มรดกทางวัฒนธรรม


จังหวัดกระบี่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันได้แก่โบราณสถานโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมดีเด่น  เท่าที่สำรวจพบมีอายุตั้งแต่ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี
ภาพเขียนสีถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโตอยู่ที่บ้านบ่อท่อ  ตำบลอ่าวลึกใต้  อำเภออ่าวลึก  เป็นถ้ำอยู่ในภูเขาหินปูนในกลุ่มเขาถ้ำลอดใต้ ในแนวเทือกเขาภูเก็ตหรือแนวเขาในกลุ่มหินราชบุรี  อายุประมาณ ๒๓๐ – ๓๔๕ ล้านปีมาแล้ว  ภายในถ้ำอากาศถ่ายเทได้สดวก และมีแสงสว่างส่องเข้าไปได้หลายทิศทาง  ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยและแท่งหิน มีกองเปลือกหอยทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก  มีทางขึ้นไปที่ปากถ้ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ภายในถ้ำแบ่งเป็นสองคูหาใหญ่ ๆ เชื่อมต่อกันได้เป็นบริเวณที่มีภาพเขียนสี
นักโบราณคดีให้ความเห็นว่า  ชุมชนก่อนประวัติศาสตร์เป็นผู้สร้างผลงานเหล่านี้  อาจเป็นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน  พิธีกรรมความเชื่อ หรือใช้สื่อสารกันระหว่างกลุ่มชนก็เป็นได้  เจ้าของภาพเป็นพิธีชุมชนชาวน้ำหรือพวกที่อาศัยอยู่ตามเกาะในอ่าวพังงา และอ่าวลึกที่อยู่ล้อมรอบ  และชุมชนพื้นราบที่อาศัยถ้ำป่าเขาสัญจรทางบก  อย่างไรก็ตามภาพเขียนสีที่ถ้ำแห่งนี้น่าจะเป็นกลุ่มชนชาวน้ำ  อาจเป็นบรรพบุรุษของชาวเลในปัจจุบันก็ได้ อายุของภาพอยู่ระหว่าง ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ชาวบ้านรู้จักถ้ำนี้มานานแล้ว  เดิมพบเศษกระดูกและหัวกระโหลกคนขนาดใหญ่  จึงได้ชื่อว่าถ้ำผีหัวโต  นักโบราณคดีชาวตะวันตกคนแรก ที่เขียนบทความเรื่องโบราณคดีสยาม ได้เขียนเกี่ยวกับภาพเขียนสีไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ และได้มีการศึกษาเพิ่มเติมออกไปในระยะต่อมา
ตำแหน่งของภาพเขียนสีมีกระจายอยู่ทั่วไปในคูหาที่ ๑ และคูหาที่ ๒ มีทั้งที่เขียนไว้ในระดับต่ำและระดับสูง มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน  กลุ่มใหญ่เป็นแนวยาวตลอดผนัง  กลุ่มเล็ก ๆ มีอยู่ตามซอกเพดานอยู่ทั่วไป  ภาพเขียนส่วนใหญ่มักอยู่ในตำแหน่งที่แสงสว่างส่อง  สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน  ภาพแต่ละกลุ่มมีลักษณะเด่นในตัวเอง  ไม่ซ้ำกับกลุ่มอื่น
ภาพเขียนสีถ้ำไวกิ้ง (ถ้ำพญานาค)

ถ้ำไวกิ้งอยู่ที่เกาะพีพีเล ตำบลอ่าวนาง  อำเภอเมือง ฯ เกาะพีพีเลอยู่กลางทะเลลึก  ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ ๔๒ กิโลเมตร  เกาะพีพีและถ้ำไวกิ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด  ถ้ำไวกิ้งเป็นแหล่งรังนกมีผู้ประมูลสัมปทานเก็บรังนก
ถ้ำไวกิ้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเกาะ  ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง สูงประมาณ ๘๐ เมตร มีหินงอกหินย้อยงดงาม  ภาพเขียนเขียนบนฝาผนังอยู่ในถ้ำทางด้านทิศตะวันออกและทางด้านทิศใต้  นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า  รูปเรือที่เขียนในถ้ำไวกิ้งเป็นภาพที่เขียนในสมัยประวัติศาสตร์  อาจจะเป็นสมัยอยุธยา  โดยฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด ที่ซ่องสุมอยู่ในถ้ำแห่งนี้  จากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก  บริเวณหมู่เกาะพีพีเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบมรสุม  ขนถ่ายสินค้าหาเสบียงอาหาร หรือซ่อมแซมเรือ  ภาพส่วนใหญ่ที่พบเป็นรูปเรือมีหลายแบบ  และไม่ได้เขียนขึ้นในเวลาเดียวกันแต่เป็นการเขียนอย่างต่อเนื่อง  นอกจากภาพเรือแล้วยังมีภาพล่าสัตว์และช้างอยู่ด้วย
ภาพเรือที่ปรากฏมีหลายประเภทคือ เรือใบ ๓ เสา  พวกเรือสำเภาเรือโป๊ะจ้าย  เรือใบ ๒ เสา พวกเรือกำปั่น เรือฉลอม เรือที่ใช้กรรเชียง เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือใบใช้กังหัน เรือกลไฟ
ภาพเขียนสีเพิงผาเขาเขียนในสระ


อยู่ที่บ้านสระ ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง ฯ สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบระหว่างเชิงเขา  มีภูเขาหินปูนล้อมรอบอยู่เป็นจำนวนมาก  ในสมัยก่อนน้ำทะเลท่ามถึงบริเวณเขาเขียน
ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ มีอยู่ประมาณ ๑๕ ภาพ  อยู่ตรงบริเวณรอยบากเพิงผาในภูเขาหินปูน  เพิงผามีลักษณะเป็นเพิงพักอาศัยได้  และน่าจะเป็นที่พักอาศัยของมนุษย์มาแต่โบราณ  ภาพเขียนดังกล่าวมีอายุประมาณ ๓,๐๐๐ ปี ซึ่งชุมชนมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่อพยพเร่ร่อนทางทะเลแถบนี้เขียนไว้  อาจเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประจำวันหรือใช้เป็นการสื่อสารระหว่างกัน
ภาพเขียนสีแหลมไฟไหม้

อยู่ที่แหลมไฟไหม้ บ้านไสโต๊ะคำ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก เป็นภาพบนเพิงผาในภูเขาหินปูน ที่ยื่นออกไปในทะเลเล็กน้อย  สภาพแวดล้อมเป็นป่าชายเลนมีไม้จำพวกแสมโกงกาง และตะบูน รอยบากที่มีภาพเขียนยาวประมาณ ๙ เมตร กว้างประมาณ ๕ เมตร สูงประมาณ ๓.๕๐ เมตร เป็นรูปคนและสัตว์  เขียนด้วยสีแดงและสีดำอยู่ทั่วไป มีภาพอื่น ๆ บ้างแต่ไม่ชัดเจน สีของภาพเลือนไปกับสีของผนังปูน จึงไม่สามารถเห็นชัดว่าเป็นรูปอะไร  อย่างไรก็ตามพอจะแบ่งประเภทของภาพได้ดังนี้
ภาพคน ระบายสีแดงทึบทั้งหมด เป็นภาพที่เด่นที่สุดของแหล่งนี้  รูปลักษณะคล้ายคนสองคนยืนติดกัน มี ๒ ศีรษะค่อนข้างชัด  เห็นแขนเพียง ๒ แขน เห็นขาครบ ๔ ขา ขนาดภาพสูงประมาณ ๕๐ เซ็นติเมตร
นอกจากนั้นเป็นภาพคนและภาพคล้ายคนอีก ๓ ภาพ  ภาพปลา ๒ ภาพ ภาพนก ๑ ภาพ  ภาพคล้ายแมงกะพรุน ๒ ภาพ ภาพสีดำคล้ายดอกไม้ ๑ ภาพ  ภาพสีดำคล้ายเรือ ๑ ภาพ  ภาพทางเรขาคณิต และภาพอื่น ๆ มีทั้งระบายสีและเส้นโครงร่างดูคล้ายดอกบัว  คล้ายพระจันทร์เสี้ยวคล้ายกากบาทติดต่อกัน และภาพรูปเหลี่ยมต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ภาพเขียนสีเขากาโรส


อยู่ที่เขากาโรส (แหลมท้ายแรด) ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก  กาโรสมีสภาพเป็นเกาะหรือเขาหินปูนลูกยาว  เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ในแนวเทือกเขาภูเก็ต ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร  สภาพของภูเขาเป็นเพิงผา และรอยบากอยู่ทั่วไป  ตำแหน่งของภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากเพิงผาตื้น ๆ มีโอกาสถูกลมและฝนได้ตลอดเวลา  ภาพเขียนดังกล่าวจึงลบเลือนไปตามกาลเวลา ภาพเขียนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร  พื้นที่หน้าผาที่มีภาพเขียนค่อนข้างราบเรียบ ภาพเขียนสีเขากาโรสพอประมวลได้ดังนี้ ภาพแรก ภาพคล้ายคนหรือสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง  ส่วนหัวคล้ายสุนัขอยู่ในท่านั่งหันทางข้างให้มี ๒ แขน ๒ ขา ระบายสีทึบ
ภาพที่สอง คล้ายคนมีส่วนหัวและลำตัว  แขนซ้ายคล้ายถือของอยู่ ภาพนี้ไม่มีขา
ภาพที่สาม เป็นภาพสัตว์คล้ายสุนัข แรด หรือหนูมีสี่ขาหางยาว มีส่วนที่เป็นเขาหรือเป็นหู จมูกคล้ายมีนอ
ภาพที่สี่ เป็นรูปประหลาด ลำตัวกลมยาว มีส่วนที่คล้ายเป็นขา ๒ ขา ส่วนหัวกลมมีตุ่มคล้ายเป็นขาหน้า
ภาพที่ห้า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เขียนเป็นโครงร่าง อยู่ด้านบนของสัตว์ประหลาดในภาพที่สี่
ภาพที่หก เป็นภาพสี่เหลี่ยมเป็นซี่ ๆ คล้ายหวี มีอยู่ ๕ ขีด
นอกจากนี้ยังมีภาพเป็นจุดกลม ๆ และลายเส้นขีดหนา ๆ ๒ เส้นอยู่ใกล้กัน ใช้สีแดงเขียนทั้งหมด
ภาพเขียนสีแหล่งถ้ำชาวเล


