Home

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์


พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

จากการสำรวจทางธรณีวิทยา ที่บริเวณเหมืองถ่านหินลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ฯ ในเขตอำเภอเหนือคลอง  จากการเก็บตัวอย่างฟอสซิลบริเวณแอ่งตะกอนทับถมยุคเทอร์เชียรี่  ที่มีอายุประมาณ ๔๐ – ๓๕ ล้านปีมาแล้วที่หลุมคลองหมาก และหลุมคลองหวายเล็ก  ได้พบหลักฐานชิ่นส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิด  รวมทั้งสัตว์ต้นตระกูลเก่าแก่ที่สุดของฮิปโปโปเตมัสชนิดที่พบในประเทศไทย เป็นครั้งแรก  และได้พบชิ้นส่วนซากลิงชนิดหนึ่ง  เป็นฟอสซิลชนิดใหม่ของโลก ให้ชื่อว่า สยามโมพิเทคัสอีโอซีนัส  เป็นลิงในสายพันธุ์อันเป็นต้นกำเนิดมนุษย์  ลักษณะคล้ายลิงอัลลูตาในอเมริกาใต้ และคล้ายลิงอุรังอุตัง
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ได้หลักฐานประการหนึ่งว่า  ดินแดนบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์วานรมาก่อน และการพัฒนาสายพันมนุษย์น่าจะอยู่ในบริเวณนี้ด้วย  จากวิวัฒนาการของมนุษย์วานร ได้พบหลักฐานในชวาเรียกกันว่า มนุษย์ชวา  พบที่จีนเรียกมนุษย์ปักกิ่ง  กลุ่มดังกล่าวได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว  เชื้อสายที่สืบทอดวิวัฒนาการต่อมาคือมนุษย์ปัจจุบัน ซึ่งเริ่มต้น ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ดินแดนบริเวณจังหวัดกระบี่ได้พบหลักฐาน การเข้าอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  การขุดค้นทางโบราณคดีที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริกและถ้ำหมอเขียว ได้พบหลักฐานซึ่งมีอายุระหว่าง ๒๗,๐๐๐ – ๓๗,๐๐๐ ปีมาแล้ว
นักโบราณคดีมีแนวคิดเรื่องการเคลื่อนย้ายของมนุษย์โบราณในภาคใต้ไว้สองแนวทางด้วยกันคือ
– การอพยพจากดินแดนตอนเหนือของภาคใต้ลงไปทางมาเลเซียและหมู่เกาะต่าง ๆ
– การอพยพจากดินแดนที่เป็นหมู่เกาะต่าง ๆ ขึ้นสู่ภาคใต้
ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

บริเวณ เวิ้งอ่าวพังงา – กระบี่  เป็นแหล่งที่พบภาพเขียนสีมากที่สุดแห่งหนึ่ง  แหล่งภาพเขียนสีในเขตจังหวัดกระบี่  ที่สำรวจแล้วมีอยู่ที่ถ้ำผีหัวโต  ถ้ำเขาตีบนุ้ย  เพิงผาแหลมยอ  แหลมไฟไหม้  แหลมชาวเล  ถ้ำชาวเล  เขากาโรส  เขาขนาบน้ำ  เขาเขียนในสระ  ถ้ำหน้ามันแดง
ภาพเขียนในแหล่งถ้ำมีหลายรูปแบบ คือ ภาพคน  สัตว์บก  สัตว์น้ำรูปทรงเรขาคณิตแบบต่าง ๆ เขียนด้วยสีดำ  แดง  น้ำตาล  ทางโบราณคดีได้กำหนดอายุภาพเขียนสีเหล่านี้ไว้ระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
แหล่งโบราณคดีอื่นๆ
ในเขตจังหวัดกระบี่ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีเป็นจำนวนมากตามถ้ำเพิงผาในภูเขาหินปูน โบราณวัตถุที่พบเป็นเครื่องมือหิน  เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ  มีทั้งที่อยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และอยู่ในสมัยเริ่มประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ที่สำคัญได้แก่
ควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม  พบลูกปัดแร่ประกอบหิน แก้วหลอม เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องสำริด  เหรียญโลหะต่าง ๆ  แม่พิมพ์  แผ่นจารึก  ตราประทับ ฯลฯ
ถ้ำโรงเรียนทับปริก อำเภอเมือง ฯ พบหลุมฝังศพ โครงกระดูก  เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องมือจากเขาสัตว์ ฯลฯ
ถ้ำไสไทย อำเภอเมือง ฯ พบขวานหิน  พระพิมพ์ดินดิบ  เทวรูปขนาดเล็ก ฯลฯ
เพิงผาหน้าชิง อำเภอเมือง ฯ พบชิ้นส่วนหม้อสามขา  ขวานมีดหินขัด  เครื่องมือสะเก็ดหิน ฯลฯ
ถ้ำเสือ อำเภอเมือง ฯ พบหลุมศพ เศษภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องสะเก็ดหิน เครื่องประดับ ฯลฯ
ถ้ำหัวกะโหลก อำเภออ่าวลึก  พบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ชนิดเนื้อหยาบหนา ฯลฯ
ถ้ำเสือน้อย อำเภออ่าวลึก  พบภาชนะดินเผาทรงพาน  แม่พิมพ์หินทราย ฯลฯ
ถ้ำเสือนอก อำเภออ่าวลึก  พบเศษเครื่องปั้นดินเผาทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ เครื่องมือหิน ฯลฯ
ถ้ำเขาพระ อำเภออ่าวลึก  พบเศษเครื่องปั้นดินเผา  เครื่องมือหิน พระพุทธรูปในโพรงถ้ำ ฯลฯ
เพิงผาขนาบน้ำ อำเภอเมือง ฯ พบเครื่องมือหิน  เศษภาชนะดินเผาผิวเรียบ และลายเชือกทาบ ชิ้นส่วนหม้อสามขา  ใบมีดหินขัด  พระพิมพ์ดินดิบ ฯลฯ
ถ้ำโต๊ะหลวง อำเภออ่าวลึก  พบเศษภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ และผิวเรียบ  หม้อสามขา  หม้อทรงพาน  เครื่องมือหิน ฯลฯ
ถ้ำหมื่นจันทร์ อำเภอเมือง ฯ พบเศษภาชนะดินเผาชนิดต่าง ๆ
เขาชวาปราบ อำเภอคลองท่อม  พบเศษเครื่องปั้นดินเผา  แผ่นอิฐ  สมอเรือขนาดใหญ่  ลูกปัดหิน  ก้อนรัตนชาติ ฯลฯ
ถ้ำเพชร อำเภออ่าวลึก  พบขวานหินปัด  เศษภาชนะดินเผาชนิดต่าง ๆ
คลองวัดโพธิ์เลื่อน อำเภอเขาพนม  พบขวานหินขัด  สะเก็ดหินจำพวกหินกะเทาะ
ถ้ำเขาพระ อำเภอเมือง ฯ พบลูกปัดสีต่าง ๆ เศษเครื่องปั้นดินเผา
ถ้ำแห้งบางเหียน อำเภอปรายพระยา  พบภาชนะดินเผา  ลูกปัดอำพัน ฯลฯ
ถ้ำสระ อำเภอปรายพระยา  พบเครื่องมือหินกะเทาะ  เครื่องมือสะเก็ดหิน  ภาชนะดินเผาประเภทต่างๆ
ถ้ำน้ำช่ำ อำเภอปรายพระยา  พบเครื่องปั้นดินเผาลายขูดขีดและลายฉลุ  เครื่องมือหิน
เขาเขนเขาทอง อำเภอปรายพระยา  พบภาชนะดินเผาทรงพาน
เขาลังตัง อำเภออ่าวลึก  พบภาชนะดินเผาทรงพาน
คลองปากลาว อำเภออ่าวลึก  พบขวานหินขัดขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีดแบบพร้า
ถ้ำต้นเหลียงเขายิงหมี อำเภอปรายพระยา  พบขวานหินขัด  เศษภาชนะดินเผา
ถ้ำเขานุ้ย อำเภออ่าวลึก  พบเครื่องมือสะเก็ดหิน  เศษภาชนะดินเผา ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีแหล่งถ้ำอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก  ที่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
เมืองกระบี่สมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช
เส้นทางข้ามคาบสมุทร ร่องรอยการเดินทางข้ามแหลมมีมาแต่โบราณ  นักเดินทางที่สำคัญได้แก่ พวกอินเดีย  อาหรับ  อียิปต์  กรีก  และจีน  พบหลักฐานจากเครื่องมือเครื่องใช้และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดไว้กับชนพื้นเมือง  การที่ชายฝั่งภาคใต้อยู่ช่วงกึ่งกลางของเส้นทางการค้า  ทำให้เกิดชุมชนขึ้นทั้งสองฟากฝั่งทะเล เช่น ตะโกลา  ปะลันดา  ตามพรลิงค์  โกลิ  ลังกาสุกะ เป็นต้น  สำหรับเส้นทางที่ดินแดนเมืองกระบี่ได้แก่
ปากลาว – อ่าวบ้านดอน เริ่มจากคลองลาวในเขตอำเภออ่าวลึก  ผ่านเขาต่อในเขตอำเภอปรายพระยา ไปลงคลองชะอุ่มในเขตอำเภอพนม  แล้วไปออกแม่น้ำพุมดวงต่อกับแม่น้ำตาปี  ไปออกอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้มาช้านาน ตอนต้นรัตนโกสินทร์ ยังใช้เส้นทางนี้อยู่
คลองท่อม – คลองสินปุน – อ่าวบ้านดอน เริ่มจากปากคลองท่อม  แล้วเดินบกไปลงคลองสินปุนออกแม่น้ำตาปี ไปออกอ่าวบ้านดอน  และสามารถแยกการเดินทางจากบริเวณอำเภอทุ่งใหญ่ ไปเมืองนครศรีธรรมราช
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางย่อยอีกหลายเส้นทาง  เช่น ปากคลองกระบี่ใหญ่  คลองกระบี่น้อย  คลองปกาไส  คลองเพหลา  คลองพน  ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางสายหลักดังกล่าวแล้วได้
เมืองคลองท่อมโบราณ เป็นบริเวณที่เรียกว่า ควนลูกปัด  ตั้งอยู่บนเส้นทางข้ามคาบสมุทร  จากคลองท่อมไปอ่าวบ้านดอน  ปัจจุบันเป็นเนินดินอยู่ห่างชายฝั่งทะเลเข้ามาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  คลองแต่เดิมคงลึก  เรือขนาดใหญ่เข้าถึงได้  เพราะได้ขุดพบซากเรือ  ซากเรือหลายลำจมอยู่  โบราณวัตถุที่พบพอประมวลได้ดังนี้
วัตถุที่ทำด้วยหิน ได้แก่  เครื่องมือหิน  หินดุ  หินสลัก  แม่พิมพ์  ตราประทับ  ลูกปัดหิน  ก้อนรัตนชาติ
วัตถุที่ทำด้วยแก้ว ได้แก่  ลูกปักแก้ว  กำไล  แก้วหล่อ  แหวน  เศษภาชนะ
วัตถุที่ทำด้วยดินเผา ได้แก่  ภาชนะดินเผา  ตะคันดินเผา  แวดินเผา  แม่พิมพ์ลายประทับ
วัตถุที่ทำด้วยสำริด ได้แก่  แหวน  ต้มหู  เหรียญรูปสัตว์  เหรียญรูปสัญลักษณ์ชิ้นส่วนคันฉ่อง
วัตถุที่ทำด้วยเงิน ได้แก่  กำไล  แหวน  ต้มหู  เหรียญรูปสัตว์สัญลักษณ์ต่าง ๆ ก้อนแร่
วัตถุที่ทำด้วยทอง ได้แก่  ลูกปัด  ทองคำแท่งหรือแผ่น  แหวนทองคำ
วัตถุที่ทำด้วยดีบุก ได้แก่  เหรียญต่าง ๆ
วัตถุที่ทำด้วยเหล็ก ได้แก่พวกเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ
นอกจากนี้ยังมีเศษไม้จากซากเรือที่จมอยู่  ไม่มีร่องรอยการตั้งเมืองที่มีคูน้ำคันดินที่ชัดเจน  จึงลงความเห็นว่าคลองท่อมโบราณน่าจะเป็นสถานีการค้าที่เปิดไปสู่ฝั่งทะเลตะวันออกที่อ่าวบ้านดอน  จากโบราณวัตถุที่พบมีตะดินเผาโรมัน  เงินเหรียญโรมัน  เศษเครื่องถ้วยชาม  ชิ่นส่วนคันฉ่องของจีน  ลูกปัดสุริยเทพศิลปะอียิปต์ หรือโรมัน  ตราประทับเป็นภาษาสันสกฤต  แผ่นหินสลักภาษาทมิฬ ฯลฯ
เมืองบันทายสมอ มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านได้วางตำแหน่งเมืองบันทายสมอ  ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตร หรือเมืองขึ้นของนครศรีธรรมราชว่าอยู่ที่บริเวณเมืองกระบี่  เมืองนี้ใช้ตราลิงเป็นสัญลักษณ์  อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้ข้อยุติที่ชัดเจนนัก
เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่  แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด  จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้  อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ ๒๗ ปี ถึง พ.ศ.๒๓๕๔
แขวงปกาไสที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองปกาไสนั้น เมื่อมีผู้คนมากขึ้น  สภาพภูมิประเทศไม่เหมาะสมที่จะขยายเมืองต่อไป  จึงได้ย้ายที่ทำการไปตั้งที่บริเวณบ้านหินขวาง ปากคลองกระบี่ใหญ่  ชาวบ้านเรียกที่แห่งใหม่นี้ว่า ค่ายหินขวาง ต่อมาเมื่อมีผู้คนมากขึ้นทางการจึงให้รวมแขวงต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงคือ แขวงปากลาวแขวงคลองพน และแขวงปกาไสขึ้นเป็นเมือง เรียกว่าเมืองกระบี่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๕ โดยมีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองคนแรก  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓ จึงย้ายที่ทำการไปตั้งที่ตำบลปากน้ำ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าgเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๓๕๒) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่  ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพานเจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอด
พระเนตรสถานที่ราชการ  ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง)  วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด  ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม  วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา  มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ ๒ แห่งคือที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน  ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ  หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย  ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป  เรือกลไฟชื่อถ่องโห  ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ  ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณทะเลกระบี่  ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้  ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก
ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ  คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ  การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งพะเนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗  ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ ๖ เชือก  มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย ๑ เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ ๔ ปี  ให้ชื่อว่าพลายแก้ว  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ถ้ำผีหัวโต ปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณจากครั้งอดีต


