ทัวร์ยอดนิยม 4 เกาะ ทะเลแหวก กระบี่


โปรแกรมทัวร์ ทะเลกระบี่ 4เกาะ ทะเลแหวก เป็นโปรแกรมแนะนำยอดนิยมของจังหวัดกระบี่ เนื่องจากราคาไม่แพงและระยะทางไม่ไกลนัก นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาเที่ยวกระบี่ อยากให้ไปเหยียบพื้นทราย ที่ทะเลแหวกและหาดไร่เลย์ก่อน

โปรแกรมทัวร์ทะเลกระบี่ 4เกาะ จะออกทุกวัน มีทั้งเรือหางยาวและเรือเร็ว Speedboat ให้เลือกตามความต้องการค่ะ

 

4e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0

เพิ่มเติม-จองทัวร์ https://guidekrabi.com/tour-krabi/sea-island-tour/tour-krabi-4islands/

รับจัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่ ตั้งแต่ 1 ท่านขึ้นไป


รับจัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่
เที่ยวคนเดียว เที่ยวเป็นคู่ ครอบครัว ก๊วนเพื่อน บริษัท สัมนา ประชุม ฯลฯ
วันหยุด วันว่าง วางแผนเที่ยวกระบี่ ตามงบประมาณ
วางใจ กับคุณภาพงานบริการทัวร์เที่ยวกระบี่กว่า 15 ปี

ทัวร์กระบี่ คลิกเลย….. https://guidekrabi.com/tour-krabi/

โปรแกรมทัวร์ กระบี่
โปรแกรมทัวร์ กระบี่
ทัวร์กระบี่ 4เกาะ ทะเลแหวก (ออกทุกวัน)
ทัวร์กระบี่ 4เกาะ ทะเลแหวก (ออกทุกวัน)
ทัวร์สระมรกต-น้ำตกร้อน-วัดถ้ำเสือ
ทัวร์สระมรกต-น้ำตกร้อน-วัดถ้ำเสือ
แพ็คเกจทัวร์สบายดีกระบี่  1,500/ท่าน
แพ็คเกจทัวร์สบายดีกระบี่ 1,500/ท่าน
ทัวร์พายเรือคายัค อ่าวท่าเลน กระบี่
ทัวร์พายเรือคายัค อ่าวท่าเลน กระบี่

นั่งช้างช้างโชว์2

อยากมีทริปดี ๆ แบบนี้มาเที่ยวกับเราสิคะ
“เที่ยวกระบี่สุขใจ ไปกับยูแอนด์ไอทราเวล”
กระบี่ ยูแอนด์ไอทราเวล (ใบอนุญาต 34/02010)
📱0817470033
📲Line : uanditravel
📧E-mail: uanditravel@gmail.com
💻http://www.guidekrabi.com

#ว่างก็ทักมาจะพาไปเที่ยว😁
#uanditrave
#ยูแอนด์ไอทราเวล
#เที่ยวกระบี่
#จัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่

 

เที่ยวอย่างไร ให้มีความสุข😃


Koh Rok_PP.Tour_๑๗๐๒๑๕_0013อยากเที่ยวให้สนุก อย่าแบกของหนัก

อย่าเอาเป็นเอาตายกับสิ่งที่เจอ!

บางครั้งได้ห้องพักดี ก็หาความสุขจากมัน!

บางครั้งได้ห้องพักไม่ดี ก็ให้เข้าใจว่า พรุ่งนี้ก็ไปแล้ว

กับผู้คนที่ผ่านเข้ามา ทำดีต่อกันไว้มากๆ!

เพราะมันจะเป็นความทรงจำที่ดีในวันจากลา!

มองฟ้าบ้าง เอาเท้าไปแช่ลำธารบ้าง ไปเอาเท้าให้ปลามันตอดบ้าง

อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญ

กับความไม่สะดวกเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเดินทาง!

ถนนทุกสายมีดอกไม้บาน มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ จงมองให้เห็น!👀

อย่าฟังแต่เสียงฟ้าร้อง อย่ามองเห็นแต่ก้อนขี้หมา!

ถ่ายรูปเล่นได้ แต่เก็บไว้ในความทรงจำดีกว่า!

ซื้อของติดไม้ติดมือได้แต่อย่าซื้อให้มาก จนกลายเป็น ไอ้บ้าเฝ้าสมบัติ!(ทำใจยากนิดนึง)

ชีวิตคน เราคือนักท่องเที่ยว

ทุกที่คือทางผ่าน!

ต้นไม้สวยงามก็จริงแต่เราเอาไปไม่ได้!

พบพานจนผูกพัน ถึงวันก้อต้องจากลา!

ยามเช้าชมตะวันขึ้นริมทะเล

ยามเย็นชมตะวันตกที่ยอดเขา!

ทุกสิ่งคือเรื่องชั่วคราวเท่านั้น!

และเราเป็นแค่นักท่องเที่ยว

มาแล้วก็จากไป!

แต่ต้องใส่ใจกันและกัน ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่! 💕💕✌️✌️

Cr.สาระ

อยากได้ทัวร์คุณภาพ อย่าต่อรองราคา!


อยากได้ทัวร์คุณภาพ อย่าต่อรองราคา!

วันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องการต่อรองราคาในการซื้อทัวร์กันนะครับ

การซื้อของแล้วต้องต่อรองราคาคู่กับสังคมไทยมาช้านาน หลายคนแยกไม่ออกไม่ว่าจะซื้ออะไรขอให้ได้ต่อ ขอให้ได้ส่วนลด ขอให้ได้ราคาถูกที่สุด ลดนิดหน่อยก็ขอให้ลดเถอะ แต่คงใช้ไม่ได้กับงานบริการเสมอไป

ผมเจอเรื่องนี้มาบ่อยมาก บอกตามตรงเสียดายโอกาสที่ลูกค้าจะได้รับโดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์กรุ๊ปหนึ่งๆ ก็จะมีคนติดต่อซื้อทัวร์หนึ่งคนไม่ว่าจะกรุ๊ปเล็กกรุ๊ปใหญ่โดยคนที่ติดต่อกับบริษัททัวร์คนนี้ เป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดเพราะทัวร์นั้นจะเป็นทัวร์คุณภาพหรือไม่อยู่ที่คนที่ติดต่อและต่อรองราคา

เมื่อหลายเดือนก่อนผมพาคณะทัวร์ไปเที่ยวทะเลกระบี่ซึ่งทางบริษัทได้จัดการให้เรียบร้อย เป็นคณะทัวร์คนไทยประมาณ 30 คน ผมดูโปรแกรมแล้วคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มนักศึกษา แต่เมื่อเจอลูกค้า กลับไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะลูกค้าเป็นวัยทำงาน และค่อนข้างมีกำลังซื้อ แต่ทุกอย่างก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร

แต่เมื่อถึงเรือ เจอคำถาม ทำไมเรือลำเล็ก ขอลำใหญ่กว่านี้ได้มั๊ย เขายินดีจ่ายเพิ่ม, ถึงเวลาอาหารกลางวันลูกทัวร์ถามผมว่าทำไมของเราเป็นข้าวกล่องแต่ของทัวร์อื่นเป็นบุฟเฟ่, ขอไปทานที่ร้านอาหารได้มั๊ย เขายินดีจ่ายเพิ่ม, เมื่อถึงเวลาส่งกลับโรงแรม ขอแวะได้มั๊ย ผมยินดีจ่ายเพิ่ม…และอีกหลายคำถาม สุดท้ายก็จบตรงที่คำว่า”บริการแย่”

ผมจึงจำเป็นต้องยกหูไปถามที่บริษัท เพื่อถามหาความจริง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรุ๊ปนี้, จึงได้รับคำตอบว่า คนที่ติดต่อประสานมานั้นได้ต่อรองราคาจนแทบไม่เหลือกำไร แต่บริษัทก็อยากจะให้ลูกค้าได้ไปเที่ยวจึงต้องจัดเท่าที่ทำให้ได้ ด้วยจรรยาบรรณของมัคคุเทศก์จำเป็นจะต้องบอกความจริงกับลูกค้าเท่าที่จะบอกได้เท่านั้น

เรื่องนี้มีนัยยะสำคัญมาก อยากให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกันสักนิดว่าแท้จริงแล้ว งานบริการจะแตกต่างกับการเดินซื้อเสื้อผ้าในตลาดนัดอย่างสิ้นเชิง เมื่อเราซื้อเสื้อผ้าในตลาดนัด เรามีโอกาสได้จับได้สัมผัสได้เห็นของจริง หากเราซื้อในราคาต่ำที่สุดได้เท่าไหร่ยิ่งดี แต่กับงานบริการกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะงานบริการนั้นเป็นการจ่ายค่าบริการล่วงหน้า ดังนั้นการบริการหรือออฟชั่นต่างๆจึงขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของลูกค้าด้วย

ยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ เราตั้งใจมาเที่ยว สิ่งที่เราต้องการคืออะไรล่ะครับ?

