หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย


หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย

ทุก วันเวลาของ่วงน้ำใหญ่ในแต่ละเดือนธรรมชาติได้สรรค์สร้างหาดทรายมหัศจรรย์ ขึ้นแห่งหนึ่ง ณ บริเวณริมคลองชายป่าโกงกาง ซึ่งเมื่อถึงเวลาน้ำลงหาดทรายนี้จะโผล่ขึ้นมาตามธรรมชาติ แต่ที่มหัศจรรย์ก็คือหาดทรายนี้เป็นหาดทรายร้อนไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย จากพลังงานใต้ผืนโลกบริเวณรอยเลื่อนมะลุ่ยที่ส่งความร้อนขึ้นมา จานทำให้หาดทรายกว้างใหญ่มีไอร้อนเป็นม่านควันลอยกรุ่นในทุกเวลาเช้า

และนี่เองคือที่มาของสปาธรรมชาติชุมชนที่ชาวบ้านรู้จักนำภูมิปัญญาเรื่อง การนวดแผนไทยมาใช้ควบคู่ไปกับการนอนอบไอน้ำบนแคร่ไม่ไผ่ไปด้วยในตัว อีกทั้งยังอาจทำสปาเท้า ด้วยการนั่งแช่น้ำร้อนหรือเอาเท้าฝังลงไปในโคลนร้อนได้อีกด้วย นับเป็นสปาธรรมชาติสุดมหัศจรรย์บนหาดทรายร้อนแห่งเดียวในเมืองไทยที่คุณเคย ลองไปมาแล้ว

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าในวันน้ำใหญ่คือขึ้นหรือแรม12ค่ำเป็นต้นไปจนถึง 6ค่ำ

–      การเดินทาง:  ลงเรือได้ที่ท่าเรือบ้านต้นมะขาม ตำบลอ่าวลึกเหนือ อยู่ห่างจากตัวอำเภออ่าวลึกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 10 นาที

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะกลาง วิถีแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งความยั่งยืน


เกาะกลาง วิถีแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งความยั่งยืน

18882226_1046603722137525_5943478792676343916_n

สอง ฟากฝั่งแม่น้ำกระบี่สายสั้น ๆ ได้ให้ชีวิตและอารยธรรมความเป็นอยู่แก่ผู้คนมาเนินนานอาจจะครั้งตั้งแต่ยุค ก่อนประวัติศาสตร์ ณ วันนี้ ท่ามกลางความเจริญของชุมชนเมืองที่เติบโตตามกาลเวลาจนเป็นเมืองท่องเที่ยว ของกระบี่ คุณเชื่อหรือไม่ว่ายังมีภาพที่น่ารักของชุมชนครั้งอดีตหลงเหลืออยู่อย่างมี ความสุขที่ เกาะกลาง ซึ่งอยู่เพียงคนละฟากฝั่งเมือง หากมองแต่ความเจริญทางวัตถุเกาะกลางอาจเป็นชุมชนที่ล้าหลังการพัฒนาของสังคม เมืองอยู่มาก หากแต่นี้เองที่ยังเป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวถวิลหา ทั้งภาพวิถีชีวิตริมน้ำ วิถีถีชีวิตชุมชนเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน อีกทั้งงานหัตถกรรมขึ้นชื่ออย่างการทำเรือหัวโทงเป็นของที่ระลึกผสมผสานกับ วิถีชีวิตแห่งท้องทุ่ง เช่นการเล่นว่าวในยามเย็นการเลี้ยงนกกรงหัวจุกและตลาดนัดที่มีสีสันท่ามกลาง วิถีชีวิตธรรมชาติอันยั่งยืนที่ดำเนินต่อไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น

–      การเดินทาง:  จากสวนสาธารณะธารามีเรือโดยสารข้าฟากคละละ5บาท หรือเช่าเหมาลำ20บาทมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างสามารถพาเที่ยวราคาเหมาคันละ 150บาท

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ชุมชนเมืองเก่าลันตา วิถีเก่าชีวิตใหม่ที่ลงตัว


ชุมชนเมืองเก่าลันตา วิถีเก่าชีวิตใหม่ที่ลงตัว

เกาะ ลันตา ถือได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามทางการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ มีฐานะเป็นอำเภอ ความงดงามของเกาะลันตาอยู่ที่เสน่ห์ของหาดทรายชายทะเลทางด้านทิศตะวันตกซึ่ง มีหาดที่สวยงามอยู่หลายแห่งนับจากด้านเหนือของเกาะจรดด้านใต้สุดซึ่งเป็นที่ ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ในมุมมองที่กลับกันชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะอาจไม่มีหาดทรายสวยงามเท่ากับ ทางตะวันตก แต่ที่นี่กลับมีชุมชนเมืองเก่าซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมและชุมชนชาวเลซึ่งยังคง รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมและวิถีชีวิตธรรมชาติคงไว้อย่างน่าดูภาพบ้านเรือนไม้ เก่า ๆ แบบจีน ภาพวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่นเช่นประเพณีลอยเรือชาวเล จึงยังเป็นเสนห์ในวิถีเก่าชีวิตใหม่ที่นักท่องเที่ยวฝันหา

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอปีเดือน พฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 07.00 น.-09.00 น.

–      การเดินทาง:  จากกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข4 จนถึงแยกไปท่าเรือเกาะลันตาทางหลวงหมายเลข4206แล้วข้ามเฟอรี่สู่เกาะลันตา ใหญ่ มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันออกไปสุดทางที่ชุมชนเมืองเก่าลันตา

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

กระบี่เมืองน่ารัก ริมฝั่งอันดามัน


กระบี่เมืองน่ารัก ริมฝั่งอันดามัน

กระบี่ เมืองเล็ก ๆ น่ารักที่มีความเป็นมาเนิ่นนานตั้งแต่ครั้งชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ โดยตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกระบี่แม่น้ำสายที่สั้นที่สุดในประเทศไทย แต่กลับให้ชีวิตกับผู้คนมากมายมาหลายุคหลายสมัยจวบจนปัจจุบัน

ทั้งพุทธ คริสต์และอิสลาม ซึ่งต่างยึดถือการมีวิถีชีวิตเรียบง่ายบ้างก็อยู่ริมฝั่งทะเลส่วนใหญ่มี ชีวิตกับอาชีพประมงและการท่องเที่ยวที่โตวันโตคืน ในขณะที่ผู้คนซึ่งอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์มีอาชีพเกษตรที่ สำคัญคือสวนยางและปาล์มน้ำมันที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ภาพของที่นี่ผู้คนอาจหลากหลายในความเชื่อศาสนาแต่ทว่ากลับอยู่กันได้ดีมี วัฒนธรรมผสมกลมกลืนได้อย่างลงตัว กระบี่เมืองนี้จึงเป็นเมืองน่ารักริมฝั่งอันดามันที่ผู้คนอยากมาเยือนทุก เมื่อ

 

  • – ฤดูการท่องเที่ยว: สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคม-เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
  • – เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น
  • – การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ระยะทางราว814 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 10 ชั่วโมงโดยใช้ทางหลวงหมายเลข4,41 และ44
  • – รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ลูกปัดสุริยเทพ มรดกวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองเมืองกระบี่


ลูกปัดสุริยเทพ มรดกวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองเมืองกระบี่

ในความเป็นชุมชนโบราณของจังหวัดกระบี่นั้นมีเรื่องราวย้อนหลังไปไม่น้อยกว่า30,000ปียุคก่อนประวัติศาสตร์และนับเป็นแหล่ง ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์อีกด้วย ทั้งเป็นดินแดนที่มีผู้คนอยู่อาศัยสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัยดังมีหลักฐานตาม แหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ควนลูกปัด ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อมก็เป็นแหล่งโบราณคดี ที่สำคัญแห่งหนึ่งด้วยเป็นหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมในแถบนี้ว่า ครั้งหนึ่งดินแดนแห่งนี้เคยเป็นแหล่งผลิตลูกปัดและแหล่งทำการค้าที่เจริญ รุ่งเรืองมาก่อน ลูกปัดสุริยเทพที่พบที่นี่และเป็นหนึ่งในลูกปัดหายากของโลก ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองกระบี่แต่ครั้งอดีตที่ทุกคนควรภาค ภูมใจ

  • – ฤดูการท่องเที่ยว: สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • – เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 09.00 น. – 16.30 น.
  • – การเดินทาง: จากจังหวัดกระบี่เดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ถึงอำเภอคลองท่อม พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม อยู่หางจากตัวอำเภอราว 1 กิโลเมตร
  • – รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

น้ำตกร้อนสายธารน้ำร้อนอัศจรรย์แห่งสะพานยูง


น้ำตกร้อนสายธารน้ำร้อนอัศจรรย์แห่งสะพานยูง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุดน้ำตกร้อน

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.

น้ำตกร้อน ธารน้ำกลางผืนป่าพรุสะพานยูงเขตอำเภอคลองท่อมที่มีความแปลกประหลาดไม่เหมือน ใคร เนื่องจากธารน้ำแห่งนี้อยู่บนรอยพรุนของเปลือกโลกซึ่งมีพลังความร้อนปลด ปล่อยขึ้นมาเจนเจอกับสายน้ำเบื้องบน ปรากฏเป็นสายธารน้ำร้อนไหลซอกซอนไปในผืนป่าก่อกำเนิดอ่างน้ำธรรมชาติซึ่งธาร น้ำไหลผ่านเป็นแอ่งน้อยใหญ่หลายแห่ง เหมาะแก่การลงแช่ผ่อนคลายรูปแบบของสปาธรรมชาติ ก่อนที่จะไหลลดหลั่นลงไปสู่ลำคลองเบื้องล่างกลายเป็นน้ำตกร้อนแห่งเดียวใน ประเทศไทยที่ตกลงสู่สายธารน้ำเย็นที่อยู่คู่กันมาชั่วนาตาปี

การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จากกระบี่ถึงอำเภอคลองท่อม เลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 4038 เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 4021 แล้วแยกขวาสู่น้ำตกร้อน ทางถนนรพช.รวมระยะทาง 45 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะไก่ ประติมากรรมหินหัวไก่ที่เดียวในประเทศไทย


เกาะไก่ ประติมากรรมหินหัวไก่ที่เดียวในประเทศไทย

เกาะไก่1

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาครึ่งเช้าตามธรรมชาติลมละคลื่นจะเงียบสงบกว่าตอนบ่าย เวลาที่ทะเลสีเข้มและสวยจะเป็นหลัง 09.00 น. เป็นต้นไป

เกาะด้าม หอกด้ามขวานในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนางนั้นนับว่าได้สร้างความมหัศจรรย์ไว้ หลายอย่าง ทั้งเป็นจุดกำเนิดของทะเลแหวกอันขึ้นชื่อจนเป็นแหล่ง Unseen ที่รู้จักกันดีทั่วโลก เป็นจุดใหม่ล่าสุดที่พบฝูงค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัวออกหากินยามเย็น นอกจากนี้ทางด้านทิศใต้ของตัวเกาะยังมีประติมากรรมหินผาที่น่าทึ่งอยู่แห่ง หนึ่ง ที่คุณต้องไปดูเห็นกับตานั่นก็คือหินรูปหัวไก่มีปากยื่นออกมาเห็นได้ชัด หากมองดูจากมุมอันเหมาะสม โดยมีเกาะด้านหอกด้ามขวานเป็นตัวไก่เหมือนนอนหมอบอยู่กับผืนน้ำนี่เองจึง เป็นที่มาของชื่อ เกาะไก่ซึ่งฝรั่งเรียกขานกันจนติดปากเพราะจดจำได้ง่ายที่สำคัญประติมากรรม หินหัวไก่แบบนี้มีอยู่แห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย

การเดินทาง : จากอ่าวนางมีเรือหางยาวไปเกาะไก่ ทะเลแหวกและหมู่เกาะปอดะได้ตลอดวัน ค่าโดยสารไปกลับคนละ 300 บาท ใช้เวลาการเดินทางราวครึ่งชั่วโมงหรืออาจเหมาเรือเที่ยวเป็นวันๆละ 2,200 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail: tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หน้าผากกะโหลกผีกาโรสหุบผาปีศาจสองอารมณ์


หน้าผากกะโหลกผีกาโรสหุบผาปีศาจสองอารมณ์

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.

เทือกเขา กาโรสทอดตัวเหนือใต้เป็นแนวยื่นออกไปในทะเลจากบ้านควนโอจนถึงแหลมท้ายแรด ส่วนปลายสุด อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าโกงกางชุกชุมด้วยลิงแสม หลากหลายไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทั้งหน้าผาที่มีภาพเขียนปริศนาของคนโบราณ จุดพายแคนูในโตรกผาคลองหินและที่แปลกประหลาดก็คือ การล่องคลองสายไปชมหน้าผากะโหลกผีที่หุบผาปีศาจกาโรสซึ่งเป็นปรากฏการณ์กัด กร่อนของหน้าผาหินปูนที่สุดมหัศจรรย์เป็นรูปร่างคล้ายกับหัวกะโหลกผี

หากดูใน ตอนเช้าที่เป็นเงาจะคล้ายผีหน้าเศร้าส่วนในตอนบ่ายที่แดดส่องเต็มหน้าผาดูไป จะคล้ายกับผียิ้มได้กลายเป็นผีสองอารมณ์อย่างหน้าประหลาด

นอกจากนี้ ใกล้ๆกันหากสังเกตบนหน้าผาให้ดีจะเห็นเป็นหน้าของผีตาโขนปรากฏอยู่อีกแห่ง หนึ่งเคียงคู่กับกะโหลกผีอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นหุบผาปีศาจที่รอคอยคุณไปพิสูจน์

การเดินทาง : ลงเรือที่ท่าเรือควนโอ บ้านอ่าวลึกน้อยเดินทางไปด้วยทางหลวงหมายเลข 4025 แล้วแยกซ้ายมือสู่ท่าเรือ มีโปรแกรมเที่ยวได้ทั้งครึ่งวันและเต็มวัน

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

 

อนุสาวรีย์ประจำเมืองกระบี่ที่ไม่เหมือนใครในประเทศไทย


อนุสาวรีย์ประจำเมืองกระบี่ที่ไม่เหมือนใครในประเทศไทย

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 08.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 16.00 น. ถึง 18.00 น.

