ถ้วยใบเก่า กับอาม่าแก่ๆ


ครั้งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งมีสามี ภรรยา ลูกชาย และอาม่าแก่ๆคนหนึ่งอาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง มีอาการมือสั่นตลอดเวลาทำให้ถือของลำบาก โดยเฉพาะเวลาทานข้าวร่วมกับครอบครัว อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบากและทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอดเวลา

ลูกสะใภ้อาม่าก็รู้สึกหงุดหงิดและรำคาญกับเรื่องนี้มาก จึงปรึกษากับสามีว่า นางทนไม่ได้ที่เห็นอาม่าทานข้าวหกเลอะเทอะเกลื่อนโต๊ะ มันทำให้นางกินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถหาวิธีทำให้มืออาม่าหายสั่นได้

จากนั้นอีกไม่กี่วันลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกว่า จะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก สามีก็ยอมแก้ไขตามคำแนะนำของภรรยา นั่นคือ

เมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาก็จัดโต๊ะให้แม่นั่งแยกต่างหาก ตามลำพังคนเดียว โดยใช้ถ้วยข้าวราคาถูก ๆ บิ่น ๆ เพราะอาม่าชอบทำถ้วยแตกบ่อย ๆ

เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้ นางนึกถึงอดีตที่นางเคยเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา นางไม่เคยปริปากบ่น หรือย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก เวลาที่ลูกชายเจ็บไข้ นางก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี เวลาที่เขามีปัญหา นางก็ช่วยแก้ไขทุกครั้ง

สภาพร่างกายของนางที่ทรุดโทรมเป็นที่รำคาญของลูกสะใภ้ในวันนี้ ก็คือผลจากการอดทนตรากตรำทำงานหนักมาเป็นเวลายาวนานในวันก่อน ๆ เพื่อให้ลูกชาย..หรือสามีของลูกสะใภ้ในวันนี้ได้เล่าเรียน มีความรู้..มีอาชีพการงานที่ทำให้ลูกเมียอยู่สุขสบาย แต่ตอนนี้อาม่าเสียใจมาก..รู้สึกว่า..ตัวเองไร้ค่า..ถูกทอดทิ้ง

หลายวันผ่านไป..อาม่ายังคงเศร้าสร้อย รอยยิ้มเริ่มจางหายจากใบหน้า หลานชายตัวน้อยของอาม่า ซึ่งเฝ้าจับตาทุกอย่างมาโดยตลอด ก็เข้าไปปลอบใจและบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่า..คุณย่าเสียใจมากแค่ไหน ที่ถูกพ่อแม่ของเขาปฏิบัติต่อท่านเช่นนี้ และเขาก็บอกท่านว่า เขามีวิธีที่จะให้อาม่าได้กลับไปทานข้าวร่วมกับทุกคนได้เหมือนเดิม ความหวังเริ่มเบ่งบานขึ้นในหัวใจของหญิงชรา

นางถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร เด็กน้อยได้แต่ตอบเพียงว่า “เย็นนี้ขอให้คุณย่าแกล้งทำชามข้าวของคุณย่าตกให้มันแตกเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจนะครับ”

อาม่าได้ฟังก็แสนจะแปลกใจ แต่หลานชายตัวน้อยก็คงยืนกรานให้คุณย่าทำตามที่เขาบอก และบอกว่าที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าทีของเขาเอง

และแล้ว..เมื่อได้เวลาอาหารเย็น หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูด เพื่อจะดูว่าหลานชายมีแผนการอะไร นางจึงยกถ้วยข้าวใบเก่าที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นขึ้นแล้วแกล้งปล่อยลงบนพื้น เหมือนกับทำหลุดมือ ถ้วยข้าวเก่าใบนั้นหล่นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี!!!!!

ลูกสะใภ้เห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมจะด่าว่าอาม่าทันที แต่แล้ว..ลูกชายตัวน้อยของเธอ กลับรีบชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

“ว้า..คุณย่าทำไมทำชามแตกซะเละหมดล่ะครับ นี่ผมอุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่า..จะเก็บชามใบนี้ไว้ให้คุณแม่ผมใช้ต่อ แล้วเนี่ยผมจะเอาชามเก่าที่ไหนมาให้คุณแม่ผมใช้ ตอนแกแก่เท่าคุณย่าล่ะครับ??”

ลูกสะใภ้เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ก็ถึงกับอึ้ง…. หน้าซีด ด่าไม่ออกอีกต่อไป นางรู้สึกได้ทันทีว่า…ทุกสิ่งที่นางทำลงไปในวันนี้ย่อมจะเป็นตัวอย่าง ให้ลูกชายของนางปฏิบัติต่อนางในวันหน้าเมื่อนางแก่ตัวลงเช่นกัน

นางรู้สึกอับอายและสำนึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนในบ้านก็นั่งทานข้าวร่วมกันตลอดมา

แล้วคุณล่ะปฏิบัติเช่นไรกับผู้บังเกิดเกล้าของคุณ…………….

25570313-222231.jpg

เพื่อนแท้…เพื่อนเทียม…


นิทาน 3 เรื่อง บอกนิสัยคน

1. สมหวังไม่ชอบกินไข่ ทุกครั้งที่ได้ไข่มาก็ให้สมนึกกิน
แรก ๆ สมนึกก็รู้สึกขอบคุณสมหวัง แต่นาน ๆ เข้า สมนึกก็เคยชิน เมื่อเกิดความเคยชิน ก็เหมือนกับเป็นหน้าที่ ๆ สมหวังต้องทำ จนมาวันหนึ่ง สมหวังเอาไข่ให้สมชาย สมนึกก็อารมณ์เสีย โดยลืมไปว่าไข่นี้เป็นของสมหวัง ๆ จะให้ใครก็ได้
สมนึกจึงทะเลาะกับสมหวังเพราะเรื่องนี้ แล้วก็เลิกคบกัน

2. ฤดูร้อน ๆ มาก เพื่อน ๆ หลายคนไปเดินเล่นกัน ไปถึงแม่น้ำ ก็เอาขาไปแช่น้ำกัน ปรากฎว่า รองเท้าของสมศรีลอยตามน้ำไป
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน พื้นถนนร้อนมาก และต้องเดินไกล สมศรีจึงขอให้เพื่อน ๆ ช่วย แต่ทุกคนมีรองเท้าแค่คู่เดียว
สมศรีไม่สบอารมณ์ เพราะเธอชอบขอให้คนอื่นช่วยเสมอ และแค่ทำเป็นงอน ก็จะมีคนยื่นมือเข้าช่วย
แต่ครั้งนี้ไม่ เธอจึงคิดว่าเพื่อน ๆ ทุกคนใช้ไม่ได้ ไม่ยอมช่วยเหลือ
แล้วก็มีสมปองเอารองเท้าตัวเองให้สมศรีใส่ ยอมทนเท้าร้อนเดินต่อ สมศรีขอบคุณสมปอง ๆ บอกสมศรีว่า “เธอต้องจำไว้ว่า ไม่มีใครมีหน้าที่ต้องช่วยเธอ ที่ช่วยเธอเพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่ช่วยก็ไม่ผิด”
สมศรีจำคำพูดของสมปอง ต่อแต่นี้ไป สมศรีก็ให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ เป็น และด้วยความเต็มใจ
หลายครั้ง เรามักจะหวังให้คนอื่นดีต่อเรา ตอนแรก เราก็ซาบซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็เคยชิน เคยชินกับที่คนอื่นดีต่อเรา เหมือนเป็นหน้าที่ ๆ เขาต้องดีต่อเรา เมื่อวันหนึ่ง ไม่ดีต่อเรา ๆ ก็โมโห
ความจริง ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่ดีต่อเราแล้ว แต่เป็นเพราะเราเรียกร้องมากขึ้น เคยชินกับการรับ ก็เลยลืมบุญคุณ เลิกซาบซึ้ง ลืมขอบคุณ

3. แพะตัวหนึ่ง เจอหมาป่า ๆ จะกินแพะ ๆ จึงสู้ ใช้เขาสู้กับหมาป่า และก็ตะโกนขอให้เพื่อน ๆ ช่วย
วัวมองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไป
ม้ามองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไปอีกตัว
ลาเห็นเป็นหมาป่า ก็เดินหนีไปอย่างเงียบ ๆ
หมูผ่านมา เห็นเป็นหมาป่า ก็หายตัวไป
กระต่ายได้ยิน วิ่งหนีแซงเพื่อน ๆ ไปทุกตัว
หมาได้ยิน รีบวิ่งเข้ามา จะสู้กับหมาป่า ๆ เห็นมีหมามาช่วยจึงวิ่งหนีไป แพะรอดตาย
กลับมาถึงบ้าน เพื่อน ๆ มาทุก “ตัว”
วัวบอก “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เขาของข้าแทงทะลุท้องมัน”
ม้า “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เกือกของข้า กระทืบมัน”
ลา “ทำไมไม่บอก ข้าจะร้องเสียงดัง ๆ ให้หมาป่าตกใจตาย”
หมู “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้ปากของข้า พุ้งชนให้มันตกเขาไป”
กระต่าย “ทำไมไม่บอก ข้าวิ่งเร็ว ข้าจะไปส่งข่าวของความช่วยเหลือ”
ในการพูดคุยกันอย่างเมามันนี้ ขาดอยู่”ตัว”เดียวคือหมา…

