Have a good day


Have a good day everyone…

Advertisements

นิทานสอนใจ เพิ่มค่าให้ตัวเองโดยไม่ไปลดค่าของคนอื่นลง


Prakal's Blog

เคยพบกับคนประเภทที่ ทำให้ตัวเองสูงขึ้น โดยดันให้คนอื่นต่ำเตี้ยลงบ้างมั้ยครับ คนแบบนี้จะไม่มีใครคบด้วยแน่นอน การที่เราอยากจะดีขึ้น สูงขึ้น หรือประสบความสำเร็จมากขึ้นนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้คนอื่นแย่ลงกว่าเรา โดยการเหยียบย่ำคนอื่นให้แย่ เพื่อทำให้เราดูดีในสายตาของอีกคนที่มองเข้ามา

View original post 101 more words

เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”


เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก ) ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ

 

อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก )   ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ  มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

 

สมัยรัชกาลที่ 2  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าพระยานคร ( น้อย ) ให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็น “แขวงเมืองกาไส หรือปกาไส”  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27 ปี ถึง พ.ศ.2354

 

 

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระ ราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อ  หลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ในฐานะ  ” หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก ” โดยอยู่ใต้การดูแลของสมุหพระกลาโหม   สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือสามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวกจึง ได้ย้ายเมืองกระบี่จากบ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ มาตั้งที่ตำบลปากน้ำ

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมากจึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิมไปทางทิศตะวันออก  พ.ศ. 2476 กระบี่จึงมีฐานะเป็นจังหวัด ตามระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นมา    ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510

 

ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบเล็กอีกเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่าควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล

แต่เนื่องจากขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบ น้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ลักษณะการวางจึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่าเมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัยเป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตรขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองโดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อนถือว่ามีความองอาจกล้าหาญเทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระรามและในสภาพความเป็นจริงคนเฒ่าคนแก่ของเมืองกระบี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก และบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่ใหญ่” บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อ  “บ้านกระบี่น้อย” แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษฐานว่าคำว่า  “กระบี่”  อาจเรียกชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิด หนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น “หลุมพี” เรียกชื่อว่า “บ้านหลุมพี” มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น “กะ-ลู-บี” หรือ “คอโลบี” ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า  “กระบี่”

เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2352) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพาน เจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการ ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ 2 แห่ง  คือ   ที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณ ทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งเพนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรี ธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2497 ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ 6 เชือก มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย 1 เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ให้ชื่อว่าพลายแก้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2499 ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2502 ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

กองหินมุสัง จุดนัดพบของฉลามดสวและป่าปะการังสวยใต้ทะเล


กองหินมุสัง จุดนัดพบของฉลามดสวและป่าปะการังสวยใต้ทะเล

กอง หินมุสังหรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ Shark Point หินจม หรือ Anemone Reef และซากเรือจมคิงส์ครุยเชอร์ คือ อาฯจักรใต้ท้องทะเลอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของทะเลอันดามัน อยู่ระหว่างภูเก็ตและเกาะพีพี มีลักษณะเป็นป่าปะการังใต้ทะเลและเนินใต้น้ำซึ่งปกคลุมไปด้วยดอกไม้ทะเลหลาก สีสัน รวมทั้งบ้านใหม่ของสัตว์น้ำจากการจมลงของเรือคิงส์ครุยเซอร์

ที่นี่จึงเป็นอีกแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่อสามารถเที่ยวชมปะการังอ่อนและปลา หลากสีสันทั้งปลาการ์ตูน ปลาไหลมอเรย์ ปลาผีเสื้อ ปลาจิ้มฟัน จระเข้ปีศาจ กุ้ง รวมทั้งปูลูกกวาดนอกจากนั้นที่สำคัญบริเวณกองหินมุสังคือจุดนัดพบของฉลามดาว ที่พบได้ง่ายที่สุดในประเทศไทยคุณมีนัดไว้แล้วในโปรแกรมของคุณ

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  เดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน เดือนที่ดีที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 10.00 น. – 13.00 น.

–      การเดินทาง:  จากเกาะพีพีดอนลงเรือที่อ่าวต้นไทร ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที จากกระบี่ลงเรือที่อ่าวนาง ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่กองหินมุสัง

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มุมมองอัศจรรย์เกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามัน


มุมมองอัศจรรย์เกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามัน

เกาะไข่ดาว

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนธันวาคม ถึง เดือนมกราคม ช่วงวันฟ้าใสและไม่มีหมอกแดด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.

หากจะตามหา เกาะสวรรค์กลางทะเลอันดามันสักเกาะหนึ่งที่มีสัณฐานประดุจไข่ดาวมีหาดทราย ขาวล้อมรอบกลางเวิ้งน้ำสีคราม ไม่ไกลจากเกาะพีพีดอนทางทิศเหนือจะมีเกาะในฝันนั้นอยู่แห่งหนึ่ง คือ เกาะไผ่อาณาบริเวณของกลุ่มเกาะแห่งนี้ ประกอบด้วยตัวเกาะไผ่อยู่ตรงกลางมีเกาะยุงซึ่งมีหน้าผาสูงชันอยู่ทางทิศ ตะวันตกส่วนทางทิศใต้จะเป็นหินกลางแหล่งน้ำตื้นสีฟ้าใสประกอบกันเป็นดง ปะการังแสนไร่ อุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังชนิดต่างๆมากมายเมื่อมองจากทางอากาศลงมาจะเห็นเกาะ ไผ่โดดเด่นเป็นเกาะไข่ดาวชัดเจนและหากบินโฉบไปทางด้านใต้บริเวณหินกลางจุด นี้ก็จะเป็นเวิ้งน้ำสีฟ้าใสเป็นวงกลมสวยงามมากเคียงข้างกันมุมมองอัศจรรย์ ของเกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามันจึงมีอยู่จริงมิใช่เพียงในความฝัน

การเดินทาง : มีเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำจากสนามบินภูเก็ต

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เล่นน้ำทะเลหน้าฝนระวังแมงกะพรุนพิษ