เราอยากได้บริการที่ดี อยากได้เรือใหม่ๆ มีที่นั่งเพียงพอ ไม่เบียดเสียดกัน อยากได้ อาหารดีๆ อร่อย และทานอิ่ม อยากได้มัคคุเทศก์เก่งๆ อยากได้โรงแรมหรูๆ มีสระว่ายน้ำ ติดทะเล บริการดีๆ คุณคิดว่า ทัวร์ของคุณควรจะเป็นหัวละเท่าไหร่ดีล่ะครับ?

คงเห็นภาพแล้วใช่มั๊ยครับ

ทีนี้ กลับมาที่บริษัททัวร์ โดยปกติ บริษัทจะมีราคามาตรฐานอยู่แล้ว โดยจะคำนวนราคาจากต้นทุนการให้บริการ วัตถุดิบที่ใช้ และออฟชั่นต่างๆที่มีให้ จะคล้ายๆกับการทำอาหารในร้านอาหารนั่นเอง อาหารจานอร่อย จะเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี ราคาจึงมักแพงเสมอ ซึ่งจะต่างกับเสื้อผ้าในตลาดนัดตรงที่เขาซื้อยกโหลราคาถูกแล้วมาขายแยกชิ้นและตั้งราคา ที่เคยได้ยินกันว่า “บอกผ่าน” เผื่อต่อ นั่นแหละ

แต่สำหรับงานบริการนั้น ถ้าลูกค้าซื้อราคานี้ ก็จะได้รับการบริการแบบนี้ แต่เมื่อลูกค้าต่อรองราคา ด้วยคนซื้อก็อยากได้ของถูก คนขายก็อยากขาย จึงถึงจุดที่เรียกว่า “ตัดออฟชั่น” เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวและปิดการขายลงได้ เช่น เปลี่ยนจากมัคคุเทศก์อาชีพ เป็นมัคคุเทศก์สมัครเล่น หรือให้คนขับรถไปรับแทน หรือเด็กฝึกงาน, เปลี่ยนโรงแรมที่ห้องพักถูกกว่า หรือเปลี่ยนชนิดห้องพัก, เปลี่ยนเรือเก่ากว่าเล็กกว่า, เปลี่ยนอาหารแบบเซ็ตโต๊ะ เป็นแบบบุฟเฟ่ หรือข้าวกล่องแทน, ฯลฯ แต่บริษัทไม่เคยบอกคุณ และอย่าไปเชื่อถ้าหากใครบอกคุณว่า “ถูกกว่าแต่ดีเหมือนกัน”

ทีนี้เข้าใจหรือยังครับ ว่าทำไมซื้อทัวร์จึงไม่ควรต่อรองราคา ดังคำกล่าวที่ว่า “ของถูกและดีไม่มีในโลก” นั่นแหละครับ

หลายครั้งที่ผมรู้สึกเสียดายสิ่งดีๆที่ลูกค้าพลาดไป เพียงเพื่อต้องการแค่ “ของถูก”

ไกด์ฤทธิ์

เที่ยวทะเลกระบี่หน้าฝนที่ไหนได้บ้าง?


krabi-rainy_season

ถ้าจะไปเที่ยวทะเลใคร ๆ ก็คงอยากไปเที่ยวทะเลในหน้าร้อน ที่ท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลใสแจ๋ว แสงแดดส่องสว่างทำให้วันหยุดนี้ฟินซะเหลือเกิน อ๊ะๆ หยุดความคิดนี้สักนิดค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วเราสามารถไปเที่ยวทะเลกระบี่หน้าฝนได้เหมือนกันนะ ถึงแม้จะต้องเจอกับสายฝนโปรยปราย ความชื้นแฉะ หรือท้องฟ้าที่อึมครึม บางครั้งอาจเจอธงแดงห้ามลงเล่นน้ำซะงั้น ก็เพื่อความปลอดภัยนะคะ

แต่อย่าลืมว่า “ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ” ที่สำคัญยังเงียบสงบน่าหลงใหลอีกด้วย

วันนี้ ยูแอนด์ไอ มีกิจกรรมดีๆที่อยากแนะนำที่เที่ยวกระบี่ในช่วงหน้าฝนค่ะ

1. กิจกรรมพายคายัคอ่าวท่าเลน สนุกสนานพร้อมสัมผัสธรรมชาติ สูดไอทะเลให้เต็มปอด แม้จะมีฝนโปรยปราย แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับขาลุย
https://guidekrabi.com/tour-krabi/kayaking/kayak-thalane/

2. พายคายัคชมถ้ำผีหัวโต อ่าวลึก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบโถงถ้ำและย้อนรอยความเป็นมาของมนุษยชาติ
https://guidekrabi.com/tour-krabi/kayaking/kayak-bortor/

3. ล่องเรือเขาขนาบน้ำชมวิถีชีวิตชาวเกาะกลาง เพียงนั่งเรือข้ามฝั่งจากตัวเมืองกระบี่ วิถีชีวิตที่แตกต่างจากชุมชนเมือง ผู้คนที่เป็นมิตร รอต้อนรับผู้มาเยือน และไม่พลาดกับอาหารทะเลสดๆจากกระชัง
https://guidekrabi.com/tour-krabi/csr-tour/kanabnam/

4. ท่าปอมคลองสองน้ำ หนึ่งในอันซีนกระบี่ กับธรรมชาติที่สลับซับซ้อนน่าค้นหา ด้วยพฤกษาที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างน่าทึ่ง

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากทะเล เช่น สระมรกต น้ำตกร้อน ซิตี้ทัวร์เมืองกระบี่ เช่น วัดถ้ำเสือ ชมเมืองกระบี่ ชมตลาดเช้าเมืองกระบี่
https://guidekrabi.com/tour-krabi/forest-tour/tour-rainforest/

อย่างไรก็ตาม เรื่องสุขภาพก็สำคัญ อย่าลืมพกร่ม หมวก เสื้อกันฝน และรองเท้าพร้อมบุยและเปียกน้ำได้ไปด้วย และหากลงทะเล ต้องสวมเสื้อชูชีพด้วยนะคะ

หวังว่าวันหยุดทั้งที ขอให้เที่ยวอย่างมีความสุข แม้ไม่ได้ลงทะเล แต่เราก็ฟินได้ที่กระบี่นะคะ

uandi.co.th

English for Tour guide in Temple


อิริยาบทของพระพุทธรูป (Posture of the Buddha)

– พระพุทธรูปยืน = Standing Buddha image

– พระพุทธรูปนอน = Reclining Buddha image

– พระพุทธรูปนั่ง = Seated Buddha image

– พระพุทธรูปเดิน = Walking Buddha image

ปางต่างๆ ของพระพุทธรูป (Attitude of the Buddha)

– ปางมารวิชัย The attitude of subduing Mara

– ปางสมาธิ The attitude of meditation

– ปางห้ามญาติ The attitude of persuading the relatives not to quarrel

– ปางห้ามสมุทร The attitude of stopping the rainstorm

– ปางปฐมเทศนา The attitude of giving the first sermon

– ปางประสูติ The attitude of Nitivity

– ปางปรินิพพาน The attitude of Nirvana

พุทธลักษณะของพระพุทธรูป (Buddha Characteristics)

– เรือนแก้ว (พระพุทธชินราช) = Arch frame

– ขมวดพระเกศา = Hair curl

– รัศมีเปลวเพลิง = Flame-like halo

– รัศมีบัวตูม = Lotus-bud halo

– พระพักตร์เหลี่ยม = Square face

– พระพักตร์กลม = Round face

– พระพักตร์รูปไข่ = Oval face

– คิ้วโก่ง = Curve eyebrows

– คิ้วต่อกันคล้ายปีกกา = Straight-connected eyebrows

– คางบุ๋ม = Dimple chin

– ตาโปน = Protuding eyes

– พระอังสะกว้าง = Broad Shoulder

– พระสบั้นเล็ก = Slim waist

– อวบ = Corpulent body

– พระนาภี = Nacel

– อมยิ้ม = Smiling expression

– นั่งขัดสมาธิราบ = Sitting cross-legs with one top of another

– นั่งขัดสมาธิเพชร = Sitting cross-legs withlegs locked together

– นั่งพับเพียบ = Sitting with legs fold-back sideway

Koh Klang Krabi


Koh Klang”…the village of the Old Krabi.

This fisherman island located by Krabi River, it is still relatively undiscovered and offers visitors a tropical, unspoiled paradise. The island is nestled among mangrove forests, a mere five-minute ride by longtail boat from Krabi Town’s Pier.

Koh Klang is not just a place for sightseeing, but a base from which you can enjoy numerous activities to help create an unforgettable visit. We provide rides around the island that help you enjoy great vistas. We take you to see how we build Hua Tong (longtail) boats, do the batik & dye fabric and to help you enjoy fishing, digging for shellfish, catching the abundant squid, shrimp and crabs with the locals. We give you the opportunity to grill seafood, try savoury local cuisine, rest in a homestay with the locals and generally immerse yourself in an authentic and fun-filled Koh Klang experience.

This island getaway will make you feel refreshed in a place where floral batik sarongs still remain more common than Bikinis and Speedos, and where there are no cars to pollute your holiday. You will get around the island by motor rickshaw, scooters and it’s a paradise for all bicycling lovers.