ถ้ำผีหัวโต ปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณจากครั้งอดีต

 

ใน บรรดาภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบกระจัดกระจายทั่วไปตามเพิงผาและถ้ำ ต่าง ๆ ของจังหวัดกระบี่เป็นอันแสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในแถบนี้มา เนิ่นนานนับหมื่นปีนั้น กลุ่มภาพเขียนที่พบภายในถ้ำผีหัวโต บ้านบ่อท่อ ตำบลอ่าวลึกใต้ นับเป็นกลุ่มภาพเขียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับจำนวนได้นับร้อยภาพ สัณนิฐานว่ามีอายุราว2,000-3,000ปี ภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดและทุกคนต้องการมาดูที่สุดคือ ภาพเขียนรูปคนใส่หมวกทรงสูงหรือคนที่มีหัวเป็นสัตว์มีเขา เขียนด้วยสีแดงทั้งตัวคล้ายมนุษย์ต่างดาวและภาพมือสองข้างที่ทาบไว้บนเพดาน ถ้ำมีลักษณะพิเศษคือมือข้างหนึ่งนั้นมีนิ้วถึง6นิ้วชวนให้น่าฉงนสนเทห์ นอกนั้นยังมีภาพคล้ายนกฟินิกซ์กำลังกระพือปีกบินอีกภาพหนึ่งซึ่งไม่ทราบยุค มนุษย์โบราณหมายถึงนกอะไร สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปริศนาร่องรอยมนุษย์โบราณกับภาพเขียนฝาผนังครั้งอดีตกาล

• ฤดูการท่องเที่ยว:  ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 08.30 น. – 10.00 น.

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านถ้ำเสือ ระยะทางรวม5กิโลเมตรมีทางแยกต่อไปท่าเรือได้2แห่ง คือท่าเรือบ่อท่อและท่าเรือต้นขาม ระยะทางราว2กิโลเมตรเท่ากัน ลงเรือไปอีก10-20นาทีถึงถ้ำผีหัวโต

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มรดกทางธรรมชาติ


กระบี่มีมรดกทางธรรมชาติที่เป็นป่าสงวน  อุทยาน  วนอุทยาน  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เกาะแก่งในทะเลเป็นจำนวนมากรวมทั้งสุสานหอย ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ติดอันดับโลก
ป่าสงวนแห่งชาติมีอยู่ ๔๕ ป่า มีพื้นที่ประมาณ ๑,๔๗๖,๐๐๐ ไร่  เป็นพื้นที่ป่าบกประมาณ ๒๑๑,๐๐๐ ไร่  และเป็นพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ ๑๗๗,๐๐๐ ไร่  พื้นที่ป่ามีอยู่ประมาณร้อยละ ๕๔ ของพื้นที่จังหวัด  สภาพป่าบกโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบชื้นส่วนใหญ่อยู่ตามภูเขา
อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา

มีพื้นที่ประมาณ ๓๑,๐๐๐ ไร่  ครอบคลุมพื้นที่อำเภออ่าวลึก  อำเภอเมือง ฯ และอำเภอเขาพนม มีเทือกเขาสลับซับซ้อน  ยอดเขาที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกระบี่คือยอดเขาพนมเบญจา สูงประมาณ ๑,๔๐๐ เมตร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร น้ำตก เป็นจำนวนมาก เช่น คลองกระบี่ใหญ่  คลองกระบี่น้อย  คลองโตรม  คลองอีปัน  คลองปกาไส  น้ำตกที่สำคัญคือน้ำตกห้วยโต้  น้ำตกห้วยสะเด  น้ำตกคลองแห้ง  น้ำตกต้นหาร  เขาพนมเบญจา เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า เขานม เพราะยอดสันเขามองดูคล้ายผู้หญิงนอนหลับอยู่ชั่วกาลนาน  ต่อมาทางการให้ชื่อว่าเขาพนมเบญจา  ซึ่งอาจหมายถึงการรวมยอดเขาใหญ่ๆ ห้ายอดเข้าด้วยกัน  บ้างก็ว่าตั้งขึ้นตามตำนานเรื่องนางเบญจา ซึ่งเป็นตำนานพื้นบ้าน  นอกจากนี้ชาวบ้านยังเชื่อว่าบนยอดเขาเป็นที่สิงสถิตของพญายอดน้ำ และเจ้าแม่เขาพนม ซึ่งเป็นที่นับถือของผู้คนในท้องถิ่น
อุทยานแห่งชาตินี้ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี

ประกอบด้วยพื้นที่ชายฝั่งบริเวณเขาอ่าวชะเมา  และป่าหมู่เกาะปอดะ  เกาะหินแดงและหมู่เกาะพีพีมีพื้นที่ประมาณ ๓๙๐ ตารางกิโลเมตร (๒๔๔,๐๐๐ ไร่) เป็นพื้นน้ำประมาณ ๒๐๔,๐๐๐ ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหนองทะเล ตำบลอ่าวนาง และตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง ฯ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖
บริเวณชายทะเลประกอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน  โดยเฉพาะเขานางนาคที่สูงประมาณ ๕๐๐ เมตร  สภาพชายหาดมีหลายลักษณะคือมีหาดทราย หาดดินเลน และหาดหิน  ได้แก่หาดทับแขก  หาดคลองแห้ง  หาดนพรัตน์ธารา  หาดอ่าวนาง  หาดไผ่ปล้อง  และหาดถ้ำพระนาง เป็นต้น
บริเวณป่าชายเลนเขาหางนาคมีลำคลองเขากลม เป็นคลองน้ำจืดเพราะได้รับน้ำจืดจากหนองทะเล ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่  คลองห้วยสะบ้าเป็นคลองน้ำกร่อยขนาดใหญ่

เกาะพีพี ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินและหน้าผาสูงชัน  หาดทรายที่สำคัญได้แก่หาดชาวเล หาดโละบาเถา หาดต้นไทร หาดโละกาลัม และหาดโละลานา  หมู่เกาะพีพีประกอบด้วยเกาะที่อยู่ใกล้เคียงเช่น เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล (ไวกิ้ง) เกาะบิดะนอก เกาะบิดะใน เกาะยุง เกาะไผ่ มีเวิ้งอ่าวที่สำคัญได้แก่ อ่าวลาน้า อ่าวนุ้ย อ่าวปิเละ อ่าวโละดาลัม อ่าวหยงกาเซ็ม อ่าวต้นไทร อ่าวโละกาบา อ่าวรันตี อ่าวโละซามะ และอ่าวมาหยา เป็นต้น  ที่เกาะพีพีเลมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นภาพเรือสมัยต่าง ๆ ที่นักเดินทางได้มาเขียนเอาไว้  คำว่าพีพีตามตำนานอ่าวนางกล่าวว่า เป็นชื่อเกาะซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเทพยดาผู้เป็นพี่ของพระนางจึงเรียกว่า เกาะพี่ หรือพี่พี่  เพราะเป็นเกาะที่ใหญ่กว่าเกาะอื่น ที่มาของชื่อเกาะพีพีอีกประการหนึ่งคือพีพีเป็นชื่อต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่ง คือต้นตะบูนขาวซึ่งชาวเลเรียกว่าพีพี เดิมมีต้นไม้ชนิดนี้อยู่มาก  ชาวเลเรียกเกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปี

สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ซากหินปูนที่ประกอบด้วยซากหอยที่ตายทับถมกันมานับล้านปี มองดูคล้ายแผ่นซีเมนต์ขนาดใหญ่จมอยู่ในทะเล และมีบางส่วนโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา  ซากหอยดังกล่าวมีจำนวนมากแผ่เป็นความยาวถึงประมาณ ๒๐๐ เมตร กว้างประมาณ ๕๐ เมตร  ส่วนใหญ่เป็นซากหอยขมต้วป้อมยาวประมาณ ๒ เซ็นติเมตร  มีบางชนิดคล้ายหอยเจดีย์ ยาวประมาณ ๓ เซ็นติเมตร  ซากหอยเหล่านี้ทับถมกันโดยมีน้ำประสานธาตุปูนเป็นตัวจับให้แน่นเป็นหินแข็ง  หนาประมาณ ๔๐ เซ็นติเมตร  ชั้นถัดลงไปเป็นถ่านลิกไนต์หนาประมาณ ๑๐ เซ็นติเมตร  ใต้ชั้นถ่านลิกไนต์ลงไปเป็นชั้นหินดาน  จากลักษณะดังกล่าว สามารถคำนวนได้ว่าซากหอยแห่งนี้มีอายุประมาณ ๗๕ ล้านปีมาแล้ว  ในห้วงระยะเวลาดังกล่าวบริเวณนี้เคยเป็นหนองน้ำจืดมาก่อน  ซากต้นไม้นานาชนิดได้ทับถมกันอยู่มากมาย  จนกลายเป็นถ่านหินประเภทลิกไนต์  ต่อมาได้มีหอยหลายชนิดเข้ามาอยู่อาศัยในหนองน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก  ในระยะต่อมาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา  ทำให้หนองน้ำแห่งนี้จมลงไปอยู่ใต้ทะเล  ทำให้หอยดังกล่าวแล้วตายหมด  ธาตุปูนจากน้ำทะเลเข้าประสานเปลือกหอยให้ติดกันเป็นพืด ต่อมาพื้นโลกเกิดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  ทำให้พืดหินอันเกิดจากเปลือกหอยนี่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำทะเลบางส่วน ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบัน
สุสานหอยอยู่บริเวณบ้านแหลมโพธิ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ และมีอยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