ช่วงนี้น้ำทะเลเปลี่ยนในช่วง low season ทุกปีจะมีแมงกะพรุนพิษ โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก ให้ลูกค้าระวังในการเล่นน้ำด้วยครับ ช่วงนี้หากสามารถสวมเสื้อผ้าปกปิดผิวหนังได้จะเป็นการดี และพกน้ำส้มสายชูไปด้วยจะยิ่งดี และให้ระมัดระวังสอดส่อง หากบริเวณใดที่มีแมงกะพรุน ก็ให้งดเล่นน้ำในบริเวณนั้น

เตือนผู้ที่โดนแมงกะพรุนพิษ อย่ารีบดึงหนวดออก เพราะจะทำให้พิษเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เซลล์ผิวหนังตาย ปวดรุนแรง หากพิษเข้าสู่กระแสเลือดอาจเสียชีวิตได้ใน 2 – 10 นาที 

แต่ให้ล้างด้วยน้ำส้มสายชูบริเวณที่โดนสายหนวดแมงกะพรุน จะระงับการยิงพิษ ซึ่งจะลดโอกาสการเสียชีวิต บางคนไม่มีอาการแพ้แต่บางคนแพ้รวมกับโรคประจำตัวทำให้มีอาการแทรกซ้อน การรักษาจะยากขึ้นและค่าใช้จ่ายก็สูงตาม

เที่ยวทะเลกระบี่ให้สนุกและปลอดภัย

ด้วยความห่วงใย #GuideKrabi

เที่ยวเกาะพีพี ไป-กลับ


กรณีที่คุณต้องการเที่ยวรอบเกาะพีพี แต่มีเวลาจำกัด ต้องการไปและกลับภายในวันเดียวกัน
ขอแนะนำให้เลือกวันเดย์ ทัวร์เกาะพีพี-อ่าวมาหยา โดยเรือเร็ว ดีกว่า คุ้มกว่าครับ
ซึ่งจะรวมบริการ รถรับส่งจากโรงแรม-ท่าเรือ
มีมัคคุเทศก์บริการ, ประกันภัย, อุปกรณ์ดำน้ำ อาหารกลางวัน, น้ำดื่ม, ผลไม้ ฯลฯ

หากเดินทางโดยเรือใหญ่ จะแนะนำกรณีที่ต้องการไปค้างที่เกาะเท่านั้นครับ
เพราะจะใช้เวลาต่อเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง
ไป 2 ชั่วโมง, กลับ 2 ชั่วโมง
ดังนั้น ถ้าจะไป-กลับ ภายในวันเดียวกัน คุณแทบไม่มีเวลาไปไหนเลยครับ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล กระบี่บ้านเรา


We Love KRABI

12 ส.ค.59

welovekrabi-2ด้วยขณะนี้ได้ปรากฎข่าวสาร การเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

จึงขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนชาวกระบี่ ร่วมช่วยกันสังเกตรอบสถานที่ตั้งของตนเอง หากพบเห็น บุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของใดที่ต้องสงสัย โปรดแจ้งให้จนท. ทราบในทันที

ข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติต่างๆวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็น ระเบิด !! และการปฏิบัติของผู้พบเห็น

  1. พบสิ่งของวางอยู่ในที่ที่ไม่สมควรอยู่ เช่น เป้ , กระเป๋า , ถุง , กล่อง สอบถามหาเจ้าของแล้วไม่มีผู้แสดงตนให้สงสัยว่าเป็นวัตถุอันตราย
  2. เป็นวัตถุที่มีลักษณะภายนอกผิดปกติจากรูปเดิม เช่น สีที่แตกต่างจากความเป็นจริง , กล่องที่ปิดผนึกไม่เรียบร้อย หรือมีรอยยับบริเวณที่ปิดผนึก
  3. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่นั้นมาก่อน มีส่วนประกอบของสายไฟ , แบตเตอรี่ , นาฬิกา หรือโทรศัพท์
  4. เมื่อพบเห็นห้ามจับต้อง , หยิบยก , เคลื่อนย้าย หรือทำให้เคลื่อนไหว โดยเด็ดขาด
  5. ตั้งสติ ควบคุมอารมณ์ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้
  6. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยเพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ เช่น ขนาด , รูปร่าง ลักษณะบ่งบอกอื่นๆ เช่น มีเสียงการทำงาน , มีสายไฟฟ้า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบ
  7. หากสามารถกระทำได้ควรบันทึกภาพเมื่อพบผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้กระทำหรือจง ใจวางสิ่งของต้องสงสัยนั้นส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไป
  8. หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วให้รีบออกจากพื้นที่ที่พบวัตถุต้อง สงสัย ไม่น้อยกว่า 100 – 400 เมตร และรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด
  9. กรณีเจ้าของกิจการ ร้านค้า ถูกข่มขู่วางระเบิดทางโทรศัพท์ ให้โทรแจ้ง 1100

สำหรับเจ้าหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบพื้นที่

  1. อพยพผู้คนออกนอกเขตอันตรายไม่น้อยกว่าระยะที่กำหนด 100 – 400 เมตร
  2. สอบถามข้อมูลจากผู้พบเห็นหรือพยานที่พบเห็น
  3. ให้ข้อมูล และสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานข่าวของรัฐ
  4. แจ้งหน่วยช่วยเหลืออื่นๆ
  5. ให้รอพบเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่

สื่อมวลชน ! ขออย่าเข้าไปในพื้นที่ห้ามเข้า เมื่อสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติงาน

  1. ผู้ประกอบธุรกิจ รร. , คอนโด , บ้านเช่า ฯลฯ

– ตรวจสอบหนังสือเดินทาง ตรวจดูรูป บันทึกหมายเลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิดและสัญชาติ

– พนักงาน รปภ. อาจเห็นคนต่างชาติหรือต้องสงสัยเดินทางสำรวจ , ถ่ายรูป , VDO แล้วให้รีบแจ้งให้ผู้จัดการทราบเพื่อตรวจสอบว่าพักอยู่ที่ห้องใด

– หมั่นตรวจดูอาคารสถานที่และบันทึกหมายเลขรถเข้า ออก พนักงานทำความสะอาดห้องพักอาจเห็น เศษสายไฟฟ้า , นาฬิกาปลุก , ถ่านไฟฉาย , หนังสือเกี่ยวกับวัตถุระเบิด , แผนที่ , แผนผัง ต้องแจ้งผู้จัดการทราบแล้วติดต่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