You may slip into this place easily that it may be one of your favorite trip in memmory.

…Once you visit Koh Klang

…More you will love Krabi.

ชี้แจงกรณีเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว


เรียนคุณลูกค้าและผู้ประกอบการร่วมทุกท่าน

จากที่มีการสอบถามกรณีไม่พบเลขใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวฯ ของ หจก. กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล นั้น

เนื่องจากในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงและต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งบริษัทฯได้ชำระเงินวางหลักประกันและดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ เลขทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวอาจเปลี่ยนแปลงและอาจยังไม่ปรากฎในระบบของกรมการท่องเที่ยว

หจก. กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล ให้บริการนำเที่ยวกระบี่ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและผู้ประกอบการร่วม มากว่า 15 ปี

หากลูกค้าและผู้ประกอบการร่วม มีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนได้จากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

อนันต์ เขียวจันทร์

หุ้นส่วนผู้จัดการ

หจก. กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล

สิ่งที่มัคคุเทศก์ต้องมี ขณะปฏิบัติหน้าที่


ประชาสัมพันธ์ ของตำรวจท่องเที่ยว สิ่งที่ผู้ประกอบการ และมัคคุเทศก์ จะต้องปฏิบัติ ตามรายละเอียด

คนไทยใช้คำทักทาย “สวัสดี” มา75ปีที่แล้ว


ย้อนอดีตคำทักทาย “สวัสดี” เมื่อจอมพล ป. ประกาศใช้คำนี้ครั้งแรก ในวันนี้เมื่อ 75 ปีที่แล้ว

ในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายสำคัญคือ การมุ่งพัฒนาประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารายประเทศ โดยปลุกระดมให้คนไทยรักชาติ ด้วยการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย “รัฐนิยม” หลายอย่างบางอย่างได้ประกาศออกเป็นกฎหมายในภายหลัง ซึ่งมีหลายอย่างได้กลายเป็นวัฒนธรรมของชาติในภายหลัง เช่น การรำวง ก๋วยเตี๋ยวผัดไท ทั้งยังเป็นผู้เปลี่ยนชื่อ จาก “สยาม” เป็น “ไทย” และยังเปลี่ยนเพลงชาติไทย จนมาเป็นเนื้อเพลงที่ใช้อยู่กันถึงปัจจุบันนี้

อีกอย่างที่สำคัญคือ การเห็นชอบให้ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายในโอกาสแรกที่ได้พบกัน โดยมอบให้กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) ออกข่าวประกาศเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2486

เว็บไซต์วิกิพีเดีย ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ริเริ่มใช้คำว่า “สวัสดี” คือ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) โดยพิจารณามาจากศัพท์ “โสตฺถิ” ในภาษาบาลี หรือ “สวัสติ” ในภาษาสันสกฤต โดยได้เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่น หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2486 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเห็นชอบให้ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม

“สวัสดี” เป็นภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า “สุ” เป็นคำอุปสรรค (คำเติมหน้าศัพท์ที่ทำให้ความหมายของศัพท์เปลี่ยนแปลงไป) แปลว่า ดี งาม หรือ ง่าย และคำว่า “อสฺติ” เป็นคำกิริยาแปลว่า มี แผลงคำว่า “สุ” เป็น “สว” (สฺวะ) ได้โดยเอา “อุ” เป็น “โอ” เอา “โอ” เป็น “สฺว” ตามหลักไวยากรณ์ แล้วสนธิกับคำว่า “อสฺติ” เป็น “สวสฺติ” อ่านว่า สะ-วัด-ติ แปลว่า “ขอความดีความงามจงมี (แก่ท่าน) ”

พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้ปรับเสียงของคำว่า “สวสฺติ” ที่ท่านได้สร้างสรรค์ขึ้นให้ง่ายต่อการออกเสียงของคนไทย จากคำสระเสียงสั้น (รัสสระ) ซึ่งเป็นคำตาย มาเป็นคำสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ซึ่งเป็นคำเป็น ทำให้ฟังไพเราะ รื่นหูกว่า จึงกลายเป็น “สวัสดี” ใช้เป็นคำทักทายที่ไพเราะและสื่อความหมายดี ๆ ต่อกันของคนไทย ส่วนคำว่า “ราตรีสวัสดิ์” ซึ่งเป็นคำแปลจากคำว่า “good night” ซึ่งเป็นคำลาในภาษาอังกฤษ ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เช่นกัน โดยกำหนดให้คนไทยทักกันตอนเช้าว่า “อรุณสวัสดิ์” มาจากคำว่า “good morning” และให้ทักกันในตอนบ่ายว่า “ทิวาสวัสดิ์” มาจากคำว่า “good afternoon” ส่วนตอนเย็นให้ทักกันว่า “สายัณห์สวัสดิ์” มาจากคำว่า “good evening” แต่เนื่องจากต้องเปลี่ยนไปตามเวลา จึงไม่เป็นที่นิยม คนไทยนิยมใช้คำว่า “สวัสดี” มากกว่า เพราะใช้ได้ตลอดเวลา แต่กระนั้น คนไทยก็ยังคงใช้อยู่บ้างบางคำคือ คำว่า อรุณสวัสดิ์ และราตรีสวัสดิ์

คำว่าสวัสดีนั้นจะทำหน้าที่ทั้งการทักทาย และอวยพรไปในคราวเดียวกัน และเมื่อเรากล่าวคำว่าสวัสดี คนไทยเรายังยกมือขึ้นประนมไหว้ตรงอก มือทั้งสองจะประสานกันเป็นรูปดอกบัวตูม เหมือนสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงสิ่งสูงค่าที่เป็นมงคล เพราะชาวไทยใช้ดอกบัวในการสักการะผู้ใหญ่ บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วนการวางมือไว้ตรงระดับหัวใจนั้น เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกให้เห็นว่า การทักทายนั้นมาจากใจของผู้ไหว้

ดังนั้น เมื่อกล่าวคำว่าสวัสดีพร้อมกับการยกมือขึ้นประนม จึงแฝงให้เห็นถึงความมีจิตใจที่งดงามของคนไทย ที่หวังให้ผู้อื่นพบเจอแต่ในสิ่งที่ดี ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ ถือเป็นมงคลต่อทั้งตัวผู้พูดและผู้ฟัง และยังสามารถเพิ่มเสน่ห์ในตัวบุคคลได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามก่อนใช้คำว่าสวัสดีนั้น คำทักทายของคนไทยสมัยก่อนไม่มีรูปแบบคำเฉพาะตายตัว แต่เป็นคำที่มาจากความรู้สึกจากใจ บ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง เช่น ฉันไหว้จ้ะ มาแต่เช้าเชียวลมอะไรหอบมาล่ะพ่อ ไปไหนมาล่ะ นี่กินข้าวกินปลามาหรือยัง ทั้งนี้การทักทายน่าจะเป็นกิริยาอาการทำความเคารพมากกว่า เช่น การไหว้ เป็นต้น

ขอบคุณ Thaipbs, khaosod.co.th

5 ต้นไม้กันงู ควรปลูกไว้ ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้ !


5 ต้นไม้กันงู ควรปลูกไว้ในสวน ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้ !

ต้นไม้กันงู 5 ชนิดควรปลูกไว้ในสวน อยากรู้ว่างูกลัวต้นไม้อะไร มาดูต้นไม้กันงู 5 ชนิด ที่สามารถช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ในช่วงที่ฝนตกชุก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วมเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกกังวล แต่ยังต้องระวังเรื่องงูเข้าบ้านด้วย ในวันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะชวนทุกคนไปปลูกต้นไม้เหล่านี้กัน ซึ่งก็คือ ต้นไม้ไล่งู นั่นเอง อยากรู้ว่างูกลัวต้นอะไร ปลูกต้นไม้ชนิดใดจะช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้บ้าง นำมาจัดสวนก็ดี เพราะมีทั้งใบ ผล และดอกสวย ๆ ให้ชม สำหรับบางชนิดยังจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรมีฤทธิ์ทางยาช่วยรักษาโรคได้ด้วยล่ะ

1. จิงจูฉ่าย

ต้นจิงจูฉ่าย มีอีกชื่อว่า ต้นโกฐจุฬาลัมพา หรือ ต้นเหี่ย เป็นต้นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 45-120 เซนติเมตร มีเหง้าติดพื้นหรืออยู่ใต้ดิน ลำต้นตรง กลม มีร่องและมีขนขึ้นปกคลุม แตกกิ่งก้านตามต้น ออกใบเรียงสลับกัน ลักษณะใบคล้ายผักชี ปลายใบแหลมและแตกเป็นแฉก หน้าใบเรียบสีเขียว หลังใบสีเทา-เขียว มีขนขาวขึ้นเล็กน้อย ความกว้างใบ 1.5-9 เซนติเมตร และยาว 2.5-10.5 เซนติเมตร มีดอกขนาดเล็กสีขาวหรือแดง ความยาวประมาณ 3.5-5 มิลลิเมตร ออกผลรูปไข่ ทรงกลมรี ผิวเกลี้ยงไม่มีขน ขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