อยู่ในเขตตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก มีพื้นที่ประมาณ ๑๓๕,๐๐๐ ไร่  พื้นที่ของอุทยาน ฯ เป็นป่าไม้และป่าชายเลน  ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก  เช่น สวนรุกขชาติธารโบกขรณี ถ้ำลอดเหนือ – ใต้  ถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลก  ถ้ำเพชร  ถ้ำพระ  ถ้ำสระยวนทอง  ถ้ำชาวเล  ถ้ำเสือน้อย  อ่าวแหลมสัก  หมู่เกาะปิเละ และเกาะห้อง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

อยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา มีพื้นที่ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ไร่  มีกลุ่มหมู่เกาะอยู่ ๕๒ เกาะ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๓  มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หาดหลังสอด  แหลมคอกวาง  หาดคลองคาว  หาดคลองหิน  หาดบากันเตียง  เกาะหมอ  เกาะตะละเป็ง  เกาะไหง  เกาะบู-บู  และหาดคลองจาก เป็นต้น
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ – บางคราม
อยู่ในเขตอำเภอคลองท่อม ฯ เป็นป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ  เป็นที่ราบต่ำผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ทางภาคใต้ของไทย  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๒๐๐ เมตร  มีพื้นที่ประมาณ ๙๘,๐๐๐ ไร่  ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นต้นกำเนิดทางพันธุกรรมของพันพืช และพันธุ์สัตว์นานาชนิด  มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งต้นกำเนิดต้นน้ำลำธาร ที่ไปหล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง คือจังหวัดตรัง  สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙  ได้สำรวจพบนกแต้วแร้วท้องดำ  เป็นนกป่าที่สันนิษฐานว่าได้สูญพันธุ์ไปกว่า ๓๕ ปีแล้ว  ปัจจุบันนกแต้วแร้วท้องดำได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ๑ ใน ๑๕ ชนิดของประเทศไทย  ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤต และใกล้สูญพันธุ์
ในป่าแห่งนี้ยังพบนกประมาณ ๓๑๘ ชนิด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า ๑๔๑ ชนิด  สัตว์เลื้อยคลานมากกว่า ๑๒๑ ชนิด  ทำให้ป่าผืนนี้เป็นแหล่งที่เหมาะแก่การศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์  และเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่ง

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ปิเละ เกาะห้อง ลากูนสวรรค์จองนักพายแคนู


ปิเละ เกาะห้อง ลากูนสวรรค์ของนักพายแคนู

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : 10.00 น. ถึง 14.00 น.

เกาะห้อง เกาะใหญ่ที่สุดในอาณาจักรป่าเกาะของจังหวัดกระบี่อันอุดมด้วยเกาะน้อยใหญ่ นั้น นอกจากจะเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยขนาดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกแล้วที่นี่ยังมีปิเละหรือลากูนในช่องเขาเร้นลับชวนให้ค้นหาความ อัศจรรย์ยิ่งนัก ลากูนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะด้านหน้าเป็นแนวปะการังน้ำตื้นที่ สมบูรณ์เหมาะแก่การดำน้ำตื้นที่สามารถดำชมปะการังอ่อนได้อย่างน่าทึ่ง

ในลากูนนี้เองที่เป็นจุดที่ดีที่สุดในการพายแคนูด้วยการพายผ่านช่องผา แคบๆบริเวณปากทางเข้าไปเที่ยวชมเวิ้งน้ำอันกว้างใหญ่ด้านใน ตื่นตาตื่นใจกับโลกส่วนตัวอันเงียบสงบของคุณที่มีแต่หน้าผาหินล้อมรอบท่าม กลางผืนน้ำสีเขียวมรกตประดุจสรวงสวรรค์ของคุณ

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่อ่าวนาง อ.เมือง ท่าเรือแหลมสักหรือท่าเรือควนโอ อ.อ่าวลึก ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงและ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตามลำดับ ค่าเช่าเหมาเรือเป็นวัน วันละราว 2,500 – 3,500 บาท

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

e-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มรดกทางวัฒนธรรม


จังหวัดกระบี่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันได้แก่โบราณสถานโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมดีเด่น  เท่าที่สำรวจพบมีอายุตั้งแต่ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี
ภาพเขียนสีถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโตอยู่ที่บ้านบ่อท่อ  ตำบลอ่าวลึกใต้  อำเภออ่าวลึก  เป็นถ้ำอยู่ในภูเขาหินปูนในกลุ่มเขาถ้ำลอดใต้ ในแนวเทือกเขาภูเก็ตหรือแนวเขาในกลุ่มหินราชบุรี  อายุประมาณ ๒๓๐ – ๓๔๕ ล้านปีมาแล้ว  ภายในถ้ำอากาศถ่ายเทได้สดวก และมีแสงสว่างส่องเข้าไปได้หลายทิศทาง  ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยและแท่งหิน มีกองเปลือกหอยทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก  มีทางขึ้นไปที่ปากถ้ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ภายในถ้ำแบ่งเป็นสองคูหาใหญ่ ๆ เชื่อมต่อกันได้เป็นบริเวณที่มีภาพเขียนสี
นักโบราณคดีให้ความเห็นว่า  ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์เป็นผู้สร้างผลงานเหล่านี้  อาจเป็นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน  พิธีกรรมความเชื่อ หรือใช้สื่อสารกันระหว่างกลุ่มชนก็เป็นได้  เจ้าของภาพเป็นพิธีชุมชนชาวน้ำหรือพวกที่อาศัยอยู่ตามเกาะในอ่าวพังงา และอ่าวลึกที่อยู่ล้อมรอบ  และชุมชนพื้นราบที่อาศัยถ้ำป่าเขาสัญจรทางบก  อย่างไรก็ตามภาพเขียนสีที่ถ้ำแห่งนี้น่าจะเป็นกลุ่มชนชาวน้ำ  อาจเป็นบรรพบุรุษของชาวเลในปัจจุบันก็ได้ อายุของภาพอยู่ระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ชาวบ้านรู้จักถ้ำนี้มานานแล้ว  เดิมพบเศษกระดูกและหัวกระโหลกคนขนาดใหญ่  จึงได้ชื่อว่าถ้ำผีหัวโต  นักโบราณคดีชาวตะวันตกคนแรก ที่เขียนบทความเรื่องโบราณคดีสยาม ได้เขียนเกี่ยวกับภาพเขียนสีไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ และได้มีการศึกษาเพิ่มเติมออกไปในระยะต่อมา
ตำแหน่งของภาพเขียนสีมีกระจายอยู่ทั่วไปในคูหาที่ ๑ และคูหาที่ ๒ มีทั้งที่เขียนไว้ในระดับต่ำและระดับสูง มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน  กลุ่มใหญ่เป็นแนวยาวตลอดผนัง  กลุ่มเล็ก ๆ มีอยู่ตามซอกเพดานอยู่ทั่วไป  ภาพเขียนส่วนใหญ่มักอยู่ในตำแหน่งที่แสงสว่างส่อง  สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน  ภาพแต่ละกลุ่มมีลักษณะเด่นในตัวเอง  ไม่ซ้ำกับกลุ่มอื่น
ภาพเขียนสีถ้ำไวกิ้ง (ถ้ำพญานาค)

ถ้ำไวกิ้งอยู่ที่เกาะพีพีเล ตำบลอ่าวนาง  อำเภอเมือง ฯ เกาะพีพีเลอยู่กลางทะเลลึก  ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๔๒ กิโลเมตร  เกาะพีพีและถ้ำไวกิ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด  ถ้ำไวกิ้งเป็นแหล่งรังนกมีผู้ประมูลสัมปทานเก็บรังนก
ถ้ำไวกิ้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเกาะ  ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง สูงประมาณ ๘๐ เมตร มีหินงอกหินย้อยงดงาม  ภาพเขียนเขียนบนฝาผนังอยู่ในถ้ำทางด้านทิศตะวันออกและทางด้านทิศใต้  นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า  รูปเรือที่เขียนในถ้ำไวกิ้งเป็นภาพที่เขียนในสมัยประวัติศาสตร์  อาจจะเป็นสมัยอยุธยา  โดยฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด ที่ซ่องสุมอยู่ในถ้ำแห่งนี้  จากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก  บริเวณหมู่เกาะพีพีเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบมรสุม  ขนถ่ายสินค้าหาเสบียงอาหาร หรือซ่อมแซมเรือ  ภาพส่วนใหญ่ที่พบเป็นรูปเรือมีหลายแบบ  และไม่ได้เขียนขึ้นในเวลาเดียวกันแต่เป็นการเขียนอย่างต่อเนื่อง  นอกจากภาพเรือแล้วยังมีภาพล่าสัตว์และช้างอยู่ด้วย
ภาพเรือที่ปรากฏมีหลายประเภทคือ เรือใบ ๓ เสา  พวกเรือสำเภาเรือโป๊ะจ้าย  เรือใบ ๒ เสา พวกเรือกำปั่น เรือฉลอม เรือที่ใช้กรรเชียง เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือใบใช้กังหัน เรือกลไฟ
ภาพเขียนสีเพิงผาเขาเขียนในสระ


อยู่ที่บ้านสระ ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง ฯ สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบระหว่างเชิงเขา  มีภูเขาหินปูนล้อมรอบอยู่เป็นจำนวนมาก  ในสมัยก่อนน้ำทะเลท่ามถึงบริเวณเขาเขียน
ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ มีอยู่ประมาณ ๑๕ ภาพ  อยู่ตรงบริเวณรอยบากเพิงผาในภูเขาหินปูน  เพิงผามีลักษณะเป็นเพิงพักอาศัยได้  และน่าจะเป็นที่พักอาศัยของมนุษย์มาแต่โบราณ  ภาพเขียนดังกล่าวมีอายุประมาณ ๓,๐๐๐ ปี ซึ่งชุมชนมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่อพยพเร่ร่อนทางทะเลแถบนี้เขียนไว้  อาจเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประจำวันหรือใช้เป็นการสื่อสารระหว่างกัน
ภาพเขียนสีแหลมไฟไหม้