อนุสาว รีย์ที่ไหนๆในเมืองไทยส่วนใหญ่จะสร้างเพื่อเชิดชูบูรพกษัตริย์หรือบุคคล สำคัญต่างๆซึ่งทำคุณงามความดีไว้ให้กับแผ่นดิน แต่ที่นี่เมืองกระบี่แปลกแต่จริงเขาสร้างอนุสาวรีย์ได้ไม่เหมือนจังหวัดไหน ทั้งสิ้นคือ อนุสาวรีย์ปูดำ (ปูทะเล) อนุสาวรีย์นกอินทรี อนุสาวรีย์ช้างและอนุสาวรีย์มนุษย์วานรถือไฟจราจร ไฉนจึงเป็นเช่นนี้คำเฉลยคือปูดำ หมายถึงสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลนมากมายที่นี่ นกอินทรี คือการคิดให้กว้างมองให้ไกล หมายถึงความมีวิสัยทัศน์ ช้างคือการรำลึกถึงช้างเผือกคู่บารมีของรัชกาลที่ 9 ที่พบที่จังหวัดกระบี่ และสุดท้ายมนุษย์วานร คือการรำลึกถึงกระบี่ว่าเป็นแหล่งสำคัญของเรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ แห่งหนึ่งในเมืองไทย เชื่อหรือไม่ไปดูให้เห็นกับตา

การเดินทาง : อนุสาวรีย์ปูดำ อนุสาวรีย์นกอินทรี กม.ที่ 0 ตั้งอยู่ที่บริเวณเขื่อนหน้าเมืองกระบี่ ถนนอุตรกิจ อนุสาวรีย์ช้าง นกอินทรีและมนุษย์วานรอยู่บริเวณสี่แยกไฟแดงของถนนมหาราช

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ประวัติเมืองกระบี่(อย่างย่อ)


กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานได้ว่า บริเวณเมืองกระบี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์และต่อเนื่องมาจน ถึงสมัยประวัติศาสตร์

กล่าวกันว่าดินแดนนี้แต่เดิมคือ เมืองบันไทยสมอ 1 ใน 12 เมืองนักษัตร ที่ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองขึ้น กับอาณาจักรนครศรีธรรมราช กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่งในเขตจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ )

กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก )จังหวัดกระบี่ ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในอดีตเป็นเพียงแขวงหนึ่งอยู่ในอำนาจปกครองและบังคับบัญชาของเมืองนครศรี ธรรมราช
เรียกว่า “แขวงเมืองปกาสัย” พระยาผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช ให้ปลัดเมืองฯ มาตั้งค่ายทำเพนียดจับช้างใน
ท้องถิ่นที่ตำบลปกาสัยและได้มีราษฎรจากเมืองนครศรีธรรมราช อพยพมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น

พระปลัดเมืองฯ ได้ยกตำบลปกาสัยขั้นเป็น “แขวงเมืองปกาสัย” ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ. 2415
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นเมือง
ปกาสัยและพระราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” เมื่อได้ประกาศตั้งขึ้นเป็นเมืองแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งที่ทำการอยู่
ที่ตำบลกระบี่ใหญ่ (บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ปัจจุบัน มีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองกระบี่คน
แรก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองกระบี่ออกจากการปกครองของเมืองนคร
ศรีธรรมราช เป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2443 สมัยพระยารัษฏานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ
ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นว่า ศาลากลางจังหวัดที่บ้านตลาดเก่านั้น ไม่สะดวกต่อ
การคมนาคม เพราะสมัยนั้นต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะ จึงย้ายมาที่ตั้งเมืองไปอยู่ตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ปากอ่าว
เป็นร่องน้ำลึก เรือใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าได้สะดวกทำให้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดจนถึง ปัจจุบันนี้

ของฝากจังหวัดกระบี่


ร้านศรีกระบี่                                                                                   ร้านจี้ออ

ร้านศรีกระบี่

ร้านจี้ออ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านของฝากใน จังหวัดกระบี่ ที่เห็นเด่นชัด คือ ร้าน จี้ออ กับร้านศรีกระบี่ ตั้งอยู่ระหว่างทางไปอ่าวพระนาง มีของฝากให้เลือกมามาย แต่ที่ขึ้นชื่อก็คือ น้ำพริกกุ้งเสียบ และอีกต่างๆมากมาย

มากระบี่เมื่อไรอย่าลืมซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบติดไม้ติดมือไปด้วยน่ะค่ะ

สินค้ายอดนิยม
grilled-prawn   thai-herb

กุ้ง เสียบยำสมุนไพร

น้ำหนัก สุทธิ 100 กรัม
grilled-prawn-spices

กุ้งเสียบผัด เครื่องซา

น้ำหนัก สุทธิ 100 กรัม

crispy-seafood-tom-yum

ต้มยำทะเลกรอบ

น้ำหนัก สุทธิ 100 กรัม

crispy-prawn-in-sweet

กุ้งกรอบสามรส

น้ำหนัก สุทธิ 100 กรัม

Product Image
Product Detail
Detail of Manufacturer
Roasted Granule Coffee in Pack
Category Beverage

Coffee is a cash crop for the southern provinces of Thailand. In 2002, the prices of coffee went down. The group tried making roasted coffee to add va…

Klong Thom Tai Women’s Group
Klong Thom Tai,, Klong Thom,, Krabi
Product Detail :
Background
Coffee is a cash crop for the southern provinces of Thailand. In 2002, the prices of coffee went down. The group tried making roasted coffee to add value to its product. The group has been developing its coffee product which has been selected as OTOP 5-star product.
Manufacturing Procedures
Sun dry coffee beans for 2 weeks. Grind coffee beans to get the inside seeds. Then, roast and ferment them for 1 week. And grind them.
Product Strengths
The coffee has good smell and is delicious.
Point of Sale

– 18/1, Mu 2,, Klong Thom Tai,, Klong Thom,, Krabi 075640279
More Information
Community Development Provincial Office, Krabi

Batik Cloth
Category Clothes and garments

Batik usually has patterns about nature such as the sea and flowers. The patterns depend on the customers’ needs. Most of the group’s product are piec…

Ban Khuan Sian Batik Group
Khao Khen,, Plai Phraya,, Krabi
Product Detail :
Background
Batik usually has patterns about nature such as the sea and flowers. The patterns depend on the customers’ needs. Most of the group’s product are pieces of batik cloth and batik shirts.
Manufacturing Procedures
1. Paint the pattern on a piece of cloth with wax.
2. Paint colors on the cloth.
3. Coat the cloth with silicate solution.
4. Boil the cloth to remove wax.
5. Wash the cloth and iron.
Product Strengths
The group’s batik is colorful with natural beauty.
Point of Sale

– 139, Mu 5, Khao Khen, Plai Phraya, Krabi, Tel. 0 9867 6632- Community Development Provincial Office, Krabi
More Information
Community Development Provincial Office, Krabi

แผนที่จังหวัดกระบี่


Link to MAP…

Krabi Town || Aonang Beach || Railay Beach || Phi Phi Island || Lanta Island

KRABI and Neighbour Province
– MAP –
Krabi Privince map : thailand
Ao Nang map Krabi Thailand
Ao Nang Beach Krabi
Krabi Town Map

Krabi province
Railay Beach Krabi  Map
Railay Beach Krabi
Aonang Area
Ao Nang Area : Krabi
Bangkok transport map. Sky Train, Metro
SkyTrain Bangkok

bangkok City map

Bangkok City Map

Chaweng karta map hotell resort maps
Chawang Beach Koh Samui
Koh Lanta Map
Koh Lanta
ko phi phi map karta island beach restort hotel
Koh Phi Phi Krabi
Ko Samui
Koh Samui
Koh Phangan hotel map
Koh Phangan Hotel Map
Koh Pha Ngan
koh Phangan
Pattaya golf map karta
Pattaya
Similan map karta
Koh Similan
LAK Khaolak beach Map karta thai
Khao Lak
Koh Tao
Koh Tao
hua hin  map
Hua hin
 Pattaya City

Pataya City

Klong Prao Beach & Kai Bae Koh chang trat Thailand Karta
Klong Prao Beach Koh Chang
Koh Samet Karta map
Koh Samet
Koh Chang
Koh Chang Marine Park
Lonely Beach and Bailan Koh chang trat
Klong Prao Beach Koh Chang
White Sands Beach Map Koh Chang Thailand Thai hat sai khao Karta
White Sands Beach Koh Chang
Koh Kood
Koh Kood
Koh Chang map
Koh Chang
koh maak, koh kham, Koh Kradaad  map
Koh Maak, Koh Kham, Koh Kradad

Kata Noi, Phuket

Karon, Kata Beach : Phuket

ข้อมูลจังหวัดกระบี่


กระบี่ มรกตแห่งอันดามัน

กระบี่ เมืองชายทะเลในฝัน งดงามด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวย ถ้ำโตรกชะโงกผา และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ รวมกันเป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน

กระบี่มรดกแห่งอันดามัน

กระบี่ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ห่าวจากกรุงเทพฯ 814 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 4,708 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขา ที่ดอน ที่ราบ หมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ อุดมไปด้วยป่าชายเลน

เมืองกระบี่มีแม่น้ำยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามันที่ตำบลปากน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลองปกาสัย คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่ คือ เทือกเขาพนมเบญจา

จาก หลักฐานทางโบราณคดี สันนิษฐานว่าบริเวณ เมืองกระบี่่่ี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีข้อ

สันนิษฐานเกี่ยวกับชื่อเมืองกระบี่ว่า อาจมาจากความหมายที่แปลว่าดาบ เนื่องจากมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับการขุดพบมีดดาบโบราณก่อนที่จะ สร้างเมือง

 


โลโก้จังหวัดกระบี่

คำขวัญ จังหวัดกระบี่ …

 

 

“ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม

งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน”

 

 


 

สภาพทั่วไป…

ที่ตั้ง

จังหวัด กระบี่ ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ ติดกับทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ถ.เพชรเกษม) ประมาณ 814 กม. มีพื้นที่ทั้งหมด 4,708,512 ตร.กม. หรือประมาณ 2,942,820 ไร่

อาณาเขต

ขอบเขตจังหวัดกระบี่ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดพังงาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดตรังและทะเลอันดามัน
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดพังงาและทะเลอันดามัน

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จ.พังงา และ จ.สุราษฏร์ธานี ทางด้าน อ.ปลายพระยา และ อ.เขาพนม
ทิศใต้ ติดต่อกับ จ.ตรัง และ ทะเลอันดามัน ทางด้าน อ.เกาะลันตา อ.เมืองกระบี่ และ อ.เหนือคลอง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง ทางด้าน อ.เขาพนม อ.คลองท่อม และ อ.ลำทับ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จ.พังงา และทะเลอันดามัน ทางด้าน อ.อ่าวลึก และ อ.เมืองกระบี่

 


สภาพภูมิประเทศ…

ทางตอน เหนือประกอบด้วยเทือกเขายาวทอดตัวไปในแนวเหนือใต้ สลับกับสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด และลอนชัน มีที่ราบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก บริเวณทางใต้ มีสภาพภูมิอากาศเป็นภูเขากระจัดกระจาย สลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่น

ส่วนบริเวณทางตอนใต้สุดและตะวันตกเฉียงใต้ มีสภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาดจนถึงค่อนข้างเรียบ และมีภูเขาสูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป

บริเวณ ด้านตะวันตกมีลักษณะ เป็นชายฝั่งติดกับทะเลอันดามันยาวประมาณ 160 กม. ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ประมาณ 130 เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 13 เกาะ เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตา เป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา และเกาะพีพี ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับของโลก

บริเวณ ตัวเมืองมีแม่น้ำกระบี่ ยาวประมาณ 5 กม. ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามัน ที่ ต.ปากน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลองปกาสัย คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย ซึ่งมี่ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาพนมเบญจา เทือกเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่


ลักษณะภูมิอากาศ…

จังหวัดกระบี่มีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี และมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน มี 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนเมษายน ฤดูฝน มี 8 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม ที่เรียกกันว่า ฝนแปดแดดสี่

 

 

 


หน่วยการปกครอง…

จังหวัดกระบี่ แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองกระบี่ อ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา อ.ลำทับ อ.เหนือคลอง อ.เขาพนม

รวม 51 ตำบล 383 หมู่บ้าน 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง 9 เทศบาลตำบล และ 51 องค์การบริหารส่วนตำบล

ท่าปอมคลองสองน้ำ นิเวศสองน้ำ บนสายธารหลากสี


ท่าปอมคลองสองน้ำ นิเวศสองน้ำ บนสายธารหลากสี

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาน้ำใหญ่จากวันขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ ไปจนถึง 5 ค่ำ ก่อนเวลาน้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวันราว 1 ช.ม.

เป็นเวลา ตลอดทั้งปีที่นิเวศโดดเด่นเฉพาะตัวของท่าปอมคลองสองน้ำผูกติดกับช่วงเวลาของ น้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละวัน จนเป็นสิ่งกำหนดความเป็นไปของลักษณะนิเวศป่ารอยต่อสองชนิดคือป่าพรุน้ำจืด และป่าชายเลนเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้ผสม ผสานอย่างลงตัวมีพืชโดดเด่นให้เห็นคือ ชมพู่น้ำที่รากของมันผสานแน่นอยู่ตามริมฝั่งคลองกลายเป็นรากไม้มหัศจรรย์ เรียงรายไปตลอดเคียงคู่กับป่าโกงกาง ส่วนในน้ำก็จะมีฝูงปลาทะเลที่สามารถหากินได้ทั้งสองน้ำอาศัยอยู่ได้อย่างน่า ทึ่ง

จุดเด่นอีก อย่างหนึ่ง คือสีสันของน้ำในคลองที่เปลี่ยนไปจากน้ำสีใสของน้ำจืดเป็นสีเขียวมรกตยามน้ำ เค็มเข้ามาผสมและเป็นสีฟ้าได้ในที่สุดซึ่งเป็นปรากฏการณ์น่าตื่นตาตื่นใจยาม เมื่อเวลาน้ำทะเลหนุนขึ้นมาถึงในคลองจนทำให้ที่นี่เป็นนิเวศสองน้ำแหล่ง เดียวในประเทศไทยบนสายธารหลากสี

การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แยกซ้ายมือที่บ้านเขาครามไปตามถนนรพช.สู่ท่าปอมคลองสองน้ำอีก 5 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นราว 34 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