  1. ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร , ดิสโก้เธค

– หากพบชาวต่างชาติเดินเข้ามาเที่ยว นั่งหลบมุม สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , เหล้า , เบียร์ แต่ไม่ดื่มหรือดื่มเล็กน้อยมีท่าทางสังเกตสถานที่อย่างผิดปกติควรสงสัยและ แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

– พนักงานหน้าร้านสังเกตบุคคลฝั่งตรงข้ามร้านมีผู้ใดมาสังเกตการณ์ในลักษณะ ตรวจสอบสถานที่โดยถ่ายภาพหรือ…

View original post 58 more words

เมาคลื่น, เมาเรือ จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร (โดยไม่ใช้ยา)


วันนี้ไกด์กระบี่ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาการเมาเรือ, เมาคลื่น ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร รับรองว่าหมดสนุกไปทั้งทริปเลย

ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยเทคนิคการป้องกันและแก้ไขการเมารถ เมาเรือว่า อาการเมารถ เมาเรือ เกิดจากขณะเคลื่อนไหว สมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน

เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย ที่อยู่ในหูชั้นใน ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อย ๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเมาน้อยลง หรือไม่เมาเลย

ในเมื่อตั้งใจจะไปเที่ยวให้สนุก ไกด์กระบี่อยากแนะนำวิธีง่ายๆในการเตรียมรับมือกับอาการ “เมาเรือ” กันก่อน ก่อนจะไปให้อาหารปลาระหว่างทัวร์กันนะครับ
อ้อ! การเอาพลาสเตอร์แปะสะดือ ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ  อิอิ

  • เตรียมตัวก่อนไปเที่ยว

หากใครที่รู้ตัวหรือเคยมีอาการเมาเรือ หรือคลื่นใส้เวลานั่งรถหรือนั่งเรือควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. ก่อนไปทัวร์ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการเมาเรือได้ง่ายขึ้น

2. ก่อนลงเรือ ห้ามท้องว่างหรือทานอิ่มเกินไป ควรทานอาหารก่อนลงเรืออย่างน้อย 30นาที

3. “เมาค้าง” อันนี้ไกด์เจอบ่อย มักจะมาพร้อมกับนอนไม่พอ เมาเหล้ากับเมาเรือคนละเรื่องกันนะ

4. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ต้องไม่รัดแน่นจนรู้สึกอึดอัดเกินไป

5. ความเครียด เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการคลื่นไส้ ร่าเริงสดใสเข้าไว้ เป็นมิตรกับทุกคน

  • เมื่อลงเรือ…

1. หาตำแหน่งนั่งที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อึดอัด

2. ขณะเรือกำลังแล่น ห้ามเดินไปมา หรือหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลัง หรือเพ่งมองจุดใดๆนานๆ

ควรมองออกไปที่ขอบฟ้าไกลๆ จะช่วยให้สายตาเราไม่ต้องทำงานหนัก

3. โทรศัพท์มือถือ สมัยนี้ใครๆก็ใช้ ใครๆก็แชท

แต่ระหว่างที่เรือกำลังวิ่งฝ่าคลื่น การเพ่งมองหน้าจอมือถือทำให้สายตาและประสาทตาทำงานหนัก ทางที่ดีควรงดใช้ไปก่อนจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

4. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะหู ซึ่งมีผลโดยตรงกับความกดดันของอากาศและอาการโครงเครงในเรือ

  • เมื่อมีอาการ: ทำไงดี?

1.ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมากสำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะจะช่วยได้

2.เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึกๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้าช่วยลดอาการได้

3.ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพรตามที่แต่ละคนชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน(บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา)และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู

4.หากไม่ไหวจริงๆ ให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เพื่อเป็นการลดความสับสนที่สมองได้รับ ให้สมองรับสัมผัสการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น แต่ถ้าหลับไปจริงๆได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณใดๆ อาการเมารถเมาเรือจะหายไปเอง

เที่ยวทะเลให้สนุกนะครับ อย่ากังวลจนเกินไป ปรับอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสเข้าไว้ ทิ้งเรื่องงานเรื่องไร้สาระไว้ข้างหลัง ที่สำคัญ…เพื่อนใหม่ในเรือน่าสนใจกว่าเยอะ  ฮี่ๆ
ด้วยความห่วงใย

ไกด์กระบี่


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : http://www.bangburdtour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=53909390

เวลาที่เรารู้สึกแย่ๆ



“เวลาเรารู้สึกแย่ๆ

เข้าห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวรดหัวแรงๆ”
ได้ยินอะไรมั๊ย?

เสียงน้ำดัง สู้ๆ (ซู่ๆ)

เฮียฤทธิ์

วิธีอุทิศให้วิญญาณสัมภเวสีเร่ร่อน..ทำแล้วจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต


imageมาดูวิธีอุทิศให้วิญญาณหิวโหยสัมภเวสี..ทำแล้วจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต!!
การช่วยสงเคราะห์เหล่าวิญญาณเร่ร่อนหรือสัมภเวสี มาฝาก!! ที่ทำแล้วจะทำให้ชีวิตท่านรุ่งเรือง วิธีง่ายๆไม่มีอะไรมาก ลองทำตามกันดูนะอาจทำให้ชีวิตท่านรุ่งเรืองขึ้นแบบผดหูผิดตาเลยก็ได้…ไม่เชื่ออย่าลบหลู่กับสิ่งที่มองไม่เห็นแบบนี้ อย่างน้อยๆ สิ่งที่ได้คือ การให้และการเสียสละ แค่นี้ก็คงทำให้พวกเราสบายใจแล้ว….