อยู่ที่ถ้ำชาวเล บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  พื้นที่ตั้งถ้ำชาวเลเป็นปลายแหลมยื่นลงไปในทะเลทางทิศตะวันตกของแหลมสัก  สภาพป่าบนภูเขายังสมบูรณ์มีฝูงนก ลิง ค่าง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  น้ำทะเลใสสะอาด เกาะแก่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทิวทัศน์ที่สวยงาม
เพิงผาของภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๕ เมตร  ภาพเขียนอยู่ตรงรอยบากของภูเขาที่อยู่สองกลุ่ม  กลุ่มที่หนึ่งอยู่ตรงรอยบากของภูเขาตรงปลายแหลม  อีกกลุ่มหนึ่งอยู่บริเวณปากถ้ำห่างจากปลายแหลมไม่มากนัก  มีหินงอกหินย้อยเล็กน้อย  ภาพเขียนในถ้ำชาวเลมีอยู่ ๓ ภาพ คือ
ภาพแรก เป็นภาพคนสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง ทำอาการคล้ายกำลังสูบหรือกำลังเป่า
ภาพที่สอง เป็นคนสองคนหันหน้าเข้าหากัน มือถือวัตถุบางอย่าง เช่นเดียวกับภาพแรก
ภาพที่สาม เป็นภาพคนขี่บนหลังสัตว์คล้ายม้า คนอยู่ในท่ายกแขนขึ้นคล้ายถือวัตถุบางอย่าง
ภาพเขียนสีเขาตีบนุ้ย


อยู่ที่เขาตีบนุ้ย บ้านหินราว ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เขาตีบนุ้ยเป็นภูเขาหินปูนลูกเล็ก ๆ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านหินราว  ด้านหนึ่งติดกับป่าโกงกาง และทางทะเล มีแนวร่องน้ำเข้ามาถึงภูเขาได้ ดังนั้นทางเข้าที่สะดวกคือทางทะเลเมื่อเวลาน้ำขึ้น  เป็นโพรงถ้ำในภูเขาหินปูนทั้งสองด้านของภูเขา  พื้นถ้ำกว้างพอสมควร โพรงถ้ำค่อย ๆ สอบแคบขึ้นไปข้างบนจนดูเป็นรูปสามเหลี่ยม  มีหินงอกหินย้อยอยู่บ้างพอสมควร  และมีโพรงถ้ำเล็ก ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ภาพเขียนกลุ่มหนึ่งอยู่ในโพรงถ้ำนี้
เพิงผาทางด้านทิศเหนือ ติดกับป่าโกงกาง  หันหน้าไปทางทะเลเป็นหน้าผาสูงชันพื้นค่อนข้างเรียบ เป็นด้านที่ถูกลมและฝนอยู่ตลอดเวลา  มีภาพเขียนอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ภาพส่วนใหญ่ลบเลือนไปมาก
ภาพเขียนกลุ่มแรกที่อยู่ในโพรงถ้ำเขียนด้วยสีแดง  เป็นภาพคนเขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ เป็นลายเส้นวงหน้าเป็นสามเหลี่ยมขีดเส้นเป็นผมยาวมีเครา ใกล้กับภาพแรก เป็นภาพคนเขียนด้วยสีแดง มือข้างหนึ่งคล้ายกำลังอุ้มเด็กถือสิ่งของอะไรอยู่ด้วย ผนังด้านบนขึ้นไปเป็นภาพร่างลายเส้นเป็นรูปคน แต่ไม่แสดงรายละเอียด เขียนด้วยสีแดง  ภาพต่อไปเป็นภาพคล้ายคนหรือสัตว์อีกกลุ่มหนึ่ง อยู่ใกล้เคียงกัน แต่รางเลือนมากจนดูไม่ออกว่าเป็นภาพอะไรแน่เขียนด้วยสีแดง
หน้าผาด้านนอกทางด้านทิศเหนือ  มีภาพเขียนด้วยสีดำ คล้ายคนหรือสัตว์เป็นลายเส้น  ส่วนหน้าระบายสีทึบมีแขนสองแขน  ส่วนขามีเส้นขีดสามเส้น  อาจเป็นหางหรืออวัยวะอื่น
ที่พื้นถ้ำพบเศษเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบ และบางชนิดมีพื้นผิวเรียบอยู่บ้างเล็กน้อย
ภาพเขียนสีเพิงผาถ้ำแหลมยอ


อยู่ที่เพิงผาถ้ำแหลมยอ  บ้านเกาะยอ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก  เกาะยอเป็นภูเขาหินปูนในทะเล มีเพิงผาสูงชันโพรงถ้ำและรอยบากเพิงผาอยู่เป็นจำนวนมากโดยรอบภูเขา  ทางด้านทิศตะวันออกเป็นป่าเลน และภูเขาลูกเล็ก ๆ สองสามลูก  เพิงผาด้านทิศตะวันตก มีหินทรายแคบ ๆ สามารถจอดเรือเข้าพักได้
เพิงผาถ้ำแหลมยอ เป็นเพิงผาในภูเขาหินปูนอยู่ในทะเลและมีโพรงถ้ำเว้าแหว่งอยู่อีกเป็นจำนวนมากรอบภูเขา  สภาพของเพิงผาสามารถหลบลมฝนได้ในฤดูมรสุม  เพิงผาด้านทิศตะวันตกซึ่งหันหน้าออกทะเล มีภาพเขียนบนหน้าผามีชายหาดอยู่เล็กน้อย สามารถขึ้นไปพักได้  ภาพเขียนสีซึ่งเป็นศิลปถ้ำบนหน้าผาด้านทิศตะวันตก  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๔ เมตร เขียนด้วยสีแดง เหมือนภาพที่ถ้ำผีหัวโต  ภาพกลุ่มแรกตรงหน้าเป็นภาพคนระบายสีทึบ ๓ – ๔ ภาพ เป็นกลุ่มคนที่เหมือนกับกำลังทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่
ภาพอีกกลุ่มหนึ่งมีภาพคนเขียนด้วยสีแดง และมีภาพสัตว์รูปร่างคล้ายปูอยู่ใกล้กัน  พบเศษเครื่องปั้นดินเผาจำพวกหม้อบางส่วนมีลายเชือกทาบ อยู่ในโพรงถ้ำเล็ก ๆ
ภาพเขียนถ้ำโต๊ะหลวง

อยู่ที่ถ้ำโต๊ะหลวง บ้านนบ ตำบลหนองหิน อำเภออ่าวลึก เป็นถ้ำหินปูนอยู่บนที่ราบ  มีร่องรอยที่ราบลุ่มเป็นแนวผ่านเชิงเขา ซึ่งปัจจุบันตื้นเขินหมดแล้ว  เป็นเพิงผาและโพรงถ้ำ กว้างขวางซับซ้อนกันหลายชั้น  แต่ละชั้นมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เป็นถ้ำโปร่ง  อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีร่องรอยการอยู่อาศัย และประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ  สภาพเดิมคงมีแหล่งน้ำเข้าถึง โพรงถ้ำเป็นที่พักอาศัยได้สะดวก
หลักฐานที่ค้นพบได้แก่เครื่องมือหินกระเทาะประเภทเครื่องมือขุด  ชิ้นส่วนกระดูกคนและสัตว์  เศษชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา  และภาพเขียนซึ่งเก่าไม่ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์

โบราณคดีถ้ำหมอเขียว

อยู่ที่ถ้ำหมอเขียว บ้านหน้าชิง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ  อยู่ในเทือกเขาหินปูนเทือกเดียวกันกับถ้ำอ่าวโกบ (หน้าชิง)  อยู่อีกฟากหนึ่งของกลุ่มภูเขากองและเขาช่องลม  อยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่าวเขาโกบ  บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบระหว่างเขา ตัวถ้ำนี้มีลักษณะเป็นหลืบลึกเข้าไปในผนังประมาณ ๓ เมตร  ส่วนที่เป็นคูหาด้านทิศตะวันตก – และตะวันออก เป็นเพิงสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย  รวมทั้งเป็นที่ฝังศพได้ด้วย
จากการขุดค้นสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้แบ่งชั้นดินออกเป็น ๖ ชั้น จากบนไปล่างตามลำดับดังนี้
๑  พบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบสีเทาเข้ม และสีดำ มีทั้งผิวเรียบและมีเชือกทาบ
๒  พบเครื่องมือหินและเครื่องมือกระดูก เป็นเครื่องมือหินขัด และหินกระเทาะ  เครื่องมือสะเก็ดหิน มีเครื่องมือกระดูกอยู่บางส่วน
๓  พบกระดูกสัตว์ใหญ่ และเปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งหอยทะเล และหอยน้ำจืด
๔  พบหลักฐานเกี่ยวกับเมล็ดพืช
๕  หบหลักฐานเกี่ยวกับกองไฟในชั้นวัฒนธรรมต่าง ๆ มักพบร่วมกับกระดูกสัตว์ เมล็ดพืช ขวานหิน สะเก็ดหิน
๖  เครื่องประดับลูกปัดทำจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์ และแผ่นหิน
๗  เครื่องกระดูกมีภาพแกะสลักเป็นลายเส้นแบบง่าย ๆ
๘  หลุมฝังศพและโครงกระดูก

