Posted in ไม่มีหมวดหมู่

แย้ง! 5 สิ่งที่บอกต่อไม่ควรกิน กลับมีคุณประโยชน์


25560718-104143.jpg

แย้ง! 5 สิ่งที่บอกต่อไม่ควรกิน กลับมีคุณประโยชน์

โดยทั่วไป รับรู้กันว่าอย่าดื่มเหล้าเบียร์ชากาแฟนะ แม้กระทั่งเวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ต สาวเราก็มักเลือกหยิบนมชนิดพร่องมันเนย เอออะอะไร ก็ low fat-sugar free-diet ไว้ก่อน บนฐานความชินเชื่อที่ว่า-ดีต่อสุขภาพ

ทว่าตามข้อมูลเท็จจริง มีงานวิจัยชี้บ่งว่า เจ้าเครื่องดื่มอาหารเหล่านี้มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกัน เรามาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง ด้วยเหตุผลอะไร

สิ่งแรก : จิบกาแฟบ้างเหอะ

น้ำเปล่า มักเป็น พระเอก เสมอ และ กาแฟ ก็มักเป็น ผู้ร้าย ตลอดกาล

แต่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Vanderbilt ที่แนชวิลล์ (Nashville) บอกว่า เจ้าคาเฟอีน (caffeine) ช่วยกระตุ้นให้เกิดการขนส่งลำเลียงน้ำตาลจากเลือดสู่กล้ามเนื้อและเซลล์สมอง ลดอัตราเสี่ยงการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ถึงครึ่งหนึ่ง

สำหรับข่าวลือที่ว่ากาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำนั้น นักวิจัยมหาวิทยาลัยเนแบรสกา (Nebraska) โต้ว่า เราไม่ได้ดื่มกาแฟในปริมาณ 8 แก้วเหมือนปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันสักหน่อย ดังนั้นอย่ารู้สึกบาปหรือละอายใจเลยถ้าจะคอฟฟี่เบรคตอนบ่ายบ้าง

สิ่งที่สอง : ละเลียดช็อคโกแลต(ดำ)

จากการสำรวจของนักวิจัยมหาวิทยาลัย UCLA พบว่า ช็อคโกแลตเป็นของโปรดสุดฟินของคุณสาวๆ และตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) ก็ได้ทำศึกษาและเสนอแนะออกมาว่า กินช็อคโกแลตดำ 2 ออนซ์ต่อวันจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (cholesterol) ในกระแสเลือด 14%, ช่วยให้เม็ดเลือดไม่จับตัวเป็นก้อนจนอุดตัน พร้อมป้องกันมิให้เกิดคราบไขมันสะสมบนผนังหลอดเลือดหัวใจ 36%, และช่วยให้เลือดไหลสู่หัวใจถึง 48%

ต้องให้เครดิตกับสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ที่อยู่ในโกโก้ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยลดการอักเสบติดเชื้อ ควบคุมไขมันในตับ

“กินวันละ 2 แสตมป์ครับ” นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะวิธีการกินช็อกโกแลตให้ได้สุขภาพผ่านเลดี้ แมเนเจอร์

“เห็นไหมครับมันจะแบ่งเป็นบล็อกเล็กๆ เท่ากับแสตมป์อันเล็กๆ กินประมาณ 2-4 บล็อกก็ได้ครับ”

กำชับ! แทะวันละนิด และต้องเป็นช็อคโกแลตดำเท่านั้นนะคะ ถึงจะเป็นคุณต่อสุขภาพ

สิ่งที่สาม : ดื่มแอลกอฮอล์สักนิด

เคยได้ยินกันใช่ไหมว่า ดื่มไวน์วันละนิดดีต่อสุขภาพ

ยิ่งกว่านั้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Corvallis ที่ออริกอน (Oregon) พูดว่า อยากดื่มให้ได้สุขภาพ ควรดื่มสม่ำเสมอ โดยจะเป็นแอลกอฮอล์ชนิดใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์เย็นๆ สักแก้ว หรือเหล้ารัม หรือค็อกเทล

เพราะเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) 10% ซึ่งทำหน้าที่ช่วยทำความสะอาดผนังหลอดเลือดให้เรียบและลื่นคล้ายกระทะเคลือบเทฟลอน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และช่วยกระตุ้นความทรงจำ บรรเทาอาการอัลไซเมอร์ได้ถึง 40%

สิ่งที่สี่ : อย่ากลัวไข่แดง

คงเคยได้ยินข่าวว่า นักวิจัยชาวแคนาดาชี้-กินไข่เสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน พอๆ กับการสูบบุหรี่เลย เรียกว่าพากับตกใจเลิกกินไข่กันเลยทีเดียว

แต่สถาบันในอเมริกาอย่าง Framingham Heart Study ทำการศึกษาและออกมาโต้แย้งว่า ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ เลยระหว่างปริมาณไข่ที่กินเข้าไปกับโรคหัวใจ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเท็กซัส (Texas) ยังบอกด้วยว่า ไข่แดงเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอการเจริญเติบโตของโรคต้อกระจก และลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมมาถึง 40%

สิ่งสุดท้าย : ดื่มนมปกติ ไขมันเต็ม

ข่าวดีสำหรับคนที่เกลียดนมประเภทไขมันต่ำ พร่องมันเนย ฯลฯ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ค้นพบว่า กรดไขมันธรรมชาติในนมสดนั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กล้ามเนื้อเผาผลาญปริมาณน้ำตาลในเลือดได้มากขึ้น

และจากการศึกษาต่อเนื่องมา 20 ปี ได้ผลชัดว่า ชาวบ้านคนท้องถิ่นที่ดื่มนมสดปกติ ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมัน กลับมีความเสี่ยงที่เป็นโรคเบาหวานลดลงถึง 60%

ทั้งนี้อาหารเครื่องดื่มทุกอย่างย่อมมีทั้งคุณและโทษ อย่าเคร่งเครียดเลือกกินเกิน แต่ก็อย่าตามใจปากนัก กินดื่มให้หลากหลายในปริมาณพอเหมาะปลอดภัยสุดค่ะ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ไม่กล้าก็ไม่ก้าว… ไม่ก้าวก็ไม่เดิน…


ไม่กล้าก็ไม่ก้าว… ไม่ก้าวก็ไม่เดิน…

ผู้ที่มีลักษณะที่จะประสบความสำเร็จ และพบความสุข
คือผู้ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ผู้ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
คือผู้ที่กล้าหาญที่จะรับฟังคำติมากกว่าคำชม คือ กล้า…