การสงเคราะห์วิญญาณง่ายๆและได้บุญยิ่งนัก คือ

1. ทุกวันพระข้างแรม ให้จัดกระทงใบตอง มีข้าวกุ้งพล่าปลายำ น้ำ หมากพลู ขนมหวาน ปักธูป 1 ดอก ไปไหว้ที่ทาง 3 แพร่ง ให้สวด นะโม 3 จบ แล้วว่า

“อิติเวสสุวัณโณ สัพพะภูโตสุขัง” 7จบ

แล้วอย่าหันกลับไปมอง เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ตนเองไปในตัวด้วย

2. ถวายธูปเทียนแก่ศาลเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายพร้อมไฟแช็คหรือไม้ขีด โดยไปถวายในศาลทั่วๆไปที่มีคนไหว้ ให้ถวายในวันพระข้างแรมเช่นกัน เวลาถวายให้จุดธูป 5 ดอก แล้วว่า

“อมอิมังธูปะบูชา ภุมมะเทวา สุขิตาโหนตุ” (7 จบ)

3. ไหว้ธูป 1 ดอกทุกวันหน้าบ้านด้วยขนมหวาน ข้าว 1 ปั้น หมูปิ้ง 1 ชิ้น ใส่ในกระทงใบตองก็ได้ พร้อมหมากพลู และ น้ำ 1 แก้ว ให้สวด

“อิติ ธรณี ไมตรี เมตตา ภูตา ภุมมิ มหาลาภัง ภะวันตุเม” (7 จบ)

เหมาะสำหรับคนที่เปิดร้านค้าขายจะดีเป็นพิเศษ ควรทำก่อนเที่ยง

ขอบคุณ thaihiggs.com

บันไดขึ้นลง สระมรกต จำเป็นแค่ไหน?


สระมรกตวันนี้…

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ อ้างเรื่องความปลอดภัย เรียกร้อง(ผ่านมัคคุเทศก์) ให้ทำบันได เพื่อขึ้นลงสระมรกต

เพื่อนๆล่ะ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?emerald

กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ สสจ. กระบี่ จัดประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดกระบี่


 

  

  

  

  

  

 วันนี้ (๘ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ) นายสุรศักดิ์ ขยันการ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดกระบี่ และเครือข่ายภาครัฐ/เอกชน เพื่อส่งเสริมงานธุรกิจบริการสุขภาพตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐาน จังหวัดกระบี่ ปีงบประมาณ๒๕๕๘  ณ ห้องประชุมโรงแรมกระบี่ฟร้อนเบย์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จัดโดยหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค


การประชุมวิชาการชมรมผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพ จังหวัดกระบี่ มี น.ส.นฤมล ตรีเพชรศรีอุไร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นวิทยากร โดยมีผู้ประกอบธุรกิจบริการสุขภาพ ในจังหวัดกระบี่ ทั้งรายที่ผ่านการรับรองและยังไม่ยื่นขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวน ๕๐ ท่าน เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นการพัฒนายกระดับการดำเนินงานและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจบริการสุขภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะให้มีการจัดตั้งชมรมสปาและนวดเพื่อสุขภาพ จังหวัดกระบี่ และนัดทำฐานข้อมูลโดยใช้ระบบสารสนเทศในการรับรองมาตรฐานธุรกิจบริการสุขภาพที่เป็นเครือข่ายทั้งหมดให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดอบรมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทั้งความงดงามและหลากหลาย และยังมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนจุดเด่นของบริการด้านวัฒนธรรม ประเพณี มารยาทในการบริการ ความเอื้ออาทรแบบไทย และบริการเสริมอื่น ๆ เช่น อาหาร โรงแรม รีสอร์ท ซึ่งส่งเสริมการดำเนินกิจการสถานบริการสุขภาพ ดังนั้นการพัฒนาทางด้านธรกินบริการสุขภาพเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งประกอบไปด้วยสปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ ภูมิปัญญาไทยด้านการแพทย์แผนไทย และผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน จึงมีความนำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการสร้างบริการให้มีศักยภาพสูขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพแบบองค์รวมจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาความรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองและรองรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งเอเชีย  และแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด คือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสุขภาพ รวมทั้งการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AEC)โดยวัตถุประสงค์ของการจัดบริการสุขภาพในมิติเศรษฐกิจมุ่งเน้นเป้าหมายที่จะส่งเสริมธุรกิจสุขภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ส่งผลให้มีรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น และมีการจ้างงานในชุมชนเพิ่มตามมา อันจะเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจรากฐานของประเทศต่อไปได้ รวมถึงการทำให้นักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้ใช้บริการในสถานประกอบการประเภทธุรกิจบริการสุขภาพมีความปลอดภัยจากการบริโภคสินค้าและบริการ สำนักงานสาธารสุขจังหวัดกระบี่ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการสุขภาพให้มีคุณภาพมาตรฐาน จังหวัดกระบี่ ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ขึ้น 

ท่องเที่ยวกระบี่ร่วมเจรจาไกล่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบกรณีทัวร์ดีดีและเอ็มพีบี


วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2558) ที่ห้องประชุมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนง.กระบี่, ผู้จัดการสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ประชุมหารือเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรม ที่ได้รับผลกระทบกรณีนักท่องเที่ยวซื้อแพ็คเก็จทัวร์กับบริษัทเอ็มพีบีภาราดาและบริษัททัวร์ดีดี แล้วไม่สามารถใช้บริการตามกำหนดการได้ ได้มีนักท่องเที่ยวตกค้างอีกจำนวนมาก
พร้อมกันนี้ได้มีตัวแทนบริษัทเอ็มพีบีภาราดา(เซลล์)ได้ขอเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

ผลหารือร่วมกันสรุปว่า ทางผู้ประกอบการได้ตกลงร่วมกันที่จะช่วยเหลือเยียวนักท่องเที่ยวในราคาพิเศษตามรายการที่ระบุในเอกสารสั่งจอง (ของเซลล์ นุ้ยและแมคกี้) ซึ่งลูกค้าจะต้องติดต่อเข้ามาและใช้บริการภายในวันที่ 30 กันยายน 2558 นี้เท่านั้นวันที่ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละราย พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน,ตรวจสอบและกำหนดบทลงโทษทางสังคมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในกรณีเช่นนี้อีก
ความคืบหน้าทางสมาคมฯแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