มิตรภาพที่แท้จริง ไม่ใช่ดูที่คำพูดที่แสนหวาน แต่เป็นมือที่ยื่นให้ตอนคับขัน
พวกที่อยู่ล้อมหน้าล้อมหลังคุณ ทำให้คุณรู้สึกดี อาจจะไม่ใช่เพื่อนแท้ของคุณ
แต่กับเขาที่ดูเหมือนห่างไกล แต่ใส่ใจคุณตลอดเวลา ตอนเธอมีความสุข ไม่ไปสมทบ แต่ตอนเธอต้องการช่วยเหลือ จะทำเพื่อคุณอย่างเงียบ ๆ และเป็นห่วงใส่ใจคุณ
นั่นเป็นเพื่อนแท้ของคุณ

25570311-100247.jpg

25570311-100259.jpg

25570311-100308.jpg

25570311-100316.jpg

25570311-100323.jpg

รายชื่อผู้สมัคร สว. กระบี่


ผลการจับสลากผู้สมัคร สว กระบี่

1. ดร.อภิชาติ ดำดี
2. นายสมเกียรติ. กิจธรรมเชษฐ์.
3. นายอดิเรก. เอ่งฉ้วน.
4. ว่าที่ รต ศรีศักดิ์. คำฝอย (ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นเอกสาร)
5. นายแสงชัย วสุนธรา

อย่าแหย่เสือหลับ


“เมื่อเสือหมอบอย่าเห็นเป็นเสือหลับ
มันจ้องจับมังสาเป็นอาหาร

คนพินอบพิเทาคนเอางาน
อย่านึกอ่านว่าเขากลัวในตัวใคร…”

25570109-024602.jpg

พรปีใหม่ 2557


ไม่เหลือพร จะอวยให้ ปีใหม่นี้
พรดีดี แย่งกันให้ ไม่เหลือหรอ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วงข้ามปี มีไม่พอ
อย่ารบกวน ท่านเลยหนอ โปรดเห็นใจ

ขึ้นปีใหม่ ใครก็ขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
พรไม่ค่อย จะสัมฤทธิ์ ช่วยไม่ไหว
ขอขอขอ ขอขอขอ อยู่ร่ำไป
ท่านไม่รู้ จะช่วยใคร งานล้นมือ

ปีใหม่นี้ ช่วยตัวเอง ลองดูก่อน
ถ้าไม่อยาก เป็นเดือดร้อน อย่าก่อหนี้
อยากจะรวย รู้จักพอ รวยทันที
อยากเป็นคน อารมณ์ดี ต้องปล่อยวาง

อยากแข็งแรง กำลังกาย ก็ต้องออก
อยากจะผอม ต้องห้ามปาก เอาไว้บ้าง
อยากสงบ หาให้พบ ทางสายกลาง
อยากจะพบ ทางสว่าง ให้เปิดไฟ…

GuideKrabi.com

25561230-232742.jpg

อยู่เมืองไทย อะไรๆก็ดี…


😊😃😉😄😃😉
ฝรั่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องมาเที่ยวเมืองไทย แล้วพบสิ่งแปลกๆที่บ้านเมืองของเขาไม่มี
สิ่งแปลกๆเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ลองอ่านดู

– เป็ปซี่ใส่น้ำแข็งใส่ถุง

– ช้างเดินเล่นกลางถนน ตำรวจไม่จับ

– คนไทย ทำไมต้องมีชื่อเล่น

– เห็นข้าวหลามครั้งแรก ฝรั่งเอามือป้องปาก ตกใจร้อง Oh My God !!!!! ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้
ข้าวหลามกระบอกเดียวถ่ายรูปมันทุกมุม ตื่นเต้นกว่าถูกล็อตโต้เสียอีก

– เอาปลาเน่ามาทอดกิน เหม็นตลบไป 3 บ้าน 8 บ้าน

– กระดาษสำหรับใช้เช็ดก้น เอามาใช้เช็ดปากก็ได้ด้วย

– ร้านอาหารจัดวางกระโถนไว้ใต้โต๊ะ ฝรั่งถามว่าไม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม

– บ้านมีศาลพระภูมิ ฝรั่งถาม บ้านหลังเล็กๆหน้าบ้าน เอาไว้ให้อะไรอยู่

– อาหารข้างทาง ริมถนน หาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

– กินผลไม้จิ้มเกลือ กินก๋วยเตี๋ยวแล้วใส่น้ำตาล

– คนไทยจูงมือคนแก่กับเด็ก ๆ ข้ามถนน, ลุกให้คนแก่นั่ง … ฝรั่งเห็นแล้วซึ้ง

– ข้ามถนน ตรงไหนก็ได้

– ผู้ใหญ่ตีเด็ก ฝรั่งเห็นแม่ค้าที่ตลาดจตุจักรตีก้นลูกผลั๊ว ๆ ฝรั่งตกใจตาค้างเลย

– ละครไทย ทำไมตัวละครหญิงต้องทำเสียงแปร๋น ๆ พร้อมกับทำตาเถลือกถลน

– คนไทยกินกันทั้งวันทั้งคืน กินได้ทุกที่ ไปที่ไหนๆ ก็มีอาหารขายข้างทางทั่วประเทศไทย

– อาหารเช้า กลางวัน เย็น เหมือนกันหมดใครอยากกินตอนไหน อยากกินอะไรก็กิน

– ทำไมคนไทยชอบกินอาหารนก ( เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดแตงโม )

– ฝรั่งได้ยินพระสวดงานทำบุญบ้าน ถามว่าทำไมต้องให้คนเหล่านีมาร้องเพลง

– ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านการทำนาที่แปลกมาก
(คือพัฒนาได้ช้านั่นเอง) ทั้งๆที่เป็นอาชีพประจำประเทศ
อันนี้เทียบกับญี่ปุ่นคือ สมัยก่อนญี่ปุ่นมีปัญหาขาดแคลนข้าวอย่างหนัก
จนต้องนำเข้าข้าวของไทย แต่พี่ไทยพอเห็นเงินก้อนใหญ่ดันโลภ เอาข้าวปลอมปนไป
ขายให้เค้าเค้าเลยไม่ยอมซื้อข้าวกับเราอีกเลย หลังจากนั้นญี่ปุ่นเลยทำนาเอง
เค้าสามารถทำนาได้สุดยอดมากๆ สามารถเกี่ยวข้าวทั้งไร่ได้ภายในวันเดียว เป็น
ระเบียบมากและสามารถสั่งข้าวผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางผุ้บริโภค
สามารถซื้อข้าวกับชาวนาได้โดยตรง (ขอย้ำว่าสามารถจัดการได้ใน 1 วัน)

– ทามมายโคนทายชอบขี้.. ขี้เกียจ ขี้โกง ขี้บ่น ขี้โม้ ขี้เห่อ ขี้อิจฉา ขี้มูก ขี้ตา ขี้เหม็น
เอะอะ อะไรก็ขี้ๆๆๆๆๆ … this that all the time

– คนไทยรักพระมหากษัตริย์มาก ฝรั่งตกใจว่าไม่คิดว่ าคนไทยจะรักพระมหากษัตริย์มาก
ถึงเพียงนี้

– ชาวมาเลย์ตกใจมากที่เห็นคนไทยเอารถราคาเป็นล้านมาทำ Taxi นั่งแล้ว ไม่อยากลง

– ใส่เสื้อผ้าเต็มสูบเล่นน้ำทะเล น้ำตก

– ฝรั่งงงกับภาษาของกระเป๋ารถเมล์มากคือคำว่าไป-ป้าย มันออกเสียงเหมือนกัน
ทำไมคำนึงรถถึงจอด กับอีกคำรถถึงวิ่งออกไป ฝรั่งฟังแล้วงงว่ามันคำเดียวไม่ใช่เหรอ

– ร้านก๋วยเตี๋ยวทำไมมีทั้งบนบกกับในเรือ คือทำไมบางร้านขายบนบกต้องเอาเรือมาจอด
แล้วทำไมคนขายต้องไปนั่งขายในเรือด้วยทั้งๆ ที่อยู่บนบกแท้ๆ

– ฝรั่งงงบางวันมีคนใส่เสื้อสีชมพูเยอะแยะไปหมด

– ทำไมเวลาขึ้นรถไฟฟ้าประเทศไทยแล้วเดินไปแลกเหรียญที่เคาน์เตอร์
ถึงซื้อตั๋วที่นั่นเลยไม่ได ต้องแลกเป็นเหรียญแล้วเดินกลับมาหยอดอีก