ผู้ที่มีลักษณะที่จะล้มเหลว และมีแต่ความทุกข์ใจ
คือผู้ที่ยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น
ผู้ที่ยึดตัวเองเป็นหลัก คือผู้ที่หมดโอกาสเรียนรู้โดยแท้จริง

แม้ใจอยากได้แต่สิ่งดีๆ แต่สิ่งดีๆก็เข้าไม่ถึงใจ
เพราะความกลัว ใจจึง ปิด ความคิด จึงไม่ก้าว”

1.เชื่อมั่นและศรัทธาในมือข้างขวาของคุณ

“ ธรรมชาติสร้างแขนมาให้มนุษย์สองข้าง พร้อมมือสวยๆ อีกหนึ่งคู่
คนส่วนมากถนัดขวา ใช้มือขวามากกว่ามือซ้าย
มือซ้ายคือมือแห่งโชคชะตา
มือขวาคือมือที่สร้างและทำ
แต่คนหลายคนกลับปล่อยให้โชคชะตามากำหนดชีวิต”

…โชคชะตาเป็นสิ่งนามธรรมที่คนเราคิดขึ้นมาเอง
มันจะไม่มีทางมีอิทธิพลเหนือกว่าจิตใจเราได้เลย

..เมื่อไหร่ที่หัวใจอ่อนแอ อย่าปล่อยให้ชีวิตเอนตาม

2. ปัญหามีไว้แก้ไข ..หลบได้ พักได้แต่อย่าหนี

การนั่งดูปัญหาตีกันแม้มันจะไม่ถูกต้องนัก
แต่อย่างน้อยเราจะเป็นคนคุมเกม
ดีกว่าลงไปแก้ปัญหา ทั้งที่หัวใจยังอ่อนแอ.

เวลาที่เชือกพันกัน คนส่วนมาก มักจะใช้มีดตัดออก
จะมีใครสักกี่คนมานั่งแก้ด้วยมือ

ปัญหาของคนเรา จริงๆแล้วคือ
การหนีปัญหานั่นแหละ เพราะถ้าเราตั้งใจแก้มัน
มีหรือจะไม่มีทางออก แพ้บ้าง ชนะบ้าง เป็นเรื่องปกติ

3. อย่ากลัวผิดถ้าคิดจะพูด..อย่าคิดว่าสิ่งที่คนอื่นพูดนั้นผิด

“บางทีความเงียบสงบก็สยบความเคลื่อนไหวไม่ได้เสมอไปหรอก…”

แม้ว่าเราจะนั่งในที่ตัวเองเราก็มีสิทธิ์ถูกชน
ถ้าเราไม่ส่งเสียงให้เขารู้ว่าเรานั่งอยู่.

คนที่พยายามทำทุกอย่างให้ถูกใจคนอื่น
คนนั้นจะเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดตลอดชีวิต
การตอบคำถามเพื่อเอาใจคนถาม ก็เท่ากับว่าเรายอมให้เขาครอบงำ
.. เมื่อสูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้ว
เธอจะเรียกมันกลับคืนมาได้ยาก อย่าลืมว่า
คนแต่ละคน พูด ฟัง คิด ไม่เหมือนกัน
ไม่มีใครทำอะไรถูกใจใครได้ทั้งหมด

องค์กรไม่ได้ต้องการคนที่ทำตามใจเขาทั้งหมด
ถ้าเธอไม่แสดงให้เขาเห็นว่า
มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในคุณค่าของตัวเอง
แล้วจะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าเธอจะสามารถพาองค์กรของเขา
ก้าวไปข้างหน้าได้…

25560625-193037.jpg

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ขนมปังชิ้นที่สาม…


ขนมปังชิ้นที่สาม
1001824_660877453925845_770767125_nมีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ? เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ
“สู้เพื่อลูก”ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบัติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ

ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว

แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ

เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น..

ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย

ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ

หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่

สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกันยังไงก็ลงตัว

 

สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก

ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้

 

น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก

วันหนึ่งเขาบอกผมว่า “ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้”

ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง

เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่บอีลี่

คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด

ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของเขาเอง

ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆ แล้วจะดีสำหรับเขา

ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย

ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆ ทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี

บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิซิเนสคลาสด้วยกัน

วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่

วันนั้นเขาจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

 

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข

ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น

เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต

ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย

มากกว่านั้น…กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน

ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ

อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ..

 

เงินก็เช่นกัน…

 

ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆ ล้าน

คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายาม

ชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรงดิ้นรนอะไรอีกต่อไป

เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า…มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก

 

เราควรรักลูกแบบไหน?

ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปัง “ชิ้นที่สาม” ที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า…

 

ตัน ภาสกรนที

————————————————————————-

Tags : ตัน ภาสกรนที • วิถีตัน
ตัน ภาสกรนที
วิถีตัน

Posted in Uncategorized

สิ่งที่คนขายไม่ได้บอก(หรือคนขายไม่รู้) Printer ชนิด Ink-Tank


1354711407_462426897_1-Pictures-of--new-printer-brother-j-125-with-ink-tankขอแชร์ประสพการณ์สำหรับผู้ที่คิด หรือกำลังจะซื้อ Printer เครื่องใหม่ ชนิด Ink-Tank

ในแต่ละวันที่ออฟฟิสจะมีการสั่งพิมพ์เอกสารออกมากพอสมควร และผมเป็นคนนึง ที่มีบางคนบอกว่า ใช้ Printer เปลือง
ผมลองใช้ตั้งแต่เครื่อง 8-9ร้อย ยันเครื่องเกือบครึ่งแสน ทั้งซื้อเอง และใช้ของคนอื่น รวมทั้งสอบถามประสพการณ์จากเพื่อนๆ พอสรุปได้ดังนี้ครับ

1. Printer มีหลายแบบให้เลือก (ดอตเมตริกซ์ ,อิงค์เจ็ต, เลเซอร์, มัลติฟังก์ชัน) ขอให้เลือกที่เราจะใช้งานจริงๆ ลองหาข้อมูลจาก Google “การเลือกซื้อ Printer” จะได้คำตอบครับ ผมไม่ขอพูดถึง เพราะมันเยอะมาก

แต่เดี๋ยวนี้ จะมี GelSprinter เครื่องพิมพ์แบบ Liquid Gel เทคโนโลยีการพิมพ์แบบใหม่ มีราคาที่ไม่แพงใช้งานง่ายเหมือนอิงค์เจ็ท แต่มีต้นทุนในการพิมพ์งานสีและมีความละเอียดในระดับเทียบเท่ากับเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