IMG_0427

IMG_0503

เรื่องต้องห้าม สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่


เรื่องต้องห้าม สำหรับ นักปั่นจักรยานมือใหม่

31375-2

1. แค่เริ่มออกตัว ก็ปั่นเร็วเกินไปเสียแล้ว

อาจจะเป็นดาราหน้ากล้องที่ดีด้วยการนำอยู่หน้ากลุ่ม แต่ถ้าคิดจะถึงจุดหมายปลายทางพร้อม ๆ กันคนอื่น คิดใหม่ได้ครับ หัวใจที่เต้นเร็วเกิน ไปขณะเริ่มปั่นออกตัวใหม่ ๆ หรืออย่างน้อยใน 30 นาทีแรก ส่งผลให้ร่างกายปรับตัวเข้าเผาผลาญน้ำตาลสำรองให้หมดลงเร็วเกินควร ที่จริงแล้วต้องฝึกฝนให้ร่างกายคุ้นเคยกับการเผาผลาญไขมันสำรองก่อน ซึ่งจะใช้ได้นานกว่า โดยควรปั่นในความเร็วที่ยังคุยไปปั่นไปได้ก่อน หรือถ้าจะเล่นกันแรง ก็ขอให้ผ่านช่วง 20-30 นาทีแรกก่อนครับ หลังจากผ่านระยะนี้แล้ว ตัวใครตัวมันเลยครับ อย่าไปเลียนแบบนักแข่งที่ออกตัวกันแรง ๆ ครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็วอร์มอัพเสียจนเครื่องร้อนฉ่า พร้อมเร่งสุดชิวิตแล้ว

2. ใช้เกียร์ผิดปั่นขึ้นเนิน

ไม่ว่าเนินนั้นจะชันเท่าไร ว่ากันว่ารอบขาที่เหมาะสมควรจะอยู่ประมาณ 90-100 เสมอ (ยกเว้นที่มันชันสุด ๆ จริง ๆ อย่าง ชัน 14-18%) อาจจะต้องฝึกกันเยอะหน่อย แต่รอบขาที่ต่ำไป เราจะปั่นจนขายุ่ง วุ่นวาย เป็นพัลวัล สร้างความเครียดให้กับข้อต่อโดยไม่จำเป็น และหมดแรงโดยไร้ประโยชน์ หรือรอบขาที่สูงเกินไป ก็จะทำให้สูญเสียแรง เข่าทำงานหนัก อ่อนล้าได้ง่าย ๆ ถ้ามีเครื่องวัดรอบขา (cadence) ได้ก็จะเป็นประโยชน์ครับ แต่ถ้าไม่มีก็อาศัยประสบการณ์หน่อย หารอบขาโดย หรือจับเวลา 15 หรือ 30 วินาที แล้วนับรอบขาเอา ใช้ความรู้สึกหารอบขาให้เหมาะสมกับตัวเอง

3. เป็นหัวลากหรือปั่นตามกลุ่ม อย่างใดอย่างหนึ่งมากไป

เรียนรู้การประหยัดแรงบ้างด้วยการปั่นตามกลุ่ม แต่อย่าลืมขึ้นเป็นหัวลากคนอื่นบ้าง การปั่นตามหลังนักปั่นอื่น ๆ ซัก 8 คน สามารถประหยัดการเผาผลาญอ๊อกซิเจน ได้ถึง 30-40% แต่การปั่นตามหลังกลุ่มตลอดเสมอ อาจได้รับฉายา ไอ้ตัวดูด หรือห่อหมก (wheel sucker) ได้ แต่การใช้เวลาเป็นหัวลากมากไป แม้ว่าเพื่อนฝูงจะรักใคร่ได้รับฉายา ลากยาว หัวลากประจำก๊วน ถ้าไม่แกร่งพอ ก็อาจเจอกับอาการแผ่วเอาง่าย ๆ เรื่องสำคัญคือในกลุ่มต้องตกลงกันว่าใครจะขึ้นหัวลาก นานเท่าไร สลับกันยังไง ถ้าเป็นหัวลากอยู่ การให้ สัญญาณให้คนอื่นแซง อย่างเช่นขยับศอก โบกฝ่ามือ การหลบออกซ้ายลดความเร็วช้า ๆ ระวังคนข้างหลังมาเสยเอา ทำเขาล้มได้
พยายามอย่าเบรค ให้แรงต้านลมลดความเร็วลงช้า ๆ ถ้าปั่นตาม เพื่อประหยัดแรง ก็ต้องให้ชิดคันข้างหน้า ห่างกันระยะซักล้อหรือมากกว่า
แน่นอนยิ่งชิดก็ยิ่งประหยัดแรง แต่ก็ยิ่งเสี่ยง มองไกล สลับใกล้ อย่าก้มหน้าก้มตามองแต่ล้อหลังคันข้างหน้า

ให้ขี่ประจำตำแหน่ง อย่ามุดหรือกระแซะคันข้างหน้าเพื่อแซง ถ้าคิดจะแซงขอทางออกด้านขวา อยู่นอกกลุ่มแล้วจะไปไหนก็ไป หรือถ้าคิดจะย้ายตำแหน่งไปข้างหลัง ให้ขอทางออกทางซ้าย การเปลี่ยนจังหวะกะทันหัน เช่น จากนั่งเป็นยืนโยก จังหวะที่ลุกขึ้นยืนโยก ระวังอย่าให้จักรยานชะงัก การปั่นช้าลง เบรค หรือเปลี่ยนทิศทางโดยไม่ให้สัญญาณ อุบัติเหตุเกิดได้บ่อย ๆ เจ็บตัวเจ็บใจ เสียรถ เสียความรู้สึก มามากต่อมาก ถอดใจเลิกปั่นไปก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะถนนบ้านเรา ไหนต้องระวังมอไซต์สวน หรือรถจอดไหล่ทาง หรือแม้กระทั่ง หมาไล่ เรื่องนี้ว่ากันยาว

4. พักผ่อนน้อย

โอเวอร์เทรน หรือซ้อมมากไปเป็นอาการนักปั่นรู้สึกกันบ่อย เช่นเมื่อยล้า อ่อนแรง ขาดแรงจูงใจ อารมฌ์บ่จอย พาลขี้เกียจซ้อม ให้คิดว่าการพักผ่อนไม่ใช่การขาดซ้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมด้วยนะครับ ร่างกายเราใช้ช่วงพักผ่อนนี่แหละเสริมสร้าง ปรับปรุงระบบทั้งหัวใจและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ยกระดับประสิทธิภาพสูงขึ้น โปรแกรมการฝึกซ้อมดี ๆ ส่วนใหญ่ให้มีวันพักผ่อนเต็ม ๆ หลังวันซ้อมเบา
อาทิตย์ละครั้ง หรือถ้าโปรแกรมซ้อมไม่โหดมากนัก ก็อาจใช้วันนี้ไป ครอสเทรนนิ่งบ้าง อย่าง ว่ายน้ำ โยคะ เดินเล่น แต่ถ้าซ้อมกันหนัก ๆ โหด ๆ มา ให้พักผ่อนให้เต็มที่ หรืออาจะไปนวดตัว นวดกล้ามเนื้อ ก็ดีครับ