อยู่ที่แหลมไฟไหม้ บ้านไสโต๊ะคำ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก เป็นภาพบนเพิงผาในภูเขาหินปูน ที่ยื่นออกไปในทะเลเล็กน้อย  สภาพแวดล้อมเป็นป่าชายเลนมีไม้จำพวกแสมโกงกาง และตะบูน รอยบากที่มีภาพเขียนยาวประมาณ ๙ เมตร กว้างประมาณ ๕ เมตร สูงประมาณ ๓.๕๐ เมตร เป็นรูปคนและสัตว์  เขียนด้วยสีแดงและสีดำอยู่ทั่วไป มีภาพอื่น ๆ บ้างแต่ไม่ชัดเจน สีของภาพเลือนไปกับสีของผนังปูน จึงไม่สามารถเห็นชัดว่าเป็นรูปอะไร  อย่างไรก็ตามพอจะแบ่งประเภทของภาพได้ดังนี้
ภาพคน ระบายสีแดงทึบทั้งหมด เป็นภาพที่เด่นที่สุดของแหล่งนี้  รูปลักษณะคล้ายคนสองคนยืนติดกัน มี ๒ ศีรษะค่อนข้างชัด  เห็นแขนเพียง ๒ แขน เห็นขาครบ ๔ ขา ขนาดภาพสูงประมาณ ๕๐ เซ็นติเมตร
นอกจากนั้นเป็นภาพคนและภาพคล้ายคนอีก ๓ ภาพ  ภาพปลา ๒ ภาพ ภาพนก ๑ ภาพ  ภาพคล้ายแมงกะพรุน ๒ ภาพ ภาพสีดำคล้ายดอกไม้ ๑ ภาพ  ภาพสีดำคล้ายเรือ ๑ ภาพ  ภาพทางเรขาคณิต และภาพอื่น ๆ มีทั้งระบายสีและเส้นโครงร่างดูคล้ายดอกบัว  คล้ายพระจันทร์เสี้ยวคล้ายกากบาทติดต่อกัน และภาพรูปเหลี่ยมต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ภาพเขียนสีเขากาโรส


อยู่ที่เขากาโรส (แหลมท้ายแรด) ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก  กาโรสมีสภาพเป็นเกาะหรือเขาหินปูนลูกยาว  เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ในแนวเทือกเขาภูเก็ต ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร  สภาพของภูเขาเป็นเพิงผา และรอยบากอยู่ทั่วไป  ตำแหน่งของภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากเพิงผาตื้น ๆ มีโอกาสถูกลมและฝนได้ตลอดเวลา  ภาพเขียนดังกล่าวจึงลบเลือนไปตามกาลเวลา ภาพเขียนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร  พื้นที่หน้าผาที่มีภาพเขียนค่อนข้างราบเรียบ ภาพเขียนสีเขากาโรสพอประมวลได้ดังนี้ ภาพแรก ภาพคล้ายคนหรือสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง  ส่วนหัวคล้ายสุนัขอยู่ในท่านั่งหันทางข้างให้มี ๒ แขน ๒ ขา ระบายสีทึบ
ภาพที่สอง คล้ายคนมีส่วนหัวและลำตัว  แขนซ้ายคล้ายถือของอยู่ ภาพนี้ไม่มีขา
ภาพที่สาม เป็นภาพสัตว์คล้ายสุนัข แรด หรือหนูมีสี่ขาหางยาว มีส่วนที่เป็นเขาหรือเป็นหู จมูกคล้ายมีนอ
ภาพที่สี่ เป็นรูปประหลาด ลำตัวกลมยาว มีส่วนที่คล้ายเป็นขา ๒ ขา ส่วนหัวกลมมีตุ่มคล้ายเป็นขาหน้า
ภาพที่ห้า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขียนเป็นโครงร่าง อยู่ด้านบนของสัตว์ประหลาดในภาพที่สี่
ภาพที่หก เป็นภาพสี่เหลี่ยมเป็นซี่ ๆ คล้ายหวี มีอยู่ ๕ ขีด
นอกจากนี้ยังมีภาพเป็นจุดกลม ๆ และลายเส้นขีดหนา ๆ ๒ เส้นอยู่ใกล้กัน ใช้สีแดงเขียนทั้งหมด
ภาพเขียนสีแหล่งถ้ำชาวเล


อยู่ที่ถ้ำชาวเล บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  พื้นที่ตั้งถ้ำชาวเลเป็นปลายแหลมยื่นลงไปในทะเลทางทิศตะวันตกของแหลมสัก  สภาพป่าบนภูเขายังสมบูรณ์มีฝูงนก ลิง ค่าง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  น้ำทะเลใสสะอาด เกาะแก่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทิวทัศน์ที่สวยงาม
เพิงผาของภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๕ เมตร  ภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากของภูเขาที่อยู่สองกลุ่ม  กลุ่มที่หนึ่งอยู่ตรงรอยบากของภูเขาตรงปลายแหลม  อีกกลุ่มหนึ่งอยู่บริเวณปากถ้ำห่างจากปลายแหลมไม่มากนัก  มีหินงอกหินย้อยเล็กน้อย  ภาพเขียนในถ้ำชาวเลมีอยู่ ๓ ภาพ คือ
ภาพแรก เป็นภาพคนสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง ทำอาการคล้ายกำลังสูบหรือกำลังเป่า
ภาพที่สอง เป็นคนสองคนหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง เช่นเดียวกับภาพแรก
ภาพที่สาม เป็นภาพคนขี่บนหลังสัตว์คล้ายม้า คนอยู่ในท่ายกแขนขึ้นคล้ายถือวัตถุบางอย่าง
ภาพเขียนสีเขาตีบนุ้ย


อยู่ที่เขาตีบนุ้ย บ้านหินราว ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เขาตีบนุ้ยเป็นภูเขาหินปูนลูกเล็ก ๆ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านหินราว  ด้านหนึ่งติดกับป่าโกงกาง และทางทะเล มีแนวร่องน้ำเข้ามาถึงภูเขาได้ ดังนั้นทางเข้าที่สะดวกคือทางทะเลเมื่อเวลาน้ำขึ้น  เป็นโพรงถ้ำในภูเขาหินปูนทั้งสองด้านของภูเขา  พื้นถ้ำกว้างพอสมควร โพรงถ้ำค่อย ๆ สอบแคบขึ้นไปข้างบนจนดูเป็นรูปสามเหลี่ยม  มีหินงอกหินย้อยอยู่บ้างพอสมควร  และมีโพรงถ้ำเล็ก ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ภาพเขียนกลุ่มหนึ่งอยู่ในโพรงถ้ำนี้
เพิงผาทางด้านทิศเหนือ ติดกับป่าโกงกาง  หันหน้าไปทางทะเลเป็นหน้าผาสูงชันพื้นค่อนข้างเรียบ เป็นด้านที่ถูกลมและฝนอยู่ตลอดเวลา  มีภาพเขียนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ภาพส่วนใหญ่ลบเลือนไปมาก
ภาพเขียนกลุ่มแรกที่อยู่ในโพรงถ้ำเขียนด้วยสีแดง  เป็นภาพคนเขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ เป็นลายเส้นวงหน้าเป็นสามเหลี่ยมขีดเส้นเป็นผมยาวมีเครา ใกล้กับภาพแรก เป็นภาพคนเขียนด้วยสีแดง มือข้างหนึ่งคล้ายกำลังอุ้มเด็กถือสิ่งของอะไรอยู่ด้วย ผนังด้านบนขึ้นไปเป็นภาพร่างลายเส้นเป็นรูปคน แต่ไม่แสดงรายละเอียด เขียนด้วยสีแดง  ภาพต่อไปเป็นภาพคล้ายคนหรือสัตว์อีกกลุ่มหนึ่ง อยู่ใกล้เคียงกัน แต่รางเลือนมากจนดูไม่ออกว่าเป็นภาพอะไรแน่เขียนด้วยสีแดง
หน้าผาด้านนอกทางด้านทิศเหนือ  มีภาพเขียนด้วยสีดำ คล้ายคนหรือสัตว์เป็นลายเส้น  ส่วนหน้าระบายสีทึบมีแขนสองแขน  ส่วนขามีเส้นขีดสามเส้น  อาจเป็นหางหรืออวัยวะอื่น
ที่พื้นถ้ำพบเศษเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ และบางชนิดมีพื้นผิวเรียบอยู่บ้างเล็กน้อย
ภาพเขียนสีเพิงผาถ้ำแหลมยอ


อยู่ที่เพิงผาถ้ำแหลมยอ  บ้านเกาะยอ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เกาะยอเป็นภูเขาหินปูนในทะเล มีเพิงผาสูงชันโพรงถ้ำและรอยบากเพิงผาอยู่เป็นจำนวนมากโดยรอบภูเขา  ทางด้านทิศตะวันออกเป็นป่าเลน และภูเขาลูกเล็ก ๆ สองสามลูก  เพิงผาด้านทิศตะวันตก มีหินทรายแคบ ๆ สามารถจอดเรือเข้าพักได้
เพิงผาถ้ำแหลมยอ เป็นเพิงผาในภูเขาหินปูนอยู่ในทะเลและมีโพรงถ้ำเว้าแหว่งอยู่อีกเป็นจำนวนมากรอบภูเขา  สภาพของเพิงผาสามารถหลบลมฝนได้ในฤดูมรสุม  เพิงผาด้านทิศตะวันตกซึ่งหันหน้าออกทะเล มีภาพเขียนบนหน้าผามีชายหาดอยู่เล็กน้อย สามารถขึ้นไปพักได้  ภาพเขียนสีซึ่งเป็นศิลปถ้ำบนหน้าผาด้านทิศตะวันตก  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร เขียนด้วยสีแดง เหมือนภาพที่ถ้ำผีหัวโต  ภาพกลุ่มแรกตรงหน้าเป็นภาพคนระบายสีทึบ ๓ – ๔ ภาพ เป็นกลุ่มคนที่เหมือนกับกำลังทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่
ภาพอีกกลุ่มหนึ่งมีภาพคนเขียนด้วยสีแดง และมีภาพสัตว์รูปร่างคล้ายปูอยู่ใกล้กัน  พบเศษเครื่องปั้นดินเผาจำพวกหม้อบางส่วนมีลายเชือกทาบ อยู่ในโพรงถ้ำเล็ก ๆ
ภาพเขียนถ้ำโต๊ะหลวง

อยู่ที่ถ้ำโต๊ะหลวง บ้านนบ ตำบลหนองหิน อำเภออ่าวลึก เป็นถ้ำหินปูนอยู่บนที่ราบ  มีร่องรอยที่ราบลุ่มเป็นแนวผ่านเชิงเขา ซึ่งปัจจุบันตื้นเขินหมดแล้ว  เป็นเพิงผาและโพรงถ้ำ กว้างขวางซับซ้อนกันหลายชั้น  แต่ละชั้นมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เป็นถ้ำโปร่ง  อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีร่องรอยการอยู่อาศัย และประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ  สภาพเดิมคงมีแหล่งน้ำเข้าถึง โพรงถ้ำเป็นที่พักอาศัยได้สะดวก
หลักฐานที่ค้นพบได้แก่เครื่องมือหินกระเทาะประเภทเครื่องมือขุด  ชิ้นส่วนกระดูกคนและสัตว์  เศษชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา  และภาพเขียนซึ่งเก่าไม่ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์