1. Printer ราคาถูก มักจะมีตลับหมึกแพง (ถึงตลับหมึกถูก ก็พิมพ์ได้ไม่กี่หน้าก็หมด) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ Printer ควรสอบถามราคาตลับหมึก หรือ Toner ให้เรียบร้อยก่อน แล้วพิจารณาจากงานและปริมาณการใช้

2. Printer แบบ All-in-One อาจเหมาะสำหรับบางคน ไม่ใช่สำหรับทุกคน All-in-One เหมาะสำหรับออฟฟิสขนาดเล็ก มีการพิมพ์ไม่มาก ถ่ายเอกสารไม่เยอะ ส่ง Fax บ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้าพิมพ์เยอะๆ ซื้อแบบแยกดีกว่าครับ
อย่าลืมว่า เวลาเครื่องมีปัญหา ต้องยกทั้งเครื่องไปซ่อม งานของคุณจะสะดุด หรือถ้าจะใช้ All-in-One จริงๆ ควรมีเครื่องแฟ๊กซ์ หรือเครื่องถ่ายเอกสารสำรองไว้ด้วย

3. ถ้าสำนักงานของคุณ มีงานพิมพ์เอกสาร ขาว-ดำ เป็นส่วนใหญ่ แนะนำให้เลือกซื้อ Mono Laser Printer จะประหยัดกว่า และควรไปเดินดูตามห้าง หรือร้านค้าทั่วไปสักนิด ว่า Toner ที่ใช้นั้น เป็นรุ่นที่หาซื้อได้จากร้านทั่วไปหรือไม่ นอกจากของแท้แล้วมี Toner เทียบเท่าหรือไม่? ถ้าไม่ใช่ อย่าซื้อ เพราะจะน้ำตาตกเหมือนผม (ซื้อเครื่องราคาหลายหมื่น มานั่งดู เพราะ Toner แพงโคตรๆ และไม่ค่อยมีของ จะสั่งที ต้องรอเป็นสัปดาห์ และต้องเตรียมเงินหมื่นรอจ่ายค่า Toner)

4. ถ้าคุณพิมพ์ภาพถ่ายเป็นหลัก แนะนำให้เลือกพรินเตอร์ที่มีความละเอียดสูงไว้ก่อน และให้ดูปริมาณหน่วยความจำของเครื่องพรินเตอร์ไว้ด้วย หน่วยความจำยิ่งมาก จะทำให้การประมวลผลเร็วขึ้น เครื่องจะไม่แฮงค์บ่อย
การพิมพ์ภาพถ่าย แนะนำให้ใช้หมึกแท้ ไม่แนะนำหมึกเติม (จากประสพการณ์ ซื้อกระดาษ Glossy แพงๆ มาพิมพ์ภาพใช้หมึกเติม ผลปรากฎว่า สีเพี้ยนมาก และ ภาพนั้น อยู่ได้ไม่ถึงปี สีจะซีดเหลือง เสียดายมาก)

4. ถ้าสำนักงานของคุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า2 เครื่อง แนะนำให้เลือกซื้อแบบที่มี Lan, Wifi หรือ Wireless มาใช้ดีกว่าการต่อพ่วงแบบ USB (นอกจากคุณมี Print Server อยู่แล้ว) เพราะไม่เช่นนั้น เครื่องคอมฯที่คุณต่อพ่วงอยู่กับพรินเตอร์จะต้องแชร์พรินเตอร์ให้ใช้ร่วมกับเครื่องอื่น และจะต้องเปิดก่อน และปิดทีหลัง และเครื่องที่ต่อพ่วง จะต้องมี Spec สูงกว่าปกติเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่ถูกส่งผ่านเข้ามา ดังนั้น การใช้ Printer แบบ Lan หรือ Wifi สามารถสั่งพิมพ์จากเครื่องไหนก็ได้ ลดการใช้พลังงาน ลดค่าไฟ ลดภาระไปเยอะครับ

จริงแล้ว ปัญหาเรื่องพรินเตอร์มีเยอะมาก ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า สงสัยอะไร ถาม Google ละกัน

ทีนี้ เราจะมาดูเรื่องที่คนขายไม่ได้บอกเกี่ยวกับ Printer Ink-Jet แบบติดแทงค์ กันครับ

หลังจากพิจารณาเลือกเครื่อง Printer (ยี่ห้อ-รุ่น-ฟังชั่น) ที่จะซื้อแล้ว ให้พิจารณาดังนี้

1. เครื่องพรินเตอร์ใหม่ (แกะกล่อง) ควรเลือกแบบที่ยังไม่ได้ติดตั้งหมึกมาก่อน (ส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้น)
2. ให้ดูว่า เครื่องที่เราต้องการ มีแทงค์สำหรับรุ่นนั้นๆหรือไม่
3. ยี่ห้อหมึกเติมที่ใช้ในแทงค์ เป็นที่รู้จัก หาซื้อได้ง่ายตามร้านทั่วไป (ไม่ขอแนะนำตรงนี้ครับ)
4. แนะนำให้เลือกแบบตลับหมึกติดหัวพิมพ์เลย จะดีกว่า (แต่แพงกว่า) ในกรณีที่หัวพิมพ์ตัน แค่เปลี่ยนตลับหมึกก็เหมือนใหม่
5. อย่าลืมว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณติดแทงค์ พรินเตอร์บางยี่ห้อ จะหมดประกันทันที และคุณต้องทำใจ ว่าพรินเตอร์เครื่องนั้น จะมีอายุการใช้งานสั้นลง

ทีนี้ มาถึงขั้นตอนสำคัญ (เรื่องนี้ ผมทะเลาะกับร้านมาแล้ว)
เมื่อคุณตัดสินใจซื้อเครื่อง (ซึ่งเครื่องพรินท์เตอร์ใหม่ๆ จะมีหมึกแท้แถมมาให้เลย) ส่วนใหญ่ทางร้านจะ Run หมึกให้ แต่ละร้านจะทำไม่เหมือนกันครับ

-1- บางร้าน จะ Run หมึกแท้เข้าไปก่อน แล้วเอาตลับหมึกแท้ออก แล้วเสียบแท้งค์เข้าไปแทน
-2- บางร้าน เสียบหมึกแทงค์เข้าไปเลย

ส่วนตัวผม อยากให้ทำวิธีที่ -2- เพราะอะไรหรือครับ?
จากการทดลองใช้งานมา กว่า 5 ปี สังเกตุจากการใช้มา ไม่ต่ำกว่า 10 เครื่อง สรุปดังนี้