2. กุ้ยช่ายประดับ

กุ้ยช่ายประดับ หรือ กุ้ยช่ายม่วง เป็นไม้ยืนต้น อายุนานหลายปี ความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร มีหัวใต้ดิน ขึ้นเป็นกอ ลักษณะใบเรียวยาว แบน ปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ออกดอกสีม่วงลักษณะคล้ายดาวหกแฉก มีกลิ่นคล้ายกุ้ยช่ายทั้งที่ดอกและใบ ซึ่งนอกจากจะส่วนที่ช่วยป้องกันยุงและหมัดเข้าบ้าน ยังสามารถทำให้งูไม่กล้าเข้ามาในเขตบ้านและสวนของเราได้ด้วย

3. ดาวเรือง

ดาวเรือง จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง สีเขียว เป็นร่อง แตกกิ่งบริเวณโคนต้น ใบมีลักษณะคล้ายขนนก ออกเรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยประมาณ 11-17 ใบ เป็นรูปรี ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นซี่ ความยาว 2.5-5 เซนติเมตร ออกดอกเดี่ยว มีทั้งสีเหลืองและสีเหลืองปนส้ม กลีบดอกมีขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายชั้นเป็นวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร ความกว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร มีผลแห้งสีดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดดาวเรือง เป็นหลัก นอกจากนี้กลิ่นของดาวเรืองยังรบกวนการจู่โจมของงู ส่วนยางในลำต้นก็มีฤทธิ์ระคายเคืองผิวและทำให้สายตาของงูพร่าเลือนได้

4. ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร หรือ หญ้ากันงู เป็นไม้ล้มลุก ความสูง 50 เซนติเมตร ลำต้นเหลี่ยม ใบเลี้ยงเดี่ยว ผิวใบเกลี้ยง ออกสลับตรงข้าม ทรงใบรีและแคบ ความยาว 1.5-7 เซนติเมตร ความกว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ออกดอกที่ซอกใบบริเวณปลายยอด มีสีขาว ความยาวประมาณ 0.9-1.5 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก ปลายกลีบดอกแตกเป็นแฉก มีผลแห้ง ทรงรี คล้ายฝักต้อยติ่ง มีรสขมทุกส่วนของต้น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หากตัวงูถูกับรากหรือใบจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการปวดบวม

5. ระย่อม

ต้นระย่อม จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ย ผลัดใบในฤดูแล้งและผลิใบในฤดูฝน ความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ลำต้นคดงอ เปลือกสีขาวหรือสีน้ำตาลอมเทา มียางสีขาว มักมีรอยแผลตามลำต้น มีใบเดี่ยวออกสลับตรงข้าม ขึ้นหนาแน่ที่ปลายยอด ใบทรงรีคล้ายหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มผิวมัน ความยาว 12-20 เซนติเมตร ความกว้าง 5-8 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งแต่ 1-50 ดอก ปลายกลีบสีขาว โคนกลีบสีชมพูหรือแดงเข้ม มีผลรูปทรงกลม ผิวเรียบ ฉ่ำน้ำ ชนาดประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีม่วงแดงหรือดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด อีกทั้งต้นระย่อมนี้ยังมีฤทธิ์รบกวนระบบประสาทและระบบหัวใจของงูอีกด้วย

หน้าฝนนี้ก็อย่าลืมจัดสวนกันใหม่ แล้วก็อย่าลืมปลูกต้นไม้กันงูกันไว้ด้วยนะคะ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีตัวช่วยป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน แถมยังทำให้สวนของเราดูสดชื่น สวยงาม เขียวขจีมากขึ้นด้วย

อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ


ipad

ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงจะมีสมาร์ทโฟนกันคนละอย่างน้อย 1 เครื่อง หรือใครอาจจะมีเป็นแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปเลย แต่อาการเสพติดโลกออนไลน์ ทำให้เราใช้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เพียงพูดคุยผ่านเสียงกันอีกต่อไป

เมื่อเราต้องพิมพ์ ต้องจ้อง ต้องเลื่อนดูภาพไปมาตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาก่อนนอนบนเตียง ทำให้ภาพการเล่นมือถือในห้องนอนเป็นภาพที่คุ้นตา แต่หากเราขี้เกียจถึงขนาดปิดไฟแล้วก็ยังคงนอนเล่นมือถืออยู่ต่อไปอีกสักพัก นานเข้า บ่อยเข้า จะส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพตาของเราบ้าง

อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ

1. เสี่ยงต่ออาการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล

2. ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ

3. สายตาไม่ชัด พร่ามัว หรือสายตาสั้นมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. มีโอกาสเป็นโรคต้อหิน

5. เส้นประสาทตาถูกทำลาย จนการมองเห็นพร่ามัวมากขึ้น

6. อาจมีความเสี่ยงที่จะตาบอดได้ด้วย (แต่ไม่ได้เป็นมะเร็งที่ตา)

หลีกเลี่ยงจากอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนในที่มืด
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

2. ดื่มน้ำบ่อยๆ เพิ่มความชุ่มชื่นในตา หรือหากท่านใดตาแห้งมากๆ หรือใส่คอนแทคเลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง

3. ควรเปิดไฟในห้องให้มีความสว่างเพียงพอ

4. ไม่ควรนอนหงายเล่นสมาร์ทโฟน เพราะหน้าจอจะไม่ได้รับแสงสว่างจากโคมไฟบนเพดาน แม้กระทั่งนอนตะแคงก็อาจทำให้ดวงตาต้องเพ่งจ้องที่หน้าจอหนักกว่าปกติเหมือนกัน

5. ไม่ควรจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานจนเกินไป ควรมีการพักสายตาบ้าง ทุกๆ 20-30 นาที

ดวงตาของเรามีแค่คู่เดียว อย่าใช้งานหนักจนลืมให้ความสำคัญกันนะคะ เพราะหากดวงตามีปัญหาขึ้นมา เราจะต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ รู้งี้ไม่ทำดีกว่า ถึงตอนนั้น็อาจจะสายไปแล้วก็ได้

ข้อมูลจาก : sanook.com

smartphone-in-dark-tease-today-160627_b87cd6c06fd77f066b1b277d64b76384.today-inline-large