โบราณคดีถ้ำหมื่นจันทร์ (หน้าหม้อ)


อยู่ที่ถ้ำหมื่นจันทร์ บ้านหน้าหมอ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง ฯ เป็นภูเขาหินปูนต่อจากแนวช่องห้วยเหวียงเข้าไปสู่แนวเขาพนมเบญจา  มีที่ราบระหว่างหุบเขา มีแนวลำคลองเล็ก ๆ ไหลผ่าน คือส่วนที่เป็นปลายคลองกระบี่น้อยนั่นเอง  สภาพของถ้ำเป็นเพิงผาเหมาะที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้  มีร่องรอยการเข้ามาประกอบกิจกรรมของมนุษย์มาก่อน  สภาพทั่วไปเป็นป่ารกมีต้นไผ่ และเถาวัลย์ขึ้นอยู่ทั่วไป  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบได้แก่
๑.  เศษเครื่องปั้นดินเผามีกระจายอยู่ทั่วไปคล้ายเศษของหม้อ มีทั้งผิวเรียบและลายเชือกทาบ
๒.  เปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหอยทะเลและหอยภูเขามีอยู่เป็นจำนวนมาก
๓.  ชาวบ้านเคยพบขวานหินขัด
โบราณคดีเขาชวาปราบ


อยู่ที่เขาชวาปราบ บ้านดินนา ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม  ลักษณะเป็นที่ราบสูงอยู่บนเขาสูงชัน และค่อย ๆ ลาดเทลงไปอีกด้านหนึ่ง  ป่าบางส่วนยังมีความสมบูรณ์พอจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกหินเพลิง  และคลองลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายสาย  มีร่องรอยน้ำทะเลท่วมถึง ปัจจุบันเขาชวาปราบอยู่ห่างจากทะเลประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  บริเวณนี้น่าจะอยู่ในเส้นทางเดินโบราณ คือจากปลายคลองสินปุน สามารถไปลงแม่น้ำตาปีที่ท่ายาง หรืออำเภอทุ่งใหญ่ในปัจจุบันได้  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏได้แก่
๑  บริเวณลาดบนเขา เชื่อกันว่าเป็นร่องรอยที่ตั้งชุมชนโบราณ ยังมีเนินดินพอเป็นที่สังเกตได้
๒  เคยมีชาวบ้านพบเศษเครื่องปั้นดินเผา แผ่นอิฐและพระพุทธรูป
๓  แนวหินคล้ายกำแพงหรือเขื่อนกั้นน้ำ และแท่งหินลักษณะคล้ายเสา
๔  ก้อนหินกลมคล้ายก้อนหินแก้วสีขนาดใหญ่
๕  จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน เคยมีผู้พบสมอเรือขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือของเขาชวาปราบ

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

 

เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”


เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และความเป็นมาของคำว่า “กระบี่”

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก ) ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง ในเขตจังหวัดกระบี่โดยเฉพาะบริเวณ

 

อำเภอคลองท่อม และในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง ( ปีวอก )   ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (หรือเรียกว่าเมืองบันไทยสมอ  มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

 

สมัยรัชกาลที่ 2  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าพระยานคร ( น้อย ) ให้พระปลัดเมืองมาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้นก็ยกฐานะเป็น “แขวงเมืองกาไส หรือปกาไส”  แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่าเป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตามก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้นน่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ 27 ปี ถึง พ.ศ.2354

 

 

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัยขึ้นเป็นเมืองและทรงพระ ราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่(บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรกชื่อ  หลวงเทพเสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ในฐานะ  ” หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก ” โดยอยู่ใต้การดูแลของสมุหพระกลาโหม   สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือสามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวกจึง ได้ย้ายเมืองกระบี่จากบ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ มาตั้งที่ตำบลปากน้ำ

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมากจึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิมไปทางทิศตะวันออก  พ.ศ. 2476 กระบี่จึงมีฐานะเป็นจังหวัด ตามระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นมา    ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510

 

ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบเล็กอีกเล่มหนึ่งรูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่าควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล

แต่เนื่องจากขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบ น้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน ลักษณะการวางจึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่าเมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัยเป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตรขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองโดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อนถือว่ามีความองอาจกล้าหาญเทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระรามและในสภาพความเป็นจริงคนเฒ่าคนแก่ของเมืองกระบี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก และบ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า “บ้านกระบี่ใหญ่” บ้านที่ขุดพบดาบเล็กได้ตั้งชื่อ  “บ้านกระบี่น้อย” แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษฐานว่าคำว่า  “กระบี่”  อาจเรียกชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิด หนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น คือต้น “หลุมพี” เรียกชื่อว่า “บ้านหลุมพี” มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น “กะ-ลู-บี” หรือ “คอโลบี” ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า  “กระบี่”

เมื่อปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2352) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ได้จัดขบวนเรือยาวเรือพายเป็นขบวนต้อนรับเรือเข้าจอดท่าสะพาน เจ้าฟ้าพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการ ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้นเรือออกจากเมืองกระบี่ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ 2 แห่ง  คือ   ที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูลเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้าวิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง – ปีนัง ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไปใช้ขนส่งทหารและสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวานบริเวณ ทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงครามและหลังสงครามชาวกระบี่ขัดสนแร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่าเพราะกระบี่ในสมัยนั้นมีความทุรกันดารเป็นปกติอยู่แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ การตั้งเมืองขึ้นก็เนื่องมาจากการตั้งเพนียดจับช้างของปลัดเมืองนครศรี ธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2497 ชาวบ้านได้คล้องช้างที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ 6 เชือก มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย 1 เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ 4 ปี ให้ชื่อว่าพลายแก้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2499 ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ขอน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2502 ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

 

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด


สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

จังหวัดกระบี่ ใช้อักษรย่อว่า “กบ”

ตราประจำจังหวัด

รูปกระบี่ไขว้ เบื้องหลังมีภูเขาและทะเล
กระบี่ไขว้   หมายถึง ดาบโบราณซึ่งครั้งหนึ่ง มีผู้ค้นพบในท้องที่จังหวัด
ภูเขา   คือ เทือกเขาพนมเบญจาที่สูงสุดในแถบนั้นมีเมฆปกคลุมตลอดเวลา และกั้นเขตแดนกับจังหวัดอื่น
ทะเล   คือ ชายอาณาเขตอีกด้านหนึ่งซึ่งติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย

ธงประจำจังหวัด

ดอกไม้และต้นไม้ประจำจังหวัด : ทุ้งฟ้า

 


สินค้าขึ้นชื่อ

หอยชักตีน

ใครมาต้องรู้จักเพราะถือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ โดยการนำหอย ไปลวกในน้ำเดือด เพื่อให้ส่วนที่คล้ายเท้าของหอยโผล่ออกมา จิ้มกับน้ำจิ้มรสแซบทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็นอย่างยิ่ง หารับประทานได้ตามร้านอาหารในจังหวัด
ผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล

จังหวัดกระบี่ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากทะเล ได้แก่ กะปิ ที่ทำจากกุ้งเคย มีรสชาติดี กลิ่นหอม กุ้งเสียบ ที่นำไปทำเป็นน้ำพริกกุ้งเสียบ และต้มยำทำแกงได้สารพัด ปลาฉิ้งฉาง ที่มีให้เลือกทั้งแบบตากแห้ง
และแบบปรุงรสหวาน สำหรับไว้ทานเล่น นอกจากนี้ยังมีแกงไตปลา น้ำพริกสำเร็จรูป อาหารทะเลแห้ง อาหารทะเลปรุงรส และของฝากอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกซื้อกัน

 

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

กิจกรรมการท่องเที่ยว


Www.KRABIINFORMATION.Com | วันอังคารที่ 31 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:40 น.
อาหารจังหวัดกระบี่
อาหาร ที่กระบี่ มีหลากหลาย ให้เลือกจะเป็นแบบ อาหารพื้นบ้านภาคใต้ หรืออาหารแบบมุสลิมก็ดี ต่างเรียก น้ำย่อยของผู้มาเยือน อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นข้าวยำคลุก ขนมจีนน้ำยาด้วยผัก เหนาะสด ๆ โดยเฉพาะ หอยชักตีน รสเสิศ ที่มีเฉพาะที่จังหวัดกระบี่เท่านั้น อาหารทะเลอื่น ๆ ของที่นี่ก็สด และอร่อยมีร้านอาหารทะเล หลายร้านในบริเวณสวนธารา และอ่าวนงนุช ในตัวเมืองกระบี่ แต่ถ้าเป็นอาหารฝรั่ง ก็จะมีร้านอาหารมากมาย ที่หน้าหาดอ่าวนางและในตัวเมือง กระบี่ และเราได้รวบรวมร้านอาหารแนะนำในจังหวัดกระบี่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นร้านใหญ่ ราคาแพง แต่เป็นร้านอาหารคุณภาพ สะอาด ประกอบอาหารถูกหลักโภชนาการ เพราะเราตระหนักเรื่องสุขภาพลูกค้าเป็นสำคัญ