5 ปั่น ปั่น และปั่น พวกบ้าปั่น

พวกนี้ไม่ทำอะไรเลยนอกจาก ปั่น ปั่น และปั่นทั้งอาทิตย์ เอาชั่วโมงปั่นอย่างเดียว เรื่องของเรื่องก็คือว่า การปั่นไม่ใช่การออกกำลังที่มีการใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่ใช้เฉพาะส่วนล่างในการเคลื่อนไหว ในขนาดและทิศทางที่ชัดเจนและจำกัดมาก ผลที่ได้ก็คือกล้ามเนื้อส่วนนี้จะแข็งแรงมาก แต่กล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ใช้ก็จะอ่อนแอลง ก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อไม่สมดุลย์ ได้ ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานวิจัยยังพบอาการกล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้งานซ้ำซาก และมากเกินไปในนักปั่นกลุ่มนี้ถึง 85% ให้ชดเชยด้วยการฝึกใช้งานกล้ามเนื้ออื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโยคะ หรือ ยกน้ำหนัก ซิท อัพ เป็นต้น

6. ชอบปรับแต่งองค์ทรงเครื่องจักรยานก่อนปั่น

ทุก ๆ ครั้งก่อนล้อจะหมุน ดูเหมือนว่ารถเราหรือใครซักคนจะมีอะไรติดขัดทุกที ไม่ว่าจะเป็นปรับเบาะ ปรับเบรค ตัวจับแม่เหล็ก หรือแม้กระทั่งปรับสายเบรค สายเกียร์ทั้งหลาย ว่ากันว่าเวลาที่ดีที่สุดในการปรับแต่งรถก็คือทันทีที่ขี่เสร็จครับ เพราะอาการรวน หรือเสียงรบกวนทั้งหลายแหล่นั้นนั้นยังแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึก รวมถึง การล้างทำ ความสะอาด เช็ดถู หล่อลื่นต่าง ๆ หรือซ่อมแซมยางอะไหล่ก็เหมาะครับ สำหรับบางคนที่ชอบปรับแต่งเป็นอาจิณ ประเภทย้ำคิดย้ำทำนั้น แนะนำว่า ให้ทำเป็นเช็คลิสต์เลยครับ เก็บไว้รวมกับพวกยางอะใหล่ สูบ โดยให้รวมถึง พวกน้ำดื่มเกลือแร่ แม้กระทั่ง มือถือหรือไอพอด ไปด้วยเลย แต่ถ้าเจตนาจะปรับแต่งรถจริง ๆ ปั่นคนเดียวครับ พกเครื่องมือไปด้วย ปั่นไปเจออะไรไม่เข้าที่เข้าทางก็ปรับเลยครับ ดีที่สุด…

7. เห็นเนินเป็นลม เห็นนมสู้ตาย

นักปั่นที่ปั่นแต่ทางเรียบล้วน ๆ ไม่มีเนินให้ลองเล่น อย่างแถวกรุงเทพเนี่ย มักกลัวเนินครับ พยายามเลี่ยง ประเภทเห็นเนินเป็นลม เห็นนมแล้วซิ่ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ถ้าอยากปั่นให้ดีขึ้น ต้องซ้อมขึ้นเนินบ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะอ้างว่าขี่ขึ้นเนินไม่ดีเลยพาลหนีไปเลย ความจริงก็คือ ไม่มีใครขึ้นเนินไม่ได้หรอกครับ ของมันฝึกฝนกันได้ ลองเลือกหาเนินสั้น ๆ ชันซ้ก 4% ถึง 8% ใช้เวลาปั่นซัก หนึ่ง ถึง สองนาที
พยายามใช้แรงให้สม่ำเสมอตลอดทั้งเนิน เสร็จแล้วให้ฝึกบ่อย ๆ สองถึงสามเนิน ขนาดซักสามสิบนาทีต่ออาทิตย์ แล้วจะพบว่าตัวเองชักจะติดใจเนินละ แทนที่จะวิ่งหนีกลับวิ่งเข้าหาแล้วล่ะครับ ให้ฝึกการใช้รอบขา การใช้แรง การหายใจให้สม่ำเสมอ อย่าเพิ่งสนใจความเร็วมากนัก เนินมักเป็นที่ที่แยกหมู่จากจ่า แยกขาแรงกับขาใหม่อย่างแท้จริง ขณะที่ปั่นทางราบใคร ๆ ก็พอจะเกาะกลุ่มไปได้ บนเนิน นักปั่นที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มมักจะถูกสลัดทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย เสียแทบจะทุก ๆ ครั้ง หรือถ้าผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ กำลังจะผ่านยอดเนิน อย่าเพิ่งเบาเครื่องนะครับ ถ้าเป็นการแข่งขันหรือทริปที่ปั่นเหมือนกะแข่ง เคล็ดลับก็คือปั่นตามกลุ่มขึ้นเนินให้ได้ แล้วเก็บแรงไว้ใช้บนยอดเนิน ที่นี่แหละเร่งรอบขาหนีหายไปเลย นักปั่นที่มัวแต่พักรอบขาตอนนี้ จะถูกทิ้งอีกครั้ง ใช้ขาลงเนินนั่นแหละพักรอบขาเอา เรื่องนี้ต้องฝึกบ่อย ๆ ครับแล้วจะชิน ฮึ่ม แล้วมันก็จะเป็นทีข้ามั่งละว๊อย…