Mom’s day


ผู้บริหารทุกโรงเรียนควรอ่าน
———————————–
…เมื่อถึงวันแม่ 12 สิงหาคม ของทุกปี
…ความเห็นส่วนตัวของผมสำหรับกิจกรรมวันแม่ตามโรงเรียนผมไม่เห็นด้วยที่จะต้องเรียกแม่ของเด็กๆไปให้ลูกกราบหรือมอบพวงมาลัยดอกมะลิหรือติดดอกมะลิให้แม่ที่โรงเรียนเพราะยังมีเด็กอีกกลุ่มที่ไม่สามารถพาแม่มาโรงเรียนได้
…เช่น-พ่อแม่เลิกกัน แม่เสียชีวิตไปแล้ว แม่ไปมีสามีใหม่ไม่มาหาลูก หรือแม่กำลังป่วยหนัก คุณอาจจะเอากลุ่มใหญ่เป็นหลักว่าส่วนใหญ่มีครบทั้งพ่อแม่
…แต่พวกคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีแม่มองเห็นภาพเพื่อนๆนำดอกมะลิกราบแม่ติดดอกมะลิที่เสื้อแม่มั้ย.?
…สายตาเด็กเหล่านั้นเป็นอย่างไร.?
…บางคนนั่งแอบเสาอาคารร้องไห้ บางคนสะอื้นไห้กลางวงเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
…ที่เขาร้องไห้เพราะเขาเห็นเพื่อนๆมีแม่มาอวดขณะที่ตัวเองนึกไม่ออกว่าแม่อยู่ที่ไหน บางคนแม่ตายตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ บางคนแม่ไปทำงานกรุงเทพฯพอกลับบ้านเกิดก็มาพร้อมกับเด็กน้อยเอามาเป็นภาระให้ย่าหรือยายเลี้ยงแล้วก็หายหน้าไปเขาและเธอไม่เคยเห็นหน้าแม่จริงๆเลย
…เด็กเหล่านี้แม้มีไม่กี่คนแต่ความสุขที่มันกำลังหลั่งล้นของคนที่มีแม่มันแอบทำร้ายจิตใจเด็กๆเหล่านี้ผมมั่นใจว่ากิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดทำให้เด็กๆเหล่านี้สะเทือนใจมาก
…วิธีแก้ไม่ให้เด็กไร้แม่ปวดใจคือให้เด็กๆไปกราบแม่ของแต่ละคนที่บ้าน จะเป็นแม่จริงๆหรือคนที่เลี้ยงแทนแม่จริงก็เป็นเรื่องของทางบ้านโดยก่อนถึงวันนั้นจะต้องโน้มน้าวให้เด็กซึ้งในพระคุณของคนที่เลี้ยงดูและของแม่ที่ให้กำเนิดโดยแยกแยะอธิบายว่าใครมีบทบาทอย่างไรที่ทำให้เขาเติบโตเป็นมนุษย์และอย่าพูดคำว่า“กำพร้าแม่”เด็ดขาด
…วันสำคัญดังกล่าวโรงเรียนควรจัดกิจกรรมเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของแม่ของชาติเท่านั้นคือกิจกรรมเพื่อ“สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ” เน้น*แม่ของแผ่นดิน*เป็นหลัก
…ไม่ต้องลากเอาแม่ของลูกๆมาโรงเรียนอย่างที่ทำกัน ก่อนจะเริ่มพิธีที่โรงเรียนครูจะต้องพูดว่าวันนี้เป็นวันแม่และทุกคนต่างนึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิดแต่เราต้องนึกถึงพระคุณของผู้ที่เลี้ยงดูเราทุกคนด้วยเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณแม่ และของ คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า คุณตาย คุณยาย รวมทั้งคุณป้า คุณอาที่ช่วยเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่
…หลังจากเสร็จพิธีในวันสำคัญคือการทำพิธีเทอดพระเกียรติแม่ของแผ่นดินที่โรงเรียนแล้วทางโรงเรียนนต้องแนะนำเด็กกว่าพวกเธอกลับบ้านต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ให้ คุณแม่ คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า คุณตาย คุณยาย รวมทั้งคุณป้า คุณอาที่ช่วยเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ท่านเหล่านั้นชื่นชมเช่น-
– ช่วยกวาดบ้าน ถูบ้าน
– ชักเสื้อผ้าเอง ซักถุงเท้า ซักรองเท้าเอง
– ช่วยเป็นลูกมือขณะผู้ใหญ่ทำกับข้าวเช่นช่วยล้างผัก เก็บจาน แกะเปลือกกระเทียมฯลฯ
– ช่วยล้างถ้วย ล้างจาน
– ทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรประจำวันนอกเหนือจากทำการบ้านที่ครูสั่ง
– และ…มีอะไรที่เด็กทำได้ท่านผู้เป็นครูก็เสริมเขาไป(อย่าย้ำเรื่องพ่อ-แม่บังเกิดเกล้าเด็ดขาด)
…ขออย่าให้เด็กมีความรู้สึกอ้างว้างและหดหู่อีกเลย
…ไม่ควรให้เด็กที่รู้สึกขาดแม่ไม่เสียใจ
…จริงอยู่ทุกคนจะมีน้ำตาเหมือนกันมีการร้องไห้เหมือนกันแต่คุณอาจจะมีน้ำตาเพราะคุณมีความสุขปลื้มปีติได้หน้าได้ตาได้รับการชื่นชมจากหน่วยเหนือ
…หากโรงเรียนไม่เอาแม่ของเด็กมานั่งบนเก้าอี้แล้วให้เด็กนำดอกมะลิมามอบและกราบแม่บนเวทีห้องประชุมจะมีความผิดอุกฉกรรจ์ไหมถ้าไม่ทำอย่างนี้มีโทษถึงขั้นกุดหัวคั่วแห้ง 7 ชั่วโคตรหรือไม่
…หันมารณรงค์ให้เด็กๆสนใจที่จะมอบความรักทดแทนพระคุณแม่ในทุกๆที่ทุกๆโอกาสให้หันมาทำดีกับแม่ทุกวันทุกเวลาดีกว่าทำต่อหน้าสาธารณชน
…อย่าทิ้งให้เด็กเหล่านี้นั่งพิงเสาร้องไห้ หรือแอบมองภาพแม่กอดเพื่อนอย่างเจ็บปวด ปลูกฝังให้เข้มแข็งบอกกล่าวในสิ่งดีว่าแม้เด็กๆจะไม่มีแม่แต่คนที่เลี้ยงดูมาก็สามารถทำหน้าที่แม่ได้แม้จะไม่เท่าแม่จริงๆก็ตามให้เค้ามีความเข้มแข็ง เพิ่มกำลังใจเข้าไป
# ข้อเขียนนี้ผมมีเจตนาว่า-
1.โรงเรียนควรจัดวันแม่แห่งชาติเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีฯเท่านั้น
2.โรงเรียนไม่ต้องเอาแม่ของเด็กๆมานั่งบนเวทีแล้วให้เด็กนำเข็มกลัดดอกมะลิหรือพวงมาลัยดอกมะลิมามอบบูชาแม่ในวันนั้นเพราะ (อ่านข้อ 3 ต่อนะ)
3.ผมสงสารเด็กที่ไม่มีแม่มาร่วมกิจกรรมด้วยและไม่มีแม่ขึ้นไปบนเวทีเหมือนคนอื่นเพราะ แม่ตาย หรือ แม่เลิกกับพ่อแล้วหายหัวไปเลย รวมทั้งเด็กที่แม่ยังไม่ตายแต่มีภารกิจต่างจังหวัดหรือลางานไม่ได้
4.บางครอบครัวพี่เรียนโรงเรียนหนึ่ง น้องเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง ฝ่ายแม่จะไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะหากไปร่วมกิจกรรมโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งลูกอีกคนย่อมน้อยใจคุณแม่จึงตัดปัญหาไม่ต้องให้ลูกทั้งสองคนไปร่วมกิจกรรมในวันนั้น ถือว่าเป็นการตัดปัญหาความขัดแข้งได้
5.ทราบว่าแม่บางคนพี่เรียนโรงเรียนหนึ่งน้องเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง(ตามข้อ 4) จึงให้ลูกทั้งสองไปร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนที่แต่ละคนเรียนเอง…ผลที่ออกมาคือทั้งสองไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำเพราะคนอื่นมีแม่ไปนั่งบนเวทีให้ลูกๆมอบมาลัยให้ส่วนตัวเองไม่มีแม่มานั่งเหมือนเขาพอกลับบ้านทั้งสองต่างโอดครวญว่า “แม่ไม่รัก”
6.บางท่านอาจจะแย้งว่าเอาย่า เอายาย เอาป้า อา หรือเอาครูทำหน้าที่รับมะลิแทนแม่ก็ได้นั้น…ผมขอยืนยันว่า“ผิด”(อ่านข้อ 7 ต่อนะ)
7.เพราะแม่มีใครคนอื่นมาทดแทนแม่จริงๆที่คลอดตัวเองออกมาได้แน่ต่อให้นางฟ้าเหาะจากขี้เมฆมาขอเป็นแม่เด็กก็ไม่เอาหรอกเพราะไม่ใช่แม่แท้จริง
8.ผมขอยืนยันว่าทุกตัวอักษรนี้ผมนำมาจากการรู้เห็นเองและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นที่เคยพบเห็นเด็กร้องไห้
9.ผมมีข้อเสนอว่าเราควรให้เด็กตอบแทนพระคุณของ คุณพ่อ คุณแม่ วิธีไหนแล้วซึ่งทุกโรงเรียนสามารถทำตามที่ผมแนะนำได้แน่ (หากมีเจตนาจะทำ)
…ผมขอวิงวอนผู้บริหารโรงเรียนเอาใจเด็กมาใส่ใจเราด้วย ให้คิดเสมอว่าเราไม่ควรให้เด็กๆที่ขาดแม่รู้สึกน้อยใจ
…ท่านผู้บริหารโรงเรียนจะมองข้ามเรื่องนี้เชียวหรือ?
…กรุณาทบทวนกิจกรรมวันแม่แห่งชาติกันใหม่เถอะครับ
– ศิริศักดิ์ ศิริทิชากร-