ตลาดนัดกระบี่…
ตลาดนัด
ในตลาดคุณสามารถเลือก ซื้อของได้ทั้ง อาหาร ของสด ของแห้ง เสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้อื่น ๆ ในครัวเรือน

  • ตลาดเช้า มหาราช อยู่ในตัว เมืองกระบี่ มีของสด ของแห้งมากมาย อาหารเช้าหลากหลายชนิด พืชผก ผลไม้ ฯลฯ เวลา 04.00 – 12.00 น.
  • ตลาดคลองแห้ง จะมีทุกวันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึง 17.00 น.
  • ตลาดอ่าวนาง จะมีทุกวันจันทร์ อังคาร ศุกร์ ตั่งแต่เวลา 15.00 น.จนถึง 19.30 น. อยู่ใกล้โรงแรมลายไทย
  • ตลาดหนองทะเล จะมีทุกวันพุธ ตั่งแต่เวลา 11.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น
  • ตลาดอ่าวน้ำเมา จะมีทุกวันพุธและวันศุกร์ ตอนบ่ายที่สามแยกอ่าวน้ำเมา
  • ตลาดกลางคืนในตัวเมืองกระบี่ หรือ ตลาดซิตี้ จะมีทุกวัน ที่ถนนสุคนธ์ (มหาราช ซอย 10 ) จนถึงเวลา 21.00 น.
  • ตลาดสะพานเจ้าฟ้า ซึ่งมีรถขายอาหารมากมาย (ถนนคงคา) จะเปิดตั้งแต่ 17.00 น.จนถึงเวลา 23.00 น.
  • ถนนคนเดิน เมืองกระบี่ อยู่บริเวณถนนมหาราช ซอย8 มีสินค้าพื้นเมือง การอาหารท้องถิ่น การแสดงบนเวที ให้บริการ 17.00น-23.00น ทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

กิจกรรมการท่องเที่ยว…
กระบี่ เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่าเขา ชายหาด เกาะแก่งต่างๆ ปัจจุบัน กระบี่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก กิจกรรมที่สนุกสนาน หลากหลายที่นี่ เช่น เรือคายัค ปีนผา ดำน้ำ และ การนั่งช้าง เที่ยวป่าเขา-น้ำตก, น้ำตกร้อนอ่าวนางเป็นจุดเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวที่จะไปเยี่ยมชมเกาะต่าง ๆ ได้โดยเรือหางยาว หรือ โดยเรือเร็ว และโดยเรือใหญ่ของบริษัททัวร์ต่างๆ
แหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงรวมไปจนถึง หาดไร่เลย์ สวรรค์ของนักปีนผา และ เกาะไก่ กับ เกาะปอดะ ที่สามารถเห็นทัศนียภาพที่เป็นเกาะกลางทะเลและหาดทรายที่ขาวสะอาดตา ได้เมื่ออยู่ห่างจากหาดอ่าวนางเพียงครึ่งชั่วโมง
ไกลออกไปทางทิศใต้อีก 42 กิโลเมตร คือ เกาะพีพี ซึ่งมีสมญานามว่ามรกตแห่งทะเลอันดามัน ก็เพราะว่ามีหาดทรายที่ ขาวสวย สะอาดตา และน้ำทะเลที่ใสดุจแก้วมรกต เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง เดอะบีช ของฮอลลีวูด และในภาพยนตร์ไทยอีกหลายเรื่อง ตลอดจนรายการโทรทัศน์อีกหลายรายการ ที่ไปถ่ายทำที่เกาะห้อง ซึ่งอยู่ห่างจากกระบี่ไปทางเหนือ ประมาณ 45 กิโลเมตร
เมื่อคุณขับรถไปตามถนนหน้าหาดอ่าวนาง คุณจะเห็นหาดสวยหลายหาดด้วยกัน เช่น หาดนพรัตน์ธารา และ หาดคลองม่วง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค ความสวยงามตามธรรมชาติของจังหวัดกระบี่ที่นอกเหนือจากท้องทะเลแล้ว ยังมีอุทยานแห่งชาติน้ำตก และน้ำพุร้อน การไปเที่ยวชมสถานที่ เหล่านี้ไปได้ง่าย
ที่กล่าวขานในจ้งหวัดกระบี่นั่นคือ น้ำตกร้อน อ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่า มีลักษณะเป็นธารน้ำพุร้อน ผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ มีสารกำมะถันเจือจางเป็นส่วนประกอบมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ลงมาจากเนินเขาตกลงมาในแอ่ง ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยว และอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก
การมาเที่ยวจังหวัดกระบี่จะไม่สมบูรณ์แบบ หากคุณพลาดโอกาสไปนมัสการ หลวงพ่อจำเนียรและการเยี่ยมชม วัดถ้ำเสือซึ่ง เป็นวัดในป่าและยังเป็นศูนย์วิปัสสนากรรมฐานสนทนาธรรมกับพระภิกษุ ผู้มีวัตรปฏิบัติที่ดีงาม ที่วัดยังมีพระพุทธรูป และเจดีย์ทอง ซึ่งอยู่บนเขาสูงขึ้นไป ประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ท่านยังสามารถชื่นชมธรรมชาติทั้ง พรรณไม้ในหุบเขา,สัตว์ป่าและความงดงามของถ้ำต่าง ๆ ในบริเวณวัดอีกด้วย

คุณสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติเมืองกระบี่ โดยเลือกซื้อทัวร์กับบริษัททัวร์คุณภาพ ที่นี่…

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล (INBOUND Licensed No. 34/00408)

เลขที่ 10 ถนนพฤกษาอุทิศ (ถนนคนเดิน-กระบี่) ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000

* Tel : 0-7562-3634, 0-7561-2533 *Mobile : 08-1747-0033 *Fax : 0-7562-3635 (Auto)
* E-mail : info@krabiinformation.com

“เที่ยวกระบี่ วันฝนตก ไปไหนดี?”


IMG20140622076                     ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม นะเป็นช่วงฤดูฝนของทางภาคใต้ โดยเฉพาะทะเลอันดามันนะได้รับอิทธิพลนี้ค่อนข้างเยอะ แล้วก็เกิดคำถามว่า”เที่ยวกระบี่ วันผนตก นะไปไหนดี?” ดิฉันมีโปรแกรมมากมายมาแนะนำซึ่งสามารถเที่ยวได้แม้วันฝนตก “โปรแกรมพายเรือคายัคชมถ้ำผีหัวโต-ถ้ำลอด” ค่ะ

IMG20140622020      พายเรือคายัค ชมถ้ำทะเล มีทั้งโปรแกรมแบบครึ่งวันและเต็มวัน คุณสามารถเลือกได้ หากมีเวลาจำกัดสามารถIMG20140622010เลือกเป็นโปรแกรมครึ่งวันได้ค่ะ โปรแกรมทัวร์ จะเริ่มประมาณ08.30 น. ใช้เวลาเดินทางโดยรถตู้จากที่พักไปยังบ้านบ่อท่อประมาณ 40 นาที เมื่อเดินทางมาถึงบ้านบ่อท่อ รับบริการชา กาแฟเพิ่มความสดชื่น  ก่อนที่นะไปรวมตัวกันเพื่อฟังคำแนะนำวิธีการพายเรือคายัคจากไกด์   หลังจากนั้นก็ลงเรือ ซึ่งเรือจะมีแบบสำหรับท่านเดียว, 2ท่าน และ3ท่าน หากท่านใดพายไม่ไหวสามารถแจ้งไกด์ได้ค่ะ

IMG20140622117เมื่อลงเรือแล้วก็เริ่มพายเรือชมธรรมชาติไปตามธารน้ำเลียบป่าโกงกาง ชมความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและชมสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน เช่น ปลาตีน, ปูก้ามดาบ, ลิงแสม, ค่างแว่น หลังจากพายเรือออกจากท่าเรือประมาณ 10 นาที จะได้พบกับถ้ำลอด “ถ้ำลอดเหนือ-ถ้ำลอดใต้” ซี่งเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่และเป็นอุโมงค์ใต้เขาหินปูนที่ยาวและแคบกว่าถ้ำลอดในอ่าวพังงา บางครั้งจะเรียกว่า “ถ้ำมืด” จะพบกับความตื่นเต้นตลอดเส้นทาง และมีเส้นทางโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว อยากบอกว่าจุดนี้ถ่ายรูปสวยมาก

IMG20140622058   พายเรือออกจากถ้ำลอดเลียบป่าโกงกาง มุ่งหน้าไปยัง “ถ้ำผีหัวโต”  เป็นถ้ำหินปูน มีธารน้ำกร่อย สภาพพื้นที่เป็นห้องโถงใหญ่ 2 ห้องเชื่อมต่อกัน ภายในถ้ำมีภาพIMG20140622051เขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีทั้งภาพคน, สัตว์น้ำ สิ่งของเครื่องใช้ เชื่อว่าถ้ำนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของชนเผ่าที่อพยพเร่ร่อนมาอาศัยอยู่ในถ้ำ นักโบราณคดีเชื่อว่ามีอายุอยู่ระหว่าง 2,000-3,000ปีมาแล้ว

หลังจากออกจากถ้ำผีหัวโตก็พายเรือกลับท่าเรือเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง หลังจากอาหารเที่ยง เดินทางออกจากบ้านบ่อท่อมุ่งสู่ “ภูธารา” ธารน้ำใสที่สามารถลงเล่นน้ำได้จบโปรแกรม ประมาณ 16.00 น.  เดินทางกลับสู่ที่พักโดยสวัสดิภาพ