โบราณคดีถ้ำหมอเขียว

อยู่ที่ถ้ำหมอเขียว บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ  อยู่ในเทือกเขาหินปูนเทือกเดียวกันกับถ้ำอ่าวโกบ (หน้าชิง)  อยู่อีกฟากหนึ่งของกลุ่มภูเขากองและเขาช่องลม  อยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่าวเขาโกบ  บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบระหว่างเขา ตัวถ้ำนี้มีลักษณะเป็นหลืบลึกเข้าไปในผนังประมาณ ๓ เมตร  ส่วนที่เป็นคูหาด้านทิศตะวันตก – และตะวันออก เป็นเพิงสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย  รวมทั้งเป็นที่ฝังศพได้ด้วย
จากการขุดค้นสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้แบ่งชั้นดินออกเป็น ๖ ชั้น จากบนไปล่างตามลำดับดังนี้
๑  พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบสีเทาเข้ม และสีดำ มีทั้งผิวเรียบและมีเชือกทาบ
๒  พบเครื่องมือหินและเครื่องมือกระดูก เป็นเครื่องมือหินขัด และหินกระเทาะ  เครื่องมือสะเก็ดหิน มีเครื่องมือกระดูกอยู่บางส่วน
๓  พบกระดูกสัตว์ใหญ่ และเปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งหอยทะเล และหอยน้ำจืด
๔  พบหลักฐานเกี่ยวกับเมล็ดพืช
๕  หบหลักฐานเกี่ยวกับกองไฟในชั้นวัฒนธรรมต่าง ๆ มักพบร่วมกับกระดูกสัตว์ เมล็ดพืช ขวานหิน สะเก็ดหิน
๖  เครื่องประดับลูกปัดทำจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์ และแผ่นหิน
๗  เครื่องกระดูกมีภาพแกะสลักเป็นลายเส้นแบบง่าย ๆ
๘  หลุมฝังศพและโครงกระดูก

โบราณคดีถ้ำหมื่นจันทร์ (หน้าหม้อ)


อยู่ที่ถ้ำหมื่นจันทร์ บ้านหน้าหมอ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ เป็นภูเขาหินปูนต่อจากแนวช่องห้วยเหวียงเข้าไปสู่แนวเขาพนมเบญจา  มีที่ราบระหว่างหุบเขา มีแนวลำคลองเล็ก ๆ ไหลผ่าน คือส่วนที่เป็นปลายคลองกระบี่น้อยนั่นเอง  สภาพของถ้ำเป็นเพิงผาเหมาะที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้  มีร่องรอยการเข้ามาประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาก่อน  สภาพทั่วไปเป็นป่ารกมีต้นไผ่ และเถาวัลย์ขึ้นอยู่ทั่วไป  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบได้แก่
๑.  เศษเครื่องปั้นดินเผามีกระจายอยู่ทั่วไปคล้ายเศษของหม้อ มีทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ
๒.  เปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหอยทะเลและหอยภูเขามีอยู่เป็นจำนวนมาก
๓.  ชาวบ้านเคยพบขวานหินขัด
โบราณคดีเขาชวาปราบ


อยู่ที่เขาชวาปราบ บ้านดินนา ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม  ลักษณะเป็นที่ราบสูงอยู่บนเขาสูงชัน และค่อย ๆ ลาดเทลงไปอีกด้านหนึ่ง  ป่าบางส่วนยังมีความสมบูรณ์พอจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกหินเพลิง  และคลองลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายสาย  มีร่องรอยน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันเขาชวาปราบอยู่ห่างจากทะเลประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  บริเวณนี้น่าจะอยู่ในเส้นทางเดินโบราณ คือจากปลายคลองสินปุน สามารถไปลงแม่น้ำตาปีที่ท่ายาง หรืออำเภอทุ่งใหญ่ในปัจจุบันได้  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏได้แก่
๑  บริเวณลาดบนเขา เชื่อกันว่าเป็นร่องรอยที่ตั้งชุมชนโบราณ ยังมีเนินดินพอเป็นที่สังเกตได้
๒  เคยมีชาวบ้านพบเศษเครื่องปั้นดินเผา แผ่นอิฐและพระพุทธรูป
๓  แนวหินคล้ายกำแพงหรือเขื่อนกั้นน้ำ และแท่งหินลักษณะคล้ายเสา
๔  ก้อนหินกลมคล้ายก้อนหินแก้วสีขนาดใหญ่
๕  จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เคยมีผู้พบสมอเรือขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือของเขาชวาปราบ

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

 

เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”


เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก ) ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ

 

อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก )   ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ  มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

 

สมัยรัชกาลที่ 2  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าพระยานคร ( น้อย ) ให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็น “แขวงเมืองกาไส หรือปกาไส”  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27 ปี ถึง พ.ศ.2354

 

 

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระ ราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อ  หลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ในฐานะ  ” หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก ” โดยอยู่ใต้การดูแลของสมุหพระกลาโหม   สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือสามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวกจึง ได้ย้ายเมืองกระบี่จากบ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ มาตั้งที่ตำบลปากน้ำ

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมากจึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิมไปทางทิศตะวันออก  พ.ศ. 2476 กระบี่จึงมีฐานะเป็นจังหวัด ตามระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นมา    ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510

 

ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบเล็กอีกเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่าควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล

แต่เนื่องจากขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบ น้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ลักษณะการวางจึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่าเมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัยเป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตรขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองโดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อนถือว่ามีความองอาจกล้าหาญเทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระรามและในสภาพความเป็นจริงคนเฒ่าคนแก่ของเมืองกระบี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก และบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่ใหญ่” บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อ  “บ้านกระบี่น้อย” แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษฐานว่าคำว่า  “กระบี่”  อาจเรียกชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิด หนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น “หลุมพี” เรียกชื่อว่า “บ้านหลุมพี” มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น “กะ-ลู-บี” หรือ “คอโลบี” ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า  “กระบี่”

เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2352) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพาน เจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการ ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ 2 แห่ง  คือ   ที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณ ทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งเพนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรี ธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2497 ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ 6 เชือก มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย 1 เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ให้ชื่อว่าพลายแก้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2499 ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2502 ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

ทะเลในเกาะพีพีเล ลากูนมรกตแห่งทะเลอันดามัน


ทะเลในเกาะพีพีเล ลากูนมรกตแห่งทะเลอันดามัน

 

•ฤดูการท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

•เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. ถึง 14.00 น.

 

เกาะพีพีเล นอกจากจะเป็นเกาะที่มีรูปพรรณสัณฐานงดงามด้วยโขดเขาหินปูนหยึกหยักเป็นแนว หน้าผาสูง ประดุจปราการกลางทะเลแล้ว ความเว้าแหว่งของเกาะเหล่านี้ยังได้สร้างมุมมองทางอากาศที่งดงามด้วยเวิ้ง อ่าวมาหยาที่มีหาดทรายขาวละมุนกับทะเลในที่ทุกวันในช่วงเวลาน้ำขึ้นและแสง แดดสาดส่องตอนกลางวัน เวิ้งน้ำแห่งนี้จะเปล่งประกายของมันเป็นสีเขียวมรกตอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งคุณสามารถแล่นเรือหางยาวเข้าไปชมความงามอันลึกเร้นนี้ ท่ามกลางหน้าผาอันสูงชันอันโอบล้อมเกือบทุกด้าน ส่วนถ้าเป็นช่วงเวลาน้ำลงคุณก็อาจได้เห็นภาพชีวิตในอีกมุมมองหนึ่งคือ ลิงแสมที่มักพบเห็นลงมาหาอาหารตามขอบทะเลในอยู่บ่อยครั้ง ที่นี่จึงควรค่าต่อการเป็นลากูนมรกตแห่งทะเลอันดามันที่คนทั้งโลกต้องประทับ ใจ

 

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่ท่าเรืออ่าวต้นไทร อัตราเช่าเหมาเที่ยวอ่าวมาหยา ทะเลในเกาะพีพีเลและใกล้เคียง ราคาวันละ 2,500 บาท

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท.สำนักงานกระบี่

โทร      : 0-7562-2163 , 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มหัศจรรย์เรื่องของหอยเมืองกระบี่ที่น่าฉงน


มหัศจรรย์เรื่องของหอยเมืองกระบี่ที่น่าฉงน

เรื่อง ของหอยเมืองกระบี่มีเหตุให้น่าฉงนเพราะตามปกติหอยน้ำจืดควรจะอยู่บนบก ส่วนหอยทะเลก็น่าจะพบในทะเล แต่แปลกดีที่แหลมโพธิ์คือที่ตั้งของสุสานหอย 75 ล้านปีซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้วว่าอายุที่แท้จรองคือ 35 ล้านปี หอยเหล่านี้เป็นหอยน้ำจืดทั้งสิ้นพบเป็นแผ่นขนาดใหญ่แต่กลับอยู่ในทะเลและ ตามบริเวณริมฝั่งทะเลเรียกว่า สุสานหอย ซึ่งในโลกจะมีสถานที่แบบนี้อยู่เพียง3แห่งเท่านั้น อีก2แห่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและเม็กซิโก แต่อย่างไรก็ตามบ้านเรามีดีกว่าคือที่อำเภอเขาพนม บ้านน้ำเค็มคือหอยตระกูลแครงโบราณอายุถึง300-350ล้านปี บนเนินเตี้ย ๆ ที่กลายสภาพเป็นหินคล้ายกับลิกไนท์ ไฉนเป็นเช่นนี้ หอยบนบกกลับไปอยู่ในทะเลส่วนหอยในทะเลกลับขึ้นมาอยู่บนบกเป็นเรื่องที่น่า แปลกแต่มีจริงที่จังหวัดกระบี่

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  ปลายเดือน พฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แหลมโพธิ์ราว 06.00 น. ชมสุสานหอยน้ำจืดช่วงเวลาบ่ายถึงเย็น

–      การเดินทาง:  แหลมโพธิ์อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ 17 กิโลเมตรตามทางเหลวงหมายเลข4204สุสานหอยอยู่ที่บ้านหน้าเขา อำเภอพนม ห่างจากตัวอำเภอราว12กิโลเมตร

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

น้ำผุดปรบมือ เสียงปรบมือของคุณสัมผัสขุมพลังของโลกใต้พิภพได้


น้ำผุดปรบมือ เสียงปรบมือของคุณสัมผัสขุมพลังของโลกใต้พิภพได้

โลก ใต้ผืนพิภพของเราไม่เคยสิ้นซึ่งพลังงานที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งความน่ากลัวและความน่าฉงนฉงายในบางสถานที่ น้ำผุดปรบมือเป็นเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็กดูไม่น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจสักเท่าใด ในเขตบ้านถ้ำเสือ ตำบลอ่าวลึกใต้ สภาพแวดล้มร่มรื่นไปด้วยป่าพรุและธารน้ำที่ดูเผิน ๆ ไม่นาจะมีอะไร แต่หางลงไปสัมผัสใกล้ ๆ ก็จะพบว่าหลายจุดในแอ่งน้ำนั้นมีแรงดันผุดขึ้นมาจากใต้พื้นโลกอยู่ตลอดเวลา จนทำให้บริเวณใดที่มีแรงดันน้ำผุดจะปรากฏเป็นแอ่งทรายใต้น้ำเป็นวงรอบและ บริเวณนี้จะไม่มีเศษใบไม้อะไรอยู่เลยโดยมีอยู่หลายจุดที่ผุดติดต่อกันเป็น กลุ่ม ซึ่งถ้าเอามือแหย่ลงไปดูก็จะสัมผัสแรงดันใต้พิภพได้ด้วยมือของคุณเอง และที่น่าอัศจรรย์กว่านั้นก็คือหากคุณปรบมือดัง ๆ อัตราการผุดของน้ำก็จะยิ่งทวีมาขึ้นอย่างน่าทึ่ง ทว่าน้ำผูดปรบมือนี้กลับเป็นน้ำเย็นไม่ใช่พลังจากน้ำร้อนเหมือนหลาย ๆ แห่งที่เราเคยพบเห็นจนเป็นเรื่องธรรมดา