Durian เรื่องของทุเรียน


ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ไทย
ทุเรียน เป็นไม้ผลในวงศ์ฝ้าย (Malvaceae) ในสกุลทุเรียน (Durio) (ถึงแม้ว่านักอนุกรมวิธานบางคนจัดให้อยู่ในวงศ์ทุเรียน (Bombacaceae)ก็ตาม) เป็นผลไม้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้ผลทุเรียนมีขนาดใหญ่และมีหนามแข็งปกคลุมทั่วเปลือก อาจมีขนาดยาวถึง 30 ซม. และอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 15 ซม. โดยทั่วไปมีน้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม ผลมีรูปรีถึงกลม เปลือกมีสีเขียวถึงน้ำตาล เนื้อในมีสีเหลืองซีดถึงแดง แตกต่างกันไปตามสปีชีส์
ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ไทย แต่กลับมาไดัดิบได้ดีที่นี่แตกเถาเหล่ากอเกิดสายพันธุ์มากมายจนทุเรียนไทยกลายเป็นทุเรียนพันธุ์ดีที่สุดเป็นที่รู้จักทั่วโลกฝรั่งถือว่า ทุเรียนเป็น King of Fruits และ Mon Thong ทุเรียนหมอนทอง คือ King of Durians ทุเรียนเป็นผลไม้ประหลาด ที่อาจท่าให้คนบางคนชื่นใจแต่คนบางคนกลับเป็นลมเมื่อได้กลิ่น
บางตำราเชื่อว่าทุเรียนเป็นผลไม้พื้นเมืองของอินโดนีเซียแพร่กระจายผ่านมาเลเซียถึงไทยในที่สุดคำว่าทุเรียนมาจากภาษามาเลเซีย ดูเรียน มีต้นกำเนิดจากภาษาอินโดเซีย
Duri แปลว่า หนาม
Durian จึงหมายถืงผลไมัลูกเป็นหนาม
ทุเรียนมีซื่อสามัญว่า Durian ชื่อวิทยาสาสตร์ของทุเรียนคือ Durio Zibethinus วงศ์ BOMBACACEAE ถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะบอร์เนียว มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทุเรียนดั้งเดิมของไทยนั้นเป็นทุเรียนป่า ซึ่งมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ที่รวบรวมได้คือพันธุ์ทองย้อย การะเกด ทองสุก และลวง คนโบราณเรียกทุเรียนพื้นเมืองว่า ทุเรียนนอก
บางตำรากล่าวว่าในราวพ.ศ. ๒๓๓๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ รัชกาลที่ ๑ เสด็จยกกองทัพไปตีเมืองมะริด ตะนาวศรี
ไพร่พลได้ลองชิมผลไม้พื้นเมืองคือทุเรียนที่มีรสชาติแปลกและอร่อยเกิดติดใจจึงน่าเมล็ดทุเรียนมาปลูกในกรุงเทพ
ข้อสันนิษฐานนี้น่าจะมีเค้าความจริง เพราะพบว่าต้นทุเรียนเก่าแก่เกิน
๑๕๐ปีขึ้นไปมักปลูกกันในรั้ววังหรือบ้านเจ้านายเก่าต่อมาในช่วงปี พ.ศ.๒๔๖๐ และพ.ศ.๒๔๘๕ เกิดน้ำท่วมหนักทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมถูกน้ำท่วมตายไปจำนวนมากชาวสวนได้เพาะพันธุ์ทุเรียนขึ้นใหม่จากเมล็ดที่มีอยู่และคงเป็นเพราะความวิเศษของผืนแผ่นดินไทย ทุเรียนที่เพาะได้เกิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์แปลกใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าพันธุ์เดิมมากมายนับได้ถึง ๒๐๐ สายพันธุ์ รวมได้เป็น ๕ กลุ่มหลัก คือ ตระกูลกบ ตระกูลก้านยาว ตระกูลกำปั่น ตระกูลลวง และตระกูลทองย้อยเดิมต้องคุยด้วยความภูมิใจว่า ทุเรียนบ้านเราเหนือชั้นกว่า
ทุเรียนของอินโดนีเซียที่เป็นประเทศแม่หลายขุมนักเพราะทุเรียนอินโดนีเซียไม่มีการกลายพันธุ์จึงยังคงเป็นทุเรียนป่าเม็ดโตเนื้อน้อยกลิ่นฉุนและคุณภาพเนื้อค่อนข้างแย่ถ้าคุณไปเดินตลาดที่นั่น
จะพบว่าทุเรียนในตลาดอิเหนามักมีลักษณะอย่างที่ชาวบ้านเรียกขาน ๓ แบบคือ
๑. Beceh คือทุเรียนเนื้อสุกงอมออกขม
๒. BusIk เป็นทุเรียนประเภท เน่าในหรือช้ำใน
๓. Dingin เป็นทุเรียนเนี้ออ่อน เก็บเร็วเกินไป
ดังนั้นวิธึการขายทุเรียนของเขาจึงต่างจากเราคือผู้ซื้อสามารถชี้ให้คนขายเปิดทุเรียนให้ตรวจได้ถ้า ไม่พอใจก็ชี้ลูกใหม่ไปได้เรื่อยๆ
ผู้ขายไม่ว่าอะไรเพราะรู้กันว่าทุเรียนส่วนใหญ่คุณภาพต่ำคนอินโดนีเซียกล่าวว่าถ้าอยากกินทุเรียนอร่อยต้องกินหมอนทองอิมพอร์ตจากไทยเท่ซะไม่มี ฟังแล้วภูมิใจเนื้อดินแหลมทองของเรา
ที่กัมพูชาก็เช่นกันทุเรียนพื้นเมืองเนื้อไม่ดีของที่ขายในกรุงพนมเปญคือทุเรียนส่งไปจากไทย กระนั้นก็เป็นทุเรียนเหลือเลือกราคาถูก
มาเลเซียซึ่งเป็นแหล่งอุดมทุเรียนก็เช่นกันยอมรับว่าทุเรียนไทยเป็นเลิศด้านรสชาตินักเขียนชาติตะวันตกกล่าวถึงทุเรียนในบทความ
"ทุเรียนผลไม้จากนรกหรือสวรรค์" บรรยายกลิ่นทุเรียนไว้ว่าเป็นส่วนผสมของความหอมและความเหม็นคล้ายกลิ่นฉุนของกระเทียม กำมะถัน หัวหอมเน่าและเนยแข็งบ่มรวมกันฝรั่งบางคนอธิบายว่า ยามเนื้อเหลืองสัมผัสลิ้นจะให้ความรู้สึกคล้ายกล้วย น้ำตาลเคี่ยววานิลาและหัวหอมผสมกันนั่นเป็นความเห็นของชาวฝรั่ง แต่สำหรับคนไทยและคนเอเชียเรารู้จักทุเทียนกันเป็นอย่างดี
ไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นผู้ผลิตทุเรียนป้อนตลาดที่สำคํญ
ทุเรียนไทยพันธุ์หมอนทองและชะนี เป็นสายพันธุ์ที่ถือว่าเยี่ยมยอดที่สุดในโลก ปัจจุบันพิลิปปินส์ได้แนะนำให้เกษตรปลูกทุเรียนสองพันธุ์นี้ชาวสวนอาจจำแนกพันธุ์ทุเรียนตามระยะเวลาการให้ผลได้เป็นสามกลุ่มคือ ทุเรียนพันธุ์เบาเช่น ชะนี กระดุมทอง จะไห้ผล ๔-๕ ปี
ทุเรียนพันธุ์กลางเช่นก้านยาว และกบ ให้ผล ๕-๖ ปี ทุเรียนพันธุ์หนักเช่น ทองย้อยฉัตร กำปั่น ให้ผลหลังปลูกเกิน ๖ปีขึ้นไปทุเรียนสายพันธุ์ดีเป็นที่นิยมในตลาด ปัจจุบัน มี๓ พันธุ์คือ
๑ พันธุ์หมอนทอง เนื้อสีเหลืองอ่อน รสหวานมัน มีกลิ่นไม่แรงนัก
เม็ดเล็กลีบเหมาะที่จะรับประทานสด หรือนำมากวนและทำทอฟฟี่ เพราะจะได้ทุเรียนกวนสวยรสดีเนื้อดิบทอดกรอบขายได้ราคา
๒ พันธุ์ชะนี เนื้อสีเหลืองจัด รสหวานมัน รูปร่างมักเบี้ยวข้างหนึ่ง
เพราะมีพูหลอก คือพูที่ไม่มีเมล็ดชะนีไม่เหมาะจะนำมากวน เพราะได้เนื้อสีคล้ำไม่สวย
๓ พันธุ์ก้านยาว เป็นทุเรียนลูกกลมได้สัดส่วน เนื้อสีเหลืองอ่อน ลักษณะก้านจะยาวเป็นพิเศษสมชี่อนิยมรับประทานสด ถ้านำมากวนจะไม่สวย สีคล้ำคุณศ่าทางโภชนาการเนื้อทุเรียนมีทั้งสีขาว เหลือง เหลืองอ่อน เหลืองทอง จนถึงจำปารสชาติหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเนื้อทุเรียนมีสารซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ตามธรรมชาติ
ไม่แปลกที่กินทุเรียนแล้วอ้วน เพราะทุเรียนหนึ่งขีดให้พลังงานสูงมากทั้งยังมีไขมัน น้ำตาล ซึ่งล้วนทำให้อ้วน

Inspection โรงแรม Aonang Sunset Hotel 2017


Inspection โรงแรม Aonang Sunset Hotel
โรงแรมอ่าวนางซันเซ็ตโฮเทล ตั้งอยู่ใจกลางหาดอ่าวนาง การเดินทางสะดวกสบาย ห้องพักสะอาด ราคาไม่แพง เป็นโรงแรมของคนกระบี่
มีร้านให้บริการนวดแผนไทย ร้านตัดผ้า จุดบริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
และมีร้านอาหาร Nana Restaurant
มีทั้งอาหารไทย อาหารยุโรป
มีบริการ ให้ครบทุกรูปแบบ

พิกัด: Ao-Nang Sunset Hotel
268 Moo.2, Ao Nang Beach, Krabi Krabi Amphoe Mueang Krabi, Chang Wat Krabi 81000

https://goo.gl/maps/S8TRNPwspXB2

ไปชมบรรยากาศกันเลย…

https://youtu.be/HjS2pWs1opI

อยากมีทริปดี ๆ แบบนี้มาเที่ยวกับเราสิคะ
“เที่ยวกระบี่สุขใจ ไปกับยูแอนด์ไอทราเวล”
กระบี่ ยูแอนด์ไอทราเวล (ใบอนุญาต 34/02010)