– ฝรั่งงงคนไทยนิสัยประหลาดผลไม้ไม่สุกก็เอามากิน เช่น มะม่วง

– คนเยอรมันประทับใจห้างในกรุงเทพฯ เปิดทุกวัน

– คนญี่ปุ่นตกใจมากกับคำว่า “กินเล่นๆ” บอกว่าคนไทยกินตลอดเวลาเลย
ถามว่ากินทำไม ..?บอกว่ากินเล่น ตกใจมากเพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีกินเล่นๆ มีแต่กินจริงจัง

– สาววัยรุ่นชาวฮอลแลนด์มาอยู่แถวอ.นาแก จ.นครพนม ไม่ยอมกลับบ้าน
แม่ตามให้กลับบ้านเท่าไรก็ไม่กลับบอกว่ากลับไปบ้านก็ไม่มีอะไรกิน หนาวก็หนาว
อยู่นี่มีกินทั้งปี อยากกินอะไรดึกแค่ไหนก็เดินออกมาซื้อกินได้ตลอด ผลไม้มีกินทั้งปี
กลับบ้านไปมีกินแต่หน้าร้อน ดอกไม้ก็บานทั้งปี ไม่ใช่ได้ดูแค่หน้าร้อนแบบบ้านเขา

– นักร้องคลิสตี้ติดอาหารไทยจนกลับไปบ้านเยี่ยมปู่ยา ต้องพกมาม่าไปด้วยเพราะ
กินอาหารบ้านตัวเองไม่ได้ มันเลี่ยนนมเนย

– ทำไมคนไทยชอบชวนกินข้าว

– เวลาเล่นเน็ตคนไทยชอบพิมพ์ “555+”

25561214-195916.jpg

ชุมชนเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ จังหวัดกระบี่


ชุมชนเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ ชีวิตที่เดินช้ากับการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่าธรรมชาติ

ชุมชนเกาะกลาง เกาะเล็กๆที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่าย  และยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างดี
เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่  ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ  ที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่  การเดินทางจากตัวเมืองกระบี่อาศัยเรือหางยาวข้ามฟาก ใช้เวลาเพียง 5 นาที  ที่นี้ประกอบด้วย  3  หมู้บ้าน  ประชากรราว 5,000  คน  ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชืพ เกษตรกรรม  ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วไป

  

เอกลักษณ์และความโดดเด่นของที่นี่ คือภูมิปัญญา และ วิถี ชีวิตชุมชนที่พึ่งพาอาศัย  และผูกพันสอดคล้องระหว่างมนุษย์กับทรัพยาธรรมชาติ
ที่มีอยู่  ผ่านกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมได้ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน การสักหอย  การทำนาข้าวสังหยด
การทำเรือหัวโทง  การทำผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น  นอกจากนี้  สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกาะกลางคงความงดงามและมีเสน่ห์ นั้นคือ  วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่รักสันติ สงบและเรียบง่าย  มิตรภาพและน้ำใจไมตรีของคนเกาะกลาง  คือส่วนหนึ่งของความสุขที่ถ่ายทอดออกมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส  ท่ามกลางสังคมและกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว  ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ยังคงก้าวไปตามจังหวะของตนเอง  ความสุขที่เรียบง่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวอาจหาได้ไม่ยาก  และไม่ไกลอย่างที่คิด  ณ ที่นี่ ชุมชนเกาะกลาง  เมืองกระบี่

   

นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวเกาะกลาง  สามารถเดินทางโดยนั่งเรือหางยาวข้ามฟาก  จากฝั่งตัวเมือง  มายังฝั่งเกาะกลาง โดยใช้บริการได้ 2 ท่า
คือ ท่าเรือสวนสาธารณะธารา  มายัง  ท่าเรือท่าเล  ใช้เวลา 5 นาที และท่าเรือเจ้าฟ้า  มายัง  ท่าเรือท่าหิน  ใช้เวลา  15  นาที  เรือให้บริการตั่งแต่
6  โมงเช้า   ถึง  3  ทุ่ม  เมื่อมาถึงสามารถใช้บริการรถสามล้อ  หรือ  เช่าจักรยาน บริเวณท่าเรือท่าเล เพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวและจุดต่างๆ
ระยะทางรอบเกาะ  ประมาณ  11  กิโลเมตร

กิจกรรมที่น่าสนใจ

ประมงชายฝั่ง (ประมงน้ำตื้น)

การทำประมงชายฝั่ง  เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเกาะกลาง  ที่สืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น  ชาวเกาะกลางส่วนใหญ่จะมีความรู้เรื่อง
การวางอวนปลา  การทำโป๊ะน้ำตื้น  การวางลอบปู  การสักหอย เป็นต้น  กิจกรรมที่น่าสนใจและนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิธีการทำประมงชายฝั่ง
ร่วมกับชาวบ้านได้ คือ  การทำประมงโป๊ะน้ำตื้น  และการสักหอย

การทำประมงโป๊ะน้ำตื้น

โป๊ะ (bamboo  strake  trap) หมายถึง  เครื่องมือประมงที่ตั้งอยู่ปากแม่น้ำ  หรือในทะเล  บริเวณที่มีกระแสน้ำขึ้นน้ำลง  เป็นเครื่องมือประเภทดักจับ
เช่นเดียวกับลอบและโพงพาง แต่ไม่สามารถยกขึ้นลง-ลงได้
โป๊ะน้ำตื้นประกอบด้วยส่วนของลูกขัง (ใช้ขังปลา  กุ้ง  ปูที่มาตามกระแสน้ำ)  และส่วนปีก 2 ปีก  เป้นทางนำให้สัตว์สู่ลูกขัง  โดยใช้ไม้ยาว 4-5 เมตร
ปักเป็นหลัก  ห่างกัน 50-80 เซนติเมตร  ให้เป็นรูปร่างสามเหลี่ยมเปิดออก 1 ด้านใช้แล้วอวนขึงกลับไม้ที่ปักให้ด้านที่เปิดออกรับทิศที่กระแสน้ำไหล
ลงโป๊ะน้ำตื้นมีระดับน้ำในลูกขังลึกไม่เกิน 3 เมตร

วิธีการทำการประมง
ในช่วงน้ำลงเต็มที่  ชาวประมงจะจับสัตว์น้ำที่มาติดในโป๊ะ  โดยจะนำเรือเข้าไปจอดใกล้โป๊ะ
แล้วใช้สวิงไล่ช้อนปลาที่ติดอยู่ในลูกขังของโป๊ะ

เรือและอุปกรณ์
-เรือประมงมีขนาด 5-8 เมตร  เครื่องยนต์ขนาด 5 -10 แรงม้า แต่บางรายอาจใช้เรือแจว
-สวิงช้อนปลา 1 อัน
-ตะเกียง 1 ดวง

สัตว์น้ำที่จับได้
ปลาจาระเม็ด  ปลาหมึกกล้วย  ปปปลามง ปลาสาก ปลาทราย ปลาแป้น ปูม้า  กุ้งแช่บ๊วย ฯลฯ

ฤดูการท่องเที่ยว
สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เวลาที่ดีที่สุด
เดือนธันวาคม-มกราคม
ช่วงน้ำลดต่ำสุดของวันข้างแรม

การสักหอย
(การขุดหอย)
ชาวบ้านจะสักหอยบริเวณชายหาด  ในช่วงที่น้ำทะเลลด โดยหอยที่พบมากบริเวณชายหายเกาะกลางคือ
หอยหวาน หอยราก หอยเม็ดขนุน หอยจุ๊บแจง หอยปากหนา หอยหลักไก่  หอยแครง  และหอยแว่น โดย
หอยแต่ละชนิดจะมีวิธีการสังเหตุและวิธีหาที่แตกต่างกัน ชาวบ้านจะนำหอยที่ได้มาประกอบอาหารในครัวเรือน
หรือนำไปขาย รายการอาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่  หอยหวานต้มตะไคร้  หอยรากผัดหัวกะทิ  เป้นต้น

วีธีการหาหอย

ประเภท

อุปกรณ์

การสังเหตุ/วิธีหา

หอยหวาน

 

-ไม้

 

 

 

 

-คราด

-ใช้ปลายไม้จิ้มลงไปบนพื้นทราย เพื่อสังเกตฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาบนผิวน้ำ
ถ้ามีฟองอากาศ แสดงว่าจุดนั้น มีหอยหวานอยู่ สามารถก้มลงเก็บได้เลย
(ชาวบ้านที่ชำนาญอาจเก็บด้วยเท้าเพราะไม่ต้องก้มบ่อยๆ)-ใช่คราดที่ทำขึ้นมาเฉพาะลากไปตามพื้นทราย เมื่อกระทบหอยก็ก้มเก็บตามตำแหน่งนั้น

หอยราก

-เสียม

-สังเกตรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ มองไกลเหมือนรอยกีด ใช้เสียมขุดลงไป
  ให้ลึกประมาณ  8 นิ้ว ส่วนใหญ่รูจะกระจุกตัวกันเป็นกลุ่ม

หอยเม็ดขนุน

 

-เสียม

-สังเกตรูเป็นรูปวงรียาวใช้เสียมขุดลงไปลึกประมาณ 5-8 นิ้ว

ฤดูการท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเช้า 6.00 – 8.00 น.
ช่วงเย็น 17.00 – 18.30 น.
และเป็นช่วงเวลาที่น้ำลด