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น

–      การเดินทาง:  จากตัวอำเภออ่าวลึก ใช้เส้นทางบ้านอ่าวลึกใต้-ปากคลองมะรุ่ย ระยะทางราว7กิโลเมตร ถึงบ้านถ้ำเสือแยกขวามืออีก1กิโลเมตรถึงน้ำผุดปรบมือ

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด


สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

จังหวัดกระบี่ ใช้อักษรย่อว่า “กบ”

ตราประจำจังหวัด

รูปกระบี่ไขว้ เบื้องหลังมีภูเขาและทะเล
กระบี่ไขว้   หมายถึง ดาบโบราณซึ่งครั้งหนึ่ง มีผู้ค้นพบในท้องที่จังหวัด
ภูเขา   คือ เทือกเขาพนมเบญจาที่สูงสุดในแถบนั้นมีเมฆปกคลุมตลอดเวลา และกั้นเขตแดนกับจังหวัดอื่น
ทะเล   คือ ชายอาณาเขตอีกด้านหนึ่งซึ่งติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย

ธงประจำจังหวัด

ดอกไม้และต้นไม้ประจำจังหวัด : ทุ้งฟ้า

 


สินค้าขึ้นชื่อ

หอยชักตีน

ใครมาต้องรู้จักเพราะถือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ โดยการนำหอย ไปลวกในน้ำเดือด เพื่อให้ส่วนที่คล้ายเท้าของหอยโผล่ออกมา จิ้มกับน้ำจิ้มรสแซบทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็นอย่างยิ่ง หารับประทานได้ตามร้านอาหารในจังหวัด
ผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล

จังหวัดกระบี่ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล ได้แก่ กะปิ ที่ทำจากกุ้งเคย มีรสชาติดี กลิ่นหอม กุ้งเสียบ ที่นำไปทำเป็นน้ำพริกกุ้งเสียบ และต้มยำทำแกงได้สารพัด ปลาฉิ้งฉาง ที่มีให้เลือกทั้งแบบตากแห้ง
และแบบปรุงรสหวาน สำหรับไว้ทานเล่น นอกจากนี้ยังมีแกงไตปลา น้ำพริกสำเร็จรูป อาหารทะเลแห้ง อาหารทะเลปรุงรส และของฝากอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกซื้อกัน

 

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ถ้ำเพชร ปริศนาหัวใจถ้ำและเสน่ห์ความงามของเกล็ดเพชร


ถ้ำเพชร ปริศนาหัวใจถ้ำและเสน่ห์ความงามของเกล็ดเพชร

ถ้ำ แห่งไหนก็คงไม่พ้นความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละ ถ้ำ แต่ถ้ำเพชรกลับเป็นถ้ำที่มีสิ่งที่ไม่เหมือนถ้ำใดในกระบี่ทั้งที่ความลึกของ ถ้ำเพียงไม่เกิน200เมตร เราะที่นี่เป็นบ้านของหนอนถ้ำตัวเล็กอาศัยอยู่ในความมืดแล้วสร้างใยของมัน เป็นเส้นยาวระโยงระยางอยู่ตามผนังถ้ำไว้จับแมลงกินเป็นอาหาร เส้นใยเหล่านี้เองเวลามองย้อนแสงกลับพบว่ามีความงามน่าอัศจรรย์ราวกับสร้อย เพชร เท่านั้นยังไม่พอหินงอกหินย้อยภายในถ้ำแห่งนี้แทบทุกก้อนล้วนมีเกล็ดเพชร ระยิบระยับต่างจากถ้ำทั่วไป และน่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือในส่วนลึกของถ้ำจะมีจุดหนึ่งซึ่งหินงอกหินย้อยสวย งามมากเป็นรูปคล้ายต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ในโพรงถ้ำที่มีรูปร่างเหมือนกับหัวใจไม่ ผิดเพี้ยน หัวใจถ้ำธรรมชาติสร้างขึ้นได้อย่างไรมีเพียงที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นใน ประเทศไทย

  • – ฤดูการท่องเที่ยว: ปลายเดือน พฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • – เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 09.00 น. – 16.00 น.
  • – การเดินทาง: จากสี่แยกอ่าวลึกด้านถนนเพชรเกษมใช้ทางหลวงหมายเลข4 ไปทางตัวจังหวัดกระบี่ราว2กิโลเมตรแล้วแยกซ้ายมืออีก4.5กิโลเมตรถึงสำนัก สงฆ์ถ้ำเพชร
  • – รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

พายแคนูแหลมสักสวรรค์แหล่งใหม่ของนักพายแคนู


พายแคนูแหลมสักสวรรค์แหล่งใหม่ของนักพายแคนู

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด ควรดูช่วงเวลาน้ำขึ้นลงด้วย ในแต่ละวัน ช่วงเวลาน้ำขึ้นจะสวยกว่าน้ำลง ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตก แถบแหลมไฟไหม้มีจุดพายแคนูดูพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด

แหลมสัก เป็นแนวเทือกเขาที่ยื่นลงไปในทะเลสิ้นสุดตอนปลายที่แหลมไฟไหม้ ซึ่งมีภาพเขียนฝาสีโบราณบนเพิงถ้ำที่น่าสนใจ ตลอดแนวของแหลมสักมีจุดพายแคนูที่สวยงามมากหลายแห่ง ตั้งแต่จุดเสาหินบอนไซกลางทะเล ซึ่งฤดูแล้งจะเห็นเป็นเสาหินและต้นไม้บอนไซน่าอัศจรรย์ ถ้ำชาวเล ช่องลอดเหนือซึ่งสวยงามราวกับลากูนในสวรรค์ล้อมรอบด้วยแนวเขาและภูผาสูง หินเหล็กโคนคล้ายเกาะตะปูอ่าวพังงา และเพิงถ้ำหินย้อยใกล้แหลมไฟไหม้ ซึ่งเป็นจุดพายุแคนูชมพระอาทิตย์ตกในอ่าวพังงาสวยงามที่สุด และที่สำคัญที่นี่เป็นแหล่งพายเรือแคนูแห่งใหม่ล่าสุดของจังหวัดกระบี่ที่ เชื่อว่ามีความสวยงามหลากหลายมากกว่าแห่งใดจนเป็นสวรรค์แหล่งใหม่ของนักพาย แคนู

 

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกถึงท่าเรือแหลมสักระยะทาง 17 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4309  ลงเรือได้ที่นี่ไปยังจุดพายเรือแคนนูต่างๆ ควรมีเวลาเต็มวันหากต้องการไปทุกที่

กิจกรรมการท่องเที่ยว


Www.KRABIINFORMATION.Com | วันอังคารที่ 31 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:40 น.
อาหารจังหวัดกระบี่
อาหาร ที่กระบี่ มีหลากหลาย ให้เลือกจะเป็นแบบ อาหารพื้นบ้านภาคใต้ หรืออาหารแบบมุสลิมก็ดี ต่างเรียก น้ำย่อยของผู้มาเยือน อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นข้าวยำคลุก ขนมจีนน้ำยาด้วยผัก เหนาะสด ๆ โดยเฉพาะ หอยชักตีน รสเสิศ ที่มีเฉพาะที่จังหวัดกระบี่เท่านั้น อาหารทะเลอื่น ๆ ของที่นี่ก็สด และอร่อยมีร้านอาหารทะเล หลายร้านในบริเวณสวนธารา และอ่าวนงนุช ในตัวเมืองกระบี่ แต่ถ้าเป็นอาหารฝรั่ง ก็จะมีร้านอาหารมากมาย ที่หน้าหาดอ่าวนางและในตัวเมือง กระบี่ และเราได้รวบรวมร้านอาหารแนะนำในจังหวัดกระบี่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นร้านใหญ่ ราคาแพง แต่เป็นร้านอาหารคุณภาพ สะอาด ประกอบอาหารถูกหลักโภชนาการ เพราะเราตระหนักเรื่องสุขภาพลูกค้าเป็นสำคัญ


ตลาดนัดกระบี่…
ตลาดนัด
ในตลาดคุณสามารถเลือก ซื้อของได้ทั้ง อาหาร ของสด ของแห้ง เสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้อื่น ๆ ในครัวเรือน

  • ตลาดเช้า มหาราช อยู่ในตัว เมืองกระบี่ มีของสด ของแห้งมากมาย อาหารเช้าหลากหลายชนิด พืชผก ผลไม้ ฯลฯ เวลา 04.00 – 12.00 น.
  • ตลาดคลองแห้ง จะมีทุกวันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึง 17.00 น.
  • ตลาดอ่าวนาง จะมีทุกวันจันทร์ อังคาร ศุกร์ ตั่งแต่เวลา 15.00 น.จนถึง 19.30 น. อยู่ใกล้โรงแรมลายไทย
  • ตลาดหนองทะเล จะมีทุกวันพุธ ตั่งแต่เวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น
  • ตลาดอ่าวน้ำเมา จะมีทุกวันพุธและวันศุกร์ ตอนบ่ายที่สามแยกอ่าวน้ำเมา
  • ตลาดกลางคืนในตัวเมืองกระบี่ หรือ ตลาดซิตี้ จะมีทุกวัน ที่ถนนสุคนธ์ (มหาราช ซอย 10 ) จนถึงเวลา 21.00 น.
  • ตลาดสะพานเจ้าฟ้า ซึ่งมีรถขายอาหารมากมาย (ถนนคงคา) จะเปิดตั้งแต่ 17.00 น.จนถึงเวลา 23.00 น.
  • ถนนคนเดิน เมืองกระบี่ อยู่บริเวณถนนมหาราช ซอย8 มีสินค้าพื้นเมือง การอาหารท้องถิ่น การแสดงบนเวที ให้บริการ 17.00น-23.00น ทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

กิจกรรมการท่องเที่ยว…
กระบี่ เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่าเขา ชายหาด เกาะแก่งต่างๆ ปัจจุบัน กระบี่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก กิจกรรมที่สนุกสนาน หลากหลายที่นี่ เช่น เรือคายัค ปีนผา ดำน้ำ และ การนั่งช้าง เที่ยวป่าเขา-น้ำตก, น้ำตกร้อนอ่าวนางเป็นจุดเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวที่จะไปเยี่ยมชมเกาะต่าง ๆ ได้โดยเรือหางยาว หรือ โดยเรือเร็ว และโดยเรือใหญ่ของบริษัททัวร์ต่างๆ
แหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงรวมไปจนถึง หาดไร่เลย์ สวรรค์ของนักปีนผา และ เกาะไก่ กับ เกาะปอดะ ที่สามารถเห็นทัศนียภาพที่เป็นเกาะกลางทะเลและหาดทรายที่ขาวสะอาดตา ได้เมื่ออยู่ห่างจากหาดอ่าวนางเพียงครึ่งชั่วโมง
ไกลออกไปทางทิศใต้อีก 42 กิโลเมตร คือ เกาะพีพี ซึ่งมีสมญานามว่ามรกตแห่งทะเลอันดามัน ก็เพราะว่ามีหาดทรายที่ ขาวสวย สะอาดตา และน้ำทะเลที่ใสดุจแก้วมรกต เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง เดอะบีช ของฮอลลีวูด และในภาพยนตร์ไทยอีกหลายเรื่อง ตลอดจนรายการโทรทัศน์อีกหลายรายการ ที่ไปถ่ายทำที่เกาะห้อง ซึ่งอยู่ห่างจากกระบี่ไปทางเหนือ ประมาณ 45 กิโลเมตร
เมื่อคุณขับรถไปตามถนนหน้าหาดอ่าวนาง คุณจะเห็นหาดสวยหลายหาดด้วยกัน เช่น หาดนพรัตน์ธารา และ หาดคลองม่วง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค ความสวยงามตามธรรมชาติของจังหวัดกระบี่ที่นอกเหนือจากท้องทะเลแล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติน้ำตก และน้ำพุร้อน การไปเที่ยวชมสถานที่ เหล่านี้ไปได้ง่าย
ที่กล่าวขานในจ้งหวัดกระบี่นั่นคือ น้ำตกร้อน อ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่า มีลักษณะเป็นธารน้ำพุร้อน ผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ มีสารกำมะถันเจือจางเป็นส่วนประกอบมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ลงมาจากเนินเขาตกลงมาในแอ่ง ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยว และอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก
การมาเที่ยวจังหวัดกระบี่จะไม่สมบูรณ์แบบ หากคุณพลาดโอกาสไปนมัสการ หลวงพ่อจำเนียรและการเยี่ยมชม วัดถ้ำเสือซึ่ง เป็นวัดในป่าและยังเป็นศูนย์วิปัสสนากรรมฐานสนทนาธรรมกับพระภิกษุ ผู้มีวัตรปฏิบัติที่ดีงาม ที่วัดยังมีพระพุทธรูป และเจดีย์ทอง ซึ่งอยู่บนเขาสูงขึ้นไป ประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ท่านยังสามารถชื่นชมธรรมชาติทั้ง พรรณไม้ในหุบเขา,สัตว์ป่าและความงดงามของถ้ำต่าง ๆ ในบริเวณวัดอีกด้วย

คุณสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติเมืองกระบี่ โดยเลือกซื้อทัวร์กับบริษัททัวร์คุณภาพ ที่นี่…

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

ปีนผาไร่เล สุดยอด แหล่งปีนหน้าผาระดับโลก


ปีนผาไร่เล สุดยอด แหล่งปีนหน้าผาระดับโลก

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมกราคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด

อ่าวไร่เล คือ อ่าวสำคัญทางการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่อีกแห่งหนึ่ง มีทั้งตัวหาดไร่เลที่สวยงาม

ด้วยทัศนียภาพเหมาะแกการพักผ่อนบนหาดทรายขาวเนียนนุ่ม คือ หาดไร่เลตะวันตก และหาดไร่ตะวันออก หรือหาดน้ำเมาเป็นแหล่งร้านปีนเขาและแหล่งฝึกเรียนปีนหน้าผาที่โด่งดัง เพราะเป็นจุดปีนผาที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกโดยเมื่อปีนขึ้น ไปถึงด้านบนจะสามารถมองเห็นโค้งอ่าวไร่เลและแนวหน้าผาหินปูนตัดกับท้องทะเล งดงามที่สุด

การปีนมีทั้งระดับง่ายและยากให้ฝึกตั้งแต่ขั้นนักเรียนถึงขั้นมืออาชีพนับเป็นแหล่งท้าทายความกล้าและความเป็นนักผจญภัยของคุณ

การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ต่อด้วย 4204 ถึงสามแยกบ้านน้ำเมา เลี้ยวขวาสู่อ่าวน้ำเมา ลงเรือไปหาดไร่เลตะวันออก ด้วยเรือหางยาว

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

พายแคนูถ้ำลอด สุดยอดการพายแคนู ลอดถ้ำเมืองกระบี่


พายแคนูถ้ำลอด สุดยอดการพายแคนู ลอดถ้ำเมืองกระบี่

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมกราคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่อากาศไม่ร้อนจัด

ถ้ำลอดเหนือ ถ้ำลอดใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ถือว่าเป็นกลุ่มถ้ำน้ำลอดที่สวยงามที่สุดที่มีการสำรวจพบในจังหวัดกระบี่ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยด้วยการพายเรือแคนูลอด ถ้ำในบรรยากาศน่าตื่นเต้น ถ้ำลอดใต้คุณจะได้พายแคนูลอดเข้าไปในโพรงถ้ำแคบๆ มีอยู่ 2 โพรง ไปทะลุยังด้านในที่เป็นลากูนขนาดใหญ่ให้คุณอัศจรรย์ใจ ส่วนถ้ำลอดเหนือ คุณจะได้พายแคผ่านป่าโกงกางอุดมสมบูรณ์ทะลุถ้ำน้ำลอดขนาดใหญ่งดงามด้วยหิน งอกหินย้อยตลอดทางที่พายเรือลอดไปตั้งแต่ปากถ้ำจนไปทะลุอีกด้านหนึ่งซึ่งสวย งามไม่แพ้กันและเป็นเส้นทางล่องแคนูชมป่าโกงกางที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของ จังหวัดกระบี่

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกถึงบ้านถ้ำเสือระยะทาง 5 กิโลเมตร มีทางแยกต่อไปท่าเรือได้ 2 แห่ง คือท่าเรือบ่อท่อและท่าเรือต้นขาม ระยะทางราว 2 กิโลเมตรเท่ากัน สามารถพายแคนูจากจุดนี้ได้ทั้งสองท่า แต่ท่าเรือต้นขามระยะทางพายจะไกลกว่า

ราย  ละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

ททท. สำนักงานกระบี่

โทร : 0-7562-2163, 0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-7562-2164

e-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ธารโบกขรณี สระอโนดาตแห่งป่าหิมพานต์ในจินตนาการ


ธารโบกขรณี สระอโนดาตแห่งป่าหิมพานต์ในจินตนาการ

ธารโบกขรณี

ป่าดงดิบเขี่ยวชะอุ่มด้วยพันธุ์ไม้มีสารธารสีเขียวมรกตไหลหลั่งกำเนิดเป็น สายน้ำตกเล็ก ๆ ตกลงมาสู่อ่างน้ำธรรมชาติใหญ่น้อยท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น นั่นคือ บรรยากาศในจินตนาการของป่าหิมพานต์แห่งตำนาน

ในความเป็นจริงสภาพของหุบเขาในเขตอำเภออ่าวลึกซึ่งแทบจะอยู่ใจกลางเมือง มีป่าอยู่ผืนหนึ่งซึ่งถ่ายทอดจินตนาการของป่าหิมพานต์ออกมาในโลกของความจริง ได้อย่างน่าทึ่งนั่นคือ อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี สถานที่ท่องเที่ยวรู้จักกันดีของจังหวัดกระบี่

ทุกวันนี้สายน้ำของธารโบกขรณีไม่เคยเหือดแห้งและตราบเท่าที่สายน้ำตกยัง พลิ้วผ่านด้วยสายธารที่หลั่งไหลไปลงยังอ่างน้ำสวยใสชั่วนาตาปี ที่นี่ก็ยังคงเป็นแห่งเดียวซึ่งยังความเป็นสระอโนดาตแห่งป่าหิมพานต์ไว้ตลอด กาล

 

 

–     ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 11.00 น. – 17.00 น.

–      การเดินทาง:  อยู่ห่างจากสี่แยกอ่าวลึกบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอราว 1 กิโลเมตร

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ผืนป่าชายเลนหน้าเมืองกระบี่พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก


ผืนป่าชายเลนหน้าเมืองกระบี่พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก

พื้นที่ ชุ่มน้ำต่าง ๆ ในโลกล้วนเป็นแหล่งอันอุดมสมบูรณ์ เป็นที่พำนักอาศัยและแหล่งหาอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งสัตว์สี่เท้า สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์น้ำนานาพันธุ์ รวมทั้งมนุษย์ซึ่งมีชีวิตผูกพันกับพื้นที่ชุ่มน้ำมานานเท่านาน ในประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของโลกอยู่ไม่ กี่แห่ง เช่น ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุงและทะเลสาบสงขลาทุ่งสามร้อยยอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์และผืนป่าชายเลนหน้าเมืองกระบี่ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมจาก หน้าเมืองกระบี่ไปจนถึงเกาะศรีบอยาด้วยเนื้อที่กว่า 100,000ไร่ใครบ้างจารู้ว่านี่คือพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญเป็นลำดับที่1,100ของ โลกตั้งอยู่ที่กระบี่

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเช้าเวลาราว 06.00 น. – 09.00 น.

–      การเดินทาง:  สามารถเช่าเหมาเรือท่องเที่ยวชมผืนป่าชายเลนได้ตั้งแต่เขาขนาบน้ำเกาะกลางไป จนถึงบ้านตลิ่งชัน ได้ที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ค่าโดยสารเหมาลำชั่วโมงละ500บาท

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เหลืองกระบี่ กล้วยไม้หายากดอกไม้สัญลักษณ์จังหวัดกระบี่


เหลืองกระบี่ กล้วยไม้หายากดอกไม้สัญลักษณ์จังหวัดกระบี่

ใน บรรดากลุ่มพืชอนุรักษ์ของอนุสัญญาไซเตสบัญชีที่1 ซึ่งหมายถึงพืชที่ใกล้สุญพันธุ์ ห้ามนำเข้าและส่งออกโดยเด็ดขาดนั้น กล้วยไม้รองเท้านารีที่พบในประเทศไทยทั้ง 13 ชนิดถือเป็นพืชหายากดังกล่าวที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง กล้วยไม้เหลืองกระบี่เป็นกล้วยไม้สวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในสกุลรองเท้านารี จำพวกที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดินในป่าดงดิบหรือตามซอกหินบนหน้าผาริมฝั่งทะเลภาค ใต้ชายฝั่งอันดามันโดยเฉพาะแถบจังหวัดภูเก็ต พังงาและกระบี่ที่ซึ่งเราอาจพบในธรรมชาติได้ยาก

แต่วันนี้มากระบี่ คุณมีแหล่งที่ได้ชมความงามของกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่แน่นอนที่ ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดกระบี่อำเภอเหนือคลอง ซึ่งได้ทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์กล้วยไม่ชนิดนี้อย่างจริงจัง เที่ยวกระบี่ต้องรู้จักกล้วยไม้เหลืองกระบี่ดอกไม้สัญลักษณ์ของจังหวัด กระบี่

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 09.00 น. – 10.30 น. และ 15.00 น.-16.30 น.

–      การเดินทาง:  จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข4ถึงอำเภอเหนือคลอง เลยไปอีกราว2กิโลเมตร จะพบศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดกระบี่อยู่ทางขวามือ

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หินม่วง หินแดง1ใน10จุดดำน้ำดีที่สุดในโลก


หินม่วง หินแดง1ใน10จุดดำน้ำดีที่สุดในโลก

หิน ม่วง หินแดง เป็นจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ทั้งในหมู่นักดำน้ำชาวไทยและชาว ต่างประเทศ มีความสวยงามทั้งโลกใต้น้ำที่มีทั้งปะการังอ่อนสีแดงและปะการังพัดสีแดงมาก มายตามไหล่หน้าผาใต้น้ำที่สูงราว 60 เมตร ซึ่งลึกที่สุดในประเทศไทย ส่วนหินม่วงอยู่ไม่ไกลจากกันมีหน้าผาใต้น้ำยาวถึง 200 เมตรอันเป็นแหล่งที่พบการังอ่อนสีม่วงมากมายจนเป็นที่มาของชื่อ หินม่วง หินแดง

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของปลาขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกระเบนราหูซึ่งพบได้บ่อยครั้งรวมทั้งฉลามวาฬและกุ้งตัวตลกสีสวยและ สัตว์น้ำอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 จุดดำน้ำที่ดีที่สุดในโลกซึ่งหากคุณเป็นนักดำน้ำจะพลาดไม่ได้

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว: เดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน เดือนที่ดีที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม

–      เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. – 13.00 น.