         เห็นมั๊ยล่ะคะว่า มาเที่ยงกระบี่นอกจากทัวร์ทะเลแล้วยังมีอีกหลายโปรแกรมที่คุณสามารถเลือกเที่ยวได้แม้วันที่มีคลื่นลมและฝนตก

“กระบี่ไม่ได้มีแค่ทะเล” นะคะ^_^

โปรแกรมทัวร์ พายเรือคายัค ชมถ้ำผีหัวโต-ถ้ำลอด

สำรองการจอง ได้ที่: 
http://www.guidekrabi.com
โทร (66-75) 623634, 081-7470033
แฟกซ์ (66-75) 623635
อีเมล : info@krabiinformation.com

เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก


เกาะห้อง 1 ใน 10 หาดที่น่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เกาะห้อง
เกาะห้อง

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

ด้วย รูปพรรณสัณฐานเว้าแหวง่ของเกาะหินปูนกลางทะเลคล้ายกับเกาะพีพีเล เกาะห้องเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของป่าเกาะ ซึ่งสวยงามด้วยหาดทรายขาวสะอาดโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมมีโขดเขาโอบล้อมคล้าย กับวงเดือนของพระจันทร์เสี้ยว เป็นเสมือนอ่าวส่วนตัวที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมไปพักผ่อนตามชายหาดหรือลงแหวก ว่ายในน้ำกับฝูงปลาแสนเชื่องและเป็นมิตรกับทุกคนนอกจากนี้ทางด้านทิศเหนือ ของเกาะยังเป็นที่ตั้งของปิเละหรือทะเลในซึ่งเป็นแหล่งพายเรือคายัคและแหล่ง ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นอันสวยงามอีกด้วย เกาะแห่งนี้จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น1ใน10เกาะที่มีหาดน่าเที่ยวและ สะอาดที่สุดในโลก

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่อ่าวนาง อ.เมือง หรือท่าเรือแหลมสักหนือท่าเรือควนโอ อ.อ่าวลึกใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงและ1ชั่วโมงครึ่งตามลำดับ ค่าเช่าเหมาเรือเป็นวัน วันละประมาณ2,500-3,500 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
: ทัวร์เกาะห้อง ท่องทะเลใน

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล


เกาะไหง เกาะในฝันสวรรค์ของคนรักหาดทรายชายทะเล

เกาะไหง
เกาะไหง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 10.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะไหง เกาะกลางทะเลอันดามันที่มีเวิ้งน้ำสีเขียวมรกตกับหาดทรายสีขาวยาวเหยียดสุด สายตาตัดกับทิวมะพร้าวชายหาดเรียงราย ที่นี่คือเกาะในฝันของคนที่รักหาดทรายชายทะเลโดยแท้จริงเกาะแห่งนี้มีหาด ทรายอยู่ด้านหน้าของตัวเกาะที่หันออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก จึงเหมาะกับการตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าแล้วรอจนสายถึงแสงแดดแผด จ้า เวิ้งน้ำเบื้องหน้าก็จะกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงาม ที่น่าแหลกเกาะแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดกระบี่แต่การเดินทางใกล้ที่สุดกลับ ต้องมาจากหาดปากเมงของจังหวัดตรังแต่ก็คุ้มค่าเพราะมาเที่ยวเกาะไหงแล้วยัง สามารถเก็บตกเที่ยวเกาะมุก เกาะกระดานถ้ำมรกตและดำน้ำดูปะการังรอบเกาะเชือกเกาะม้าเขตจังหวัดตรังที่ อยู่ใกล้เคียงกันได้ในคราวเดียวกัน

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือเฟอรี่ไปเกาะไหงคนละ 450-500บาท เรือเร็ว650บาทให้บริการเฉพาะฤดูการท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือน พฤษภาคมจากหาดปากเมง อำเภอสิเกา มีเรือโดยสารไปเกาะไหงเช่าเหมาลำ 1,200-1,500 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล


เกาะรอก มนต์เสน่ห์หาดทราย เกาะแฝดกลางทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะรอก
เกาะรอก

หากจะตามหาเกาะแฝดกลางทะเลเคียงคู่อยู่ด้วยกันราวกับเกาะพี่เกาะน้อง หมู่เกาะรอกคือเกาะเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีลักษณะเช่นว่านั้น ด้วยรูปลักษณ์ของเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกันและตั้งอยู่เคียงคู่มีเพียงล่อง น้ำลึกตรงกลางช่องเขาขาดแคบ ๆ เป็นร่องแบ่งเกาะสองเกาะนี้ออกจากกันคือเกาะรอกในอยู่ทางด้านทิศใต้และเกาะ รอกนอกอยู่ทางด้านทิศเหนือ ทั้งสองเกาะนี้จะมีหาดทรายขาวท่ามกลางเวิ้งอ่าวที่มีน้ำเขียวใสเป็นมรกตอยู่ ทางด้านตะวันออกของทั้งสองเกาะซึ่งปรากฏเป็นแนวปะการังยาวเหยียดอยู่โดยรอบ และเหมาะเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักบางปีก็จะมีโอกาสได้เห็นน้ำตกซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ตกจากหน้าผาสูงลงสู่ทะเลทางด้านทิศเหนือของเกาะรอกนอกที่มีเพียงแห่งเดียวใน ประเทศไทย

การเดินทาง : จากเกาะลันตามีเรือโดยสารไปเกาะรอกคนละ1,000บาท ให้บริการเฉพาะฤดูท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม


เกาะพีพีดอน
เกาะพีพีดอน

 

กาะพีพีดอน มรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะพีพีดอน เกาะที่เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกาะสวยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกมาแล้วในอดีต

ด้วยรูป ลักษณ์ความสวยงามของตัวเกาะที่เว้าแหว่งประกอบด้วยอ่าวโค้งราววงพระจันทร์ สวยงามระดับโลกคือ เวิ้งอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัมซึ่งมองจากจุดชมวิวเห็นโค้งมนจนแทบติดกัน กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของเกาะพีพีโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้เกาะพีพีดอนยังมีอ่าวเงียบสงบและสวยงามอีกหลายแห่งเช่น อ่าวโละบาเกา โละลาน้า และอ่าวนุ้ยเป็นต้นและยังเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามแห่งหนึ่งในทะเล อันดามันแม้จะเสียหายไปบ้างเมื่อครั้งเกิดสึนามิแต่วันนี้ธรรมชาติของเกาะพีพี ก็ฟื้นตัวและยังคงสวยงามควรค่าต่อการไปเที่ยวชมตลอดไป เกาะพีพีดอนจึงยังเป็นมรกตแห่งอันดามันที่โลกไม่มีวันลืม

การเดินทาง : ลงเรือได้ที่ท่าเรือคลองจิหลาดในตัวเมืองกระบี่ค่าโดยสารคนละ 450 บาท วันละ 4เที่ยว ทั้งไปและกลับ  โทร 0-7562-0052

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา


หาดบากันเตียง สุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตา

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 12.00 น. และยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกราว 18.30 น.

เกาะลันตา ใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นเกาะของจังหวัดกระบี่ที่มีหาดทรายสวยงามมากมายหลายแห่งตลอด แนวของตัวเกาะด้านทิศตะวันตก จากแหลมคอกวางและหาดคอกวาง หาดคลองดาว หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองโตน หาดคลองนิน หาดคลองหิน ไปจนถึงหาดบากันเตียง หาดคลองจากและหาดไม้ไผ่ ทางด้านทิศใต้ของเกาะนับเป็นเกาะที่มีหาดทรายติดต่อกันยาวที่สุดของจังหวัด กระบี่ด้วยทัศนียภาพของหาดเปิดโล่งออกสู่ทะเลอันดามัน หาดเหล่านี้จึงเหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อนชายหาดได้ทุกแห่ง แต่ในความงามอันเป็นที่สุดนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า หาดบากันเตียง คือหาดที่ยาวและสวยงามที่สุดด้วยน้ำทะเลสวยหาดทรายขาวยาวตลอดหน้าหาดกว่า 1 กิโลเมตรและเป็นสุดยอดความงามของหาดทรายเกาะลันตาโดยแท้

หาดบากันเตียง
หาดบากันเตียง

การเดินทาง : จากกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอคลองท่อมทางแยกไปท่าเรือเกาะลันตา ทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอรี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล


เกาะปอดะ หาดสวยน้ำใส สวรรค์ของคนรักทะเล

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เกาะปอดะ
เกาะปอดะ

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาราว 08.00 น. ถึง 15.00 น.