📱0817470033
📲Line : @uanditravel
📧E-mail: uanditravel@gmail.com
💻http://www.guidekrabi.com

#ว่างก็ทักมาจะพาไปเที่ยว
#uanditravel
#ยูแอนด์ไอทราเวล
#เที่ยวกระบี่
#จัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่
#AonangSunsetHotel

นิทานสอนใจ เพิ่มค่าให้ตัวเองโดยไม่ไปลดค่าของคนอื่นลง


Prakal's Blog: HR Knowledge Community

เคยพบกับคนประเภทที่ ทำให้ตัวเองสูงขึ้น โดยดันให้คนอื่นต่ำเตี้ยลงบ้างมั้ยครับ คนแบบนี้จะไม่มีใครคบด้วยแน่นอน การที่เราอยากจะดีขึ้น สูงขึ้น หรือประสบความสำเร็จมากขึ้นนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้คนอื่นแย่ลงกว่าเรา โดยการเหยียบย่ำคนอื่นให้แย่ เพื่อทำให้เราดูดีในสายตาของอีกคนที่มองเข้ามา

View original post 101 more words

เล่นน้ำทะเลหน้าฝนระวังแมงกะพรุนพิษ


ช่วงนี้น้ำทะเลเปลี่ยนในช่วง low season ทุกปีจะมีแมงกะพรุนพิษ โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก ให้ลูกค้าระวังในการเล่นน้ำด้วยครับ ช่วงนี้หากสามารถสวมเสื้อผ้าปกปิดผิวหนังได้จะเป็นการดี และพกน้ำส้มสายชูไปด้วยจะยิ่งดี และให้ระมัดระวังสอดส่อง หากบริเวณใดที่มีแมงกะพรุน ก็ให้งดเล่นน้ำในบริเวณนั้น

เตือนผู้ที่โดนแมงกะพรุนพิษ อย่ารีบดึงหนวดออก เพราะจะทำให้พิษเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวหนังตาย ปวดรุนแรง หากพิษเข้าสู่กระแสเลือดอาจเสียชีวิตได้ใน 2 – 10 นาที 

แต่ให้ล้างด้วยน้ำส้มสายชูบริเวณที่โดนสายหนวดแมงกะพรุน จะระงับการยิงพิษ ซึ่งจะลดโอกาสการเสียชีวิต บางคนไม่มีอาการแพ้แต่บางคนแพ้รวมกับโรคประจำตัวทำให้มีอาการแทรกซ้อน การรักษาจะยากขึ้นและค่าใช้จ่ายก็สูงตาม

เที่ยวทะเลกระบี่ให้สนุกและปลอดภัย

ด้วยความห่วงใย #GuideKrabi

เที่ยวเกาะพีพี ไป-กลับ


กรณีที่คุณต้องการเที่ยวรอบเกาะพีพี แต่มีเวลาจำกัด ต้องการไปและกลับภายในวันเดียวกัน
ขอแนะนำให้เลือกวันเดย์ ทัวร์เกาะพีพี-อ่าวมาหยา โดยเรือเร็ว ดีกว่า คุ้มกว่าครับ
ซึ่งจะรวมบริการ รถรับส่งจากโรงแรม-ท่าเรือ
มีมัคคุเทศก์บริการ, ประกันภัย, อุปกรณ์ดำน้ำ อาหารกลางวัน, น้ำดื่ม, ผลไม้ ฯลฯ

หากเดินทางโดยเรือใหญ่ จะแนะนำกรณีที่ต้องการไปค้างที่เกาะเท่านั้นครับ
เพราะจะใช้เวลาต่อเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง
ไป 2 ชั่วโมง, กลับ 2 ชั่วโมง
ดังนั้น ถ้าจะไป-กลับ ภายในวันเดียวกัน คุณแทบไม่มีเวลาไปไหนเลยครับ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล กระบี่บ้านเรา


We Love KRABI

12 ส.ค.59

welovekrabi-2ด้วยขณะนี้ได้ปรากฎข่าวสาร การเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

จึงขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนชาวกระบี่ ร่วมช่วยกันสังเกตรอบสถานที่ตั้งของตนเอง หากพบเห็น บุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของใดที่ต้องสงสัย โปรดแจ้งให้จนท. ทราบในทันที

ข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติต่างๆวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็น ระเบิด !! และการปฏิบัติของผู้พบเห็น

  1. พบสิ่งของวางอยู่ในที่ที่ไม่สมควรอยู่ เช่น เป้ , กระเป๋า , ถุง , กล่อง สอบถามหาเจ้าของแล้วไม่มีผู้แสดงตนให้สงสัยว่าเป็นวัตถุอันตราย
  2. เป็นวัตถุที่มีลักษณะภายนอกผิดปกติจากรูปเดิม เช่น สีที่แตกต่างจากความเป็นจริง , กล่องที่ปิดผนึกไม่เรียบร้อย หรือมีรอยยับบริเวณที่ปิดผนึก
  3. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่นั้นมาก่อน มีส่วนประกอบของสายไฟ , แบตเตอรี่ , นาฬิกา หรือโทรศัพท์
  4. เมื่อพบเห็นห้ามจับต้อง , หยิบยก , เคลื่อนย้าย หรือทำให้เคลื่อนไหว โดยเด็ดขาด
  5. ตั้งสติ ควบคุมอารมณ์ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้
  6. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยเพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ เช่น ขนาด , รูปร่าง ลักษณะบ่งบอกอื่นๆ เช่น มีเสียงการทำงาน , มีสายไฟฟ้า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบ
  7. หากสามารถกระทำได้ควรบันทึกภาพเมื่อพบผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้กระทำหรือจง ใจวางสิ่งของต้องสงสัยนั้นส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไป
  8. หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วให้รีบออกจากพื้นที่ที่พบวัตถุต้อง สงสัย ไม่น้อยกว่า 100 – 400 เมตร และรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด
  9. กรณีเจ้าของกิจการ ร้านค้า ถูกข่มขู่วางระเบิดทางโทรศัพท์ ให้โทรแจ้ง 1100

สำหรับเจ้าหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบพื้นที่

  1. อพยพผู้คนออกนอกเขตอันตรายไม่น้อยกว่าระยะที่กำหนด 100 – 400 เมตร
  2. สอบถามข้อมูลจากผู้พบเห็นหรือพยานที่พบเห็น
  3. ให้ข้อมูล และสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานข่าวของรัฐ
  4. แจ้งหน่วยช่วยเหลืออื่นๆ
  5. ให้รอพบเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่

สื่อมวลชน ! ขออย่าเข้าไปในพื้นที่ห้ามเข้า เมื่อสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติงาน

  1. ผู้ประกอบธุรกิจ รร. , คอนโด , บ้านเช่า ฯลฯ

– ตรวจสอบหนังสือเดินทาง ตรวจดูรูป บันทึกหมายเลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิดและสัญชาติ

– พนักงาน รปภ. อาจเห็นคนต่างชาติหรือต้องสงสัยเดินทางสำรวจ , ถ่ายรูป , VDO แล้วให้รีบแจ้งให้ผู้จัดการทราบเพื่อตรวจสอบว่าพักอยู่ที่ห้องใด

– หมั่นตรวจดูอาคารสถานที่และบันทึกหมายเลขรถเข้า ออก พนักงานทำความสะอาดห้องพักอาจเห็น เศษสายไฟฟ้า , นาฬิกาปลุก , ถ่านไฟฉาย , หนังสือเกี่ยวกับวัตถุระเบิด , แผนที่ , แผนผัง ต้องแจ้งผู้จัดการทราบแล้วติดต่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

  1. ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร , ดิสโก้เธค

– หากพบชาวต่างชาติเดินเข้ามาเที่ยว นั่งหลบมุม สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , เหล้า , เบียร์ แต่ไม่ดื่มหรือดื่มเล็กน้อยมีท่าทางสังเกตสถานที่อย่างผิดปกติควรสงสัยและ แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

– พนักงานหน้าร้านสังเกตบุคคลฝั่งตรงข้ามร้านมีผู้ใดมาสังเกตการณ์ในลักษณะ ตรวจสอบสถานที่โดยถ่ายภาพหรือ…

View original post 58 more words

เมาคลื่น, เมาเรือ จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร (โดยไม่ใช้ยา)


วันนี้ไกด์กระบี่ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาการเมาเรือ, เมาคลื่น ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร รับรองว่าหมดสนุกไปทั้งทริปเลย

ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยเทคนิคการป้องกันและแก้ไขการเมารถ เมาเรือว่า อาการเมารถ เมาเรือ เกิดจากขณะเคลื่อนไหว สมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน

เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย ที่อยู่ในหูชั้นใน ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อย ๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเมาน้อยลง หรือไม่เมาเลย