การทำนาข้าวสังข์หยด
ข้าวสังข์หยดจะมีรสชาดอร่อยกลมกล่อม

การทำนาข้าวสังหยด@เกาะกลาง

ลักษณะการทำนา
เป็นข้าวนาปีที่ปลูกปีละครั้ง  โดยมีการคัดเลือกเม็ดพันธ์  หว่านกล้า  โดยจะปักดำนาในช่วงเดือนสิงหาคมและเกี่ยวข้าวช่วงเดือน
ธันวาคม  ทั้งนี้จะมีการรวมกลุ่มกัน  เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก  สร้างเขื่อนคันดินกันน้ำเค็ม  ลงแขกนาดำ – เกี่ยวข้าว
นำผลผลิตที่เหลือเช่นซังข้าว  ฟ้างข้าว  และแกบ  มาผลิตปุ๋ยเกษตรอินทรีย์  รวมทั้งจัดตั้งสหกรณ์และโรงงานสีข้าวชุมชน

ฤดูการท่องเที่ยว: สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เวลาที่ดีที่สุด: ฤดูกาลดำนา  สิงหาคม – กันยายน
ฤดูกาลเก็บเกี่ยว  ธันวาคม – มกราคม
เวลา 06.00 – 09.00 น. และ 16.00 – 18.30 น.

ข้อมูลติดต่อ:
บังประวัติ  โทร. 086-943-4579

    

การทำเรือหัวโทงจำลอง

เป็นการสืบสานวิถีชีวิตของชาวเกาะกลางสมัยก่อน ที่นิยมใช้เรือหัวโทงทำประมงหาเลี้ยงชีพและใช้ในการเดินทาง โดยในปัจจุบันอาชีพการประกอบเรือหัวโทงเริ่มลดน้อยลง เพราะการใช้งานลดลงและรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิม ก็หาดูได้อยากขึ้น ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันเพื่อทำเรือหัวโทงจำลองขึ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดกระบี่  และทดลองประกอบชิ้นส่วน
และโครงสร้างของเรือหัวโทงด้วยตนเอง  โดยเรือหัวโทงจำลองจากเกาะกลาง  ได้พัฒนาเป็นสินค้า  OTOP  ระดับ  4  ดาว ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด
ด้วย

การทำเรือหัวโทงจำลอง
วัตถุดิบ : ไม้ต้นตีนเป็ด  ( ต้นพญาสัตบรรณ) หากเป็นเรือหัวโทงที่ใช้งานจริง  จะใช้ไม้พระยอม  ขนุน  เทียม  ขี้เหล็ก  และตะเคียนทอง
(คุณภาพเนื้อไม้ดีที่สุด)
ขนาดๅ:  ยาว 14  นิ้ว  กว้าง 4   นิ้ว  สูง 6  นิ้ว (รวมฐาน)

การประกอบเรือหัวโทงจำลอง

1. ตัดเตรียมไม้ให้มีลักษณะและรูปร่าง
ตามส่วนประกอบต่างๆของเรือ

2. ติดชิ้นส่วนของกงกับกระดูกงูเพื่อใช้ประกอบเป็นแกนกลางของเรือ
จากนั้นติดชิ้นส่วนของหัวเรือและท้ายเรือตามรูป

3. ติดชิ้นส่วนของกระดานเรือ ด้านล่ะ  3  แผ่นจากนั้น
ปิดด้านบนด้วยแผ่นกระดานปิดหัวกง เพื่อความสวยงามเรียบร้อย

4.ติดชิ้นส่วนของราทู  หรือลูกกล้วย  บริเวณเรือซึ่งใช่เป็นกันชน
ติดคิวด้านล่ะ  1  ชิ้น  เพื่อตกแต่ง  จากนัันติดไม้พาย
เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

ระยะเวลาในการประกอบ
2 – 3 ชั่วโมง ต่อ ลำ  (ขึ้นอยู่กับขนาด  และ  ความชำนาญ)

ส่วนประกอบของเรือหัวโทงจำลอง
เป็นชิ้นส่วนที่ย่อขนาดตามอัตราส่วนจริงที่ใช่ประกอบเรือหัวโทง  โดยประกอบด้วยชิ้นส่วน

บสย. ร่วมกับสถาบันการเงิน เชิญผู้ประกอบการร่วมงาน มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่


เช้าๆเอาข่าวดีมาบอก…..กับงานมหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่ ฟรีตลอดงาน

ผู้ประกอบการที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่หลักประกันไม่พอ จะทำอย่างไร??????

ผู้ประกอบการ ที่มีปัญหาทางการเงิน ต้องการหาผู้แนะนำให้คำปรึกษาทางการเงิน ทางธุรกิจ และผู้ประกอบการที่มีความต้องการเช็คสอบสถานะทางการเงิน เช็คสอบเครดิตบูโร

พลาดไม่ได้!!! บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สำนักงานสาขาสุราษฎร์ธานี หรือ บสย.ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดกระบี่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และธนาคารพาณิชย์ทั้งภาครัฐ เอกชน ขอเชิญเข้าร่วมงาน
“มหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน จังหวัดกระบี่”
ในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.
ณ. ห้องธารา โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท จ. กระบี่
โปรดสำรองที่นั้งได้ที่ หอการค้าจังหวัดกระบี่
โทร 075-700204 ,081-396 4169

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
โทร 075-623944

หรื่อหน่วยงานร่วมจัดทุกแห่ง วันเดียวเท่านั้นนะคร๊าบ

25561113-085126.jpg

ไข่เยี่ยวม้าคืออะไร?


25561110-225434.jpgไข่เยี่ยวม้า หรือที่บางท่านเรียกว่าไข่พันปี หลายท่านอาจเคยสงสัยกันว่าไข่เยี่ยวม้านี้ทำจากอะไรกันแน่ ทำจากปัสสาวะของม้าหรือเปล่า ?

คำตอบคือไม่ใช่ครับ จริงๆแล้วในการทำไข่เยี่ยวม้านั้น จะมีส่วนประกอบที่เป็นสารที่ให้ความเป็นด่างสูง อาทิ สารแคลเซียมออกไซด์, สารโซเดียมคาร์บอเนต, ขี้เถ้า นอกจากนี้อาจจะมีการเติมเกลือ และน้ำชาแก่ๆเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นรสให้ดีขึ้นอีกด้วย

การทำไข่เยี่ยวม้า นั้น สิ่งที่สำคัญคือจะต้องควบคุมค่าความเป็นกรดด่างหรือที่เรียกกันว่าค่าพีเอช (pH)ให้อยู่ใน ช่วง 11.0 – 11.5 เท่านั้น เพราะถ้าค่าความเป็นกรดด่างมากหรือน้อยเกินกว่าช่วงดังกล่าวจะมีผลทำให้ไข่ ขาวไม่แข็งใส และเกิดลักษณะเหลว ซึ่งการควบคุมค่าความเป็นกรดด่างให้อยู่ในช่วงดังกล่าวทำได้ยากมาก จึงมีผู้ผลิตหัวใส บางรายแอบเติมสารประเภทตะกั่วลงไป อาทิ ตะกั่วออกไซด์ เพราะสารพวกนี้จะช่วยให้ไข่แข็งตัวได้ แม้ว่าค่า ความเป็นกรดจะเปลี่ยนไป แต่ผลที่ตามมาคือผู้ที่บริโภคไข่ที่มีการเติมสารจำพวกตะกั่วลงไปจะทำให้เกิด อันตราย อาจถึงชีวิตได้ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อควรจะดูให้ดีนะครับ

ในบาง ครั้งเราจะพบว่าที่เปลือกของไข่เยี่ยวม้ามีสีแดงๆ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะได้มีการเอาปูนแดงไปทาเคลือบที่ผิว ของไข่เยี่ยวม้าเพื่อเป็นการช่วยรักษาค่าความเป็นกรดด่างของไข่เยี่ยวม้าใน ระหว่างการเก็บรักษาและการขนส่ง ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้คุณภาพของไข่เยี่ยวม้าไม่เปลี่ยนแปลง

หุหุ พูดถึงไข่เยี่ยวม้าแล้ว พี่หลวงก็เกิดหิวอีกแล้วสิ งั้นขอตัวไปกินก่อนน๊าคร๊าบ ไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบรออยู่
อ้อ ขอฝากไว้ว่า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพด้วยนะคร๊าบ เดี๋ยวป่วยไปจะแย่เลย

25561110-225525.jpg

ปริศนา ธูป 1 ดอก


“ปริศนา ธูป 1 ดอก …”
ยาวนะครับ แต่ดีมาก

ไปงานบำเพ็ญกุศลผู้วายชนม์ที่วัดชลประทานมา
ขนบการสวดพระอภิธรรมของวัดชลประทานสมัยนี้
ยังคงเป็นเหมือนกับสมัยที่หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มีชีวิต…

นั่นคือ งานสวดพระอภิธรรมต้องมีเทศนาธรรม

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพ ต้องสวดมนต์รับศีล ฟังเทศน์ ก่อนจะฟังสวดพระอภิธรรม

งานสวดวันแรกหลวงพ่อปัญญากำหนดให้เริ่มต้นที่การประชาสัมพันธ์งานของวัด

ประชาสัมพันธ์เรื่องเปิดรับสมัครผู้เข้าบวช โดยต้องแจ้งให้วัดทราบก่อน 1 เดือน ค่าใช้จ่ายในการบวชเรียน 3 พันบาท

ทั้งนี้ วัดชลประทานเปิดให้บวชทุกเดือนยกเว้นช่วงเข้าพรรษา

ใครสนใจ…เชิญครับ !

