พี่น้องและผองเพื่อนทุกท่าน…
ขอขอบคุณทุกๆท่านทุกๆคน ที่ส่งความรักความปรารถนาดี,ของขวัญและคำอวยพรต่างๆมาให้ ซึ่งผมถือว่าเป็นของดีในชีวิตผมที่ทุกคนหยิบยื่นให้
สำหรับผมแล้ว วันครบรอบวันเกิด ก็คือวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นวันที่ผมตระหนักอยู่เสมอว่า เป็นวันที่เรานับครบรอบปีและวัยได้ล่วงเลย ทุกๆปีผมจะถามตัวเองเมื่อย้อนเวลากลับไปว่าที่ผ่านมา เราเกิดมาจนถึงวันนี้ได้ทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินนี้บ้าง, ทำอะไรให้กับคนที่มีพระคุณ, คนที่เขารักคุณ หรือคนที่คุณรักหรือยัง ผมจะทำทุกครั้งที่มีโอกาส แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับหลายๆคนหรือจะมีใครรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม
เพราะผมบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันนี้เรายังหายใจได้ กินอิ่ม นอนหลับ แต่เราไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังคงมีชีวิตเป็นปกติอยู่อีกหรือไม่
ในชีวิตผมเคยพลาดสิ่งเหล่านี้ และยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้
ผมกำลังหมายถึง “แม่”
ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมมีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวยๆใส่เหมือนเพื่อนๆ ได้เข้าเรียนต่อที่ดีๆ มีอะไรเหมือนที่คนอื่นมีและไม่น้อยหน้าใคร แม้ว่าแม่จะเป็นแค่ชาวนาจนๆ มีที่นาเพียงไม่กี่แปลงและต้องทำนาจ้างคนอื่น จนกระทั่งย้ายมาอยู่กระบี่ แม่ดิ้นรนทำทุกอย่าง แม้กระทั่งทำทอดมันปลา และเมี่ยงคำขาย จนมือเปื่อยเพื่อส่งให้ผมได้เรียนหนังสือ
ผมไม่เคยรับรู้เลยว่าแม่ลำบากแค่ไหน เพราะแม่ไม่เคยปริปากบอกให้ฟัง
จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ลื่นล้มลง ต้องเข้าโรงพยาบาล และแม่ก็เดินไม่ได้อีกเลย หมอบอกว่าแม่เป็นโรคกระดูกพรุน สาเหตุเนื่องจากขาดสารอาหารและแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกหักง่าย กระดูกสันหลังทรุด นี่คือผลพวงของความลำบากในอดีต อดมื้อกินมื้อ เพื่อให้ลูกๆได้กินอิ่ม
หลายๆคนคงได้ฟังเรื่อง”แม่ชอบหัวปลาทู” ความรู้สึกคงไม่ต่างกัน แต่แม่ผม เอาปลาทูทั้งตัวให้ลูก แม่บอกว่าแม่ชอบกินข้าวกับน้ำตาล ตอนนั้นเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าแม่โกหกผม เพื่อให้ผมได้กินข้าวอิ่ม… แม่ลำบากมาทั้งชีวิตเพื่อให้ลูกสบาย
คำที่แม่ให้ไว้ ก่อนแม่จากไป ท่านบอกว่า “ลูกเหอ แม่ไม่มีสมบัติพัสถานไหรไว้ให้ลูก สิ่งที่แม่ให้ลูกคือลูกเกิดมาครบสามสิบสอง และแม่ส่งให้ลูกเรียนจะได้มีความรู้ความสามารถเลี้ยงตัวได้…”
แม่จากไป ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลย คิดเพียงแค่ “เดี๋ยวค่อยทำ” คิดได้เมื่อสายไปแล้ว…
มีต่อ…