ในเมื่อตั้งใจจะไปเที่ยวให้สนุก ไกด์กระบี่อยากแนะนำวิธีง่ายๆในการเตรียมรับมือกับอาการ “เมาเรือ” กันก่อน ก่อนจะไปให้อาหารปลาระหว่างทัวร์กันนะครับ
อ้อ! การเอาพลาสเตอร์แปะสะดือ ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ  อิอิ

  • เตรียมตัวก่อนไปเที่ยว

หากใครที่รู้ตัวหรือเคยมีอาการเมาเรือ หรือคลื่นใส้เวลานั่งรถหรือนั่งเรือควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. ก่อนไปทัวร์ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการเมาเรือได้ง่ายขึ้น

2. ก่อนลงเรือ ห้ามท้องว่างหรือทานอิ่มเกินไป ควรทานอาหารก่อนลงเรืออย่างน้อย 30นาที

3. “เมาค้าง” อันนี้ไกด์เจอบ่อย มักจะมาพร้อมกับนอนไม่พอ เมาเหล้ากับเมาเรือคนละเรื่องกันนะ

4. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ต้องไม่รัดแน่นจนรู้สึกอึดอัดเกินไป

5. ความเครียด เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการคลื่นไส้ ร่าเริงสดใสเข้าไว้ เป็นมิตรกับทุกคน

  • เมื่อลงเรือ…

1. หาตำแหน่งนั่งที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อึดอัด

2. ขณะเรือกำลังแล่น ห้ามเดินไปมา หรือหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลัง หรือเพ่งมองจุดใดๆนานๆ

ควรมองออกไปที่ขอบฟ้าไกลๆ จะช่วยให้สายตาเราไม่ต้องทำงานหนัก

3. โทรศัพท์มือถือ สมัยนี้ใครๆก็ใช้ ใครๆก็แชท

แต่ระหว่างที่เรือกำลังวิ่งฝ่าคลื่น การเพ่งมองหน้าจอมือถือทำให้สายตาและประสาทตาทำงานหนัก ทางที่ดีควรงดใช้ไปก่อนจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

4. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะหู ซึ่งมีผลโดยตรงกับความกดดันของอากาศและอาการโครงเครงในเรือ

  • เมื่อมีอาการ: ทำไงดี?

1.ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมากสำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะจะช่วยได้

2.เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึกๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้าช่วยลดอาการได้

3.ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพรตามที่แต่ละคนชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน(บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา)และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู

4.หากไม่ไหวจริงๆ ให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เพื่อเป็นการลดความสับสนที่สมองได้รับ ให้สมองรับสัมผัสการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น แต่ถ้าหลับไปจริงๆได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณใดๆ อาการเมารถเมาเรือจะหายไปเอง

เที่ยวทะเลให้สนุกนะครับ อย่ากังวลจนเกินไป ปรับอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสเข้าไว้ ทิ้งเรื่องงานเรื่องไร้สาระไว้ข้างหลัง ที่สำคัญ…เพื่อนใหม่ในเรือน่าสนใจกว่าเยอะ  ฮี่ๆ
ด้วยความห่วงใย

ไกด์กระบี่


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : http://www.bangburdtour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=53909390

เวลาที่เรารู้สึกแย่ๆ



“เวลาเรารู้สึกแย่ๆ

เข้าห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวรดหัวแรงๆ”
ได้ยินอะไรมั๊ย?

เสียงน้ำดัง สู้ๆ (ซู่ๆ)

เฮียฤทธิ์

วิธีอุทิศให้วิญญาณสัมภเวสีเร่ร่อน..ทำแล้วจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต


imageมาดูวิธีอุทิศให้วิญญาณหิวโหยสัมภเวสี..ทำแล้วจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต!!
การช่วยสงเคราะห์เหล่าวิญญาณเร่ร่อนหรือสัมภเวสี มาฝาก!! ที่ทำแล้วจะทำให้ชีวิตท่านรุ่งเรือง วิธีง่ายๆไม่มีอะไรมาก ลองทำตามกันดูนะอาจทำให้ชีวิตท่านรุ่งเรืองขึ้นแบบผดหูผิดตาเลยก็ได้…ไม่เชื่ออย่าลบหลู่กับสิ่งที่มองไม่เห็นแบบนี้ อย่างน้อยๆ สิ่งที่ได้คือ การให้และการเสียสละ แค่นี้ก็คงทำให้พวกเราสบายใจแล้ว….

การสงเคราะห์วิญญาณง่ายๆและได้บุญยิ่งนัก คือ

1. ทุกวันพระข้างแรม ให้จัดกระทงใบตอง มีข้าวกุ้งพล่าปลายำ น้ำ หมากพลู ขนมหวาน ปักธูป 1 ดอก ไปไหว้ที่ทาง 3 แพร่ง ให้สวด นะโม 3 จบ แล้วว่า

“อิติเวสสุวัณโณ สัพพะภูโตสุขัง” 7จบ

แล้วอย่าหันกลับไปมอง เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ตนเองไปในตัวด้วย

2. ถวายธูปเทียนแก่ศาลเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายพร้อมไฟแช็คหรือไม้ขีด โดยไปถวายในศาลทั่วๆไปที่มีคนไหว้ ให้ถวายในวันพระข้างแรมเช่นกัน เวลาถวายให้จุดธูป 5 ดอก แล้วว่า

“อมอิมังธูปะบูชา ภุมมะเทวา สุขิตาโหนตุ” (7 จบ)

3. ไหว้ธูป 1 ดอกทุกวันหน้าบ้านด้วยขนมหวาน ข้าว 1 ปั้น หมูปิ้ง 1 ชิ้น ใส่ในกระทงใบตองก็ได้ พร้อมหมากพลู และ น้ำ 1 แก้ว ให้สวด

“อิติ ธรณี ไมตรี เมตตา ภูตา ภุมมิ มหาลาภัง ภะวันตุเม” (7 จบ)

เหมาะสำหรับคนที่เปิดร้านค้าขายจะดีเป็นพิเศษ ควรทำก่อนเที่ยง

ขอบคุณ thaihiggs.com

บันไดขึ้นลง สระมรกต จำเป็นแค่ไหน?


สระมรกตวันนี้…

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ อ้างเรื่องความปลอดภัย เรียกร้อง(ผ่านมัคคุเทศก์) ให้ทำบันได เพื่อขึ้นลงสระมรกต

เพื่อนๆล่ะ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?emerald

กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ สสจ. กระบี่ จัดประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดกระบี่


 

  

  

  

  

  

 วันนี้ (๘ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ) นายสุรศักดิ์ ขยันการ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดกระบี่ และเครือข่ายภาครัฐ/เอกชน เพื่อส่งเสริมงานธุรกิจบริการสุขภาพตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐาน จังหวัดกระบี่ ปีงบประมาณ๒๕๕๘  ณ ห้องประชุมโรงแรมกระบี่ฟร้อนเบย์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จัดโดยหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค


การประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพ จังหวัดกระบี่ มี น.ส.นฤมล ตรีเพชรศรีอุไร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นวิทยากร โดยมีผู้ประกอบธุรกิจบริการสุขภาพ ในจังหวัดกระบี่ ทั้งรายที่ผ่านการรับรองและยังไม่ยื่นขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวน ๕๐ ท่าน เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นการพัฒนายกระดับการดำเนินงานและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจบริการสุขภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะให้มีการจัดตั้งชมรมสปาและนวดเพื่อสุขภาพ จังหวัดกระบี่ และนัดทำฐานข้อมูลโดยใช้ระบบสารสนเทศในการรับรองมาตรฐานธุรกิจบริการสุขภาพที่เป็นเครือข่ายทั้งหมดให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดอบรมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทั้งความงดงามและหลากหลาย และยังมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนจุดเด่นของบริการด้านวัฒนธรรม ประเพณี มารยาทในการบริการ ความเอื้ออาทรแบบไทย และบริการเสริมอื่น ๆ เช่น อาหาร โรงแรม รีสอร์ท ซึ่งส่งเสริมการดำเนินกิจการสถานบริการสุขภาพ ดังนั้นการพัฒนาทางด้านธรกินบริการสุขภาพเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งประกอบไปด้วยสปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ ภูมิปัญญาไทยด้านการแพทย์แผนไทย และผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน จึงมีความนำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการสร้างบริการให้มีศักยภาพสูขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพแบบองค์รวมจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาความรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองและรองรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งเอเชีย  และแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด คือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสุขภาพ รวมทั้งการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AEC)โดยวัตถุประสงค์ของการจัดบริการสุขภาพในมิติเศรษฐกิจมุ่งเน้นเป้าหมายที่จะส่งเสริมธุรกิจสุขภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ส่งผลให้มีรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น และมีการจ้างงานในชุมชนเพิ่มตามมา อันจะเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจรากฐานของประเทศต่อไปได้ รวมถึงการทำให้นักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้ใช้บริการในสถานประกอบการประเภทธุรกิจบริการสุขภาพมีความปลอดภัยจากการบริโภคสินค้าและบริการ สำนักงานสาธารสุขจังหวัดกระบี่ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพให้มีคุณภาพมาตรฐาน จังหวัดกระบี่ ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ขึ้น