากการเดินทางจะต้องไปโดยทางเรือเท่านั้น

หาดแห่งนี้มีทัศนียภาพยามเย็นเป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกดีที่สุดที่หนึ่งของ จังหวัดกระบี่ โดยมีถ้ำพระนางเป็นถ้ำเล็กอยู่บริเวณปลายสุดของหาด เวลาน้ำลงสามารถเดินเข้าไปในเวิ้งถ้ำแล้วมองออกมาเห็นเป็นโพรงถ้ำ หาดทรายและท้องทะเลสีครามตัดกับเกาะเล็ก ๆ ที่โดดเด่นทุกยามเย็นมุมมองนั้นจะกลายเป็นเป็นมุมมองพิเศษสุดด้วยการเฝ้าดู พระอาทิตย์ตกจากในถ้ำผ่านม่านหินย้อยที่ห้อยระย้าลงมาบริเวณปากถ้ำสวยงาม ยิ่งนัก มมมองมหัศจรรย์ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำสวยที่สุดมีแห่งเดียวที่นี่ในประเทศ ไทย

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

การเดินทาง : จากอ่าวพระนางมีเรือโดยสารระหว่างหาดพระนางถึงหาดถ้ำพระนางราคาโดยสารคนละ 100 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail: tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำหนองทุ่งนา ตามหาสระคริสตัลสีฟ้าใต้ภูเขา


ถ้ำหนองทุ่งนา

ตามหาสระคริสตัลสีฟ้าใต้ภูเขา

ถ้ำหนองทุ่งนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำแห่งใหม่ล่าสุดของอำเภออ่าว ลึก ที่นี่มีทั้งบรรยากาศของการผจญภัยและโลกแห่งความงามอันมีเอกลักษณ์ที่ไม่ไม่ เหมือนใคร ถ้ำแห่งนี้ในฤดูฝนจะไม่สามารถเข้าได้หรือต้องใช้เรือแคนูพายเข้าไปเท่านั้น ซึ่งไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ฤดูแล้งที่น้ำลดหลังจากเดือนมกราคมเป็นต้นไปจึงเหมาะแก่การเดินเที่ยวในถ้ำ แต่พื้นก็ยังแฉะและลื่นตลอด

จุดเด่นของถ้ำนี้คือบริเวณช่วงแรกจะมีหินย้อยย้อยลงมาจากเพดานถ้ำสวยกว่า ถ้ำแห่งใดอีกทั้งยังเป็นแห่งเดียวที่พบค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณที่ใกล้สูญ พันธุ์อาศัยอยู่มนถ้ำแห่งนื้และที่สุดของความน่าอัศจรรย์คือในส่วนลึกสุดของ ถ้ำที่สำรวจได้ตอนนี้จะมีสระน้ำคริสตัลสีฟ้าสดใสใต้ภูเขาอยู่แห่งหนึ่งซึ่ง งดงามไม่เหมือนถ้ำใดในประเทศไทย

•ฤดูการท่องเที่ยว:  เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม

•เวลาที่ดีที่สุด :  สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวันแต่จำเป็นต้องมีคนนำทางและควรต้องระวังในการเดินทาง

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกเหนือเดินทางด้วยทางหลวงหมาย เลข4ไปทางจังหวัดกระบี่4กิโลเมตร เลี้ยวขวาเช่นเดียวกับถ้ำคลังแต่ถึงก่อนราว 1 กิโลเมตรอยู่คนละฟากกับถ้ำคลัง

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำผ้าม่าน อาณาจักรแห่งน้อยหน่าถ้ำสุดประหลาด


ถ้ำผ้าม่าน อาณาจักรแห่งน้อยหน่าถ้ำสุดประหลาด

ถ้ำผ้าม่านช่องหลาดใต้ เทือกเขาแหลมสักเป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญทางการท่องเที่ยวของอำเภอ อ่าวลึกเพราะนอกจาก ผาค้อม ยังมีอ่าวที่เงียบสงบสวยงามคืออ่าวชิ้งชั้ง  อยู่ด้านทิศเหนือของช่องหลาดใต้ สุดหาดมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่งบนไหล่เขาเตี้ย ๆ ผจญภัยเล็กน้อยกับการปีนและโรยตัวลงไปในถ้ำที่เป็นโพรงขนาดเล็กแต่ภายในกลับ โอ่โถงงดงามด้วยหลืบถ้ำต่าง ๆ สามารถเดินเลาะลงไปด้านล่างทะลุอีกฟากหนึ่งของถ้ำลงสู่ทะเลได้ แม้จะไม่ใช่ถ้ำใหญ่แต่ถ้ำนี้กลับมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากหินงอกหินย้อยที่พบเห็นช่วงปากถ้ำแล้ว ด้านบนยังมีหลืบถ้ำอยู่แห่งหนึ่งซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงาม และถ้าสังเกตให้ดีจะมีหินรูปร่างเหมือนผลน้อยหน่าอยู่ตามพื้นปะปนไปกลับซาก ฟอสซิลหอยโบราณคล้ายหอยโข่งอยู่เต็มไปหมดและเป็นแห่งเดียวที่พบอาณาจักร น้อยหน่าถ้ำสุดประหลาดนี้ในกระบี่

•ฤดูการท่องเที่ยว:  เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม

•เวลาที่ดีที่สุด :  สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน

การเดินทาง : จากท่าเรือแหลมสักใช้เวลาราว 20 นาที

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com