1. หมึกพิมพ์ เป็นสารเคมี ที่ถูกคิดค้นและผสมกันระหว่างสีและสารเคมีอื่นๆ การ Run หมึกแท้ แล้วตามด้วยหมึก Tank จะทำให้สารเคมีต่างชนิดกันถูกผสมกัน ทำเป็นเหตุทำให้หัวพิมพ์ตันเร็วกว่าปกติ
จากการใช้งาน (ในปริมาณการพิมพ์ที่พอๆกัน เฉลี่ย วันละ 30 แผ่น) เครื่องที่ Run หมึกแท้ แล้วตามด้วย หมึกแทงค์ Tank หัวพิมพ์จะเป็นเส้น (ตัน)ในเวลาไม่เกิน 1 ปี ส่วนเครื่องที่ Run ด้วย หมึก Tank ตั้งแต่ต้น ยังใช้งานได้ตามปกติ (ถึงวันนี้ 3 ปีเต็ม) ผมซื้อรุนเดียวกัน แต่คนละร้านครับ

2. ห้ามใช้หมึกแทงค์ต่างยี่ห้อผสมกัน เหตุผลตามข้อ1
3. อย่าวางเครื่องพิมพ์ ในลักษณะต่อไปนี้ เพราะจะมีผลกับการใช้งานทั้งสิ้น
– พื้นที่ ที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ร้อน เย็น หรือแดดส่องถึง
– พื้นที่ๆ ที่มีฝุ่น
– วางในลักษณะเอียง
– เคลื่อนย้ายบ่อยๆ
– พื้นที่วางเครื่องสั่น-ไหว

4. หากมีการพิมพ์หลายๆแผ่น ควรพักบ้าง เพราะเครื่องพิมพ์บางรุ่น หัวพิมพ์อาจร้อนจัด(ไหม้)ได้
5. ควรสั่งพิมพ์ทุกวัน หากไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์ นานกว่า 1 สัปดาห์ จะทำให้หมึกแห้ง เป็นผลให้หัวพิมพ์ตันได้ครับ
6. อย่าลืมว่า งานพิมพ์ที่ใช้ Ink-Tank ส่วนใหญ่สีจะเพี้ยน และอายุการใช้งานสั้นกว่าหมึกแท้ ถ้าต้องการงานที่เนี๊ยบและอายุการใช้งานนานๆ แนะนำให้ใช้หมึกแท้ คุ้มกว่าครับ เช่นพิมพ์รูปถ่ายใส่กรอบ งานพิมพ์ ป้ายโฆษณาที่ต้องการช่วงระยะเวลามากกว่า 6 เดือน Display เมนูอาหาร เป็นต้น

ก็คงพอเป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการลดต้นทุนงานพิมพ์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล เป็นความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ไม่ได้ลอกมาจากที่อื่น หากผิดถูกอย่างไร ก็สามารถแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้ครับ

ตายิ่ง…

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เพลงฮิต กังนัม สไตล์ ยอดวิวทะลุ30ล้าน ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว!


กังนัม สไตล์ Gangnam Style
กังนัม สไตล์ Gangnam Style

Gangnam Style กังนัม สไตล์

            ช่วงนี้หลาย ๆ คนที่เข้าไปดูยูทูบคงจะได้เห็นมิวสิกวิดีโอหนึ่งที่แม้ศิลปินจะไม่หล่อขั้นเทพเหมือนคนอื่น ๆ แต่จังหวะเพลงมันส์หยด ลีลาท่าแดนซ์ถึงใจ แถมได้ยินเนื้อเพลงฮิตติดหู “กังนัม สไตล์” อย่างแน่นอน ซึ่งมิวสิกวิดีโอเพลงนี้นับว่ากำลังฮอตฮิตอยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้ ที่ใครเห็นเป็นต้องหยุดคลิก ฟังแล้วแชร์ทันที จนไม่น่าเชื่อว่า ตอนนี้ ยอดวิวพุ่งปรี๊ดทะลุ 30 กว่าล้านคนแล้วค่ะ แหมะ! แบบนี้ถ้าใครไม่รู้จักคงแย่ วันนี้ก็เลยขออาสาพาไปอัพเดทกระแสฮอตฮิต “กังนัม สไตล์” ซะหน่อย ว่ามันคืออะไรกันหนอ ทำไมถึงได้ฮอตฮิตขนาดนี้
             “กังนัม สไตล์” (Gangnam Style) คือชื่อเพลงในอัลบั้มชุดที่ 6 ของ PSY หรือ ปาร์ก แจ ซาง ศิลปินชาวเกาหลีใต้ อ่ะ ๆ แต่อย่าคิดว่าเขาจะเป็นหนุ่มหล่อ เท่ เหมือนศิลปินเกาหลีทั่วไปนะ เพราะหนุ่มปาร์กนี่เขามีรูปร่างอวบท้วม แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการแดนซ์ของเขาเลยล่ะ เพราะเขายังเต้นได้พลิ้ว ถูกอกถูกใจผู้ชม เรียกได้ว่า ใครที่ได้ดูต้องกดไลค์ไปตาม ๆ กันเลยล่ะค่ะ จึงไม่แปลกเลยที่ กังนัม สไตล์ เพลงแดนซ์จังหวะมันส์ ๆ จะได้รับความนิยมและไต่ขึ้นชาร์ตเพลงดังทั้งในเกาหลีใต้และต่างประเทศไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังไปติดอันดับต้น ๆ ในไอจูน ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฟินแลนด์ นิวซีแลนด์ และเดนมาร์กด้วย แต่ที่เปรี้ยงปร้างสุด ๆ เห็นจะเป็นการไต่อันดับขึ้น Most Watch บน Youtube อยู่ในอันดับ 2 แซงหน้าศิลปินสุดฮอตระดับโลกอย่าง จัสติน บีเบอร์ ที่ตกลงไปเป็นอันดับ 3 เลยทีเดียว!!