แหล่งโบราณคดีเพิงผาเขาขนาบน้ำ


แหล่งโบราณคดีเพิงผาเขาขนาบน้ำ

อยู่ที่เขาขนาบน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ฯ เป็นภูเขาหินปูนอยู่กลางน้ำตรงปากคลองกระบี่ใหญ่ หรือแม่น้ำกระบี่มีเพิงผาและโพรงถ้ำ  ขนาดเพิงผากว้างประมาณ ๗ เมตร ยาวประมาณ ๒๓ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๕ เมตร  โพรงถ้ำภายในอากาศถ่ายเทได้สะดวก  ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามพอสมควร นอกจากโพรงผาใหญ่ดังกล่าวแล้ว ยังมีโพรงถ้ำขนาดเล็กอยู่ทั่วไปโดยรอบ
จากการสำรวจพบว่าที่เพิงผาเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สมัยหินขัด  พบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑.๕๐ เมตร  สามารถประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้จากหิน  รู้จักทำภาชนะดินเผาขึ้นมาใช้มีอายุอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ปี  และจากการที่ได้พบพระพิมพ์ดินดิบสมัยคุปตะ แสดงให้เห็นถึงร่องรอยการเดินทางของชาวอินเดียมายังดินแดนสุวรรณภูมิในยุค โบราณ  หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่
เครื่องมือสะเก็ดหิน  เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ  เศษภาชนะดินเผาพื้นเรียบ  ชิ้นส่วนภาชนะหม้อ ๓ ขา ใบมีดหินขัด  พระพิมพ์ดินดิบสมัยคุปตะ
แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือ
อยู่ที่บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ เป็นเขาหินปูนติดต่อกันหลายลูก  หน้าเพิงถ้ำหันไปทางทิศตะวันออกซึ่งลาดลงสู่ที่ราบ  เขาด้านในด้านทิศเหนือเป็นหุบเขาเรียกว่าหุบเขาคีรีวง  มีเขาล้อมอยู่ทุกด้านมีถ้ำอยู่เป็นจำนวนมาก  สภาพป่ายังคงสภาพดั้งเดิมอยู่มาก
เพิงผาและโพรงถ้ำมีอยู่หลายถ้ำอยู่ใกล้เคียงกัน  เพิงถ้ำด้านหน้ายาวขนานไปกับพืดเขา สูงจากพื้นดินประมาณ ๕ เมตร  เป็นแหล่งโบราณคดีสองสมัยในที่เดียวกัน  หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่ เครื่องมือหิน พระพิมพ์ดินดิบ และเศษภาชนะดินเผา
แหล่งโบราณคดีเพิงหินหน้าชิง

อยู่ที่บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ สภาพทั่วไปเป็นที่ราบมีภูเขาหินปูนลูกโดด ๆ เป็นแนวจากถ้ำเสือ  เพิงหินในเทือกเขาหินปูนดังกล่าวอยู่สูงจากระดับพื้นดินประมาณ ๑๐ เมตร  เป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์  หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่ ชิ้นส่วนหม้อสามขา ขวานมีดหินขัด เครื่องมือสะเก็ดหิน นับว่าเป็นโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์

แหล่งโบราณคดีแหล่งถ้ำไสไทย


อยู่ที่บ้านคลองจิหลาด ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ สภาพทั่วไปเป็นที่ราบระหว่างหุบเขา  ค่อย ๆ ลาดเทไปทางตะวันออกและทางใต้  อยู่ไม่ไกลจากทะเลมากนัก  พันธุ์ไม้ทะเลจากสภาพป่าชายเลนเดิมยังปรากฏอยู่ทั่วไปทางด้านที่ติดกับทะเล  โพรงถ้ำมีซากหอยเกาะจับอยู่แสดงให้เห็นว่าน้ำทะเลเคยท่วมถึงมาก่อน  ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น ๒ ตอน ตอนหน้าไม่ลึกนัก  ตอนในอยู่สูงขึ้นไปประมาณ ๓ เมตร เป็นโพรงถ้ำกว้างและทะลุไปอีกด้านหนึ่งได้  เป็นแหล่งโบราณคดีหลายสมัยในที่เดียวกัน  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบ ได้แก่ ขวานหิน พระพิมพ์ดินดิบ เทวรูปสำริดขนาดเล็ก  โบราณวัตถุรูปร่างคล้ายเจดีย์สำริด ภายในบรรจุด้วยวัตถุสีทอง และดวงแก้วใส ชาวบ้านเรียกว่า กรอบแก้ว
แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียน


อยู่ที่บ้านทับปริก ตำบลทับปริก อำเภอเมือง ฯ เพิงผาอยู่ในที่โล่งตามรอยบากของภูเขา  ภูมิประเทศรอบด้านเป็นที่ราบและที่ราบระหว่างหุบเขา  สภาพถ้ำในรอยบากของภูเขาหินปูน ยาวไปตามหุบเขาประมาณ ๓๕ เมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๕ เมตร  หลักฐานที่พบมีอายุประมาณ ๒๗,๐๐๐ – ๓๗,๐๐๐ ปี นับเป็นแหล่งที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  หลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้แก่  หลุมฝังศพและโครงกระดูก เศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน เครื่องมือทำจากเขาสัตว์และกระดูก กระดูกสัตว์ขนาดใหญ่และเปลือกหอย
จากการขุดค้นครั้งแรกได้ขุดลึกลงไปถึงดินชั้นที่ ๑๐  ได้คำนวณอายุในชั้นที่ ๙ ได้อายุถึง ๓๗,๐๐๐ ปี ผลจากการคำนวณอายุนี้ แสดงถึงการพัฒนาการของมนุษย์ในเอเซีย  เมื่อหมู่เกาะพิลิปปินส์ และอินโดเนเซียกับแผ่นดินใหญ่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผืนแผ่นดินติดต่อกัน  เป็นยุคของการอพยพครั้งแรกของมนุษย์ลงไปทางใต้  จากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่นิวกินีและออสเตรเลีย
เครื่องมือในยุคนี้ที่พบในถ้ำหลังโรงเรียน ส่วนมากเป็นเครื่องมือหินกะเทาะที่มีการแต่งขอบภายหลังดังเช่นที่พบในจีนและอินโดเนเซีย  เครื่องมือหินเหล่านี้คงใช้ในการดำรงชีวิตแบบล่าสัตว์ และเก็บพืชผลป่ามาบริโภค
แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือนอก (ถ้ำเทพนิมิต)


อยู่ที่บ้านถ้ำเสือนอก ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก  ที่ตั้งถ้ำอยู่บนภูเขาที่ตั้งอยู่บนที่ราบเป็นเขาลูกโดดติดต่อกันหลายลูก  เป็นแนวทางไปต่อกับพืดเขาถ้ำเสือใน  ระหว่างหุบเขาจะเป็นที่ราบสลับกันไป  เพิงผาและโพรงถ้ำอยู่ในภูเขาหินปูน  มีถ้ำอยู่ใกล้เคียงกัน ๒ ถ้ำ คือถ้ำเทพนิมิต และถ้ำอรหันต์ ถ้ำเทพนิมิตมีเพิงผาที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยเป็นจำนวนมาก มีอุโมงค์น้ำทะลุลอด  ชั้นบนเป็นถ้ำมืดที่กว้างขวาง  ส่วนถ้ำอรหันต์อยู่ห่างออกไปประมาณ ๕๐ เมตร มีหินย้อยระย้าเหมือนหลอดแก้ว
โบราณวัตถุที่พบมีเศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกบนพืดหิน เครื่องประดับ และจากพระพุทธรูป
แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือน้อย

อยู่ที่บ้านถ้ำเสือน้อย อำเภออ่าวลึก สภาพถ้ำสวยงามและเงียบสงบตามธรรมชาติ เศษภาชนะดินเผาที่พบ มีเนื้อค่อนข้างประสานกันดี ผสมดินเหนียวมากขึ้นร่วมกับทรายละเอียด มักขัดผิวนอกให้เรียบมันกว่าลายเชือก  ค่อนข้างบางและมีขนาดไม่โตนัก เป็นภาชนะกลุ่มเดียวกันกับที่พบในถ้ำต้มเหรียง ถ้ำสระ ถ้ำเขาเขียน เป็นต้น  หลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบได้แก่ ภาชนะดินเผาทรงพานแบบหม้อทรงกลม ทรงเต้าปูน แม่พิมพ์หินทราย และโครงกระดูกมนุษย์

ชุมชนคลองท่อม


บริเวณอำเภอคลองท่อม ได้ขุดพบลูกปัดตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ทำให้สันนิษฐานว่า บริเวณนี้น่าจะเป็นแหล่งชุมชนโบราณแห่งหนึ่ง
ในบริเวณควนลูกปัด ได้พบเครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับที่ทำจากหิน และดินเผา  นอกจากนี้ยังพบ รูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ลิง ไก่ เต่า ฯลฯ  รูปสัตว์เหล่านี้อาจจะเนื่องด้วยลัทธิศาสนาก็ได้  ส่วนรูปคนนั้นบางท่านสันนิษฐานว่า เป็นรูปพระสุริยเทพ สมัยเมื่อ ๖ – ๗ พันปีมาแล้วของอียิปต์  บางท่านก็สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นของอินเดียรุ่นเก่าก่อน ลูกปัดบางเม็ดมีลวดลายคล้ายเครื่องหมายสวัสดิกะ  พบตัวอักษรซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นภาษาใด  พบหอยสังข์ทำด้วยทองคำ กำไลข้อมือและข้อเท้า
จากการที่พบเครื่องมือเบ้าหินลูกปัด  เศษลูกปัดที่แตก ก้อนหินสีต่าง ๆ ลูกปัดที่ชำรุดที่ถอดจากเบ้าทิ้งไว้  แสดงว่าควนลูกปัดเป็นแหล่งผลิตลูกปัด
แขวงเมืองปกาไส
ตามประวัติกล่าวว่า เมืองกระบี่เดิมเรียกว่า เมืองปกาไสเป็นแขวงเมืองขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช โดยพระปลัดเมืองได้มาตั้งเพนียดจับช้าง เพื่อส่งไปยังเมืองนคร ฯ การตั้งเพนียดจับช้างนี้อยู่ในห้วงเวลาประมาณปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศหล้านภาลัย  ในจดหมายเหตุเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๘ ปรากฏชื่อตำแหน่งขุนนางในกำกับดูแลของเมืองนคร ฯ ทำหน้าที่รักษาด่านปากน้ำปกาไส  มีขุนวินิจเป็นนายด่านถือศักดินา ๔๐๐ ขุนทิพย์เป็นปลัดด่านถือศักดินา ๓๐๐ และมีหมื่นวิชิต หมื่นเพชร หมื่นชนะ หมื่นอาจ เป็นกองลาด ถือศักดินา ๒๐๐
จากตำนานพื้นบ้านมีว่า  สมัยพญาศรีธรรมโศกราช บูรณะพระบรมธาตุเสร็จใหม่ ๆ ได้มีฝูงกาเป็นจำนวนมาก  มาบินโฉบเฉี่ยวพระบรมธาตุ  พระองค์จึงทรงสั้งให้ทหารไล่กาออกไป  ฝูงกาจึงหนีไปอยู่ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่งคือบ้านปกาไส  คำว่ากาไสแปลว่า แหล่งกา หรือถิ่นของกา
ดินแดนบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีช้างชุกชุมมาก  เจ้าพระยานคร ฯ ทุกสมัยได้ส่งคนมาตั้งเพนียดจับช้างไปใช้งาน  ในสมัยเจ้าพระยานคร ฯ (น้อย) ถึงกับต่อเรือสินค้าขนาดใหญ่ส่งช้างที่จับได้ส่งไปขายถึงต่างประเทศ  โดยลงเรือที่ทางเมืองตรังและท่าเรืออื่น ๆ ที่ปรากฏร่องรอยสะพานช้าง เช่นคลองท่อม  คลองปกาไส เป็นต้น เส้นทางเหล่านี้รู้จักกันในนาม เส้นทางเจ้าพระยานครค้าช้าง
จารึก
จารึกในจังหวัดกระบี่ พบที่แหล่งชุมชนโบราณคดีควนลูกปัด  ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนคลองท่อม ตำบลคลองท่อม อำเภอคลองท่อม เป็นจารึกในตราประทับเป็นอักษรอินเดียใต้ ภาษาสันสกฤต  อักษรปัลลวะ  มีอายุอยู่ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๒
ตราประทับศิลารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เป็นแผ่นศิลาคาร์เนเลี่ยนสีแดงขนาด ๑ เซ็นติเมตร  รูปอักษรในตราประทับ เป็นอักษรด้านกลับ และเมื่อกลับอักษรเป็นด้านตรงแล้ว  จะเห็นว่าเหมือนกับรูปอักษรที่ใช้อยู่ในสมัยพระเจ้าศิวสกันทวรมัน  กษัตริย์แห่งราชวงศ์ปัลลวะประเทศอินเดีย มีคำอ่านและคำแปลดังนี้
คำจารึกถอดเป็นอักษรไทย ทาดวยํ  คำแปล  ควรให้สมควรให้  หมายถึง อนุญาต  จึงสันนิษฐานว่าอาจจะใช้เป็นตราประทับเพื่อกิจการใดกิจการหนึ่ง
ตราประทับทองคำรูปกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เซ็นติเมตร  กึ่งกลางตรามีอักษรจารึก ๑ บรรทัด ด้วยรูปอักษรด้านกลับ  เป็นอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๒ เมื่อถอดอักษรที่จารึกแล้วอ่านได้ความหมายในทางสร้างสรรค์จรรโลงใจ  ทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ในทางคุ้มครองป้องกันภยันตราย ให้แก่ผู้ที่ได้รับใช้ติดตัวประจำกาย
คำจารึกถอดเป็นอักษรไทย  สรุธรฺมฺสมฺย  คำแปล  แห่งธรรมอันดีงาม หรือ แห่งธรรมอันละเอียดอ่อน
ตราประทับแผ่นศิลารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นแผ่นศิลาเนื้อเขียว ขนาดกว้าง ๑.๕ เซ็นติเมตร ยาว ๔ เซ็นติเมตร เป็นรูปอักษรด้านกลับ ตัวอักษรเหมือนรูปอักษรในตราประทับทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  ซึ่งมีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๑ เป็นอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต มีคำอ่านและคำแปลดังนี้
คำจารึกถอดเป็นอักษรไทย  อปฺรลสนสฺย  คำแปล ห้ามเคลื่อนย้าย
ตราประทับแผ่นศิลารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นแผ่นศิลาสีเขียว ขนาดกว้าง ๑.๕ เซ็นติเมตร  ยาว ๔ เซ็นติเมตร เป็นรูปอักษรด้านกลับ  อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๑ มีคำอ่านและคำแปลดังนี้
คำจารึกถอดเป็นอักษรไทย  วีรฺเพนฺธตฺรสฺย  คำแปล  เหล่ากอผู้กล้าผ่านไปได้
ตราประทับแก้วรูปวงรี มีอักษรจารึก ๑ บรรทัด  เป็นรูปอักษรด้านกลับ  เป็นอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต มีขนาดยาว ๑.๕ เซ็นติเมตร  กว้าง ๑ เซ็นติเมตร  มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๒
คำจารึกถอดเป็นภาษาไทย  ศรฺมฺมโน  คำแปล  ความสุข ความเบิกบานใจ ความปิติยินดี
ตราประทับรูปแก้ววงรี มีอายุอยู่ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๕ – ๘ เป็นอักษรด้านกลับ เป็นอักษรพราหมี  ภาษาปรากฤต หรือภาษาสันสกฤตโบราณ  มีคำอ่านและคำแปลดังนี้
คำจารึกถอดเป็นอักษรไทย  รูชฺโช  คำแปล  ทำลาย
ตำนาน
จังหวัดกระบี่มีตำนานที่เล่าสืบกันมาหลายชั่วอายุคนอยู่หลายเรื่องด้วยกัน  พอจะแบ่งเป็นกลุ่มของที่มาได้ดังนี้
ชื่อตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น ตำนานเขาสามหน่วย  ตำนานเขาขนาบน้ำ  ตำนานเขาขาว
ชื่อตามประวัติศาสตร์ เช่นตำนานควนลูกปัด  ตำนานเขา  ตำนานเขาชวาปราบ  ตำนานดอกพม่า  ตำนานบ้านหูดม  ตำนานวัดนทีมุขาราม
ชื่อตามเรื่องนิทาน  เช่นตำนานลูกสาวชาวเลกับปลาดุหยง  ตำนานเขาเขียน  ตำนานบ่อคุรี
ชื่อตามชื่อบุคคล  เช่นตำนานนางเบญจา  ตำนานขุนสาแหงะ  ตำนานโต๊ะแชน  ตำนานโต๊ะบุหรง  ตำนานโต๊ะอาดับ
ชื่อจากชื่อสัตว์ เช่น ตำนานพญายอดน้ำ  ตำนานช้างแม่ลูกอ่อน  ตำนานควนนกหว้า
ชื่อตามสถานที่เกิด เช่น ตำนานบ้านลำหับ  ตำนานโต๊ะหินขวาง  ตำนานแหลมโพธิ์  ตำนานวังจ่า  ตำนานบ้านคลองพน