8. ทำตัวเป็นหมอกลางบ้าน

ปั่นจักรยานก็อาจเหมือนกีฬาแข่งขันอื่น ๆ ที่มักมีการเจ็บเนื้อปวดเมื่อยตัว หมูแผ่น กันอยู่เสมอ และพวกเราก็มักจะดูแลรักษาตัวเองเสียด้วย อาจคิดแค่ว่าเอาน้ำแข็งประคบเสียหน่อย หรือไปนวดเสียหน่อย หรือ ทาโน่นทานี่หน่อยก็โอเคแล้ว เรื่องของเรื่อง อาการเล็ก ๆ น้อย เหล่านั้นอาจกลับกลายเป็นอาการเรื้อรังประเภทกล้ามเนื้อ ฉีกขาดหรือปวดหลัง ปวดเอว ปวดคอ ถาวรได้ ถ้าได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นอาการปวดเมื่อยแปลก ๆ ก็รีบไปหาหมอโดยเร็วเลยครับ ถ้าเป็นหมอเฉพาะ ทางกายภาพกีฬาด้วยยิ่งดี (ไม่รู้ว่าบ้านเรามีมั่งหรือเปล่านี่) อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันสูงหรือต่ำผิดปกติ หรือเหนื่อย อ่อนเพลียผิดปกติ หรือบางคนอาจเคยมีอาการหัวใจผิดปกติมาก่อน อาจขอหมอตรวจเลือดให้ละเอียดหน่อย เช่นหาปริมาณธาตุเหล็กในเลือด อาการเส้นเลือดอุดตัน อาการพวกนี้อาจทำให้เราใช้แรงมากผิดปกติ ฟื้นตัวช้า สมรรถภาพหย่อนยาน หรืออาจถึงอัมพาต หรืออาจถึงตายได้ ก็มีให้เห็นกันครับ

9. กินผิดที่ผิดเวลา

บ่อยครั้งที่ในวันแข่ง หรือวันออกทริป เรามักทำตัวผิดจากวันธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเวลานอน เวลาตื่น หรือกินอาหารผิดไปจากที่เคยกิน หรือ ผิดเวลาจากที่เคยทำเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งถ่ายผิดที่ผิดเวลา อย่างเช่น มากินน้ำเต้าหู้ หรือปาท่องโก๋ตอนเช้า วันออกทริปหรือแข่ง เพราะว่ามันฟรี ทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยแตะต้อง อย่างนี้ต้องระวังให้มากครับ ท้องไส้บางคนไม่คุ้นเคย ไม่ได้ถูกฝึก อาจเกินอาการปั่นป่วน ไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่งเสียงรบกวนเอาง่าย ๆ ส่วนหลังปั่น ถ้าเป็นการปั่นทางไกลจริง ๆ ควรต้องเติมเต็มกระเพาะอาหาร ภายใน 45 นาทีหลังปั่นเสร็จ เพื่อให้ร่างกายสะสมพลังงานไว้ใช้เพื่อฟื้นสภาพต่อไป

10. นอนไม่พอ

ข้อนี้คงไม่ต้องว่ากันมากนัก ใครนอนไม่พอแล้วมาปั่นกันหนัก ๆ จะออกอาการเปลี้ยเห็นได้ชัด ๆ ส่วนใหญ่จะยอมสารภาพบาปกันทั้งนั้น
ร่างกายใช้เวลาระหว่างการนอนหลับ ทำการซ่อมแซมและพักฟื้นเซลล์กล้ามเนื้อ ที่สึกหรอจากการออกกำลังกาย การนอนน้อย ทำให้การะบวนการซ่อมแซมไม่ สามารถทำได้เต็มที่ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ฟื้นตัวช้า ขาดภูมิต้านทาน บางคนมีอาการปวดหัวบ่อย ซื่งถ้าไม่ขาดน้ำ ก็อาจมีสาเหตุมาจากนอนน้อยก็ได้ ในวัยเด็ก การนอนหลับสนิทเป็นช่วงที่ร่างกายเร่งกระบวนการเติบโตและความสูง ในทางการแพทย์คนนอนน้อยมีภาวะเลือดลอย หรือมีความเข้มข้นของเม็ดเลือดน้อย ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ สำหรับนักกีฬา ความเข้มข้นของเลือดน้อยทำให้เม็ดเลือดแดงนำอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้น้อยลง ทำให้ไม่มีแรง เป็นตะคริวง่าย นอนเท่าไรจึงจะพอ ไม่มีกฏตายตัว บางคน 5 ชั่วโมงต่อคืนก็พอแล้ว สำหรับหลาย ๆ คน ต้อง 6 – 8 ชั่วโมงจึงจะพอ สิ่งสำคัญก็คือ ความสม่ำเสมอครับ เคยนอนเท่าไรแล้วรู้สึกปกติ สบาย ๆ ก็อันนั้นแหละครับ

ทริป @ กระบี่


ทะเลสวย น้ำใส น้ำสีสวยฟ้าเขียว ….. กระบี่

alizeanno

เมื่อช่วงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ตัวเราและเพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวกันที่จังหวัดกระบี่มา เริ่มต้นการเดินทางก็สนุกแล้วอ่ะ
….เริ่มต้นด้วยการเดินทางโดยเครื่องบิน เป็นครั้งแรกเลยอ่ะที่เคยขึ้นเครื่องบิน ความรุ้สึกเป็นยังไงนะหรอ ???
บอกได้เลย ตื่นเต้นมากกกกกกกกกก 555 และที่สำคัญได้ขึ้นเครื่องบินกับเพื่อนๆ ที่รัก…..

พอไปถึงกระบี่วันแรก ตอนเย็นก็มีงานเลี้ยง ซึ่งสนุกสนานมาก ได้ขึ้นร้องเพลงด้วยแหล่ะ 5555 ร้องเพี้ยนด้วย

พอเช้าวันที่สอง ก็ได้ไปเที่ยวเกาะต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของทะเลกระบี่ อันได้แก่ ทะเลแหวก เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ เกาะปอดะ และที่สำคัญได้ไปอ่าวไร่เลย์อีกด้วย
ซึ่งสนุกมากๆ ทะเลสวย น้ำใส น้ำสีสวยฟ้าเขียว …..