หลังประชาสัมพันธ์แล้วการเทศนาก็เริ่มต้น เรื่องที่เทศน์ก็ไม่ยากเกินเข้าใจ

อย่างเรื่องพวงหรีดเคารพศพ พระท่านบอกว่า หากเป็นไปได้ก็เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าพวงหรีด

เพราะพวงหรีดนอกจากจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ ยังเป็นภาระของวัด

พระท่านเล่าว่า หลังจากงานศพเลิก เจ้าภาพทิ้งพวงหรีดเอาไว้ที่ศาลา เจ้าหน้าที่วัดต้องเก็บไปทิ้ง

ระเกะระกะ จนผู้คนที่สัญจรไปมาอาจตำหนิพระ

สุดท้ายวัดต้องจ้างเทศบาลเก็บไปทิ้ง…คิดดูสิว่า พวงหรีดที่นำมานี้เป็น “บุญ” หรือ “บาป”

ท่านไม่ได้บังคับ คือ ปล่อยให้คิด แต่เท่าที่ฟังๆ ก็มีหลายคนเริ่มเปลี่ยนใจ

ไม่เอาพวงหรีด เปลี่ยนไปใช้พัดลมบ้าง ใช้ต้นไม้บ้าง

ทั้งพัดลม และต้นไม้ หากเจ้าภาพไม่เอากลับ…วัดจะได้นำไปทำประโยชน์ต่อไป

จบเรื่องพวงหรีด ต่อเรื่องใกล้ตัว เห็นกันจะจะตรงหน้า

พระท่านเทศน์ด้วยคำถามต่อไปว่า รู้ไหมว่าทำไมต้องจุดธูป 3 ดอกหน้าพระพุทธ หลายคนคงบอกว่าเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ผิดครับ!

ความจริงแล้วธูปทั้ง 3 ดอก จุดเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า หรือพระพุทธเพียงอย่างเดียว

เพียงแต่ 3 ดอกที่จุดขึ้นนั้นก็เพื่อบูชาพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิกุลหรือพระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิการของพระพุทธเจ้า

บูชาพระปัญญาคุณ เพราะพระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เอง

บูชาพระบริสุทธิคุณ เพราะหมดจดสิ้นโลภ โกรธ หลง

บูชาพระมหากรุณาธิคุณ เพราะมีเมตตาสั่งสอนให้ผู้อื่นรู้แจ้งเห็นจริง

แล้วธูป 1 ดอกที่จุดหน้าศพล่ะ?

ไม่ต้องรอคำตอบ พระท่านได้เฉลยว่า ธูป 1 ดอก หมายความถึงชีวิตของคน…แต่ละคนมี 1 ชีวิตเท่ากัน

ธูปส่วนที่ถูกเผาหมายถึงช่วงเวลาที่ดำเนินชีวิตมาแล้ว ส่วนธูปที่เหลือคือช่วงเวลาที่เหลืออยู่

พระท่านยังว่า เมื่ออยู่หน้าศพก็ให้ระลึกไว้ 3 อย่าง

หนึ่งคือ เอวัง ภาวี หมายถึง ต่อไปเราก็ต้องเป็นแบบนี้

หนึ่งคือ เอวัง ธัมโม สิ่งนี้คือธรรมชาติ

และอีกหนึ่งคือ เอวัง อะนาติโต ทุกชีวิตไม่สามารถหนีสิ่งนี้พ้น

พระท่านบอกว่า งานสวดศพเขาเรียกว่างานบำเพ็ญกุศล ไม่ใช่งานบุญ

เพราะการทำบุญนั้น พอทำแล้วใจพองโต เช่น ทำดีได้บุญ ใจเป็นสุข

แต่ทำกุศลนั้น ทำแล้วได้ปัญญา

ท่านพุทธทาสสอนความแตกต่างระหว่าง “บุญ” กับ “กุศล” เอาไว้สรุปว่า บุญคือการพอใจ ส่วนกุศลคือความฉลาดที่จะไม่ติดยึดกับความพอใจ

การจัดงานศพจึงเป็นงานบำเพ็ญกุศล คือ สร้างเสริมปัญญาให้แก่ผู้มาร่วมงาน

ทำให้รู้ว่าชีวิตมีเท่านี้ ช่วงชีวิตก็แค่นี้ และสุดท้ายของชีวิตก็แบบนี้

ดังนั้น ใครที่โกรธกัน ใครที่เกลียดกัน ใครที่มัวแต่คิดจะฆ่าฟันทำลายล้าง น่าจะลองทบทวนใหม่

ใครที่ซึมเศร้า ใครกำลังคิดสั้น ใครท้อแท้-หดหู ก็น่าจะทบทวนตัวเองอีกครั้ง

ทบทวนหวนนึกถึงธูป 1 ดอกที่หมายถึงชีวิต 1 ชีวิต

ทบทวนถึงธูปที่เผาไหม้ อันหมายถึงเวลาที่ชีวิตใช้ไปทุกเมื่อเชื่อวัน

ทบทวนแล้วน่าจะแลเห็นว่า ชีวิตนั้นแสนสั้น การอยู่ร่วมกันของคนแต่ละคนก็แสนสั้น

หากมัวแต่เกลียดกัน โกรธกัน ฆ่าฟันทำลายล้างกัน ทำให้จิตใจมัวหมอง เท่ากับว่ากำลังทำให้ชีวิตเสียโอกาส

เสียโอกาสที่จะได้ทำบุญ คือ ทำแล้วฟูใจ พอใจ สบายใจ

และเสียโอกาสที่จะได้กุศล คือ ได้วิชา ได้ความรู้ ได้ปัญญา

สัปดาห์นี้อิงพระสงฆ์ที่สอนพระธรรมของพระพุทธเจ้า ตามคำเทศน์จากปากคำหลวงพี่ที่วัดชลประทานกันหน่อย

เป็นธรรมะที่ฟังมา และเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์

ยิ่งสังคมทุกวัน มีบางคนกำลังใช้เวลาของชีวิตไปกับความเกลียด ความโกรธ และอาฆาตมาดร้าย จึงเกรงว่าหากยังเป็นเช่นนั้นต่อไป ชีวิตของเขาและเธออาจสูญเปล่า

หมดโอกาสจะได้ “ทำบุญ” หมดโอกาสจะสร้าง “กุศล” เพราะจิตใจหมกมุ่นอยู่กับความโกรธ ความเกลียด

วุ่นวายอยู่แต่เรื่องที่จ้องจะทะเลาะกัน

25561109-154109.jpg

ข้าวทุกจาน…


“ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า ผู้คนอดอยาก มีมากหนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำดำ…”

….. สมัยเด็กๆก่อนกินข้าว ผมต้องท่องประโยคเหล่านี้เป็นประจำ แล้วพาลคิดไปแบบเด็กๆที่ว่า ทำไมต้องให้กูท่อง ให้กูท่องทำไม กูหิวจะตาย กูอยากแดกข้าวแล้ว …

จิตสำนึกเล็กๆ ถูกปลูกฝังด้วยอะไรที่แสนน่าเบื่อและเด็กๆไม่เข้าใจเหตุผลแบบนี้เสมอ บทกลอนที่สอนท่อง ล้วนแฝงกุศโลบายให้ซึมเข้าไปสู่เด็กๆที่ละนิด บุญคุณของชาวนา ถูกกรอกหูผมมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมก็ไม่ได้ซึ้งอะไรกับมันนักหนาหรอก ….. เพราะคุณจะไม่มีวันรู้สึกอะไรหรอก หากคุณไม่เคยอดอยากจริงๆ คุณไม่มีวันรู้สึกอะไรหรอก หากคุณไม่เคยหิวข้าวจนทนไม่ไหวจริงๆ