สระมรกต แหล่ง Unseen ต้นกำเนิดของความงามที่ยังมีอะไรให้ค้นหา


สระมรกต แหล่ง Unseen ต้นกำเนิดของความงามที่ยังมีอะไรให้ค้นหา

สระมรกต


เวลาที่ดีที่สุด :
ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ผืนป่า ทุ่งเตียวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางครามถือว่าเป็นผืนป่าที่ราบต่ำ ผืนสุดท้ายในเมืองไทยที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นแหล่งรวมของความหลากหลายทาง ชีวภาพที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งประกอบไปด้วยผืนป่าหลายชนิดทั้งป่าดงดิบและ นิเวศของป่าพรุน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสายธารหลั่งไหลในท่ามกลางผืนป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกแต้วแร้วท้องดำซึ่งเคยสูญพันธุ์ไปแล้วและกลับมาพบ ใหม่ ที่นี่

นอกจาก นั้นยังเป็นที่ตั้งของสระมรกตน้ำสีเขียวใสแหล่ง Unseen ที่รู้จักกันดีทว่าธรรมชาติไม่เคยสิ้นสุดหากเราจะค้นหาและคุณจะต้องตะลึงว่า ที่อัศจรรย์ๆไม่แพ้กันก็คือ ต้นน้ำของสระมรกตแห่งนี้กลับมีสีของน้ำเป็นสีฟ้าสดใสได้อย่างเหลือเชื่อตลอด เวลาและเป็นปริศนาที่คุณพลาดไม่ได้ต้องไปพิสูจน์

การเดินทาง : ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จากกระบี่ถึงคลองท่อม เลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 4038 เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 4021 แล้วแยกขวาทางเดียวกันกับไปน้ำตกร้อนแต่แยกไปกันคนละทาง รวมระยะทางราว 50 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail: tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

 

มรดกทางพระพุทธศาสนา


วัดธรรมาวุธสรณาราม

อยู่ที่บ้านคลองเสียด กิ่งอำเภอเหนือคลอง  เป็นวัดเก่าแก่วันหนึ่งของเมืองกระบี่และของชุมชนที่อยู่บริเวณค่ายปกาไส  มาตั้งแต่สมัยพระปลัดเมืองนครศรีธรรมราช มาตั้งเพนียดจับช้าง เดิมชื่อวัดบ่อพอ เป็นการตั้งชื่อตามสภาพของสิ่งแวดล้อมเดิม  ภายในวัดมีบ่อน้ำบ่อหนึ่งอยู่ใกล้กับตอไม้หลุมพอ  จึงได้ชื่อว่าวัดบ่อพอ  น้ำในบ่อนี้มีอยู่ตลอดปี เพียงพอกับการใช้ของชาวบ้านทุกฤดูกาล  วัดนี้ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดธรรมาวุธสรณาราม  เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ที่วัดมีพระพุทธรูปหินอ่อนศิลปะพม่า  มีประวัติเล่าสืบกันมาว่า มีสองสามีภรรยาอยู่ที่บ้านเหนือคลอง เป็นคหบดีมีเรือสำเภา เดินเรือค้าขายระหว่างเมืองกระบี่กับสิงคโปร์ พม่า เป็นสินค้าประเภท วัว ควาย ถ่าน และพืชผลทางเกษตรกรรม  ได้ซื้อพระพุทธรูปหินอ่อนมาจากพม่าสององค์  ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๙ นิ้วองค์หนึ่ง และ ๓๐ นิ้วอีกองค์หนึ่ง  บรรทุกเรือมาขึ้นที่บ้านท่าม่วง ในตัวเมืองกระบี่  แล้วใช้เรือแจวสองลำผูกไม้ขนานกัน บรรทุกพระพุทธรูปมาขึ้นที่ท่ากรวด  บ้านเหนือคลอง แล้วขอแรงชาวบ้าน ชักลากพระองค์ใหญ่อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดบ่อพอ  ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดท่านุ่น  ต่อมาวัดท่านุ่นร้างลง ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดโพธิเลื่อน อำเภอเขาพนม
วัดไสไทย

อยู่ที่บ้านไสไทย ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ ตัววัดตั้งอยู่บนที่ดอน  มีภูเขาล้อมอยู่สามด้าน อยู่ไม่ห่างจากทะเลมากนัก  สภาพเดิมน้ำทะเลท่วมถึง  วัดใช้โพรงถ้ำเป็นที่พำนักสงฆ์ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มีรอยพระพุทธบาทจำลองถูกทิ้งร้างอยู่หนึ่งรอย  โพรงถ้ำที่ตั้งวัดมีร่องรอยเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ
พระพุทธรูปปางโปรดสุรินทราหู เป็นพระนอนยาว ๑๖ เมตร  เจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ได้สร้างขึ้นเพื่อสอนคนให้รู้จักการละทิฐิ  ไม่หลงตัวเองดังเช่นอสุรินทราหู ซึ่งคิดว่าตนเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อำนาจมาก  คิดว่าพระพุทธเจ้าคงต้องเกรงกลัวตน  พระพุทธองค์ทรงทราบความคิดของอสุรินทราหูด้วยพระญาณ  จึงลงบรรทมนิมิตให้อสุรินทราหูได้เห็นพระองค์ว่ามีความใหญ่โตกว่าอสุริน ทราหูเป็นอันมาก  ทำให้อสุรินทราหูได้สำนึกลดทิฐิลง และตั้งใจสดับพระธรรมเทศนาของพระองค์
ถ้ำพระ

อยู่ที่บ้านเขาพระ ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก  เป็นถ้ำที่อยู่ในภูเขาซึ่งตั้งอยู่กลางที่ราบเพิงผาและโพรงถ้ำ แบ่งออกเป็นสองตอน เป็นด้านนอกและด้านใน มีช่องทะลุออกไปทางด้านหลังได้  เดิมถ้ำนี้มีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่องค์หนึ่ง ไม่ทราบว่าสร้างเมื่อใด  ต่อมาได้มีผู้สร้างพระพุทธรูปขนาดเท่ากันขนาบข้างไว้อีก ๒ องค์
จากประวัติที่เล่าสืบกันมาว่า  พระพุทธรูปองค์นี้ได้สร้างขึ้นมาพร้อม ๆ กับการสร้างพระบรมธาตุเมืองนคร ฯ ผู้มีจิตศรัทธาได้รวมรวมทรัพย์สินเงินทอง จะไปสร้างพระบรมธาตุ ฯ แต่ไปไม่ทันพระบรมธาตุ ฯ ได้สร้างเสร็จแล้วจึงได้พร้อมใจกันสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น พร้อมกับฝังทรัพย์สินเงินทองไว้อีกส่วนหนึ่งด้วย

ประวัติศาสตร์เมืองกระบี่


จังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก  คือทะเลอันดามัน  ติดต่อกับจังหวัดพังงา และสุราษฎร์ธานีทางด้านทิศเหนือ  ติดต่อกับจังหวัดตรังทางด้านทิศใต้  และติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดนครศรีธรรมราชทางด้านตะวันออก
ตัวจังหวัดตั้งอยู่ระหว่างแนวเทือกเขาที่สำคัญของภาคใต้สองแนวคือ แนวเทือกเขาภูเก็ตอยู่ทางทิศตะวันตก  แนวเทือกเขานครศรีธรรมราชอยู่ทางทิศตะวันออก  เป็นเทือกเขาที่ต่อเนื่องมาจาก เทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ส่วนใหญ่มีภูเขาหินปูนเป็นลูกโดด ๆ เตี้ย ๆ มีถ้ำหินปูน บ่อน้ำร้อนและแอ่งน้ำที่เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน  สลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด  ที่ราบเชิงเขาที่ลาดเอียงไปทางชายฝั่งด้านใต้  และด้านตะวันตก  และที่ราบแคบ ๆ แถบชายฝั่ง
พื้นที่ตอนกลางมีแนวภูเขาที่สำคัญคือ ภูเขาพนมเบญจาอยู่ในเทือกเขาภูเก็ต วางตัวอยู่ในแนวเหนือ – ใต้  เป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงสุดในแนวเทือกเขาภูเก็ต คือสูง ๑,๔๐๐ เมตร  เป็นแนวสันปันน้ำ ด้านตะวันตกไหลลงสู่อ่าวพังงา ด้านตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำกระบุรี ด้านทิศเหนือไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดกระบี่มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร  เป็นชายฝั่งทะเลยุบตัวอันเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกใกล้กับแนวแผ่นดิน  มีลักษณะเว้าแหว่ง และสูงชันต่างกัน  บางบริเวณมีภูเขาติดกับชายฝั่งทะเล เช่น เขากาโรส และมีเกาะอยู่นอกชายฝั่งอยู่ถึง ๑๓๐ เกาะ  ในบรรดาเกาะดังกล่าวมีผู้คนอาศัยอยู่เพียง ๑๓ เกาะ  เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตา เกาะจำ เกาะพี – พี เกาะศรีบอยา  เกาะไหง ฯลฯ
พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลนไหล่ทวีปผืนแคบ ๆ มีหาดทรายอยู่น้อย มีบางบริเวณถูกแรงบีบอัดของเปลือกโลก  ทำให้ท้องทะเลเดิมถูกยกตัวขึ้นมาอยู่บนชายฝั่ง เช่น พื้นที่บริเวณสุสานหอย ๗๕ ล้านปี ที่บ้านแหลมโพธิ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ
แหล่งน้ำธรรมชาติ