DSC02241

DSC02301

DSC02337

View original post

เหนื่อยก็พัก…หนักก็วาง…


การที่กำก้อนหินไว้ในมือยิ่งกำยิ่งเจ็บ ฉะนั้นก้อควรปล่อยวางไป จะได้ไม่เจ็บ

กำก้อนหินก็ไม่ต่างกับการเก็บคำพูดหรือการกระทำของคนอื่นมาใส่ใจ
ยิ่งกำก็ยิ่งเจ็บ หากอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็ต้องรู้จักการปล่อยวาง และการให้อภัย

สังคมทุกวันนี้ที่มีแต่ปัญหาเพราะไม่เคยรู้จักคำว่าปล่อยวางและไม่รู้การให้อภัย มีแต่อยากจะเอาชนะ แก่งแย่ง แข่งขันกัน

อย่าไปยึดมั่นถือมั่นแม้แต่ร่างกายเราก็ไม่ใช่ของเรา ตายไปยังเอาไปไม่ได้…

Guidekrabi.com

2015/01/img_9588.jpg

เรื่องของกาแฟโบราณ นมอยู่ล่าง


เรื่องกาแฟโบราณ ใส่นมด้านล่าง

สมัยก่อนในตอนเช้า คุณลุงคุณป้ามักจะชอบไปนั่งจิบกาแฟกับปาท่องโก๋แถวๆร้านกาแฟหน้าปากซอย เราเรียกชุมนุมย่อยๆนี้ว่า “สภากาแฟ”

กาแฟโบราณนั้นมีเอกลักษณ์อยู่อย่างหนึ่งคือจะใส่นมข้นหวานไว้ด้านล่างแล้วเทน้ำกาแฟลงไปด้านบน ถ้าใครชอบหวานมากก็ตีนมด้านล่างให้ผสมกับเนื้อกาแฟ แต่บางคนที่ชอบหวานน้อยก็อาจจะดื่มโดยที่ไม่ต้องคนเลย

ทีนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่ง คุณลุงคนหนึ่งก็ไปนั่งจิบกาแฟที่สภากาแฟ พอดีหลานสาวเจ้าของร้านอยู่ในช่วงปิดเทอมจึงมาช่วยยายขายกาแฟ พอหลานยกกาแฟมาเสริฟ คุณลุงก็พูดขึ้นว่า

นมน้อยจัง

หลานสาวก็เขินอาย ตอบกลับไปเสียงเบาๆว่า

เพิ่งขึ้นค่ะ

ยายได้ยินดังนั้นก็ทุบโต๊ะดัง ปัง!! แล้วตะโกนว่า

เพิ่งขึ้นที่ไหนกัน ขึ้นมาตั้งสองเดือนแล้ว!!

สรุปว่า ลุงพูดถึงนมในแก้วกาแฟ ส่วนหลานสาวพูดถึงหน้าอกของตัวเอง ส่วนยายหมายถึงราคานมที่ปรับราคาขึ้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าขำๆจากต่วยตูนที่เล่าต่อๆกันมา แต่ในความตลกนั้นถ้าพิจารณาดีๆจะเห็นว่า

คนเราอาจพูดกันคนละเรื่องทั้งๆ ที่คิดว่ากำลังพูดเรื่องเดียวกัน ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอาจเกิดจาก “สถานภาพที่ต่างกัน” เช่น คนหนึ่งกำลังพิจารณากาแฟในแก้ว อีกคนหนึ่งกำลังกังวลเรื่องความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเอง และอีกคนหนึ่งกำลังกังวลเรื่องกำไรขาดทุน

ดังนั้น ความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้แม้จะกำลังพูดภาษาเดียวกัน นั่งพูดกันตัวต่อตัว และ ไม่มีใครมีเจตนาบิดเบือนข้อมูล นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความเข้าใจกันผิดเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงใด

การสื่อสารในองค์กรก็เช่นเดียวกัน หากขาดความระมัดระวัง เราก็จะพูดกันคนละเรื่อง…

IMG_1422.JPG

IMG_1423.JPG

วันนี้มีอะไร?


วันนี้ มีอะไร ในอดีต
“21 ตุลาคม 2557”

1) วันพยาบาลแห่งชาติ

2) วันสังคมสงเคราะห์
แห่งชาติ

3) วันทันตสาธารณสุข
แห่งชาติ

4) วันรักต้นไม้แห่งชาติ – กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2533 ตรงกับวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เนื่องจากพระองค์ทรงรักการปลูกต้นไม้ และส่งเสริมการปลูกต้นไม้มาโดยตลอด

5) วันอาสาสมัครไทย

6) วันนี้เมื่อ 140 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ.2417) – วันคล้าย
วันประสูติของ พระเจ้า
บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
รพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวง
ราชบุรีดิเรกฤทธิ์
พระบิดาแห่งกฎหมายไทย (สิ้นพระชนม์ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463)

7) วันนี้เมื่อ 114 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ. 2443) – วันคล้าย
วันพระราชสมภพของ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวรรคต 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538)

8) วันนี้เมื่อ 135 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ.2422) – หลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโธมัส อัลวา เอดิสัน ส่องสว่างขึ้นเป็นครั้งแรก

9) วันนี้เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ. 2487) – กองทัพญี่ปุ่นใช้การโจมตีแบบกามิกาเซครั้งแรก โดยบรรทุกระเบิดหนัก 200 กิโลกรัม โจมตีเรือ เอชเอ็มเอเอส ออสเตรเลีย นอกชายฝั่งเกาะเลเตของฟิลิปปินส์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

10) วันนี้เมื่อ 69 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ.2488) – สตรีใน
ประเทศฝรั่งเศสได้รับสิทธิ
ในการออกเสียงเลือกตั้ง
เป็นครั้งแรก

11) วันนี้เมื่อ 47 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ.2510) – สงครามเวียดนาม : ประชาชนกว่า 100,000 คน ชุมนุมประท้วงในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อคัดค้านการทำสงคราม

12) วันนี้เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา
(พ.ศ.2545) – ภราดร ศรีชาพันธุ์ได้แชมป์เทนนิสเอทีพีทัวร์รายการที่สองในการเล่นอาชีพ ในรายการสตอกโฮล์มโอเพน ที่สตอกโฮล์ม สวีเดน ต่อมาได้นำถ้วยรางวัลขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

(เพิ่มเติม)

วันอังคารที่
21 ตุลาคม 2557
สีนำโชค : สีเทา สีฟ้า สีขาว สีน้ำตาล และ สีม่วง
สีไม่เป็นมงคล : สีเหลือง และ สีเขียวอ่อน
ฤกษ์ดีของวันนี้ : 07.30-09.00 น. และ 10.30-12.00 น.

IMG_1120.JPG

IMG_1121.JPG

IMG_1119.JPG

IMG_1122.JPG

IMG_1125.JPG

IMG_1123.JPG

IMG_1126.JPG

IMG_1124.JPG