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนผมหนีออกจากบ้านตอนวัยรุ่น ไม่มีเงินติดตัวเลย อยากบุหรี่จนต้องเก็บเอาก้นกรองที่ตกพื้นมาจุดดูดแก้อยาก หิวข้าวหน้ามืดจนรู้สึกเลยเถิดไปจนถึงขั้นคิดโง่ๆอยากปล้นอยากจี้อยากวิ่งราว เพียงแค่อยากมีเงินไปซื้อข้าว แค่นั้น ไม่ได้คิดไปถึงจะต้องการเงินไปใช้อะไรเลย ผมเคยนั่งกินข้าวแล้วน้ำตาไหล ผมเคยรู้สึกแบบนั้นจริงๆ รู้ซึ้งถึงบทกลอนบ้านๆบทนี้ นั่นทำให้ทุกวันนี้ ผมไม่เคยกินข้าวเหลือในจานเลย ไม่ว่าจะตักมาเยอะขนาดไหน ผมก็ต้องฝืนกินให้หมด ตลอดชีวิตมานี้ ผมเคยกินข้าวเหลือในจานจำนวนครั้งไม่ถึง 5% จากทั้งชีวิต เวลาผมไปกินพวกบุฟเฟ่ต์หมูกะทะ ผมจะไม่เคยตักเยอะจนรู้สึกว่าตัวเองกินไม่ไหว และต่อให้อาหารร้านนั้นรสชาติหมาไม่แดกยังไง ผมก็ต้องฝืนกินจนหมด มันติดเป็นนิสัยแล้ว

การปลูกฝังคำสอนง่ายๆแบบนี้ ทุกวันนี้กลับจางหายไปจากสถานศึกษาตามกาลเวลา ด้วยความรู้สึกว่ามันเชย มันเป็นคำโบราณ ตำราเรียนและคำสอนต่างๆถูกประดิษฐ์ให้ทันสมัย ทันโลก อะไรโบราณคร่ำครึก็ถูกเก็บลงกรุไป ในวัยเด็กผมเองก็ไม่เคยรู้สึกแฮปปี้อะไรกับการท่องก่อนกินข้าวแบบนี้หรอก แต่วันนึงมันจะสามารถสะกิดเราได้ สะกิดเราให้มีจิตสำนึก ให้รู้คุณค่า น่าแปลก ที่สิ่งดีๆเหล่านี้ ทุกวันนี้แทบไม่มีโรงเรียนไหนสอนให้ท่อง ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทุกวันนี้ ทำไมเด็กสมัยนี้ การรู้คุณค่าสิ่งของหรือแม้กระทั่งจิตสำนึกมันต่ำลง ต่ำลง และต่ำลง ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ

by เสด็จพ่ออนันดา

25561029-220154.jpg

ชายคนหนึ่ง


 

ชายคนหนึ่ง
ชายคนหนึ่ง

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น…เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น…เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น…เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น…เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
“สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา”
ชายคนนั้น…ชื่อ “อัลเบิร์ต ไอสไตน์” บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น…ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น…พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น…ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น…ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น…เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น…ชื่อ “นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์” ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง…เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น…เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น…ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า “เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว”
ชายกลุ่มนั้น…มีนามว่า “เดอะ บีเทิลส์” สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง…เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น…เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น…เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น…ชื่อ “ไมเคิล จอร์แดน” หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก

ชายคนหนึ่ง…เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น…สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น…หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น…ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น…ชื่อ “ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน” นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น…เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น…ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น…ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น…ชื่อ “วินสตัน เชอร์ชิล” อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น…เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น…เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น…ชื่อ “หลุยส์ ปาสเตอร์”

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น…เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น…เคยโดนดูถูกว่า “แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า”
ชายคนนั้น…ชื่อ “เอลวิส เพรสลีย์”

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น…ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น…เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
“เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า”
หญิงคนนั้น…ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “มาริลีน มอนโร” นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น…ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น…ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น…สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น…ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ ชายคนนั้น…ชื่อ “วอเรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น…ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น…ถูกเพื่อนมองว่า “สกปรก – บ้าคอมพิวเตอร์”
ชายคนนั้น…เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น…ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น…ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น…เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า “แค่เด็ก”
ชายคนนั้น…ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น…ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม “บิลล์ เกตส์” ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ…คนที่ล้มเลิกต่างหาก

เมล็ดข้าวโพดพันธ์ดี…


ครั้งหนึ่งในอเมริกากลาง
ทุก ๆ ปีจะมีการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
หลังจากการประกวดชายผู้ที่ชนะเลิศที่หนึ่ง
เขาทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง นั่นคือ …

ทันทีที่เขาชนะ

เขาได้นำเมล็ดพันธ์ที่เพิ่งชนะการประกวด
แจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันและกล่าวว่า
เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่

ในปีต่อมา …
เขาก็ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดอีก
เขาเดินแจกเมล็ดพันธ์ที่เขาเพิ่งชนะให้กับคนอื่น ๆ
แล้วบอกว่า …
เอาไปปลูกน่ะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่

ชายผู้นี้ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพด
ติดต่อกัน 6 ครั้ง และเขาก็แจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะ
ให้ผู้แข่งขันคนอื่น ๆ ทุกปี

มีนักข่าวถามเขาว่า …
ไม่เป็นการง่ายกว่าหรือ ถ้าเขาเก็บเมล็ดพันธ์ที่ดี
โดยไม่แบ่งคนอื่น เขาก็จะได้ชนะง่าย ๆทุกปี

เขาตอบว่า … แสดงว่า …
คุณไม่เข้าใจในการปลูกพืช คุณเคยได้ยินคำว่า …
การกลายพันธ์ไหม ถ้าไร่ของผมมีเมล็ดพันธ์ที่ดี
บังเอิญไร่ของเพื่อนบ้านมีแต่เมล็ดพันธ์ที่แย่ ๆ

วันหนึ่ง ลมก็จะพัดเอาเกสรของเมล็ดพันธ์ที่แย่ ๆ
มาตกในไร่ของผม ทำให้เมล็ดพันธ์ผมแย่ไปด้วย

มันไม่เป็นการดีหรอกหรือ …
ที่ทุกคนมีเมล็ดพันธ์ที่ดีแล้ว …
ถึงตอนนั้นมาแข่งกันว่า …
ใครขยัน รดนำพรวนดินดีกว่ากัน

มีคำกล่าวว่า …
ถ้าคุณมีเมล็ดพันธ์ความคิดที่ดี คุณเก็บไว้กับตัว
ไม่แบ่งปันใคร ถึงวันหนึ่งเมล็ดพันธ์แห่งความคิดนั้น
ก็จะตายไปพร้อมคุณ

เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ที่ความคิดและความรู้
ยิ่งให้ออกไป เรายิ่งได้รับกลับมา
และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คน ๆ นั้น

ประสบความสำเร็จที่มากขึ้นไปพร้อม ๆ กับ

การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคม

ขอขอบคุณ ข้อความจาก คุณ promin ….Thaigold.info

25561023-063352.jpg

กองหนังสือเดินทาง จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนที่กระบี่


กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล มีกำหนดจัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่มาให้บริการคำร้องขอหนังสือเดินทางประเภทธรรมดา (ไม่รวมหนังสือเดินทางราชการ) แก่ประชาชนที่จังหวัดกระบี่ ในการจัดงานต้อนรับ อิดิลอัฎฮา ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2556 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จำนวน 3 วัน
ณ มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวต่าง ๆ

เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทาง

กรณีบุคคลทั่วไป
• บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ยังไม่หมดอายุ และไม่ถูกยกเลิก

กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)
1. บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) กรณียังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้ใช้สูติบัตรที่มีเลขประจำตัวประชาสัมพันธ์ 13 หลัก (ตัวจริง)
2. ทะเบียนบ้านหรือสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ยื่นคำร้องถูกต้อง (ไม่อยู่ระหว่างการย้ายหรืออยู่ในทะเบียนบ้านกลางหรือขัดข้องด้วยเหตุอื่น)
3. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา (ตัวจริง)
4. บิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ทั้งสองคน ในขณะยื่นคำร้อง
4.1 กรณีบิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความอุปการะของมารดาแต่ผู้เดียว
ให้มารดาเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงหนังสือรับรองการปกครองบุตรที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง)
4.2 กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่าให้ผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวที่ระบุในบันทึกการหย่า
เป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมพร้อมกับบันทึกการหย่า (ตัวจริง)
4.3 กรณีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ ให้ผู้นั้นทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง) และนำมาแสดง
5. ใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุลของผู้เยาว์ บิดาและมารดา ตัวจริง (หากมี)

ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง
• ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง 1,000.- บาท
• ค่าส่งไปรษณีย์ ( EMS) 40.-บาท

25561008-132226.jpg

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ รองฯ อุเทน ตันตรีบูรณ์…


มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ
นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
23 กันยายน 2556

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ  นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ 23 กันยายน 2556

มุทิตาคารวะ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ
นายอุเทน ตันตรีบูรณ์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
23 กันยายน 2556

เมื่อถึงวัน เวลา ฟ้าก็เปลี่ยน
กาลเกษียณ เวียนมา น่าใจหาย
ต้องอำลา จากกัน แสนอาลัย
แต่สายใย ความผูกพัน ยังมั่นคง

คุณความดี ท่านประจักษ์ เป็นหลักฐาน
ตรากตรำงาน อย่างซื่อสัตย์ มิไหลหลง
พัฒนา กระบี่เรา ให้ยืนยง
เกียรติดำรง ก้องปรากฏ มิวางวาย

ระยะทาง จักเป็นเครื่อง พิสูจน์ม้า
วันเวลา บอกคุณค่า ของคนได้
ผ่านร้อนเย็น อุปสรรค มามากมาย
ความดีงาม ท่านสร้างไว้ มิมีเลือน

ขออัญเชิญ พระไตรรัตน์ มาปกป้อง
จงคุ้มครอง ให้ท่านสุข หาใครเหมือน
เกียรติภูมิ จะปรากฏ เป็นหลักเรือน
คอยย้ำเตือน ตราตรึง ตราบนิรันดร์..