เกาะปอดะ เกาะใหญ่ซึ่งมีชายหาดสวยที่สุดในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนางซึ่งเรียกว่าหมู่เกาะ ปอดะ อยู่ไม่ไกลจากทะเลแหวกสามารถไปเที่ยวด้วยกันได้ในโปรแกรมท่องเที่ยววันเดียว กัน สวรรค์ของเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ที่น้ำทะเลสวยใสราวกับกระจก หาดทรายขาวเนียนนุ่มเหมาะแก่การนอนอาบแดดและเล่นน้ำทะเลกับฝูงปลาแสนเชื่อง ที่เป็นมิตรกับทุกคนยิ่งตอนน้ำลงน้ำทะเลจะปรากฏเป็นเนินทรายกว้างไกลให้นอน เล่นอยู่บริเวณหน้าเกาะที่มองเห็นแท่งหินใหญ่ ตระหง่านอยู่กลางทะเลคล้ายกับเกาะตะปูในอ่าวพังงา ทุกวันที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลจากทั่วมุมโลกที่มาซึมซับความงามนี้ ไว้ด้วยความประทับใจ

การเดินทาง : จาก อ่าวนางมีเรือหางยาวไปหมู่เกาะปอดะค่าโดยสารไปกลับคนละ300บาทใช้เวลาเดินทาง ราวครึ่งชั่วโมงหรืออาจเหมาเรือเที่ยวเป็นวัน ๆ ละ 2,700 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
 :ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ


หาดทับแขกที่สุดความงามของพระอาทิตย์ตกกับป่าเกาะ

หาดทับแขก
หาดทับแขก

 

ไม่ ไกลจากหาดคลองม่วงที่เป็นแนวหาดทรายขาวยาวเหยียดขึ้นไปทางทิศเหนือ แนวของชายหาดนี้จะไปต่อกับหาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว แวดล้อมด้วยสภาพธรรมชาติของป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเหนือขึ้นไปบนเขาสูงก็ คือยอดเขาหงอนนาคนั่นเอง นี่คือ หาดทับแขก หาดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหาดที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุดของจังหวัดกระบี่ก็ว่า ได้ ในช่วงเวลากลางวันคุณจะได้พบกับหาดทรายขาวเนียนนุ่มเคียงคู่กับท้องทะเล กว้าง มีฉากหลังเป็นป่าเกาะเรียงรายสวยงามและมีเกาะยาวน้อยเป็นหาดสวรรค์ของนัก ท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติแต่ใครบ้างจะรู้ว่าในยามเย็นพระอาทิตย์ตกที่หาดท้บ แขกมีมุมมองที่อัศจรรย์ด้วยแสงสีแห่งตะวันและเป็นที่สุดความงามของพระ อาทิตย์ตกกับป่าเกาะซึ่งทุกคนต้องประทับใจ

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

• การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านหนองทะเลแยกซ้ายมือไปสามแยกพระตำหนัก เลี้ยวขวาผ่านหาดคลองม่วงจนถึงหาดทับแขกระยะทาง 24 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

แหลมโตนด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก


แหลมโต

แหลมตะโหนด
แหลมตะโหนด

นด ความทรงจำยามตะวันลับฟ้า กับประภาคารสุดคลาสสิก

ปลาย สุดของเกาะลันตาใหญ่ชายหาดด้านทิศตะวันตกของเกาะ จุดนี้คือที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาซึ่งแวดล้อมไปด้วยผืนป่าดง ดินและสภาพธรรมชาติซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะ

ณ บริเวณนี้เองคือ แหลมโตนด เพราะความที่มีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่มากบริเวณพื้นที่ราบแคบ ๆ ช่วงที่ต่อจากป่าดงดิบกับหาดทรายชายทะเลด้านหน้าอุทยานฯ จุดนี้เองที่คุฯจะพบว่าระหว่างปลายแหลมที่ยื่นไปในทะเลจะแบ่งให้เกิดเป็น อ่าวคู่โค้งเว้าเข้าหากันอย่างสวยงามอยู่2อ่าว มีประภาคารเก่าแก่อยู่แห่งหนึ่งบนนั้น และในทุกเวลาเย็นเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแปล่งประกายแสงสีสุดท้ายของวัน ความทรงจำยามตะวันลับฟ้าของคุณกับประภาคารสุดคลาสสิก ก็จะเป็นบันทึกการเดินทางอีกหน้าหนึ่งซึ่งอยากให้เป็นภาพหน้าปกของบันทึก เล่มนี้ตลอดกาล

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด
  • เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.
  • การ เดินทาง : จากกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข4ผ่านอำเภอคลองท่อมถึงแยก ไปท่าเรือเกาะลันตาทางหลวงหมายเลข 4206 แล้วข้ามเฟอร์รี่สู่เกาะลันตาใหญ่ที่มีถนนเลียบชายหาดด้านตะวันตกจนสุดเกาะ ที่ปลายแหลมโตนด

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

หาดนพรัตน์ธารา ชายหาดตะวันลับฟ้าเหนือริ้วคลื่นบนลอนทราย


หาดนพรัตน์ธารา
หาดนพรัตน์ธารา

หาดนพรัตน์ธารา ชายหาดตะวันลับฟ้าเหนือริ้วคลื่นบนลอนทราย

ด้วย ความเป็นหาดทรายริมทะเลที่ยาวเหยียดเกือบ3กิโลเมตร จากบริเวณเนินเขาเล็ก ๆ ที่คั่นอยู่คนละฟากของอ่าวนาง นี่คือหาดนพรัตน์ธารา ซึ่งตั้งต้นจากเนินเขาลูกนี้ขนานกับแนวหาดไปจนจรดกับคลองแห้งที่เป็นคลองน้ำ จืดไหลผ่านมาจากภูเขาทางด้านทิศเหนือมาลงสู่ทะเลที่หัวหาดแห่งนี้บางคนจึง เรียกว่าหาดคลองแห้ง อีกชื่อหนึ่ง หาดแห่งนี้จะมีความงามสวยที่สุดในตอนเย็นเมื่อยามพระอาทิตย์ตกทางแหลมหางนาค โดยจะมองเห็นเกาะเล็ก ๆ 1 เกาะตั้งโดดเด่นอยู่กลางทะเลมีสันทรายสามารถเดินถึงได้ในวันที่น้ำลงสุดคือ วันน้ำใหญ่ ชายหาดแห่งนี้มักจะมีลอนทรายที่เกิดจากพลิ้วคลื่นให้เห็นอยู่เป็นประจำ กล่าวกันว่ามุมมองพระอาทิตย์ตกเหนือริ้วคลื่นขนลอนทรายที่นี่สวยที่สุดใน จังหวัดกระบี่

♦ ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

♦ เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

♦ การเดินทาง : จากตัวเมืองเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านช่องพลี แยกซ้ายมือทางหลวงหมายเลข 4202 จนถึงตัวหาดระยะทาง 17 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำพระนาง มหัศจรรย์ ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำ


ถ้ำพระนาง มหัศจรรย์ ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำ

• ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

ถ้ำพระนาง
ถ้ำพระนาง

• เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

หาด ถ้ำพระนาง เป็นชายหาดสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกระชี่ตั้งอยู่ปลายสุดของอ่าวไร่ เลตะวันตก เป็นหาดที่ค่อนข้างจะสงบไม่พลุกพล่านเท่าไรนัก เนื่องจากการเดินทางจะต้องไปโดยทางเรือเท่านั้น

หาดแห่งนี้มีทัศนียภาพยามเย็นเป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกดีที่สุดที่หนึ่งของ จังหวัดกระบี่ โดยมีถ้ำพระนางเป็นถ้ำเล็กอยู่บริเวณปลายสุดของหาด เวลาน้ำลงสามารถเดินเข้าไปในเวิ้งถ้ำแล้วมองออกมาเห็นเป็นโพรงถ้ำ หาดทรายและท้องทะเลสีครามตัดกับเกาะเล็ก ๆ ที่โดดเด่นทุกยามเย็นมุมมองนั้นจะกลายเป็นเป็นมุมมองพิเศษสุดด้วยการเฝ้าดู พระอาทิตย์ตกจากในถ้ำผ่านม่านหินย้อยที่ห้อยระย้าลงมาบริเวณปากถ้ำสวยงาม ยิ่งนัก มมมองมหัศจรรย์ดูพระอาทิตย์ตกจากในถ้ำสวยที่สุดมีแห่งเดียวที่นี่ในประเทศ ไทย

การเดินทาง : จากอ่าวพระนางมีเรือโดยสารระหว่างหาดพระนางถึงหาดถ้ำพระนางราคาโดยสารคนละ 100 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
 : ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

อ่าวนาง สีสันยามเย็นหรืออ่าวแห่งความสุขของคนทั่วโลกผู้มาเยือน


อ่าวนาง สีสันยามเย็นหรืออ่าวแห่งความสุขของคนทั่วโลกผู้มาเยือน

บรรดา แหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายในจังหวัดกระบี่ อ่าวนางถือเป็นแหล่งท่

อ่าวนาง
อ่าวนาง

องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยเป็นชายหาดที่ผู้คนรู้จักกันดีทั่วโลก มีทั้งที่พัก สปา ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ผับ อีกทั้งร้านขายของที่ระลึก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเป็นแหล่งที่จะลงเรือท่องเที่ยวยังหมู่เกาะและ หาดต่าง ๆ  ที่รู้จักกันดีคือ หมู่เกาะปอดะ และทะเลแหวก ตลอดจนถ้ำพระนางและอ่าวไร่เลเป็นต้น อ่าวนางจึงเป็นเสมือนแหล่งรวมความสุขของคนทั่วโลกซึ่งมาเยือน ทุกวันในยามเย็นอ่าวนางคือสุดยอดมุมมองพระอาทิตย์ตกสวยงามอีกมุมหนึ่งของ จังหวัดกระบี่ภาพเรือหางยาวเรียงรายกับหาดทรายสีทองโอบล้อมเวิ้งอ่าวไว้ด้วย เหลี่ยมเขาแหลมนาคเห็นอยู่ไกลๆ จะเป็นมุมมองซึ่งผู้คนจากทั่วโลกบันทึกภาพนี้ไว้ในหัวใจเปี่ยมสุขของเขาตลอด กาล

♦ ฤดูกาลท่องเที่ยว : ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน เป็นฤดูที่ดีที่สุด

♦ เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. – 19.00 น.