–     การเดินทาง : จุดที่สะดวกที่สุดคือท่าเรือศาลาด่าน เกาะลันตาใหญ่ ระยะทางราว 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3-4 ชั่วโมง

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email    : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

กองหินมุสัง จุดนัดพบของฉลามดสวและป่าปะการังสวยใต้ทะเล


กองหินมุสัง จุดนัดพบของฉลามดสวและป่าปะการังสวยใต้ทะเล

กอง หินมุสังหรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ Shark Point หินจม หรือ Anemone Reef และซากเรือจมคิงส์ครุยเชอร์ คือ อาฯจักรใต้ท้องทะเลอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของทะเลอันดามัน อยู่ระหว่างภูเก็ตและเกาะพีพี มีลักษณะเป็นป่าปะการังใต้ทะเลและเนินใต้น้ำซึ่งปกคลุมไปด้วยดอกไม้ทะเลหลาก สีสัน รวมทั้งบ้านใหม่ของสัตว์น้ำจากการจมลงของเรือคิงส์ครุยเซอร์

ที่นี่จึงเป็นอีกแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่อสามารถเที่ยวชมปะการังอ่อนและปลา หลากสีสันทั้งปลาการ์ตูน ปลาไหลมอเรย์ ปลาผีเสื้อ ปลาจิ้มฟัน จระเข้ปีศาจ กุ้ง รวมทั้งปูลูกกวาดนอกจากนั้นที่สำคัญบริเวณกองหินมุสังคือจุดนัดพบของฉลามดาว ที่พบได้ง่ายที่สุดในประเทศไทยคุณมีนัดไว้แล้วในโปรแกรมของคุณ

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  เดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน เดือนที่ดีที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาราว 10.00 น. – 13.00 น.

–      การเดินทาง:  จากเกาะพีพีดอนลงเรือที่อ่าวต้นไทร ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที จากกระบี่ลงเรือที่อ่าวนาง ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่กองหินมุสัง

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หมู่เกาะปอดะที่สุดของความงามจากฟากฟ้าสู่ทะเลแหวก


หมู่เกาะปอดะที่สุดของความงามจากฟากฟ้าสู่ทะเลแหวก

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนธันวาคม ถึง เดือนมกราคม ช่วงวันฟ้าใสและไม่มีหมอกแดด หมู่เกาะปอดะ

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.

กลุ่มเกาะ หน้าอ่าวนางซึ่งเป็นแหล่งสวรรค์ของนักท่องเที่ยวนั้นประกอบด้วย เกาะปอดะเป็นเกาะใหญ่ที่มีหาดทรายขาวและน้ำทะเลสวยใสสีเทอคอยส์เต็มไปด้วย ฝูงปลาสวยงามนานาชนิดและไม่ไกลจากกันนั่นคือเกาะด้ามหอกด้ามขวาน เกาะทับและเกาะหม้อซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลแหวกอันขึ้นชื่อ หากคุรมองลงมาได้จากฟากฟ้านี่คือสวรรค์ของมุมมองงดงามตระการตาที่สุดด้วยผืน น้ำสีฟ้าสดที่ตัดกับสีขาวของแนวหาดทรายของเกาะปอดะยิ่งหากเป็นช่วงเวลาน้ำ ขึ้นลงได้ที่ทางด้านทิศเหนือของเกาะด้ามหอกด้ามขวานจะปรากฏแนวสันทรายทะเล แหวกอันน่าอัศจรรย์เชื่อมยาวต่อไปถึงเกาะทับและเกาะหม้อให้เห้นอีกด้วยที่ นี่จึงเป็นที่สุดของความงามจากฟากฟ้าสู่ทะเลแหวกแห่ง Unseen ชื่อก้องโลก

การเดินทาง : มีเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำจากสนามบินภูเก็ต

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

มุมมองอัศจรรย์เกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามัน


มุมมองอัศจรรย์เกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามัน

เกาะไข่ดาว

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนธันวาคม ถึง เดือนมกราคม ช่วงวันฟ้าใสและไม่มีหมอกแดด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.

หากจะตามหา เกาะสวรรค์กลางทะเลอันดามันสักเกาะหนึ่งที่มีสัณฐานประดุจไข่ดาวมีหาดทราย ขาวล้อมรอบกลางเวิ้งน้ำสีคราม ไม่ไกลจากเกาะพีพีดอนทางทิศเหนือจะมีเกาะในฝันนั้นอยู่แห่งหนึ่ง คือ เกาะไผ่อาณาบริเวณของกลุ่มเกาะแห่งนี้ ประกอบด้วยตัวเกาะไผ่อยู่ตรงกลางมีเกาะยุงซึ่งมีหน้าผาสูงชันอยู่ทางทิศ ตะวันตกส่วนทางทิศใต้จะเป็นหินกลางแหล่งน้ำตื้นสีฟ้าใสประกอบกันเป็นดง ปะการังแสนไร่ อุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังชนิดต่างๆมากมายเมื่อมองจากทางอากาศลงมาจะเห็นเกาะ ไผ่โดดเด่นเป็นเกาะไข่ดาวชัดเจนและหากบินโฉบไปทางด้านใต้บริเวณหินกลางจุด นี้ก็จะเป็นเวิ้งน้ำสีฟ้าใสเป็นวงกลมสวยงามมากเคียงข้างกันมุมมองอัศจรรย์ ของเกาะไข่ดาวกลางทะเลอันดามันจึงมีอยู่จริงมิใช่เพียงในความฝัน

การเดินทาง : มีเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำจากสนามบินภูเก็ต

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะพีพีเล เกาะสวรรค์ในมุมมองจากฝากฟ้า


เกาะพีพีเล เกาะสวรรค์ในมุมมองจากฝากฟ้า

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนธันวาคม ถึง เดือนมกราคม ช่วงวันฟ้าใสและไม่มีหมอกแดด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่างเวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.

เกาะพีพีเลหมู่เกาะพีพี เปรียบได้ดั่งเพชรเม็ดงามของท้องทะเลอันดามันยามเมื่อมองลงมาจากฟากฟ้า ประดุจนกบินด้วยภูมิลักษณ์สัณฐานของหมู่เกาะแห่งนี้อันประกอบด้วยเกาะพีพี ดอนและเกาะพีพีเลจะมีอ่าวน้อยใหญ่เว้าแหว่งงดงามตามธรรมชาติจนเคยได้รับการ จัดลำดับให้เป็นเกาะที่สวยงาม 1 ใน 10 ของโลกมาแล้วในอดีต โดยเฉพาะเกาะพีพีเลนั้นมีลักษณะเป็นเกาะเขาหินปูนเว้าแหว่งเป็นซอกหลืบหยึกหยักและแนวหน้าผาสูงชันตลอด จุดเด่นคือมุมมองจากเบื้องบนที่มองเห็นอ่าวมาหยาและปิเละทะเลใน ซึ่งเป็นเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตงดงาม เกาะแห่งนี้จึงเปรียบประดุจเกาะสวรรค์ในมุมมองจากฟากฟ้าโดยแท้

การเดินทาง : มีเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำจากสนามบินภูเก็ต

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

http://goo.gl/94eex

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

Taew Laew Tong Dam (The Gurney’s Pitta)


Taew Laew Tong Dam(The Gurney’s Pitta)

The Gurney’s Pitta, one of the rarest bird species on earth

In Khao Pra-Bang Khram Wildlife Sanctuary, there are around 318 species of birds. Among those species, the Gurney’s Pitta or Taew Laew Tong Dam called in Thai, can draw the most attention from visitors. The name of this bird commemorates the English ornithologist John Henry Gurney. The Gurney’s Pitta is close to extinction. Indeed, it was thought to be extinct for some time after 1952, until 1985 Radio BBC reported an ornithologist found a Gurney’s Pitta in an area of Khao Nor Chuchi, in Klongthom District, Krabi Province. The finding resulted in the establishment of the Khao Pra-Bang Khram Wildlife Sanctuary and it is now a protected area for this bird species

This beautiful bird has a blue crown, a black face, a white throat, a yellow breast and a black belly. It has warm brown upperparts with a deep blue tail. The female has a brown crown and buff-whitish under parts with small black streaks. It is a medium-sized song bird, around 18.5-20.5 cm long. Gurney’s Pitta is rated as the 30th out of the most beautiful 50 birds in the world.

It is a ground-living bird, feeding on insect slugs and worms, especially earth worms. Its nest is usually found 1.5 – 6 meters above the ground on the Salacca palms and rattans.

The Gurney’s Pitta is found in southern Myanma and in Krabi’s lowland forest, Thailand. Its rarity has been caused by the almost total clearance of the natural forest. This extremely rare and spectacularly-colored bird was recently voted the “most wanted bird in Thailand” by visiting bird watchers. From a 2000 survey by the Bird Conservation Society of Thailand (BCST) and The Royal Society for the Protection of Birds (RSPB), a British organization, there are around 12-20 Gurney’s Pitta couples living in the sanctuary.

Admission fee for the natural park is 20 Baht for a Thai adult, 10 Baht for a child, and 200 Baht for a foreigner adult, 100 Baht for a child.

เขาผาค้อมเพิงหินช่องหน้าต่างและลากูนเร้นลับกลางทะเล


เขาผาค้อมเพิงหินช่องหน้าต่างและลากูนเร้นลับกลางทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปีตั้งแต่ช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูร้อนราวเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคมเป็นฤดูที่ดีที่สุด

เขาผาค้อม

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าพระอาทิตย์ขึ้นราว 6.00 น. ถึง 7.00 น. ส่วนช่วงเวลาเที่ยวลากูนที่น้ำขึ้นเต็มที่จะอยู่ช่วงน้ำใหญ่ขึ้นหรือ แรม 3 ค่ำ ถึง 6 ค่ำ เพิงผาน่าอัศจรรย์ซุกซ่อนตัวของมันน้อยคนจะได้ขึ้นไปสำรวจและรู้ว่าไม่ไกล จากท่าเรือแหลมสักบริเวณช่องหลาดใต้จะมีเพิงผาของเทือกเขาหินปูนแหลมสักอยู่ แห่งหนึ่งมีความยาวถึง 100 เมตรเมื่อปีนบันไดขึ้นไปจะต้องค้อมตัวเดินลอดไปใต้เพิงผานั้นจนเป็นที่มาของ ชื่อ เขาผาค้อมหมายถึงการก้มตัวเดิน สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือตลอดบริเวณของเพิงผาแห่งนี้จะมีหินย้อยๆลงมาเป็น ม่านระย้าจนทำให้เกิดเป็นช่องหน้าต่างอยู่หลายแห่งงดงามแปลกตา ยามเมื่อมองลอดออกไปสู่ท้องทะเลกว้างยิ่งใครได้มาสัมผัสบรรยากาศตอนเช้าช่วง พระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ก็จะพบว่ามุมมองของธรรมชาติที่สร้างไว้ให้ค้นหานั้นไม่ มีที่สิ้นสุดที่สำคัญด้านหลังของเพิงผานี่เองยังซุกซ่อนลากูนขนาดใหญ่ไว้ ด้านในอีกด้วย โดยทุกช่วงน้ำใหญ่ระหว่างขึ้นและแรม 3 ถึง 6 ค่ำ น้ำในลากูนก็จะเต็มเปี่ยมเป็นสีเขียวมรกตยามต้องแสงแดดสวยงาม

การเดินทาง : จากท่าเรือแหลมสักใช้เวลาเดินทางราว 20 นาที

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com