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””

ทีมงาน หจก. กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล และ ร้าน สถานีกระบี่

ขอขอบคุณ : doohub จาก toursisaket.com

วันเกิด คือวันที่เริ่มนับหนึ่ง…บนโลกใบนี้


พี่น้องและผองเพื่อนทุกท่าน…
ขอขอบคุณทุกๆท่านทุกๆคน ที่ส่งความรักความปรารถนาดี,ของขวัญและคำอวยพรต่างๆมาให้ ซึ่งผมถือว่าเป็นของดีในชีวิตผมที่ทุกคนหยิบยื่นให้

สำหรับผมแล้ว วันครบรอบวันเกิด ก็คือวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นวันที่ผมตระหนักอยู่เสมอว่า เป็นวันที่เรานับครบรอบปีและวัยได้ล่วงเลย ทุกๆปีผมจะถามตัวเองเมื่อย้อนเวลากลับไปว่าที่ผ่านมา เราเกิดมาจนถึงวันนี้ได้ทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินนี้บ้าง, ทำอะไรให้กับคนที่มีพระคุณ, คนที่เขารักคุณ หรือคนที่คุณรักหรือยัง ผมจะทำทุกครั้งที่มีโอกาส แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับหลายๆคนหรือจะมีใครรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม

เพราะผมบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันนี้เรายังหายใจได้ กินอิ่ม นอนหลับ แต่เราไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังคงมีชีวิตเป็นปกติอยู่อีกหรือไม่
ในชีวิตผมเคยพลาดสิ่งเหล่านี้ และยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้

ผมกำลังหมายถึง “แม่”
ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมมีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวยๆใส่เหมือนเพื่อนๆ ได้เข้าเรียนต่อที่ดีๆ มีอะไรเหมือนที่คนอื่นมีและไม่น้อยหน้าใคร แม้ว่าแม่จะเป็นแค่ชาวนาจนๆ มีที่นาเพียงไม่กี่แปลงและต้องทำนาจ้างคนอื่น จนกระทั่งย้ายมาอยู่กระบี่ แม่ดิ้นรนทำทุกอย่าง แม้กระทั่งทำทอดมันปลา และเมี่ยงคำขาย จนมือเปื่อยเพื่อส่งให้ผมได้เรียนหนังสือ
ผมไม่เคยรับรู้เลยว่าแม่ลำบากแค่ไหน เพราะแม่ไม่เคยปริปากบอกให้ฟัง

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ลื่นล้มลง ต้องเข้าโรงพยาบาล และแม่ก็เดินไม่ได้อีกเลย หมอบอกว่าแม่เป็นโรคกระดูกพรุน สาเหตุเนื่องจากขาดสารอาหารและแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกหักง่าย กระดูกสันหลังทรุด นี่คือผลพวงของความลำบากในอดีต อดมื้อกินมื้อ เพื่อให้ลูกๆได้กินอิ่ม

หลายๆคนคงได้ฟังเรื่อง”แม่ชอบหัวปลาทู” ความรู้สึกคงไม่ต่างกัน แต่แม่ผม เอาปลาทูทั้งตัวให้ลูก แม่บอกว่าแม่ชอบกินข้าวกับน้ำตาล ตอนนั้นเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าแม่โกหกผม เพื่อให้ผมได้กินข้าวอิ่ม… แม่ลำบากมาทั้งชีวิตเพื่อให้ลูกสบาย

คำที่แม่ให้ไว้ ก่อนแม่จากไป ท่านบอกว่า “ลูกเหอ แม่ไม่มีสมบัติพัสถานไหรไว้ให้ลูก สิ่งที่แม่ให้ลูกคือลูกเกิดมาครบสามสิบสอง และแม่ส่งให้ลูกเรียนจะได้มีความรู้ความสามารถเลี้ยงตัวได้…”

แม่จากไป ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลย คิดเพียงแค่ “เดี๋ยวค่อยทำ” คิดได้เมื่อสายไปแล้ว…

มีต่อ…

คอนเสิร์ต”คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์”


We are Krabi:

วันนี้ ที่ห้องประชุมบันไทยสมอ ชั้น4 เทศบาลเมืองกระบี่ มีการจัดแถลงข่าว การจัดคอนเสิร์ต”คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์”
โดยมี นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ , พ.ต.ท. สัญญา ทองสวัสดิ์ รอง ผกก. สภ.เมืองกระบี่, นายสมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรกระบี่เอฟซี, นายวิชัย ลิ้มวัฒนากูล ประธานสภา อบจ.กระบี่ และ นายวิชัย พลายละหาร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด บ.สิงห์คอปอเรชั่นฯ แถลงข่าวร่วมกัน โดยกิจกรรมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้รับการผลักดันจากนายสุนทร ภูเก้าล้วน สมาชิกสภาเทศบาลและประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดกระบี่

คอนเสิร์ต คนหัวใจสิงห์ อัสนี-วสันต์
จะจัดขึ้นวันที่26 ตุลาคม 2556
ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่

วัตถุประสงค์การจัดคอนเสิร์ต :รายได้เพื่อการกุศล
1.เทศบาลเมืองกระบี่ และ สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ จัดซื้อ/ติดตั้งกล้อง CCTV
2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ สบับสนุนการศึกษา มูลนิธิโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่
3. สโมสรฟุตบอลกระบี่เอฟซี สนับสนุนสโมสรฟุตบอลกระบี่เอฟซี

สนับสนุนโดย SINGHA CORPORATION

ท่านสามารถจองบัตรคอนเสิร์ตได้จากหน่วยงานต่างๆ หรือติดต่อได้ที่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวกระบี่ ราคาเดียว200บาท

หมายเหตุ: ช่วงวัน-เวลาดังกล่าว จะมีผู้เดินทางจากจังหวัดต่างๆเข้ามายังจังหวัดกระบี่จำนวนมาก จึงเรียนไปยังท่านเจ้าของกิจการโรงแรม-ที่พัก,ร้านอาหาร, ทัวร์ ให้เตรียมการรองรับในครั้งนี้

คมกระบี่: รายงาน

25560917-150324.jpg

เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก


เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เกาะห้อง
เกาะห้อง

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

ด้วย รูปพรรณสัณฐานเว้าแหวง่ของเกาะหินปูนกลางทะเลคล้ายกับเกาะพีพีเล เกาะห้องเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของป่าเกาะ ซึ่งสวยงามด้วยหาดทรายขาวสะอาดโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมมีโขดเขาโอบล้อมคล้าย กับวงเดือนของพระจันทร์เสี้ยว เป็นเสมือนอ่าวส่วนตัวที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมไปพักผ่อนตามชายหาดหรือลงแหวก ว่ายในน้ำกับฝูงปลาแสนเชื่องและเป็นมิตรกับทุกคนนอกจากนี้ทางด้านทิศเหนือ ของเกาะยังเป็นที่ตั้งของปิเละหรือทะเลในซึ่งเป็นแหล่งพายเรือคายัคและแหล่ง ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นอันสวยงามอีกด้วย เกาะแห่งนี้จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น1ใน10เกาะที่มีหาดน่าเที่ยวและ สะอาดที่สุดในโลก

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่อ่าวนาง อ.เมือง หรือท่าเรือแหลมสักหนือท่าเรือควนโอ อ.อ่าวลึกใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงและ1ชั่วโมงครึ่งตามลำดับ ค่าเช่าเหมาเรือเป็นวัน วันละประมาณ2,500-3,500 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
: ทัวร์เกาะห้อง ท่องทะเลใน

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล


เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล

เกาะไหง
เกาะไหง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะไหง เกาะกลางทะเลอันดามันที่มีเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตกับหาดทรายสีขาวยาวเหยียดสุด สายตาตัดกับทิวมะพร้าวชายหาดเรียงราย ที่นี่คือเกาะในฝันของคนที่รักหาดทรายชายทะเลโดยแท้จริงเกาะแห่งนี้มีหาด ทรายอยู่ด้านหน้าของตัวเกาะที่หันออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก จึงเหมาะกับการตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าแล้วรอจนสายถึงแสงแดดแผด จ้า เวิ้งน้ำเบื้องหน้าก็จะกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงาม ที่น่าแหลกเกาะแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดกระบี่แต่การเดินทางใกล้ที่สุดกลับ ต้องมาจากหาดปากเมงของจังหวัดตรังแต่ก็คุ้มค่าเพราะมาเที่ยวเกาะไหงแล้วยัง สามารถเก็บตกเที่ยวเกาะมุก เกาะกระดานถ้ำมรกตและดำน้ำดูปะการังรอบเกาะเชือกเกาะม้าเขตจังหวัดตรังที่ อยู่ใกล้เคียงกันได้ในคราวเดียวกัน