กังนัม สไตล์ Gangnam Style
กังนัม สไตล์ Gangnam Style
กังนัม สไตล์ Gangnam Style
            โดยจุดขายที่น่าโดนใจผู้ชมที่สุดเห็นจะเป็นท่าเต้น “ฮอร์ส แดนซ์” ที่ศิลปินหนุ่มครีเอทขึ้นเองเป็นท่าเหมือนคนกำลังขี่ม้า ซึ่งถูกอกถูกใจผู้ชมเป็นอย่างมาก แถมยังเข้ากันได้ดีกับจังหวะเพลงที่สนุกสนานแร็พ ๆ กระแทกใจ ให้แฟน ๆ ได้ปลดปล่อยบีทความมันส์กันเต็มที่ ด้านนักร้องหนุ่มเองก็ลีลายียวนกวนไม่เบา ดูแล้วทั้งฮาด้วย ทั้งมันส์ด้วย ทั้งนี้ มีนักร้องหลายคนที่มาแสดงความคิดเห็นถึงท่าเต้นที่ดูแปลกตาดังกล่าวและการครีเอทมิวสิกวิดีโอที่ดูแล้วไหลลื่น ดึงดูดให้ดูจนจบ ขณะที่แฟนเพลงทั่วโลกก็ได้ทำมิวสิกวิดีโอล้อเลียนและนำไปโพสต์ลงยูทูบเป็นที่สนุกสนานโดยเฉพาะในเกาหลีใต้

  ส่วนคำว่า กังนัม สไตล์ นั้น เป็นคำแสลงสุดฮิตที่เอาไว้เรียกคนที่ชื่นชอบความสนุกสนานและชอบความเซ็กซี่ทุกรูปแบบ โดยเนื้อเพลงของ กังนัม สไตล์ มีความหมายประมาณว่า ผู้หญิงแบบกังนัมสไตล์มีความสามารถที่เหมือนกัน คือเธอจะรู้ว่าเมื่อไรที่ต้องจะแอ๊บแบ๊ว และเมื่อไรที่จะต้องเซ็กซี่ เรียกได้ว่า อินโนเซ้นท์เป็นบางเวลา และเซ็กซี่บ้างเป็นบางจังหวะ โดยมีคำพูดติดว่า โอปป้า กังนัมสไตล์ ซึ่งแปลว่า พี่คะ มันคือกังนัมสไตล์

กังนัม สไตล์ Gangnam Style
            สำหรับนักร้องหนุ่ม ปาร์ก แจ ซาง ในวัย 34 ปี จบการศึกษาด้านดนตรีจากมหาวิทยาลัยบอสตัน และวิทยาลัยเบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวยอนฮัป โดยพูดถึงคติประจำใจของเขาว่า“คติประจำใจของผมคือ สนุกแต่ไม่งี่เง่า” ศิลปินร่างอ้วนยังเล่าถึงการเลือกชื่อ “กังนัม” ย่านธุรกิจทางใต้ของกรุงโซล มาเป็นชื่อเพลงที่มีเนื้อหาเสียดสีว่า เพราะต้องการสาธยายให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในเกาหลีใต้นั่นเอง
            อืมมม…ไม่เบาเลยนะนายคนเนี่ย ว่าแล้วก็ขอไปเต้นท่าฮอร์ส แดนซ์ มันส์ ๆ กันซะหน่อย แถมต้องร้องท่อนฮิตติดปากด้วยว่า “กังนัม สไตล์”!! ส่วนใครที่ยังไม่ได้ชม ก็คลิกเข้าไปชมได้ในยูทูบได้นะจ๊ะ แล้วจะรู้ว่าเขาเจ๋งจริง!
            และสำหรับใครที่หลงรักชายหนุ่ม กังนัม สไตล์ ลองไปชม คลิป เพลง กังนัม สไตล์ พร้อมเนื้อเพลง และความหมายแปลไทยกันเลยจ้า

GangNam Style
          Artist : PSY
          Label : YG Entertainment

เนื้อเพลง GangNam Style


Oppa GangNam Style  
พี่นี่แหล่ะ ผู้ชายสไตล์กังนัม

Na Je Noun Ta Sa Ro Un In Gan Jouk In Yo Ja
ผู้หญิงที่แสนอบอุ่นและมีอารมณ์ขันตลอดทั้งวัน

Coffee Han Jan Oui Yo Yu Roul A Noun Pum Gyouk It Noun Yo Ja
ผู้หญิงสูงศักดิ์ที่รู้จักความสุขกับการจิบกาแฟยามว่าง

Bam Yi O Myoun Shim Jang Yi Tou Gou Wo Ji Noun Yo Ja

ผู้หญิงที่หัวใจรุ่มร้อนในยามราตรีมาเยือน

Gou Roun Ban Joun It Noun Yo Ja
หญิงสาวที่เป็นแบบนั้นทั้งหมดในคน ๆ เดียว

Na Noun Sa Na Yi
ผมเป็นผู้ชาย

Na Je Noun Nou Man Koum Ta Sa Ro Un Gou Roun Sa Na Yi
ผู้ชายที่อบอุ่นเท่ากับคุณตลอดทั้งวัน

Coffee Shik Gi Do Joun E One Shot Tae Ri Noun Sa Na Yi
ผู้ชายที่ซดกาแฟอึกใหญ่จนหมดก่อนที่มันจะเย็น

Bam Yi O Myoun Shim Jang Yi Tou Jyou Bou Ri Noun Sa Na Yi

ผู้ชายที่หัวใจพองโตแทบระเบิดในยามค่ำคืน

Gou Roun Sa Na Yi

ผู้ชายแบบนี้แหละ

A Roum Da Wo Sa Rang Sou Ro Wo

ทั้งสวย  ทั้งน่ารัก

Gou Rae Nou Hey Gou Rae Ba Ro Nou Hey
คือคุณนั่นแหละ ใช่ คือคุณ

A Roum Da Wo Sa Rang Sou Ro Wo

ทั้งสวย  ทั้งน่ารัก

Gou Rae Nou Hey Gou Rae Ba Ro Nou Hey
คือคุณนั่นแหละ ใช่ คือคุณ

Ji Goum Bu Tou Gal Tae Ka Ji Ga Bol Ka

มาเถอะ ไปกับผมเถอะ

O Pan GangNam Style
พี่นี่แหล่ะ ผู้ชายสไตล์กังนัม

Gangnam style
ผู้ชายสไตล์กังนัม

Eh- Sexy Lady Oppa Gangnam style
Eh- Sexy Lady พี่นี่แหล่ะ ผู้ชายสไตล์กังนัม

Eh- Sexy Lady

Eh- Sexy Lady

Joung Suk Hae Bo Yi Ji Man Nol Taen No Noun Yo Ja
ผู้หญิงที่ดูเงียบ ๆ แต่เมื่อถึงเวลาเฮฮา เธอก็เฮฮา

Yi Tae Da Ship Pou Myoun Mu Kout Doun Mo Roul Pu Noun Yo Ja
ผู้หญิงที่ปล่อยผมยาวสลวย ถูกที่ ถูกเวลา