♦ การเดินทาง : จากตัวเมืองเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 4034 แยกซ้ายมือทางหลวงหมายเลข4201และ 4202 จนถึงตัวหาดระยะทาง 17 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำหนองทุ่งนา ตามหาสระคริสตัลสีฟ้าใต้ภูเขา


ถ้ำหนองทุ่งนา

ถ้ำหนองทุ่งนา
ถ้ำหนองทุ่งนา

ตามหาสระคริสตัลสีฟ้าใต้ภูเขา

ถ้ำหนองทุ่งนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำแห่งใหม่ล่าสุดของอำเภออ่าว ลึก ที่นี่มีทั้งบรรยากาศของการผจญภัยและโลกแห่งความงามอันมีเอกลักษณ์ที่ไม่ไม่ เหมือนใคร ถ้ำแห่งนี้ในฤดูฝนจะไม่สามารถเข้าได้หรือต้องใช้เรือแคนูพายเข้าไปเท่านั้น ซึ่งไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ฤดูแล้งที่น้ำลดหลังจากเดือนมกราคมเป็นต้นไปจึงเหมาะแก่การเดินเที่ยวในถ้ำ แต่พื้นก็ยังแฉะและลื่นตลอด

จุดเด่นของถ้ำนี้คือบริเวณช่วงแรกจะมีหินย้อยย้อยลงมาจากเพดานถ้ำสวยกว่า ถ้ำแห่งใดอีกทั้งยังเป็นแห่งเดียวที่พบค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณที่ใกล้สูญ พันธุ์อาศัยอยู่มนถ้ำแห่งนื้และที่สุดของความน่าอัศจรรย์คือในส่วนลึกสุดของ ถ้ำที่สำรวจได้ตอนนี้จะมีสระน้ำคริสตัลสีฟ้าสดใสใต้ภูเขาอยู่แห่งหนึ่งซึ่ง งดงามไม่เหมือนถ้ำใดในประเทศไทย

•ฤดูการท่องเที่ยว:  เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม

•เวลาที่ดีที่สุด :  สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวันแต่จำเป็นต้องมีคนนำทางและควรต้องระวังในการเดินทาง

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกเหนือเดินทางด้วยทางหลวงหมาย เลข4ไปทางจังหวัดกระบี่4กิโลเมตร เลี้ยวขวาเช่นเดียวกับถ้ำคลังแต่ถึงก่อนราว 1 กิโลเมตรอยู่คนละฟากกับถ้ำคลัง

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ถ้ำคลังที่สุดความงามของถ้ำสวย ระดับเอเชีย


ถ้ำคลังที่สุดความงามของถ้ำสวย ระดับเอเชีย•ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ถ้ำคลัง
ถ้ำคลัง

เวลาที่ดีที่สุด :  สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งวันแต่จำเป็นต้องมีคนนำทางเพราะในถ้ำมีความซับซ้อนมากอาจหลงทางได้

อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ นับเป็นแหล่งเทือกเขาหินปูนหนึ่งในประเทศที่ก่อกำเนิดถ้ำงามมากมายทั้งที่ สำรวจและที่ยังหลงสำรวจอยู่อีกซึ่งเชื่อว่ามีนับร้อยถ้ำ ถ้ำสวยที่สุดคือถ้ำคลังซึ่งมีความแปลกประหลาดและไม่เหมือนกับถ้ำไหน ๆ นั้นก็คือ มีทั้งถ้ำบกและถ้ำน้ำ สามารถเดินทางเข้าถ้ำบกไปทะลุอีกด้านแล้วล่องแคนูลอดถ้ำอีกถ้ำหนึ่งซึ่งอยู่ แฝดคู่กันเป็นโพรงถ้ำมืดมีน้ำตลอดลอดกลับมาได้ อย่างไรก็ตาม หินงอกหินย้อยสวยงามจะอยู่ที่ถ้ำบกซึ่งมีความมหัศจรรย์อย่างยิ่งตลอด ทั้ง13คูหาลึกราว1,200เมตร มีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป จุดเด่นคือนอกจากหินย้อยแล้วคือแท่งหินงอกที่มีมากกว่าถ้ำไหน ๆ หินควอทซ์รูปปะการังและม่านหินย้อยสีทอง กล่าวกันในหมู่นักเที่ยวถ้ำว่าสวยถึงอันดับ2ของเอเชีย

การเดินทาง : จากสี่แยกอ่าวลึกเหนือเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข4ไปทางจังหวัดกระบี่4กิโลเมตร เลี่ยวขวาหน้าโรงเรียนบ้านในยวนแขกเข้าไปอีก2กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ : info@krabiinformation.com

หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย


หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย

ทุก วันเวลาของ่วงน้ำใหญ่ในแต่ละเดือนธรรมชาติได้สรรค์สร้างหาดทรายมหัศจรรย์ ขึ้นแห่งหนึ่ง ณ บริเวณริมคลองชายป่าโกงกาง ซึ่งเมื่อถึงเวลาน้ำลงหาดทรายนี้จะโผล่ขึ้นมาตามธรรมชาติ แต่ที่มหัศจรรย์ก็คือหาดทรายนี้เป็นหาดทรายร้อนไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย จากพลังงานใต้ผืนโลกบริเวณรอยเลื่อนมะลุ่ยที่ส่งความร้อนขึ้นมา จานทำให้หาดทรายกว้างใหญ่มีไอร้อนเป็นม่านควันลอยกรุ่นในทุกเวลาเช้า

และนี่เองคือที่มาของสปาธรรมชาติชุมชนที่ชาวบ้านรู้จักนำภูมิปัญญาเรื่อง การนวดแผนไทยมาใช้ควบคู่ไปกับการนอนอบไอน้ำบนแคร่ไม่ไผ่ไปด้วยในตัว อีกทั้งยังอาจทำสปาเท้า ด้วยการนั่งแช่น้ำร้อนหรือเอาเท้าฝังลงไปในโคลนร้อนได้อีกด้วย นับเป็นสปาธรรมชาติสุดมหัศจรรย์บนหาดทรายร้อนแห่งเดียวในเมืองไทยที่คุณเคย ลองไปมาแล้ว

หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย
หาดทรายร้อน สปาธรรมชาติ สุดมหัศจรรย์บนหาดทราย

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าในวันน้ำใหญ่คือขึ้นหรือแรม12ค่ำเป็นต้นไปจนถึง 6ค่ำ

–      การเดินทาง:  ลงเรือได้ที่ท่าเรือบ้านต้นมะขาม ตำบลอ่าวลึกเหนือ อยู่ห่างจากตัวอำเภออ่าวลึกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 10 นาที

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะกลาง วิถีแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งความยั่งยืน


เกาะกลาง วิถีแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งความยั่งยืน

kohklang
kohklang

สอง ฟากฝั่งแม่น้ำกระบี่สายสั้น ๆ ได้ให้ชีวิตและอารยธรรมความเป็นอยู่แก่ผู้คนมาเนินนานอาจจะครั้งตั้งแต่ยุค ก่อนประวัติศาสตร์ ณ วันนี้ ท่ามกลางความเจริญของชุมชนเมืองที่เติบโตตามกาลเวลาจนเป็นเมืองท่องเที่ยว ของกระบี่ คุณเชื่อหรือไม่ว่ายังมีภาพที่น่ารักของชุมชนครั้งอดีตหลงเหลืออยู่อย่างมี ความสุขที่ เกาะกลาง ซึ่งอยู่เพียงคนละฟากฝั่งเมือง หากมองแต่ความเจริญทางวัตถุเกาะกลางอาจเป็นชุมชนที่ล้าหลังการพัฒนาของสังคม เมืองอยู่มาก หากแต่นี้เองที่ยังเป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวถวิลหา ทั้งภาพวิถีชีวิตริมน้ำ วิถีถีชีวิตชุมชนเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน อีกทั้งงานหัตถกรรมขึ้นชื่ออย่างการทำเรือหัวโทงเป็นของที่ระลึกผสมผสานกับ วิถีชีวิตแห่งท้องทุ่ง เช่นการเล่นว่าวในยามเย็นการเลี้ยงนกกรงหัวจุกและตลาดนัดที่มีสีสันท่ามกลาง วิถีชีวิตธรรมชาติอันยั่งยืนที่ดำเนินต่อไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น

–      การเดินทาง:  จากสวนสาธารณะธารามีเรือโดยสารข้าฟากคละละ5บาท หรือเช่าเหมาลำ20บาทมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างสามารถพาเที่ยวราคาเหมาคันละ 150บาท

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ลูกปัดสุริยเทพ มรดกวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองเมืองกระบี่


เกาะกลาง วิถีแห่งธรรมชาติ วิถีแห่งความยั่งยืน

สอง ฟากฝั่งแม่น้ำกระบี่สายสั้น ๆ ได้ให้ชีวิตและอารยธรรมความเป็นอยู่แก่ผู้คนมาเนินนานอาจจะครั้งตั้งแต่ยุค ก่อนประวัติศาสตร์ ณ วันนี้ ท่ามกลางความเจริญของชุมชนเมืองที่เติบโตตามกาลเวลาจนเป็นเมืองท่องเที่ยว ของกระบี่ คุณเชื่อหรือไม่ว่ายังมีภาพที่น่ารักของชุมชนครั้งอดีตหลงเหลืออยู่อย่างมี ความสุขที่ เกาะกลาง ซึ่งอยู่เพียงคนละฟากฝั่งเมือง หากมองแต่ความเจริญทางวัตถุเกาะกลางอาจเป็นชุมชนที่ล้าหลังการพัฒนาของสังคม เมืองอยู่มาก หากแต่นี้เองที่ยังเป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวถวิลหา ทั้งภาพวิถีชีวิตริมน้ำ วิถีถีชีวิตชุมชนเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้าน อีกทั้งงานหัตถกรรมขึ้นชื่ออย่างการทำเรือหัวโทงเป็นของที่ระลึกผสมผสานกับ วิถีชีวิตแห่งท้องทุ่ง เช่นการเล่นว่าวในยามเย็นการเลี้ยงนกกรงหัวจุกและตลาดนัดที่มีสีสันท่ามกลาง วิถีชีวิตธรรมชาติอันยั่งยืนที่ดำเนินต่อไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

lukpad
lukpad

 