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือเฟอรี่ไปเกาะไหงคนละ 450-500บาท เรือเร็ว650บาทให้บริการเฉพาะฤดูการท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือน พฤษภาคมจากหาดปากเมง อำเภอสิเกา มีเรือโดยสารไปเกาะไหงเช่าเหมาลำ 1,200-1,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล


เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะรอก
เกาะรอก

หากจะตามหาเกาะแฝดกลางทะเลเคียงคู่อยู่ด้วยกันราวกับเกาะพี่เกาะน้อง หมู่เกาะรอกคือเกาะเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีลักษณะเช่นว่านั้น ด้วยรูปลักษณ์ของเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกันและตั้งอยู่เคียงคู่มีเพียงล่อง น้ำลึกตรงกลางช่องเขาขาดแคบ ๆ เป็นร่องแบ่งเกาะสองเกาะนี้ออกจากกันคือเกาะรอกในอยู่ทางด้านทิศใต้และเกาะ รอกนอกอยู่ทางด้านทิศเหนือ ทั้งสองเกาะนี้จะมีหาดทรายขาวท่ามกลางเวิ้งอ่าวที่มีน้ำเขียวใสเป็นมรกตอยู่ ทางด้านตะวันออกของทั้งสองเกาะซึ่งปรากฏเป็นแนวปะการังยาวเหยียดอยู่โดยรอบ และเหมาะเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักบางปีก็จะมีโอกาสได้เห็นน้ำตกซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ตกจากหน้าผาสูงลงสู่ทะเลทางด้านทิศเหนือของเกาะรอกนอกที่มีเพียงแห่งเดียวใน ประเทศไทย

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือโดยสารไปเกาะรอกคนละ1,000บาท ให้บริการเฉพาะฤดูท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม


เกาะพีพีดอน
เกาะพีพีดอน

 

กาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะพีพีดอน เกาะที่เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกาะสวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกมาแล้วในอดีต

ด้วยรูป ลักษณ์ความสวยงามของตัวเกาะที่เว้าแหว่งประกอบด้วยอ่าวโค้งราววงพระจันทร์ สวยงามระดับโลกคือ เวิ้งอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัมซึ่งมองจากจุดชมวิวเห็นโค้งมนจนแทบติดกัน กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของเกาะพีพีโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้เกาะพีพีดอนยังมีอ่าวเงียบสงบและสวยงามอีกหลายแห่งเช่น อ่าวโละบาเกา โละลาน้า และอ่าวนุ้ยเป็นต้นและยังเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเล อันดามันแม้จะเสียหายไปบ้างเมื่อครั้งเกิดสึนามิแต่วันนี้ธรรมชาติของเกาะพีพี ก็ฟื้นตัวและยังคงสวยงามควรค่าต่อการไปเที่ยวชมตลอดไป เกาะพีพีดอนจึงยังเป็นมรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่ท่าเรือคลองจิหลาดในตัวเมืองกระบี่ค่าโดยสารคนละ 450 บาท วันละ 4เที่ยว ทั้งไปและกลับ  โทร 0-7562-0052

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา


หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 12.00 น. และยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกราว 18.30 น.

เกาะลันตา ใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นเกาะของจังหวัดกระบี่ที่มีหาดทรายสวยงามมากมายหลายแห่งตลอด แนวของตัวเกาะด้านทิศตะวันตก จากแหลมคอกวางและหาดคอกวาง หาดคลองดาว หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองโตน หาดคลองนิน หาดคลองหิน ไปจนถึงหาดบากันเตียง หาดคลองจากและหาดไม้ไผ่ ทางด้านทิศใต้ของเกาะนับเป็นเกาะที่มีหาดทรายติดต่อกันยาวที่สุดของจังหวัด กระบี่ด้วยทัศนียภาพของหาดเปิดโล่งออกสู่ทะเลอันดามัน หาดเหล่านี้จึงเหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อนชายหาดได้ทุกแห่ง แต่ในความงามอันเป็นที่สุดนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า หาดบากันเตียง คือหาดที่ยาวและสวยงามที่สุดด้วยน้ำทะเลสวยหาดทรายขาวยาวตลอดหน้าหาดกว่า 1 กิโลเมตรและเป็นสุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตาโดยแท้

หาดบากันเตียง
หาดบากันเตียง

การเดินทาง : จากกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอคลองท่อมทางแยกไปท่าเรือเกาะลันตา ทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอรี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล


เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เกาะปอดะ
เกาะปอดะ

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะปอดะ เกาะใหญ่ซึ่งมีชายหาดสวยที่สุดในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนางซึ่งเรียกว่าหมู่เกาะ ปอดะ อยู่ไม่ไกลจากทะเลแหวกสามารถไปเที่ยวด้วยกันได้ในโปรแกรมท่องเที่ยววันเดียว กัน สวรรค์ของเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ที่น้ำทะเลสวยใสราวกับกระจก หาดทรายขาวเนียนนุ่มเหมาะแก่การนอนอาบแดดและเล่นน้ำทะเลกับฝูงปลาแสนเชื่อง ที่เป็นมิตรกับทุกคนยิ่งตอนน้ำลงน้ำทะเลจะปรากฏเป็นเนินทรายกว้างไกลให้นอน เล่นอยู่บริเวณหน้าเกาะที่มองเห็นแท่งหินใหญ่ ตระหง่านอยู่กลางทะเลคล้ายกับเกาะตะปูในอ่าวพังงา ทุกวันที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลจากทั่วมุมโลกที่มาซึมซับความงามนี้ ไว้ด้วยความประทับใจ

การเดินทาง : จาก อ่าวนางมีเรือหางยาวไปหมู่เกาะปอดะค่าโดยสารไปกลับคนละ300บาทใช้เวลาเดินทาง ราวครึ่งชั่วโมงหรืออาจเหมาเรือเที่ยวเป็นวัน ๆ ละ 2,700 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
 :ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ


หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ

หาดทับแขก
หาดทับแขก

 

ไม่ ไกลจากหาดคลองม่วงที่เป็นแนวหาดทรายขาวยาวเหยียดขึ้นไปทางทิศเหนือ แนวของชายหาดนี้จะไปต่อกับหาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว แวดล้อมด้วยสภาพธรรมชาติของป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเหนือขึ้นไปบนเขาสูงก็ คือยอดเขาหงอนนาคนั่นเอง นี่คือ หาดทับแขก หาดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหาดที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุดของจังหวัดกระบี่ก็ว่า ได้ ในช่วงเวลากลางวันคุณจะได้พบกับหาดทรายขาวเนียนนุ่มเคียงคู่กับท้องทะเล กว้าง มีฉากหลังเป็นป่าเกาะเรียงรายสวยงามและมีเกาะยาวน้อยเป็นหาดสวรรค์ของนัก ท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติแต่ใครบ้างจะรู้ว่าในยามเย็นพระอาทิตย์ตกที่หาดท้บ แขกมีมุมมองที่อัศจรรย์ด้วยแสงสีแห่งตะวันและเป็นที่สุดความงามของพระ อาทิตย์ตกกับป่าเกาะซึ่งทุกคนต้องประทับใจ

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

• การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านหนองทะเลแยกซ้ายมือไปสามแยกพระตำหนัก เลี้ยวขวาผ่านหาดคลองม่วงจนถึงหาดทับแขกระยะทาง 24 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

แหลมโตนด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก


แหลมโต

แหลมตะโหนด
แหลมตะโหนด

นด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก

ปลาย สุดของเกาะลันตาใหญ่ชายหาดด้านทิศตะวันตกของเกาะ จุดนี้คือที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาซึ่งแวดล้อมไปด้วยผืนป่าดง ดินและสภาพธรรมชาติซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะ

ณ บริเวณนี้เองคือ แหลมโตนด เพราะความที่มีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่มากบริเวณพื้นที่ราบแคบ ๆ ช่วงที่ต่อจากป่าดงดิบกับหาดทรายชายทะเลด้านหน้าอุทยานฯ จุดนี้เองที่คุฯจะพบว่าระหว่างปลายแหลมที่ยื่นไปในทะเลจะแบ่งให้เกิดเป็น อ่าวคู่โค้งเว้าเข้าหากันอย่างสวยงามอยู่2อ่าว มีประภาคารเก่าแก่อยู่แห่งหนึ่งบนนั้น และในทุกเวลาเย็นเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแปล่งประกายแสงสีสุดท้ายของวัน ความทรงจำยามตะวันลับฟ้าของคุณกับประภาคารสุดคลาสสิก ก็จะเป็นบันทึกการเดินทางอีกหน้าหนึ่งซึ่งอยากให้เป็นภาพหน้าปกของบันทึก เล่มนี้ตลอดกาล

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.
  • การ เดินทาง : จากกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข4ผ่านอำเภอคลองท่อมถึงแยก ไปท่าเรือเกาะลันตาทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอร์รี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ ที่ปลายแหลมโตนด

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com