จังหวัดกระบี่มีแม่น้ำ ลำคลอง และลำธารเล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ลำน้ำสาขาจะไหลลงสู่ลำน้ำใหญ่ในรูปแบบขนนก  ลำน้ำส่วนใหญ่มีลักษณะคดเคี้ยวค่อนข้างยาว  มีทั้งที่ไหลลงจากสันเขาไปทางทิศเหนือไปออกอ่าวไทยในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี  และไหลลงทางใต้ลงสู่ทะเลอันดามัน  ลำน้ำส่วนใหญ่จะมีน้ำไหลตลอดปี เนื่องจากมีฝนตกชุก
ลำน้ำที่สำคัญได้แก่
คลองปากลาว เกิดจากห้วยเล็ก ๆ ของเทือกเขาพนม และเขาแก้วในเขตอำเภอปลายพระยา  ไหลมารวมกันที่บ้านบางหอย  แล้วไหลผ่านบ้านบางหินผุ  บ้านบางเจริญ  บ้านบางโทง ตำบลแสงนา  แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมะรุ่ยที่บ้านปากลาวในเขตอำเภออ่าวลึก  มีความยาวประมาณ ๗๒ กิโลเมตร
แม่น้ำมะรุ่ย เป็นแม่น้ำสั้น ๆ ยาวประมาณ ๑๖ กิโลเมตร  ใช้เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดกระบี่กับจังหวัดพังงา  เกิดจากการรวมตัวของคลองปากลาว  แล้วไหลผ่านบ้านโคกยาง  บ้านหินลาด  ออกสู่ทะเลที่แหลมหินราวในเขตอำเภออ่าวลึก
คลองยา (คลองหยา)  เกิดจากเขาแก้ว – เขานุ้ย  ในเขตอำเภอปลายพระยา ได้ชื่อว่า ห้วยลึก แล้วไหลผ่านห้วยลึก  คลองหยา ไปรวมกับคลองปากลาวที่บ้านปากลาว  จากนั้นไหลผ่านบ้านโคกยาง  บ้านหินลาด  ไปอออกทะเลที่แหลมหินราวในเขตอำเภอคลองลึก
ห้วยโสก ต้นน้ำอยู่ที่บ้านถ้ำในเขตอำเภอปลายพระยา  ไหลผ่านบ้านช่องแซะ  บ้านบางล้าน  บ้านปากหยา  แล้วไหลไปรวมกับคลองพันโตนที่บ้านปางโสก  ในเขตอำเภอปลายพระยา  มีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
คลองพันโตน เกิดจากควนทัง บ้านควนท่อมในเขตอำเภออ่าวลึก  เรียกว่า คลองหิน  แล้วไหลไปลงคลองในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี  มีความยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตร
แม่น้ำกระบี่ ไหลผ่าน อำเภอเมือง ฯ ลงสู่ทะเลอันดามัน ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ฯ มีความยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร
คลองปกาไส ไหลมาจากทางด้านทิศเหนือของจังหวัด ลงสู่ทะเลอันดามันทางด้านใต้  มีความยาวประมาณ ๓๕ กิโลเมตร
คลองเขาแก้ว เกิดจากเขาพลู เขาแก้วในเขตบ้านเขาแก้ว อำเภออ่าวลึก ไหลไปบรรจบกับคลองยา ในเขตอำเภออ่าวลึก  มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร
แม่น้ำอ่าวลึก เกิดจากการรวมตัวกันของคลองอ่าวลึก และคลองแรด ในเขตอำเภออ่าวลึก  แล้วไหลลงสู่ทะเลอันดามันทางทิศใต้ของอำเภออ่าวลึก  มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร
คลองแรด เกิดจากเขาใหญ่ในเขตบ้านยวนเหนือ อำเภออ่าวลึก  ไหลผ่านเขาถ้ำน้ำ  บ้านควรผักเหมียง  บ้านคลองโสก บ้านควน แล้วไปบรรจบแม่น้ำอ่าวลึกในเขตอำเภออ่าวลึก  มีความยาวประมาณ ๑๔ กิโลเมตร
คลองน้ำตก เกิดจากเขาถ้ำเพชรในเขตอำเภออ่าวลึก ไหลผ่านบ้านน้ำตก ไปบรรจบกับคลองกลางที่อำเภออ่าวลึก  มีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร
คลองกาโรส เป็นคลองที่ใช้เป็นเส้นทางแบ่งเขต อำเภออ่าวลึก กับอำเภอเมือง ฯ  มีความยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร
คลองเขาไม้แก้ว เกิดจากเขาไม้ดำในเขตอำเภอเมือง ฯ  ไหลออกทะเลอันดามันใกล้เกาะโทน มีความยาวประมาณ ๑๔ กิโลเมตร
คลองกระบี่ใหญ่ เกิดจากเขาพนม  ไหลผ่านจังหวัดกระบี่ไปบรรจบแม่น้ำกระบี่  มีความยาวประมาณ ๓๑ กิโลเมตร
คลองหญ้าไทร เกิดจากเขาหน้าวัวในเขตอำเภอเมือง ฯ  ไหลไปบรรจบคลองกระบี่ใหญ่ที่บ้านคลองใหญ่ อำเภอเมือง ฯ มีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
คลองกระบี่น้อย เกิดจากเขาหลักและเขาพนมเบญจาในเขตอำเภอเมือง ฯ ไหลสงสู่ทะเลอันดามันที่แหลมขาม อำเภอเมือง ฯ  มีความยาวประมาณ ๒๘ กิโลเมตร
คลองทรายขาว ต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอเขาพนม  ไหลผ่านบ้านพรุเตียวไปบรรจบกับคลองน้ำแดงที่บ้านย่านซื่อ  มีความยาวประมาณ ๒๓ กิโลเมตร
คลองพอถาก ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาพนมเบญจา  ไหลผ่านบ้านห้วยน้ำแก้ว  บ้านเขาดิน ตำบลหน้าเขา แล้วไหลไปบรรจบกับคลองบางสร้าน
คลองบางสร้าน ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาพนมเบญจา  ไหลผ่านบ้านทอนผักกูด – ต้นพงษ์  ไปบรรจบกับคลองพอถากที่บ้านสร้าน ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม  รวมเป็นคลองยวนสาว  ไหลผ่านบ้านสองแพรกอำเภอชัยบุรี ไปบรรจบแม่น้ำตาปีที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎ์ธานี
คลองท่อม ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาใหญ่ในเขตจังหวัดตรัง ไหลผ่านตำบลคลองท่อมใต้  คลองท่อมเป็นคลองที่มีความสำคัญอันเกี่ยวเนื่องด้วยประวัติศาสตร์ของจังหวัดกระบี่  ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอคลองท่อม  ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน
คลองสินปุน ต้นน้ำเกิดจากเขาน้อยในเขตอำเภอคลองท่อม  ไหลผ่านบ้านไร่คอกย่านอุดม  ทุ่งทับควาย  ลำทับ  นาพรุ  ห้วยใหญ่  ผ่านอำเภอทุ่งใหญ่ไปบรรจบแม่น้ำตาปีในเขตอำเภอพระแสง  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ป่าไม้
กระบี่มีป่าไม้เหลืออยู่ประมาณ ร้อยละ ๕๔ ส่วนใหญ่เป็นไม้ไม่ผลัดใบ เป็นป่าเบญจพรรณ  แยกเป็นพื้นที่ป่าออกตามสภาพป่าเป็น
ป่าสงวนแห่งชาติ  จำนวน ๔๕ ป่า  มีพื้นที่ประมาณ ๑,๔๗๖,๐๐๐ ไร่
พื้นที่ป่าสมบูรณ์  ประมาณ ๓๘๘,๐๐๐ ไร่  พื้นที่ป่าบก ประมาณ ๒๑๑,๐๐๐ ไร่  และพื้นที่ป่าชายเลน ประมาณ ๑๗๗,๐๐๐ ไร่
สภาพป่าบกโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบชื้น  อยู่ตามภูเขาจึงค่อนข้างจะเป็นป่าสมบูรณ์  จำแนกตามผลการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ดังนี้
ป่าเพื่อการอนุรักษ์ มีพื้นที่ประมาณ ๓๑๕,๐๐๐ ไร่
ป่าเพื่อเศรษฐกิจมี พื้นที่ประมาณ ๘๙๔,๐๐๐ ไร่
ป่าที่เหมาะแก่การเกษตรมี พื้นที่ประมาณ ๒๒๗,๐๐๐ ไร่

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

เขาขนาบน้ำ สัญลักษณ์คู่เมืองบนแม่น้ำสายสั้นที่สุดในประเทศไทย


เขาขนาบน้ำ สัญลักษณ์คู่เมืองบนแม่น้ำสายสั้นที่สุดในประเทศไทย

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.

เมืองกระบี่ ใครก็รู้จักดีคือ เขาขนาบน้ำ สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองซึ่งตระหง่านขนาบอยู่สองฝั่งแม่น้ำกระบี่โดยมีผืน ป่าโกงกางรายรอบ ทุกเช้าเย็นจึงเป็นที่ซึ่งผู้วนเวียนมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันไม่ขาด ยิ่งวันนี้มีการสร้างอนุสาวรีย์ปูดำ (ปูทะเล) ไว้บริเวณเขื่อนซึ่งเป็นจุดชมวิวก็ยิ่งมีผู้คนสนใจมากขึ้นหากจะล่องเรือไป ให้ถึงเขาขนาบน้ำที่นั่นก็ยังมีถ้ำโบราณเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคก่อน ประวัติศาสตร์ และมีการจำลองรูปปั้นคนโบราณและภาพเขียนสีที่สำคัญของกระบี่ไว้ให้ผู้คน ระลึกถึงอีกมุมหนึ่งของเขาขนาบน้ำด้วย อย่างไรก็ตามใครบ้างจะรู้ว่าเขาขนาบน้ำแห่งนี้มีความเป็นเอกลักษณ์อีกอย่าง หนึ่ง ก็คือมันตั้งตระหง่านอยู่คู่กับแม่น้ำสายที่สั้นที่สุดในประเทศไทยคือแม่น้ำ กระบี่ที่มีความยาวเพียง 5 กิโลเมตร

การเดินทาง : ลงเรือท่องเที่ยวเขาขนาบน้ำได้ที่ท่าเรือเจ้าฟ้าค่าโดยสารเหมาลำชั่วโมงละ 500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail :tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์


พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

จากการสำรวจทางธรณีวิทยา ที่บริเวณเหมืองถ่านหินลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ฯ ในเขตอำเภอเหนือคลอง  จากการเก็บตัวอย่างฟอสซิลบริเวณแอ่งตะกอนทับถมยุคเทอร์เชียรี่  ที่มีอายุประมาณ ๔๐ – ๓๕ ล้านปีมาแล้วที่หลุมคลองหมาก และหลุมคลองหวายเล็ก  ได้พบหลักฐานชิ่นส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิด  รวมทั้งสัตว์ต้นตระกูลเก่าแก่ที่สุดของฮิปโปโปเตมัสชนิดที่พบในประเทศไทย เป็นครั้งแรก  และได้พบชิ้นส่วนซากลิงชนิดหนึ่ง  เป็นฟอสซิลชนิดใหม่ของโลก ให้ชื่อว่า สยามโมพิเทคัสอีโอซีนัส  เป็นลิงในสายพันธุ์อันเป็นต้นกำเนิดมนุษย์  ลักษณะคล้ายลิงอัลลูตาในอเมริกาใต้ และคล้ายลิงอุรังอุตัง
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ได้หลักฐานประการหนึ่งว่า  ดินแดนบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์วานรมาก่อน และการพัฒนาสายพันมนุษย์น่าจะอยู่ในบริเวณนี้ด้วย  จากวิวัฒนาการของมนุษย์วานร ได้พบหลักฐานในชวาเรียกกันว่า มนุษย์ชวา  พบที่จีนเรียกมนุษย์ปักกิ่ง  กลุ่มดังกล่าวได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว  เชื้อสายที่สืบทอดวิวัฒนาการต่อมาคือมนุษย์ปัจจุบัน ซึ่งเริ่มต้น ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ดินแดนบริเวณจังหวัดกระบี่ได้พบหลักฐาน การเข้าอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  การขุดค้นทางโบราณคดีที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริกและถ้ำหมอเขียว ได้พบหลักฐานซึ่งมีอายุระหว่าง ๒๗,๐๐๐ – ๓๗,๐๐๐ ปีมาแล้ว
นักโบราณคดีมีแนวคิดเรื่องการเคลื่อนย้ายของมนุษย์โบราณในภาคใต้ไว้สองแนวทางด้วยกันคือ
– การอพยพจากดินแดนตอนเหนือของภาคใต้ลงไปทางมาเลเซียและหมู่เกาะต่าง ๆ
– การอพยพจากดินแดนที่เป็นหมู่เกาะต่าง ๆ ขึ้นสู่ภาคใต้
ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