–      ฤดูการท่องเที่ยว:  สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

–      เวลาที่ดีที่สุด :  ช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น

–      การเดินทาง:  จากสวนสาธารณะธารามีเรือโดยสารข้าฟากคละละ5บาท หรือเช่าเหมาลำ20บาทมีรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างสามารถพาเที่ยวราคาเหมาคันละ 150บาท

–      รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่  ททท.สำนักงานกระบี่

โทร     : 0-75562-2163

0-7561-2811-2

โทรสาร : 0-75562-2164

Email   : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

เกาะไก่ ประติมากรรมหินหัวไก่ที่เดียวในประเทศไทย


เกาะไก่ ประติมากรรมหินหัวไก่ที่เดียวในประเทศไทย

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม

koh-kai
koh-kai

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาครึ่งเช้าตามธรรมชาติลมละคลื่นจะเงียบสงบกว่าตอนบ่าย เวลาที่ทะเลสีเข้มและสวยจะเป็นหลัง 09.00 น. เป็นต้นไป

เกาะด้าม หอกด้ามขวานในกลุ่มเกาะหน้าอ่าวนางนั้นนับว่าได้สร้างความมหัศจรรย์ไว้ หลายอย่าง ทั้งเป็นจุดกำเนิดของทะเลแหวกอันขึ้นชื่อจนเป็นแหล่ง Unseen ที่รู้จักกันดีทั่วโลก เป็นจุดใหม่ล่าสุดที่พบฝูงค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัวออกหากินยามเย็น นอกจากนี้ทางด้านทิศใต้ของตัวเกาะยังมีประติมากรรมหินผาที่น่าทึ่งอยู่แห่ง หนึ่ง ที่คุณต้องไปดูเห็นกับตานั่นก็คือหินรูปหัวไก่มีปากยื่นออกมาเห็นได้ชัด หากมองดูจากมุมอันเหมาะสม โดยมีเกาะด้านหอกด้ามขวานเป็นตัวไก่เหมือนนอนหมอบอยู่กับผืนน้ำนี่เองจึง เป็นที่มาของชื่อ เกาะไก่ซึ่งฝรั่งเรียกขานกันจนติดปากเพราะจดจำได้ง่ายที่สำคัญประติมากรรม หินหัวไก่แบบนี้มีอยู่แห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย

การเดินทาง : จากอ่าวนางมีเรือหางยาวไปเกาะไก่ ทะเลแหวกและหมู่เกาะปอดะได้ตลอดวัน ค่าโดยสารไปกลับคนละ 300 บาท ใช้เวลาการเดินทางราวครึ่งชั่วโมงหรืออาจเหมาเรือเที่ยวเป็นวันๆละ 2,200 บาท

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
 : ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

 

น้ำตกร้อนสายธารน้ำร้อนอัศจรรย์แห่งสะพานยูง


น้ำตกร้อนสายธารน้ำร้อนอัศจรรย์แห่งสะพานยูง

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

hot-spring
hot-spring

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.

น้ำตกร้อน ธารน้ำกลางผืนป่าพรุสะพานยูงเขตอำเภอคลองท่อมที่มีความแปลกประหลาดไม่เหมือน ใคร เนื่องจากธารน้ำแห่งนี้อยู่บนรอยพรุนของเปลือกโลกซึ่งมีพลังความร้อนปลด ปล่อยขึ้นมาเจนเจอกับสายน้ำเบื้องบน ปรากฏเป็นสายธารน้ำร้อนไหลซอกซอนไปในผืนป่าก่อกำเนิดอ่างน้ำธรรมชาติซึ่งธาร น้ำไหลผ่านเป็นแอ่งน้อยใหญ่หลายแห่ง เหมาะแก่การลงแช่ผ่อนคลายรูปแบบของสปาธรรมชาติ ก่อนที่จะไหลลดหลั่นลงไปสู่ลำคลองเบื้องล่างกลายเป็นน้ำตกร้อนแห่งเดียวใน ประเทศไทยที่ตกลงสู่สายธารน้ำเย็นที่อยู่คู่กันมาชั่วนาตาปี

การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จากกระบี่ถึงอำเภอคลองท่อม เลี้ยวซ้ายทางหลวงหมายเลข 4038 เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 4021 แล้วแยกขวาสู่น้ำตกร้อน ทางถนนรพช.รวมระยะทาง 45 กิโลเมตร

 

tour-everyday
โปรแกรมวันเดย์ทัวร์เที่ยวกระบี่
 : ทัวร์สระมรกต-น้ำตกร้อน-วัดถ้ำเสือ

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.GuideKrabi.com

Tel : 075-623 634, 075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

ปูดำ ปฏิมากรรมประจำเมืองกระบี่ ที่ไม่เหมือนใครในประเทศไทย


 

ปูดำ ปฏิมากรรมประจำเมืองกระบี่ ที่ไม่เหมือนใครในประเทศไทย

 

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

 

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 08.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 16.00 น. ถึง 18.00 น.

 

ปฏิมากรรมที่นี่เมืองกระบี่แปลกแต่จริงเขาสร้างปฏิมากรรมได้ไม่เหมือนจังหวัดไหน ทั้งสิ้นคือ ปฏิมากรรมปูดำ (ปูทะเล) ปฏิมากรรมนกอินทรี ปฏิมากรรมช้างและปฏิมากรรมมนุษย์วานรถือไฟจราจร ไฉนจึงเป็นเช่นนี้คำเฉลยคือปูดำ หมายถึงสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลนมากมายที่นี่ นกอินทรี คือการคิดให้กว้างมองให้ไกล หมายถึงความมีวิสัยทัศน์ ช้างคือการรำลึกถึงช้างเผือกคู่บารมีของรัชกาลที่ 9 ที่พบที่จังหวัดกระบี่ และสุดท้ายมนุษย์วานร คือการรำลึกถึงกระบี่ว่าเป็นแหล่งสำคัญของเรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ แห่งหนึ่งในเมืองไทย เชื่อหรือไม่ไปดูให้เห็นกับตา

pudum
ปฏิมากรรมปูดำ

 

การเดินทาง : ปฏิมากรรมปูดำ ปฏิมากรรมนกอินทรี กม.ที่ 0 ตั้งอยู่ที่บริเวณเขื่อนหน้าเมืองกระบี่ ถนนอุตรกิจ ปฏิมากรรมช้าง นกอินทรีและมนุษย์วานรอยู่บริเวณสี่แยกไฟแดงของถนนมหาราช

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

 

www.krabiinformation.com

 

Tel : 075-623 634-075 612 501

 

Fax : 075-623 635

 

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com

 

ท่าปอมคลองสองน้ำ นิเวศสองน้ำ บนสายธารหลากสี


ท่าปอมคลองสองน้ำ นิเวศสองน้ำ บนสายธารหลากสี

ฤดูกาลท่องเที่ยว : สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม

เวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาน้ำใหญ่จากวันขึ้นหรือแรม 12 ค่ำ ไปจนถึง 5 ค่ำ ก่อนเวลาน้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวันราว 1 ช.ม.

เป็นเวล

tapom
tapom

า ตลอดทั้งปีที่นิเวศโดดเด่นเฉพาะตัวของท่าปอมคลองสองน้ำผูกติดกับช่วงเวลาของ น้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละวัน จนเป็นสิ่งกำหนดความเป็นไปของลักษณะนิเวศป่ารอยต่อสองชนิดคือป่าพรุน้ำจืด และป่าชายเลนเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้ผสม ผสานอย่างลงตัวมีพืชโดดเด่นให้เห็นคือ ชมพู่น้ำที่รากของมันผสานแน่นอยู่ตามริมฝั่งคลองกลายเป็นรากไม้มหัศจรรย์ เรียงรายไปตลอดเคียงคู่กับป่าโกงกาง ส่วนในน้ำก็จะมีฝูงปลาทะเลที่สามารถหากินได้ทั้งสองน้ำอาศัยอยู่ได้อย่างน่า ทึ่ง

จุดเด่นอีก อย่างหนึ่ง คือสีสันของน้ำในคลองที่เปลี่ยนไปจากน้ำสีใสของน้ำจืดเป็นสีเขียวมรกตยามน้ำ เค็มเข้ามาผสมและเป็นสีฟ้าได้ในที่สุดซึ่งเป็นปรากฏการณ์น่าตื่นตาตื่นใจยาม เมื่อเวลาน้ำทะเลหนุนขึ้นมาถึงในคลองจนทำให้ที่นี่เป็นนิเวศสองน้ำแหล่ง เดียวในประเทศไทยบนสายธารหลากสี

การเดินทาง : จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แยกซ้ายมือที่บ้านเขาครามไปตามถนนรพช.สู่ท่าปอมคลองสองน้ำอีก 5 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้นราว 34 กิโลเมตร

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่

โทร: 075-622-163, 075-612-811-2

โทรสาร : 075-622164

E-mail : tatkrabi@tat.or.th

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

www.krabiinformation.com

Tel : 075-623 634-075 612 501

Fax : 075-623 635

อีเมลล์ :  info@krabiinformation.com