Ga Ryout Ji Man Wen Man Han No Chul Bo Da Ya Han Yo Ja

ผู้หญิงที่แสนเซ็กซี่ ทั้งที่เธอไม่ต้องแต่งตัวโป๊

Gou Roun Gam Gak Jouk In Yo Ja
ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ก็แบบนี้แหละ

Na Noun Sa Na Yi
ผมเป็นผู้ชาย

Joum Ja Na Bo Yi Ji Man Nol Taen No Noun Sa Na Yi
ผู้ชายที่ดูสุภาพ แต่เวลาเฮฮา ผมก็เฮฮา

 Tae Ga Doe Myoun Wan Joun Mi Chyou Bou Ri Noun Sa Na Yi
ผู้ชายที่บ้าบอหลุดโลก เมื่อถึงเวลาอันควร

Goun Yuk Bo Da Sa Sang Yi Ul Tung Bul Tung Han Sa Na Yi
ผู้ชายที่มีความคิดที่แข็งแกร่งกว่ากล้ามเนื้อ

Gou Roun Sa Na Yi
ผู้ชายแบบนี้แหละ

A Roum Da Wo Sa Rang Sou Ro Wo
ทั้งสวย ทั้งน่ารัก

Gou Rae Nou Hey Gou Rae Ba Ro Nou Hey
คือคุณนั่นแหละ ใช่ คือคุณ

A Roum Da Wo Sa Rang Sou Ro Wo
ทั้งสวย ทั้งน่ารัก

Gou Rae Nou Hey Gou Rae Ba Ro Nou Hey
คือคุณนั่นแหละ ใช่ คือคุณ

Ji Goum Bu Tou Gal Tae Ka Ji Ga Bol Ka
มาเถอะ ไปกับผมเถอะ

O Pan GangNam Style
พี่นี่แหล่ะ ผู้ชายสไตล์กังนัม

Tui Noun Nom Gou Wi E Na Noun Nom
เหนือกว่าผู้ชายขั้นเทพ ยังมีผู้ชายที่เทพกว่า

Baby baby Na Noun Muol Jom A Noun Nom
Baby baby พี่นี่แหล่ะผู้ชายที่ฝึกฝนและรู้จริงจากประสบการณ์

Tui Noun Nom Gou Wi E Na Noun Nom
เหนือกว่าผู้ชายขั้นเทพ ยังมีผู้ชายที่เทพกว่า

Baby baby Na Noun Muol Jom A Noun Nom
Baby baby ผมคือผู้ชายที่ฝึกฝนและรู้จริงจากประสบการณ์

You know what I’m saying
รู้แล้วใช่ไหม ผมกำลังบอกอะไร

O Pan GangNam Style

ก็พี่นี่ไง ผู้ชายสไตล์กังนัม

สิ่งในโลก ที่เงินซื้อไม่ได้ คือ “ความรัก” “เวลา” “ชีวิต” และ “มิตรแท้”


สิ่งในโลก .. ที่เงินซื้อไม่ได้ คือ
“ความรัก” , “เวลา” , “ชีวิต”, และ “มิตรแท้”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

สิ่งดีๆที่ได้จากน้ำท่วม “แสงสว่างนั้น ซ่อนอยู่หลังความมืดมิดเสมอ”


มีอีเมล์ฉบับหนึ่งส่งมา บอกสังกัดชัดเจน  อ่านแล้วก็รื้นขึ้นมาทันทีในสถานการณ์น้ำท่วม จึงหยิบมาให้อ่านกัน

“ผม พักอยู่ประตูน้ำพระอินทร์ อยุธยา แต่ที่ทำงานอยู่ลาดพร้าว80 ผมต้องเดินทางไปกลับทุก วัน(บริษัทฯ มีรถรับ-ส่งแค่สะพานใหม่) ตอนเช้าผมจะตื่นตีสี่ครึ่ง ทำธุระส่วนตัวแล้วออกมารอรถประมาณตีห้ากว่าๆ โดยผมจะนั่งรถเมล์ มาลงที่รังสิต แล้วต่อรถตู้มาลาดพร้าว80

ภาพที่ผมเห็นจนชินตาก็คือ ทุก คนที่รอรถตรงหน้าเมเจอร์รังสิตต่าง รีบวิ่งลงไปบนพื้นถนนโดยไม่นึกกลัว ว่ารถจะชนหรือกีดขวางทางจราจร เมื่อเห็นรถตู้แล่นเข้ามาเทียบท่า ต่างแย่งชิง ทั้ง เบียดเสียด บางครั้งก็มีถ้อยคำด่าทอเสียๆ หายๆ ตามมาไม่ว่าหญิงหรือชาย
คน ขับบางคนก็พูดจาไม่สุภาพ ขับรถเหมือนแม่ป่วยต้องนำส่งโรง พยาบาลก็ไม่ปาน ปกติรถตู้สามารถนั่งได้14-15คน แต่นี่มีการเสริมเบาะนั่งให้ได้20คน แอ อัด ยัดเยียด เบียดเสียดจนแทบจะเป็นผัวเมียกัน ทั้งคันรถ พอรถออกตัว หน่วยคอลเซ็นเตอร์ก็เริ่มทำงานทันที คือต่างควักมือถือออกมาแล้วก็คุยๆๆ คุยๆๆอย่างออกรสออกชาด ประหนึ่งว่ากรูนั่งมาในรถคนเดียวไม่ ต้องเกรงใจคนรอบข้าง คนขับก็ไม่ยอมน้อยหน้า โทรด่ากับเมียด้วยถ้อยคำที่ไม่รู้ไปขุดมาจากไหน บางครั้งยังแถม”แจก กล้วย”ให้ รถคันที่วิ่งแซงไปด้วย นี่เป็นชีวิตประจำวันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
แต่….เมื่อ วานนี้เอง ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยน แปลง แน่นอนครับ
” น้ำท่วม ” หลายคนบอกน้ำท่วมมันดีตรงไหน ใช่ ครับน้ำท่วมไม่ใช่สิ่งที่ผู้คน ปรารถนา แต่น้ำท่วมทำให้ผมได้เห็นชีวิตในอีก แง่มุมหนึ่งของผู้คนในเมืองฟ้าผ่อง อำไพแห่งนี้
วันนั้นผมเลิกงาน 5 โมง เย็น จึงนั่งรถบริษัทฯมาลงสะพานใหม่
แล้ว นั่งรถเมล์สาย 39 ต่อ เพราะน้ำท่วมรถตู้วิ่งไม่ได้ รถเมล์วิ่งลุยน้ำมาถึง กม.25 ก็ต้องหยุดเนื่องจากน้ำ ลึกไปต่อไม่ไหว กระเป๋าจึงแจ้งให้ผู้โดยสารลงจากรถ เพื่อไปต่อรถทหาร(ซึ่งไม่รู้ว่าจะมา ตอนไหน) ผมเดินลุยน้ำมารอบริเวณเกาะกลางถนน ซึ่งมีผู้คนยืนรออยู่ประมาณ 30 คน ผู้คนเหล่านั้นต่างมีสีหน้ากังวล อ่านเพิ่มเติม “สิ่งดีๆที่ได้จากน้ำท่วม “แสงสว่างนั้น ซ่อนอยู่หลังความมืดมิดเสมอ””