บริเวณ เวิ้งอ่าวพังงา – กระบี่  เป็นแหล่งที่พบภาพเขียนสีมากที่สุดแห่งหนึ่ง  แหล่งภาพเขียนสีในเขตจังหวัดกระบี่  ที่สำรวจแล้วมีอยู่ที่ถ้ำผีหัวโต  ถ้ำเขาตีบนุ้ย  เพิงผาแหลมยอ  แหลมไฟไหม้  แหลมชาวเล  ถ้ำชาวเล  เขากาโรส  เขาขนาบน้ำ  เขาเขียนในสระ  ถ้ำหน้ามันแดง
ภาพเขียนในแหล่งถ้ำมีหลายรูปแบบ คือ ภาพคน  สัตว์บก  สัตว์น้ำรูปทรงเรขาคณิตแบบต่าง ๆ เขียนด้วยสีดำ  แดง  น้ำตาล  ทางโบราณคดีได้กำหนดอายุภาพเขียนสีเหล่านี้ไว้ระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
แหล่งโบราณคดีอื่นๆ
ในเขตจังหวัดกระบี่ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมากตามถ้ำเพิงผาในภูเขาหินปูน โบราณวัตถุที่พบเป็นเครื่องมือหิน  เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ  มีทั้งที่อยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และอยู่ในสมัยเริ่มประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ที่สำคัญได้แก่
ควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม  พบลูกปัดแร่ประกอบหิน แก้วหลอม เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องสำริด  เหรียญโลหะต่าง ๆ  แม่พิมพ์  แผ่นจารึก  ตราประทับ ฯลฯ
ถ้ำโรงเรียนทับปริก อำเภอเมือง ฯ พบหลุมฝังศพ โครงกระดูก  เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องมือจากเขาสัตว์ ฯลฯ
ถ้ำไสไทย อำเภอเมือง ฯ พบขวานหิน  พระพิมพ์ดินดิบ  เทวรูปขนาดเล็ก ฯลฯ
เพิงผาหน้าชิง อำเภอเมือง ฯ พบชิ้นส่วนหม้อสามขา  ขวานมีดหินขัด  เครื่องมือสะเก็ดหิน ฯลฯ
ถ้ำเสือ อำเภอเมือง ฯ พบหลุมศพ เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องสะเก็ดหิน เครื่องประดับ ฯลฯ
ถ้ำหัวกะโหลก อำเภออ่าวลึก  พบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ชนิดเนื้อหยาบหนา ฯลฯ
ถ้ำเสือน้อย อำเภออ่าวลึก  พบภาชนะดินเผาทรงพาน  แม่พิมพ์หินทราย ฯลฯ
ถ้ำเสือนอก อำเภออ่าวลึก  พบเศษเครื่องปั้นดินเผาทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน ฯลฯ
ถ้ำเขาพระ อำเภออ่าวลึก  พบเศษเครื่องปั้นดินเผา  เครื่องมือหิน พระพุทธรูปในโพรงถ้ำ ฯลฯ
เพิงผาขนาบน้ำ อำเภอเมือง ฯ พบเครื่องมือหิน  เศษภาชนะดินเผาผิวเรียบ และลายเชือกทาบ ชิ้นส่วนหม้อสามขา  ใบมีดหินขัด  พระพิมพ์ดินดิบ ฯลฯ
ถ้ำโต๊ะหลวง อำเภออ่าวลึก  พบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ และผิวเรียบ  หม้อสามขา  หม้อทรงพาน  เครื่องมือหิน ฯลฯ
ถ้ำหมื่นจันทร์ อำเภอเมือง ฯ พบเศษภาชนะดินเผาชนิดต่าง ๆ
เขาชวาปราบ อำเภอคลองท่อม  พบเศษเครื่องปั้นดินเผา  แผ่นอิฐ  สมอเรือขนาดใหญ่  ลูกปัดหิน  ก้อนรัตนชาติ ฯลฯ
ถ้ำเพชร อำเภออ่าวลึก  พบขวานหินปัด  เศษภาชนะดินเผาชนิดต่าง ๆ
คลองวัดโพธิ์เลื่อน อำเภอเขาพนม  พบขวานหินขัด  สะเก็ดหินจำพวกหินกะเทาะ
ถ้ำเขาพระ อำเภอเมือง ฯ พบลูกปัดสีต่าง ๆ เศษเครื่องปั้นดินเผา
ถ้ำแห้งบางเหียน อำเภอปรายพระยา  พบภาชนะดินเผา  ลูกปัดอำพัน ฯลฯ
ถ้ำสระ อำเภอปรายพระยา  พบเครื่องมือหินกะเทาะ  เครื่องมือสะเก็ดหิน  ภาชนะดินเผาประเภทต่างๆ
ถ้ำน้ำช่ำ อำเภอปรายพระยา  พบเครื่องปั้นดินเผาลายขูดขีดและลายฉลุ  เครื่องมือหิน
เขาเขนเขาทอง อำเภอปรายพระยา  พบภาชนะดินเผาทรงพาน
เขาลังตัง อำเภออ่าวลึก  พบภาชนะดินเผาทรงพาน
คลองปากลาว อำเภออ่าวลึก  พบขวานหินขัดขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีดแบบพร้า
ถ้ำต้นเหลียงเขายิงหมี อำเภอปรายพระยา  พบขวานหินขัด  เศษภาชนะดินเผา
ถ้ำเขานุ้ย อำเภออ่าวลึก  พบเครื่องมือสะเก็ดหิน  เศษภาชนะดินเผา ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีแหล่งถ้ำอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก  ที่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
เมืองกระบี่สมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช
เส้นทางข้ามคาบสมุทร ร่องรอยการเดินทางข้ามแหลมมีมาแต่โบราณ  นักเดินทางที่สำคัญได้แก่ พวกอินเดีย  อาหรับ  อียิปต์  กรีก  และจีน  พบหลักฐานจากเครื่องมือเครื่องใช้และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดไว้กับชนพื้นเมือง  การที่ชายฝั่งภาคใต้อยู่ช่วงกึ่งกลางของเส้นทางการค้า  ทำให้เกิดชุมชนขึ้นทั้งสองฟากฝั่งทะเล เช่น ตะโกลา  ปะลันดา  ตามพรลิงค์  โกลิ  ลังกาสุกะ เป็นต้น  สำหรับเส้นทางที่ดินแดนเมืองกระบี่ได้แก่
ปากลาว – อ่าวบ้านดอน เริ่มจากคลองลาวในเขตอำเภออ่าวลึก  ผ่านเขาต่อในเขตอำเภอปรายพระยา ไปลงคลองชะอุ่มในเขตอำเภอพนม  แล้วไปออกแม่น้ำพุมดวงต่อกับแม่น้ำตาปี  ไปออกอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้มาช้านาน ตอนต้นรัตนโกสินทร์ ยังใช้เส้นทางนี้อยู่
คลองท่อม – คลองสินปุน – อ่าวบ้านดอน เริ่มจากปากคลองท่อม  แล้วเดินบกไปลงคลองสินปุนออกแม่น้ำตาปี ไปออกอ่าวบ้านดอน  และสามารถแยกการเดินทางจากบริเวณอำเภอทุ่งใหญ่ ไปเมืองนครศรีธรรมราช
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางย่อยอีกหลายเส้นทาง  เช่น ปากคลองกระบี่ใหญ่  คลองกระบี่น้อย  คลองปกาไส  คลองเพหลา  คลองพน  ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางสายหลักดังกล่าวแล้วได้
เมืองคลองท่อมโบราณ เป็นบริเวณที่เรียกว่า ควนลูกปัด  ตั้งอยู่บนเส้นทางข้ามคาบสมุทร  จากคลองท่อมไปอ่าวบ้านดอน  ปัจจุบันเป็นเนินดินอยู่ห่างชายฝั่งทะเลเข้ามาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  คลองแต่เดิมคงลึก  เรือขนาดใหญ่เข้าถึงได้  เพราะได้ขุดพบซากเรือ  ซากเรือหลายลำจมอยู่  โบราณวัตถุที่พบพอประมวลได้ดังนี้
วัตถุที่ทำด้วยหิน ได้แก่  เครื่องมือหิน  หินดุ  หินสลัก  แม่พิมพ์  ตราประทับ  ลูกปัดหิน  ก้อนรัตนชาติ
วัตถุที่ทำด้วยแก้ว ได้แก่  ลูกปักแก้ว  กำไล  แก้วหล่อ  แหวน  เศษภาชนะ
วัตถุที่ทำด้วยดินเผา ได้แก่  ภาชนะดินเผา  ตะคันดินเผา  แวดินเผา  แม่พิมพ์ลายประทับ
วัตถุที่ทำด้วยสำริด ได้แก่  แหวน  ต้มหู  เหรียญรูปสัตว์  เหรียญรูปสัญลักษณ์ชิ้นส่วนคันฉ่อง
วัตถุที่ทำด้วยเงิน ได้แก่  กำไล  แหวน  ต้มหู  เหรียญรูปสัตว์สัญลักษณ์ต่าง ๆ ก้อนแร่
วัตถุที่ทำด้วยทอง ได้แก่  ลูกปัด  ทองคำแท่งหรือแผ่น  แหวนทองคำ
วัตถุที่ทำด้วยดีบุก ได้แก่  เหรียญต่าง ๆ
วัตถุที่ทำด้วยเหล็ก ได้แก่พวกเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ
นอกจากนี้ยังมีเศษไม้จากซากเรือที่จมอยู่  ไม่มีร่องรอยการตั้งเมืองที่มีคูน้ำคันดินที่ชัดเจน  จึงลงความเห็นว่าคลองท่อมโบราณน่าจะเป็นสถานีการค้าที่เปิดไปสู่ฝั่งทะเลตะวันออกที่อ่าวบ้านดอน  จากโบราณวัตถุที่พบมีตะดินเผาโรมัน  เงินเหรียญโรมัน  เศษเครื่องถ้วยชาม  ชิ่นส่วนคันฉ่องของจีน  ลูกปัดสุริยเทพศิลปะอียิปต์ หรือโรมัน  ตราประทับเป็นภาษาสันสกฤต  แผ่นหินสลักภาษาทมิฬ ฯลฯ
เมืองบันทายสมอ มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านได้วางตำแหน่งเมืองบันทายสมอ  ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตร หรือเมืองขึ้นของนครศรีธรรมราชว่าอยู่ที่บริเวณเมืองกระบี่  เมืองนี้ใช้ตราลิงเป็นสัญลักษณ์  อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้ข้อยุติที่ชัดเจนนัก
เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่  แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด  จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้  อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ ๒๗ ปี ถึง พ.ศ.๒๓๕๔
แขวงปกาไสที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองปกาไสนั้น เมื่อมีผู้คนมากขึ้น  สภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมที่จะขยายเมืองต่อไป  จึงได้ย้ายที่ทำการไปตั้งที่บริเวณบ้านหินขวาง ปากคลองกระบี่ใหญ่  ชาวบ้านเรียกที่แห่งใหม่นี้ว่า ค่ายหินขวาง ต่อมาเมื่อมีผู้คนมากขึ้นทางการจึงให้รวมแขวงต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงคือ แขวงปากลาวแขวงคลองพน และแขวงปกาไสขึ้นเป็นเมือง เรียกว่าเมืองกระบี่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๕ โดยมีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองคนแรก  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓ จึงย้ายที่ทำการไปตั้งที่ตำบลปากน้ำ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าgเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๓๕๒) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่  ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพานเจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอด
พระเนตรสถานที่ราชการ  ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง)  วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด  ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม  วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา  มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ ๒ แห่งคือที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน  ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ  หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย  ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป  เรือกลไฟชื่อถ่องโห  ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ  ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณทะเลกระบี่  ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้  ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก
ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ  คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ  การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งพะเนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗  ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ ๖ เชือก  มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย ๑ เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ ๔ ปี  ให้ชื่อว่าพลายแก้ว  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ถ้ำผีหัวโต ปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณจากครั้งอดีต


ถ้ำผีหัวโต ปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณจากครั้งอดีต

 

ใน บรรดาภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบกระจัดกระจายทั่วไปตามเพิงผาและถ้ำ ต่าง ๆ ของจังหวัดกระบี่เป็นอันแสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในแถบนี้มา เนิ่นนานนับหมื่นปีนั้น กลุ่มภาพเขียนที่พบภายในถ้ำผีหัวโต บ้านบ่อท่อ ตำบลอ่าวลึกใต้ นับเป็นกลุ่มภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับจำนวนได้นับร้อยภาพ สัณนิฐานว่ามีอายุราว2,000-3,000ปี ภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดและทุกคนต้องการมาดูที่สุดคือ ภาพเขียนรูปคนใส่หมวกทรงสูงหรือคนที่มีหัวเป็นสัตว์มีเขา เขียนด้วยสีแดงทั้งตัวคล้ายมนุษย์ต่างดาวและภาพมือสองข้างที่ทาบไว้บนเพดาน ถ้ำมีลักษณะพิเศษคือมือข้างหนึ่งนั้นมีนิ้วถึง6นิ้วชวนให้น่าฉงนสนเทห์ นอกนั้นยังมีภาพคล้ายนกฟินิกซ์กำลังกระพือปีกบินอีกภาพหนึ่งซึ่งไม่ทราบยุค มนุษย์โบราณหมายถึงนกอะไร สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณกับภาพเขียนฝาผนังครั้งอดีตกาล

• ฤดูการท่องเที่ยว:  ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 08.30 น. – 10.00 น.

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านถ้ำเสือ ระยะทางรวม5กิโลเมตรมีทางแยกต่อไปท่าเรือได้2แห่ง คือท่าเรือบ่อท่อและท่าเรือต้นขาม ระยะทางราว2กิโลเมตรเท่ากัน ลงเรือไปอีก10-20นาทีถึงถ้ำผีหัวโต

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มรดกทางธรรมชาติ


กระบี่มีมรดกทางธรรมชาติที่เป็นป่าสงวน  อุทยาน  วนอุทยาน  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เกาะแก่งในทะเลเป็นจำนวนมากรวมทั้งสุสานหอย ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ติดอันดับโลก
ป่าสงวนแห่งชาติมีอยู่ ๔๕ ป่า มีพื้นที่ประมาณ ๑,๔๗๖,๐๐๐ ไร่  เป็นพื้นที่ป่าบกประมาณ ๒๑๑,๐๐๐ ไร่  และเป็นพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ ๑๗๗,๐๐๐ ไร่  พื้นที่ป่ามีอยู่ประมาณร้อยละ ๕๔ ของพื้นที่จังหวัด  สภาพป่าบกโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบชื้นส่วนใหญ่อยู่ตามภูเขา
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา

มีพื้นที่ประมาณ ๓๑,๐๐๐ ไร่  ครอบคลุมพื้นที่อำเภออ่าวลึก  อำเภอเมือง ฯ และอำเภอเขาพนม มีเทือกเขาสลับซับซ้อน  ยอดเขาที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกระบี่คือยอดเขาพนมเบญจา สูงประมาณ ๑,๔๐๐ เมตร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร น้ำตก เป็นจำนวนมาก เช่น คลองกระบี่ใหญ่  คลองกระบี่น้อย  คลองโตรม  คลองอีปัน  คลองปกาไส  น้ำตกที่สำคัญคือน้ำตกห้วยโต้  น้ำตกห้วยสะเด  น้ำตกคลองแห้ง  น้ำตกต้นหาร  เขาพนมเบญจา เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า เขานม เพราะยอดสันเขามองดูคล้ายผู้หญิงนอนหลับอยู่ชั่วกาลนาน  ต่อมาทางการให้ชื่อว่าเขาพนมเบญจา  ซึ่งอาจหมายถึงการรวมยอดเขาใหญ่ๆ ห้ายอดเข้าด้วยกัน  บ้างก็ว่าตั้งขึ้นตามตำนานเรื่องนางเบญจา ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้าน  นอกจากนี้ชาวบ้านยังเชื่อว่าบนยอดเขาเป็นที่สิงสถิตของพญายอดน้ำ และเจ้าแม่เขาพนม ซึ่งเป็นที่นับถือของผู้คนในท้องถิ่น
อุทยานแห่งชาตินี้ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี

ประกอบด้วยพื้นที่ชายฝั่งบริเวณเขาอ่าวชะเมา  และป่าหมู่เกาะปอดะ  เกาะหินแดงและหมู่เกาะพีพีมีพื้นที่ประมาณ ๓๙๐ ตารางกิโลเมตร (๒๔๔,๐๐๐ ไร่) เป็นพื้นน้ำประมาณ ๒๐๔,๐๐๐ ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหนองทะเล ตำบลอ่าวนาง และตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ฯ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖
บริเวณชายทะเลประกอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน  โดยเฉพาะเขานางนาคที่สูงประมาณ ๕๐๐ เมตร  สภาพชายหาดมีหลายลักษณะคือมีหาดทราย หาดดินเลน และหาดหิน  ได้แก่หาดทับแขก  หาดคลองแห้ง  หาดนพรัตน์ธารา  หาดอ่าวนาง  หาดไผ่ปล้อง  และหาดถ้ำพระนาง เป็นต้น
บริเวณป่าชายเลนเขาหางนาคมีลำคลองเขากลม เป็นคลองน้ำจืดเพราะได้รับน้ำจืดจากหนองทะเล ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่  คลองห้วยสะบ้าเป็นคลองน้ำกร่อยขนาดใหญ่

เกาะพีพี ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินและหน้าผาสูงชัน  หาดทรายที่สำคัญได้แก่หาดชาวเล หาดโละบาเถา หาดต้นไทร หาดโละกาลัม และหาดโละลานา  หมู่เกาะพีพีประกอบด้วยเกาะที่อยู่ใกล้เคียงเช่น เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล (ไวกิ้ง) เกาะบิดะนอก เกาะบิดะใน เกาะยุง เกาะไผ่ มีเวิ้งอ่าวที่สำคัญได้แก่ อ่าวลาน้า อ่าวนุ้ย อ่าวปิเละ อ่าวโละดาลัม อ่าวหยงกาเซ็ม อ่าวต้นไทร อ่าวโละกาบา อ่าวรันตี อ่าวโละซามะ และอ่าวมาหยา เป็นต้น  ที่เกาะพีพีเลมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นภาพเรือสมัยต่าง ๆ ที่นักเดินทางได้มาเขียนเอาไว้  คำว่าพีพีตามตำนานอ่าวนางกล่าวว่า เป็นชื่อเกาะซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเทพยดาผู้เป็นพี่ของพระนางจึงเรียกว่า เกาะพี่ หรือพี่พี่  เพราะเป็นเกาะที่ใหญ่กว่าเกาะอื่น ที่มาของชื่อเกาะพีพีอีกประการหนึ่งคือพีพีเป็นชื่อต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่ง คือต้นตะบูนขาวซึ่งชาวเลเรียกว่าพีพี เดิมมีต้นไม้ชนิดนี้อยู่มาก  ชาวเลเรียกเกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปี

สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ซากหินปูนที่ประกอบด้วยซากหอยที่ตายทับถมกันมานับล้านปี มองดูคล้ายแผ่นซีเมนต์ขนาดใหญ่จมอยู่ในทะเล และมีบางส่วนโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา  ซากหอยดังกล่าวมีจำนวนมากแผ่เป็นความยาวถึงประมาณ ๒๐๐ เมตร กว้างประมาณ ๕๐ เมตร  ส่วนใหญ่เป็นซากหอยขมต้วป้อมยาวประมาณ ๒ เซ็นติเมตร  มีบางชนิดคล้ายหอยเจดีย์ ยาวประมาณ ๓ เซ็นติเมตร  ซากหอยเหล่านี้ทับถมกันโดยมีน้ำประสานธาตุปูนเป็นตัวจับให้แน่นเป็นหินแข็ง  หนาประมาณ ๔๐ เซ็นติเมตร  ชั้นถัดลงไปเป็นถ่านลิกไนต์หนาประมาณ ๑๐ เซ็นติเมตร  ใต้ชั้นถ่านลิกไนต์ลงไปเป็นชั้นหินดาน  จากลักษณะดังกล่าว สามารถคำนวนได้ว่าซากหอยแห่งนี้มีอายุประมาณ ๗๕ ล้านปีมาแล้ว  ในห้วงระยะเวลาดังกล่าวบริเวณนี้เคยเป็นหนองน้ำจืดมาก่อน  ซากต้นไม้นานาชนิดได้ทับถมกันอยู่มากมาย  จนกลายเป็นถ่านหินประเภทลิกไนต์  ต่อมาได้มีหอยหลายชนิดเข้ามาอยู่อาศัยในหนองน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก  ในระยะต่อมาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา  ทำให้หนองน้ำแห่งนี้จมลงไปอยู่ใต้ทะเล  ทำให้หอยดังกล่าวแล้วตายหมด  ธาตุปูนจากน้ำทะเลเข้าประสานเปลือกหอยให้ติดกันเป็นพืด ต่อมาพื้นโลกเกิดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  ทำให้พืดหินอันเกิดจากเปลือกหอยนี่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำทะเลบางส่วน ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบัน
สุสานหอยอยู่บริเวณบ้านแหลมโพธิ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ และมีอยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

อยู่ในเขตตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก มีพื้นที่ประมาณ ๑๓๕,๐๐๐ ไร่  พื้นที่ของอุทยาน ฯ เป็นป่าไม้และป่าชายเลน  ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก  เช่น สวนรุกขชาติธารโบกขรณี ถ้ำลอดเหนือ – ใต้  ถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลก  ถ้ำเพชร  ถ้ำพระ  ถ้ำสระยวนทอง  ถ้ำชาวเล  ถ้ำเสือน้อย  อ่าวแหลมสัก  หมู่เกาะปิเละ และเกาะห้อง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

อยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา มีพื้นที่ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ไร่  มีกลุ่มหมู่เกาะอยู่ ๕๒ เกาะ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๓  มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หาดหลังสอด  แหลมคอกวาง  หาดคลองคาว  หาดคลองหิน  หาดบากันเตียง  เกาะหมอ  เกาะตะละเป็ง  เกาะไหง  เกาะบู-บู  และหาดคลองจาก เป็นต้น
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ – บางคราม
อยู่ในเขตอำเภอคลองท่อม ฯ เป็นป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ  เป็นที่ราบต่ำผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ทางภาคใต้ของไทย  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๒๐๐ เมตร  มีพื้นที่ประมาณ ๙๘,๐๐๐ ไร่  ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นต้นกำเนิดทางพันธุกรรมของพันพืช และพันธุ์สัตว์นานาชนิด  มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งต้นกำเนิดต้นน้ำลำธาร ที่ไปหล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง คือจังหวัดตรัง  สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙  ได้สำรวจพบนกแต้วแร้วท้องดำ  เป็นนกป่าที่สันนิษฐานว่าได้สูญพันธุ์ไปกว่า ๓๕ ปีแล้ว  ปัจจุบันนกแต้วแร้วท้องดำได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ๑ ใน ๑๕ ชนิดของประเทศไทย  ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤต และใกล้สูญพันธุ์
ในป่าแห่งนี้ยังพบนกประมาณ ๓๑๘ ชนิด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า ๑๔๑ ชนิด  สัตว์เลื้อยคลานมากกว่า ๑๒๑ ชนิด  ทำให้ป่าผืนนี้เป็นแหล่งที่เหมาะแก่การศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์  และเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่ง

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ปิเละ เกาะห้อง ลากูนสวรรค์จองนักพายแคนู


ปิเละ เกาะห้อง ลากูนสวรรค์ของนักพายแคนู

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : 10.00 น. ถึง 14.00 น.

เกาะห้อง เกาะใหญ่ที่สุดในอาณาจักรป่าเกาะของจังหวัดกระบี่อันอุดมด้วยเกาะน้อยใหญ่ นั้น นอกจากจะเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยขนาดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกแล้วที่นี่ยังมีปิเละหรือลากูนในช่องเขาเร้นลับชวนให้ค้นหาความ อัศจรรย์ยิ่งนัก ลากูนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะด้านหน้าเป็นแนวปะการังน้ำตื้นที่ สมบูรณ์เหมาะแก่การดำน้ำตื้นที่สามารถดำชมปะการังอ่อนได้อย่างน่าทึ่ง

ในลากูนนี้เองที่เป็นจุดที่ดีที่สุดในการพายแคนูด้วยการพายผ่านช่องผา แคบๆบริเวณปากทางเข้าไปเที่ยวชมเวิ้งน้ำอันกว้างใหญ่ด้านใน ตื่นตาตื่นใจกับโลกส่วนตัวอันเงียบสงบของคุณที่มีแต่หน้าผาหินล้อมรอบท่าม กลางผืนน้ำสีเขียวมรกตประดุจสรวงสวรรค์ของคุณ

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่อ่าวนาง อ.เมือง ท่าเรือแหลมสักหรือท่าเรือควนโอ อ.อ่าวลึก ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงและ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตามลำดับ ค่าเช่าเหมาเรือเป็นวัน วันละราว 2,500 – 3,500 บาท

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

e-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มรดกทางวัฒนธรรม


จังหวัดกระบี่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันได้แก่โบราณสถานโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมดีเด่น  เท่าที่สำรวจพบมีอายุตั้งแต่ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี
ภาพเขียนสีถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโตอยู่ที่บ้านบ่อท่อ  ตำบลอ่าวลึกใต้  อำเภออ่าวลึก  เป็นถ้ำอยู่ในภูเขาหินปูนในกลุ่มเขาถ้ำลอดใต้ ในแนวเทือกเขาภูเก็ตหรือแนวเขาในกลุ่มหินราชบุรี  อายุประมาณ ๒๓๐ – ๓๔๕ ล้านปีมาแล้ว  ภายในถ้ำอากาศถ่ายเทได้สดวก และมีแสงสว่างส่องเข้าไปได้หลายทิศทาง  ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยและแท่งหิน มีกองเปลือกหอยทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก  มีทางขึ้นไปที่ปากถ้ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ภายในถ้ำแบ่งเป็นสองคูหาใหญ่ ๆ เชื่อมต่อกันได้เป็นบริเวณที่มีภาพเขียนสี
นักโบราณคดีให้ความเห็นว่า  ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์เป็นผู้สร้างผลงานเหล่านี้  อาจเป็นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน  พิธีกรรมความเชื่อ หรือใช้สื่อสารกันระหว่างกลุ่มชนก็เป็นได้  เจ้าของภาพเป็นพิธีชุมชนชาวน้ำหรือพวกที่อาศัยอยู่ตามเกาะในอ่าวพังงา และอ่าวลึกที่อยู่ล้อมรอบ  และชุมชนพื้นราบที่อาศัยถ้ำป่าเขาสัญจรทางบก  อย่างไรก็ตามภาพเขียนสีที่ถ้ำแห่งนี้น่าจะเป็นกลุ่มชนชาวน้ำ  อาจเป็นบรรพบุรุษของชาวเลในปัจจุบันก็ได้ อายุของภาพอยู่ระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ชาวบ้านรู้จักถ้ำนี้มานานแล้ว  เดิมพบเศษกระดูกและหัวกระโหลกคนขนาดใหญ่  จึงได้ชื่อว่าถ้ำผีหัวโต  นักโบราณคดีชาวตะวันตกคนแรก ที่เขียนบทความเรื่องโบราณคดีสยาม ได้เขียนเกี่ยวกับภาพเขียนสีไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ และได้มีการศึกษาเพิ่มเติมออกไปในระยะต่อมา
ตำแหน่งของภาพเขียนสีมีกระจายอยู่ทั่วไปในคูหาที่ ๑ และคูหาที่ ๒ มีทั้งที่เขียนไว้ในระดับต่ำและระดับสูง มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน  กลุ่มใหญ่เป็นแนวยาวตลอดผนัง  กลุ่มเล็ก ๆ มีอยู่ตามซอกเพดานอยู่ทั่วไป  ภาพเขียนส่วนใหญ่มักอยู่ในตำแหน่งที่แสงสว่างส่อง  สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน  ภาพแต่ละกลุ่มมีลักษณะเด่นในตัวเอง  ไม่ซ้ำกับกลุ่มอื่น
ภาพเขียนสีถ้ำไวกิ้ง (ถ้ำพญานาค)

ถ้ำไวกิ้งอยู่ที่เกาะพีพีเล ตำบลอ่าวนาง  อำเภอเมือง ฯ เกาะพีพีเลอยู่กลางทะเลลึก  ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๔๒ กิโลเมตร  เกาะพีพีและถ้ำไวกิ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด  ถ้ำไวกิ้งเป็นแหล่งรังนกมีผู้ประมูลสัมปทานเก็บรังนก
ถ้ำไวกิ้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเกาะ  ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง สูงประมาณ ๘๐ เมตร มีหินงอกหินย้อยงดงาม  ภาพเขียนเขียนบนฝาผนังอยู่ในถ้ำทางด้านทิศตะวันออกและทางด้านทิศใต้  นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า  รูปเรือที่เขียนในถ้ำไวกิ้งเป็นภาพที่เขียนในสมัยประวัติศาสตร์  อาจจะเป็นสมัยอยุธยา  โดยฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด ที่ซ่องสุมอยู่ในถ้ำแห่งนี้  จากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก  บริเวณหมู่เกาะพีพีเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบมรสุม  ขนถ่ายสินค้าหาเสบียงอาหาร หรือซ่อมแซมเรือ  ภาพส่วนใหญ่ที่พบเป็นรูปเรือมีหลายแบบ  และไม่ได้เขียนขึ้นในเวลาเดียวกันแต่เป็นการเขียนอย่างต่อเนื่อง  นอกจากภาพเรือแล้วยังมีภาพล่าสัตว์และช้างอยู่ด้วย
ภาพเรือที่ปรากฏมีหลายประเภทคือ เรือใบ ๓ เสา  พวกเรือสำเภาเรือโป๊ะจ้าย  เรือใบ ๒ เสา พวกเรือกำปั่น เรือฉลอม เรือที่ใช้กรรเชียง เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือใบใช้กังหัน เรือกลไฟ
ภาพเขียนสีเพิงผาเขาเขียนในสระ


อยู่ที่บ้านสระ ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง ฯ สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบระหว่างเชิงเขา  มีภูเขาหินปูนล้อมรอบอยู่เป็นจำนวนมาก  ในสมัยก่อนน้ำทะเลท่ามถึงบริเวณเขาเขียน
ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ มีอยู่ประมาณ ๑๕ ภาพ  อยู่ตรงบริเวณรอยบากเพิงผาในภูเขาหินปูน  เพิงผามีลักษณะเป็นเพิงพักอาศัยได้  และน่าจะเป็นที่พักอาศัยของมนุษย์มาแต่โบราณ  ภาพเขียนดังกล่าวมีอายุประมาณ ๓,๐๐๐ ปี ซึ่งชุมชนมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่อพยพเร่ร่อนทางทะเลแถบนี้เขียนไว้  อาจเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประจำวันหรือใช้เป็นการสื่อสารระหว่างกัน
ภาพเขียนสีแหลมไฟไหม้

อยู่ที่แหลมไฟไหม้ บ้านไสโต๊ะคำ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก เป็นภาพบนเพิงผาในภูเขาหินปูน ที่ยื่นออกไปในทะเลเล็กน้อย  สภาพแวดล้อมเป็นป่าชายเลนมีไม้จำพวกแสมโกงกาง และตะบูน รอยบากที่มีภาพเขียนยาวประมาณ ๙ เมตร กว้างประมาณ ๕ เมตร สูงประมาณ ๓.๕๐ เมตร เป็นรูปคนและสัตว์  เขียนด้วยสีแดงและสีดำอยู่ทั่วไป มีภาพอื่น ๆ บ้างแต่ไม่ชัดเจน สีของภาพเลือนไปกับสีของผนังปูน จึงไม่สามารถเห็นชัดว่าเป็นรูปอะไร  อย่างไรก็ตามพอจะแบ่งประเภทของภาพได้ดังนี้
ภาพคน ระบายสีแดงทึบทั้งหมด เป็นภาพที่เด่นที่สุดของแหล่งนี้  รูปลักษณะคล้ายคนสองคนยืนติดกัน มี ๒ ศีรษะค่อนข้างชัด  เห็นแขนเพียง ๒ แขน เห็นขาครบ ๔ ขา ขนาดภาพสูงประมาณ ๕๐ เซ็นติเมตร
นอกจากนั้นเป็นภาพคนและภาพคล้ายคนอีก ๓ ภาพ  ภาพปลา ๒ ภาพ ภาพนก ๑ ภาพ  ภาพคล้ายแมงกะพรุน ๒ ภาพ ภาพสีดำคล้ายดอกไม้ ๑ ภาพ  ภาพสีดำคล้ายเรือ ๑ ภาพ  ภาพทางเรขาคณิต และภาพอื่น ๆ มีทั้งระบายสีและเส้นโครงร่างดูคล้ายดอกบัว  คล้ายพระจันทร์เสี้ยวคล้ายกากบาทติดต่อกัน และภาพรูปเหลี่ยมต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ภาพเขียนสีเขากาโรส