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

มาทำกระทงกันเถอะ


สุขสันต์วันลอยกระทงทุกท่านนะคะ
วันนี้ เราลองมาโชว์ฝีมือทำกระทงด้วยใบตองกันดีกว่าค่ะ
ถ้าทำไม่เป็น ลองดูตามตัวอย่างก็ได้นะคะ ไม่ยากค่ะ
ส่วนคุณที่อยู่ที่กระบี่ วันนี้ที่บริเวณหาดอ่าวนาง มีงานลอยกระทง ประกวดกระทงสวยงามด้วยค่ะ รวมทั้งกิจกรรมมากมาย ไปชมกันนะค่ะ
ส่วนในเมืองกระบี่ ก็มีงานลอยกระทง บริเวณถนนอุตรกิจ ริมแม่น้ำกระบี่ บริเวณลานปูดำ (กม.0) ค่ะ

กระทงเเบบที่ 1

 วิธีทำ
1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ
3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 – 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัวฐาน
4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ
สามารถนำการพับใบตองรูปแบบนี้ไปใช้ร่วมกับการพับรูปแบบอื่นๆ ในผลงานชิ้นเดียวกันได้ตามความชอบ และความคิดดัดแปลงส่วนตอนที่จะนำไปลอยนั้น บางคนอาจจะตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย ตามความเชื่อว่าเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ


กระทงเเบบที่ 2


 วิธีทำ
1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย
3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฎสวมศีรษะ
5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ
สามารถนำการพับใบตองรูปแบบนี้ไปใช้ร่วมกับการพับรูปแบบอื่นๆ ในผลงานชิ้นเดียวกันได้ตามความชอบ และความคิดดัดแปลงส่วนตอนที่จะนำไปลอยนั้น บางคนอาจจะตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย ตามความเชื่อว่าเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ


Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เรื่องสุภาพและไม่สุภาพของภาษาอังกฤษ


เมื่อครั้งผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม ครูเคยสอนว่า ประโยค What do you want? แปลว่า “คุณต้องการอะไร?” หรือ “ท่านต้องการอะไร?”

และในปัจจุบันนี้ ครูทั่วๆไปตามโรงเรียนต่างๆ ก็ยังคงสอนให้แปลกันอย่างนั้น ผมจึงบอกนักศึกษาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้แปลประโยคนี้ว่า “แกต้องการอะไรวะ?” หรือ ” เอ็งต้องการอะไรวะ?”

เพระว่าประโยคนี้เป็นประโยคคำพูดที่ไม่สุภาพ ถ้าเอาไปใช้ผิดก็จะก่อให้เกิดความเสียหายได้ เช่นพนักงานขายของตามห้างร้านต่างๆ ส่วนใหญ่เมื่อเห็นลูกค้าฝรั่งหรือคนต่างชาติ เดินเข้ามาในร้าน ก็ออกไปต้อนรับ พร้อมกับพูดถามเขาว่า What do you want?” ลูกค้าฝรั่งที่ไม่รู้จักคนไทย หรือเมืองไทยดีอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าพนักงานขายของผู้นั้นพูดจาไม่สุภาพต่อเขา หรือพูดหยาบคายต่อเขา เขาก็เดินกลับออกไปจากร้านนั้นเลย

ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องสอนลูกศิษย์ของผมทุกคนว่า จำไว้ให้ดีนะว่าประโยค “What do you want?” ต้องแปลว่า “แกต้องการอะไรวะ?” เมื่อแปลเช่นนี้แล้วก็จะรู้ได้ว่าประโยคนี้เป็นคำพูดที่ไม่สุภาพ จะพูดอย่างนี้กับลูกค้า หรือผู้ที่มีอาวุโสกว่าไม่ได้เป็นอันขาด   ( อ่านต่อ… ) อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสุภาพและไม่สุภาพของภาษาอังกฤษ”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

คำคมจาก สตีฟ จ็อบส์ ชายผู้เปลี่ยนโฉมวงการไอที


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Apple

แม้ “สตีฟ จ็อบส์” ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทแอปเปิ้ล จะได้ลาโลกนี้ไปอย่างสงบแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 ตุลาคม) แต่แน่นอนว่าเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่เขาได้คิดค้นพัฒนาขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์จากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง แอปเปิ้ล จะยังคงอยู่กับเราและถูกพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด

ไม่เพียงแต่เจ้าอุปกรณ์เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นมรดกทางความคิดที่เป็น รูปธรรมเท่านั้น คำพูดคำกล่าวหลาย ๆ ครั้งของจ็อบส์ก็นับเป็นวาทะที่คมคาย ให้แง่คิด แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนช่างฝัน และความทะเยอทะยานที่จะสานฝันนั้นให้เป็นจริง สร้างทั้งแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นวาทะที่เขาตั้งใจร่างขึ้นมาพูดโดยเฉพาะ หรือบางวาทะที่เขาตั้งใจกล่าวมันออกมาแบบธรรมดา ๆ ก็ตาม

 วันนี้ เราจึงนำคำคมของ สตีฟ จ็อบส์ ที่เว็บไซต์ไวร์ดดอทคอม และ บิสซิเนสอินไซเดอร์ดอทคอม ได้คัดและรวบรวมเอาไว้ มาให้คุณได้อ่าน เพื่อสัมผัสกับตัวตนและความคิดของชายผู้หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกไอทีอย่าง ยิ่งยวดเช่น สตีฟ จ็อบส์ คนนี้..