อยู่ที่เขากาโรส (แหลมท้ายแรด) ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก  กาโรสมีสภาพเป็นเกาะหรือเขาหินปูนลูกยาว  เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ในแนวเทือกเขาภูเก็ต ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร  สภาพของภูเขาเป็นเพิงผา และรอยบากอยู่ทั่วไป  ตำแหน่งของภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากเพิงผาตื้น ๆ มีโอกาสถูกลมและฝนได้ตลอดเวลา  ภาพเขียนดังกล่าวจึงลบเลือนไปตามกาลเวลา ภาพเขียนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร  พื้นที่หน้าผาที่มีภาพเขียนค่อนข้างราบเรียบ ภาพเขียนสีเขากาโรสพอประมวลได้ดังนี้ ภาพแรก ภาพคล้ายคนหรือสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง  ส่วนหัวคล้ายสุนัขอยู่ในท่านั่งหันทางข้างให้มี ๒ แขน ๒ ขา ระบายสีทึบ
ภาพที่สอง คล้ายคนมีส่วนหัวและลำตัว  แขนซ้ายคล้ายถือของอยู่ ภาพนี้ไม่มีขา
ภาพที่สาม เป็นภาพสัตว์คล้ายสุนัข แรด หรือหนูมีสี่ขาหางยาว มีส่วนที่เป็นเขาหรือเป็นหู จมูกคล้ายมีนอ
ภาพที่สี่ เป็นรูปประหลาด ลำตัวกลมยาว มีส่วนที่คล้ายเป็นขา ๒ ขา ส่วนหัวกลมมีตุ่มคล้ายเป็นขาหน้า
ภาพที่ห้า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขียนเป็นโครงร่าง อยู่ด้านบนของสัตว์ประหลาดในภาพที่สี่
ภาพที่หก เป็นภาพสี่เหลี่ยมเป็นซี่ ๆ คล้ายหวี มีอยู่ ๕ ขีด
นอกจากนี้ยังมีภาพเป็นจุดกลม ๆ และลายเส้นขีดหนา ๆ ๒ เส้นอยู่ใกล้กัน ใช้สีแดงเขียนทั้งหมด
ภาพเขียนสีแหล่งถ้ำชาวเล


อยู่ที่ถ้ำชาวเล บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  พื้นที่ตั้งถ้ำชาวเลเป็นปลายแหลมยื่นลงไปในทะเลทางทิศตะวันตกของแหลมสัก  สภาพป่าบนภูเขายังสมบูรณ์มีฝูงนก ลิง ค่าง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  น้ำทะเลใสสะอาด เกาะแก่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทิวทัศน์ที่สวยงาม
เพิงผาของภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๕ เมตร  ภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากของภูเขาที่อยู่สองกลุ่ม  กลุ่มที่หนึ่งอยู่ตรงรอยบากของภูเขาตรงปลายแหลม  อีกกลุ่มหนึ่งอยู่บริเวณปากถ้ำห่างจากปลายแหลมไม่มากนัก  มีหินงอกหินย้อยเล็กน้อย  ภาพเขียนในถ้ำชาวเลมีอยู่ ๓ ภาพ คือ
ภาพแรก เป็นภาพคนสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง ทำอาการคล้ายกำลังสูบหรือกำลังเป่า
ภาพที่สอง เป็นคนสองคนหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง เช่นเดียวกับภาพแรก
ภาพที่สาม เป็นภาพคนขี่บนหลังสัตว์คล้ายม้า คนอยู่ในท่ายกแขนขึ้นคล้ายถือวัตถุบางอย่าง
ภาพเขียนสีเขาตีบนุ้ย


อยู่ที่เขาตีบนุ้ย บ้านหินราว ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เขาตีบนุ้ยเป็นภูเขาหินปูนลูกเล็ก ๆ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านหินราว  ด้านหนึ่งติดกับป่าโกงกาง และทางทะเล มีแนวร่องน้ำเข้ามาถึงภูเขาได้ ดังนั้นทางเข้าที่สะดวกคือทางทะเลเมื่อเวลาน้ำขึ้น  เป็นโพรงถ้ำในภูเขาหินปูนทั้งสองด้านของภูเขา  พื้นถ้ำกว้างพอสมควร โพรงถ้ำค่อย ๆ สอบแคบขึ้นไปข้างบนจนดูเป็นรูปสามเหลี่ยม  มีหินงอกหินย้อยอยู่บ้างพอสมควร  และมีโพรงถ้ำเล็ก ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ภาพเขียนกลุ่มหนึ่งอยู่ในโพรงถ้ำนี้
เพิงผาทางด้านทิศเหนือ ติดกับป่าโกงกาง  หันหน้าไปทางทะเลเป็นหน้าผาสูงชันพื้นค่อนข้างเรียบ เป็นด้านที่ถูกลมและฝนอยู่ตลอดเวลา  มีภาพเขียนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ภาพส่วนใหญ่ลบเลือนไปมาก
ภาพเขียนกลุ่มแรกที่อยู่ในโพรงถ้ำเขียนด้วยสีแดง  เป็นภาพคนเขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ เป็นลายเส้นวงหน้าเป็นสามเหลี่ยมขีดเส้นเป็นผมยาวมีเครา ใกล้กับภาพแรก เป็นภาพคนเขียนด้วยสีแดง มือข้างหนึ่งคล้ายกำลังอุ้มเด็กถือสิ่งของอะไรอยู่ด้วย ผนังด้านบนขึ้นไปเป็นภาพร่างลายเส้นเป็นรูปคน แต่ไม่แสดงรายละเอียด เขียนด้วยสีแดง  ภาพต่อไปเป็นภาพคล้ายคนหรือสัตว์อีกกลุ่มหนึ่ง อยู่ใกล้เคียงกัน แต่รางเลือนมากจนดูไม่ออกว่าเป็นภาพอะไรแน่เขียนด้วยสีแดง
หน้าผาด้านนอกทางด้านทิศเหนือ  มีภาพเขียนด้วยสีดำ คล้ายคนหรือสัตว์เป็นลายเส้น  ส่วนหน้าระบายสีทึบมีแขนสองแขน  ส่วนขามีเส้นขีดสามเส้น  อาจเป็นหางหรืออวัยวะอื่น
ที่พื้นถ้ำพบเศษเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ และบางชนิดมีพื้นผิวเรียบอยู่บ้างเล็กน้อย
ภาพเขียนสีเพิงผาถ้ำแหลมยอ


อยู่ที่เพิงผาถ้ำแหลมยอ  บ้านเกาะยอ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เกาะยอเป็นภูเขาหินปูนในทะเล มีเพิงผาสูงชันโพรงถ้ำและรอยบากเพิงผาอยู่เป็นจำนวนมากโดยรอบภูเขา  ทางด้านทิศตะวันออกเป็นป่าเลน และภูเขาลูกเล็ก ๆ สองสามลูก  เพิงผาด้านทิศตะวันตก มีหินทรายแคบ ๆ สามารถจอดเรือเข้าพักได้
เพิงผาถ้ำแหลมยอ เป็นเพิงผาในภูเขาหินปูนอยู่ในทะเลและมีโพรงถ้ำเว้าแหว่งอยู่อีกเป็นจำนวนมากรอบภูเขา  สภาพของเพิงผาสามารถหลบลมฝนได้ในฤดูมรสุม  เพิงผาด้านทิศตะวันตกซึ่งหันหน้าออกทะเล มีภาพเขียนบนหน้าผามีชายหาดอยู่เล็กน้อย สามารถขึ้นไปพักได้  ภาพเขียนสีซึ่งเป็นศิลปถ้ำบนหน้าผาด้านทิศตะวันตก  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร เขียนด้วยสีแดง เหมือนภาพที่ถ้ำผีหัวโต  ภาพกลุ่มแรกตรงหน้าเป็นภาพคนระบายสีทึบ ๓ – ๔ ภาพ เป็นกลุ่มคนที่เหมือนกับกำลังทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่
ภาพอีกกลุ่มหนึ่งมีภาพคนเขียนด้วยสีแดง และมีภาพสัตว์รูปร่างคล้ายปูอยู่ใกล้กัน  พบเศษเครื่องปั้นดินเผาจำพวกหม้อบางส่วนมีลายเชือกทาบ อยู่ในโพรงถ้ำเล็ก ๆ
ภาพเขียนถ้ำโต๊ะหลวง

อยู่ที่ถ้ำโต๊ะหลวง บ้านนบ ตำบลหนองหิน อำเภออ่าวลึก เป็นถ้ำหินปูนอยู่บนที่ราบ  มีร่องรอยที่ราบลุ่มเป็นแนวผ่านเชิงเขา ซึ่งปัจจุบันตื้นเขินหมดแล้ว  เป็นเพิงผาและโพรงถ้ำ กว้างขวางซับซ้อนกันหลายชั้น  แต่ละชั้นมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เป็นถ้ำโปร่ง  อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีร่องรอยการอยู่อาศัย และประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ  สภาพเดิมคงมีแหล่งน้ำเข้าถึง โพรงถ้ำเป็นที่พักอาศัยได้สะดวก
หลักฐานที่ค้นพบได้แก่เครื่องมือหินกระเทาะประเภทเครื่องมือขุด  ชิ้นส่วนกระดูกคนและสัตว์  เศษชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา  และภาพเขียนซึ่งเก่าไม่ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์

โบราณคดีถ้ำหมอเขียว

อยู่ที่ถ้ำหมอเขียว บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ  อยู่ในเทือกเขาหินปูนเทือกเดียวกันกับถ้ำอ่าวโกบ (หน้าชิง)  อยู่อีกฟากหนึ่งของกลุ่มภูเขากองและเขาช่องลม  อยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่าวเขาโกบ  บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบระหว่างเขา ตัวถ้ำนี้มีลักษณะเป็นหลืบลึกเข้าไปในผนังประมาณ ๓ เมตร  ส่วนที่เป็นคูหาด้านทิศตะวันตก – และตะวันออก เป็นเพิงสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย  รวมทั้งเป็นที่ฝังศพได้ด้วย
จากการขุดค้นสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้แบ่งชั้นดินออกเป็น ๖ ชั้น จากบนไปล่างตามลำดับดังนี้
๑  พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบสีเทาเข้ม และสีดำ มีทั้งผิวเรียบและมีเชือกทาบ
๒  พบเครื่องมือหินและเครื่องมือกระดูก เป็นเครื่องมือหินขัด และหินกระเทาะ  เครื่องมือสะเก็ดหิน มีเครื่องมือกระดูกอยู่บางส่วน
๓  พบกระดูกสัตว์ใหญ่ และเปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งหอยทะเล และหอยน้ำจืด
๔  พบหลักฐานเกี่ยวกับเมล็ดพืช
๕  หบหลักฐานเกี่ยวกับกองไฟในชั้นวัฒนธรรมต่าง ๆ มักพบร่วมกับกระดูกสัตว์ เมล็ดพืช ขวานหิน สะเก็ดหิน
๖  เครื่องประดับลูกปัดทำจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์ และแผ่นหิน
๗  เครื่องกระดูกมีภาพแกะสลักเป็นลายเส้นแบบง่าย ๆ
๘  หลุมฝังศพและโครงกระดูก

โบราณคดีถ้ำหมื่นจันทร์ (หน้าหม้อ)


อยู่ที่ถ้ำหมื่นจันทร์ บ้านหน้าหมอ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ เป็นภูเขาหินปูนต่อจากแนวช่องห้วยเหวียงเข้าไปสู่แนวเขาพนมเบญจา  มีที่ราบระหว่างหุบเขา มีแนวลำคลองเล็ก ๆ ไหลผ่าน คือส่วนที่เป็นปลายคลองกระบี่น้อยนั่นเอง  สภาพของถ้ำเป็นเพิงผาเหมาะที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้  มีร่องรอยการเข้ามาประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาก่อน  สภาพทั่วไปเป็นป่ารกมีต้นไผ่ และเถาวัลย์ขึ้นอยู่ทั่วไป  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบได้แก่
๑.  เศษเครื่องปั้นดินเผามีกระจายอยู่ทั่วไปคล้ายเศษของหม้อ มีทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ
๒.  เปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหอยทะเลและหอยภูเขามีอยู่เป็นจำนวนมาก
๓.  ชาวบ้านเคยพบขวานหินขัด
โบราณคดีเขาชวาปราบ


อยู่ที่เขาชวาปราบ บ้านดินนา ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม  ลักษณะเป็นที่ราบสูงอยู่บนเขาสูงชัน และค่อย ๆ ลาดเทลงไปอีกด้านหนึ่ง  ป่าบางส่วนยังมีความสมบูรณ์พอจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกหินเพลิง  และคลองลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายสาย  มีร่องรอยน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันเขาชวาปราบอยู่ห่างจากทะเลประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  บริเวณนี้น่าจะอยู่ในเส้นทางเดินโบราณ คือจากปลายคลองสินปุน สามารถไปลงแม่น้ำตาปีที่ท่ายาง หรืออำเภอทุ่งใหญ่ในปัจจุบันได้  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏได้แก่
๑  บริเวณลาดบนเขา เชื่อกันว่าเป็นร่องรอยที่ตั้งชุมชนโบราณ ยังมีเนินดินพอเป็นที่สังเกตได้
๒  เคยมีชาวบ้านพบเศษเครื่องปั้นดินเผา แผ่นอิฐและพระพุทธรูป
๓  แนวหินคล้ายกำแพงหรือเขื่อนกั้นน้ำ และแท่งหินลักษณะคล้ายเสา
๔  ก้อนหินกลมคล้ายก้อนหินแก้วสีขนาดใหญ่
๕  จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เคยมีผู้พบสมอเรือขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือของเขาชวาปราบ

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

 

เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”


เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก ) ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ

 

อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก )   ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ  มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

 

สมัยรัชกาลที่ 2  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าพระยานคร ( น้อย ) ให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็น “แขวงเมืองกาไส หรือปกาไส”  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27 ปี ถึง พ.ศ.2354

 

 

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระ ราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อ  หลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ในฐานะ  ” หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก ” โดยอยู่ใต้การดูแลของสมุหพระกลาโหม   สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือสามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวกจึง ได้ย้ายเมืองกระบี่จากบ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ มาตั้งที่ตำบลปากน้ำ

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมากจึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิมไปทางทิศตะวันออก  พ.ศ. 2476 กระบี่จึงมีฐานะเป็นจังหวัด ตามระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นมา    ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510

 

ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบเล็กอีกเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่าควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล

แต่เนื่องจากขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบ น้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ลักษณะการวางจึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่าเมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัยเป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตรขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองโดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อนถือว่ามีความองอาจกล้าหาญเทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระรามและในสภาพความเป็นจริงคนเฒ่าคนแก่ของเมืองกระบี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก และบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่ใหญ่” บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อ  “บ้านกระบี่น้อย” แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษฐานว่าคำว่า  “กระบี่”  อาจเรียกชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิด หนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น “หลุมพี” เรียกชื่อว่า “บ้านหลุมพี” มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น “กะ-ลู-บี” หรือ “คอโลบี” ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า  “กระบี่”

เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2352) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพาน เจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการ ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ 2 แห่ง  คือ   ที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณ ทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งเพนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรี ธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2497 ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ 6 เชือก มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย 1 เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ให้ชื่อว่าพลายแก้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2499 ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2502 ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com