  ด้านการออกแบบและนวัตกรรมใหม่ ๆ 

“ความรู้สึกในใจอย่างหนึ่งมันบอกผมเสมอว่า อยากจะเป็นเจ้าของและควบคุมเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานในทุก ๆ อย่างที่เราทำได้”
          – จาก Business Week Online 12 ตุลาคม 2004

“การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณลงทุนไปเท่าไรกับการ ค้นคว้าวิจัยและพัฒนา ตอนที่แอปเปิ้ลคลอดแมคออกมา ไอบีเอ็มลงทุนไปกับการค้นคว้าวิจัยและพัฒนามากกว่าเดิมตั้งร้อยเท่า แต่มันไม่ใช่เรื่องของตัวเงินหรอก มันเป็นเรื่องของบุคลากรที่คุณมีต่างหาก อยู่ที่ว่าคุณถูกปูทางไว้อย่างไร และคุณทำตามที่วางแผนได้แค่ไหน”
          – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 9 พฤศจิกายน 1998

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์สักอย่างมาให้เหมาะกับกลุ่ม เป้าหมาย หลาย ๆ ครั้งที่ผู้คนไม่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไร จนกระทั่งคุณได้สร้างมันขึ้นมาและสาธิตวิธีการใช้ให้เขาเห็นนั่นแหละ”
          – จาก Business Week วันที่ 25 พฤษภาคม 1998

“เราบอกว่า ‘ไม่ใช่’ กับสิ่งต่าง ๆ กว่า 1,000 อย่าง เพื่อที่จะมั่นใจว่าเราไม่ได้เสียเวลาหรือกำลังพยายามอยู่กับสิ่งที่มันเข้า กันไม่ได้”
          – จาก Business Week Online วันที่ 12 ตุลาคม 2004

“นี่คือคาถาอย่างหนึ่งของผมเลยนะ ‘เรียบง่ายและตรงจุด’ อะไรที่เรียบง่ายสร้างได้ยากสิ่งที่ซับซ้อนเป็นไหน ๆ คุณต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะสกัดความคิดออกมาให้ตกผลึกและสะอาดที่สุด แต่มันก็คุ้มค่าเมื่อคุณทำมันได้สำเร็จ เมื่อถึงจุด ๆ นั้น แม้แต่ภูเขาคุณก็สามารถเคลื่อนย้ายมันได้”
          – จาก Business Week วันที่ 25 พฤษภาคม 1998

  เกี่ยวกับบริษัทแอปเปิ้ล

“หนทางที่จะรักษาแอปเปิ้ลเอาไว้ได้ไม่ใช่การรัดเข็มขัด แต่เป็นการหาทางปรับโฉมใหม่ให้หลุดออกจากสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ต่าง หาก”
          – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0

“รู้ไหมว่าผมน่ะมีแผนที่จะช่วยให้แอปเปิ้ลพ้นจากภาวะซบเซานี้ไปได้ ผมก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากไปกว่ายืนยันว่านี่คือผลผลิตที่สมบูรณ์แบบและ เป็นยุทธวิธีที่ดีที่สุดของแอปเปิ้ล แต่ก็คงไม่มีใครสนใจฟังผมหรอก”
          – จากนิตยสาร Fortune 18 กันยายน 1995

“ถ้าผมยังทำงานอยู่ที่แอปเปิ้ล ผมจะดูแล Macintosh ให้สมกับที่มันควรคู่ แล้วก็จะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป สงครามของคอมพิวเตอร์พีซีมันสิ้นสุดแล้ว จบลงอย่างเด็ดขาด และ Microsoft ก็ชนะไปนานแล้วด้วย”
  – จากนิตยสาร Fortune 19 กุมภาพันธ์ 1996

“มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า Microsoft นั้นสุดจะวิเศษหรือว่าเก่งเรื่องการลอกเลียนหรอก แต่มันเป็นเพราะ Mac หยุดอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไปตั้ง 10 ปีต่างหาก นี่คือปัญหาของแอปเปิ้ลล่ะ”
          – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0 

  เกี่ยวกับการเรียนรู้และการทำงาน

“มันดีกว่านะที่จะได้เป็นโจรสลัด แทนที่จะต้องอยู่พวกเดียวกับทหารเรือน่ะ”
          – จากหนังสือ Odyssey: Pepsi to Apple

“การได้ชื่อว่าเป็นผู้จากไปที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาหลุมศพทั้งหมดไม่ใช่ เรื่องสำคัญสำหรับผม การได้รู้สึกกับตัวเองก่อนเข้านอนว่า วันนี้เราได้ทำสิ่งที่แสนมหัศจรรย์ลงไปต่างหากล่ะที่เป็นสิ่งสำคัญ”
      – จาก The Wall Street Journal 25 พฤษภาคม 1993

“ผมรู้สึกอย่างกับว่าโดนใครต่อยฮุคที่ท้องแล้วลมก็ไหลออกจากตัวจนหมดยัง งั้นแหละ ผมเพิ่งจะ 30 แล้วก็ยังอยากที่จะมีโอกาสได้เริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อีก ผมรู้ดีว่ายังมีคอมพ์เจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่ในตัวผมอีกเครื่องหนึ่ง แต่แอปเปิ้ลก็ไม่ให้โอกาสผมที่จะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา”
          – จากนิตยสาร Playboy เดือนกันยายน 1987

“สตีฟ จ็อบส์ คนนี้เป็นคน ๆ เดียวที่ผมได้รู้จัก คนที่สูญเงินกว่าไปถึงหนึ่งในสี่ของพันล้านดอลลาร์ในเวลาแค่ปีเดียว…มัน เป็นเรื่องของการเรียนรู้จริง ๆ อย่าคิดว่าการก้าวพลาดนั้นคือความผิดพลาด ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่เคยผ่านความล้มเหลวหรือความผิดพลาด  มีแต่คนที่ไปสู่จุดหมายได้ด้วยการเคยพลาดและเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อ รับมือกับมัน เพื่อให้ครั้งต่อไปเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม เขามองความผิดพลาดเป็นเหมือนกับคำเตือนให้ระวังมากกว่าที่จะมองว่ามันเป็น ความบกพร่อง ถ้าไม่เคยเจอกับความล้มเหลวก็เท่ากับว่ายังใช้ชีวิตไม่เต็มที่นั่นแหละ”
        – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0

“เรื่องกลับกลายเป็นว่าการที่ผมออกจากแอปเปิ้ลเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิด ขึ้น ภาระอันหนักอึ้งที่ได้รับหลังจากประสบความสำเร็จ ถูกแทนที่ด้วยความโล่งสบายเบาหวิวกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง มันปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระและกลับไปสู่ช่วงที่เต็มไปด้วยความคิดริเริ่มใหม่ ๆ อีกครั้ง”
          – สุนทรพจน์จากพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด 20 มิถุนายน 2005

“คุณจะขายน้ำใส่น้ำตาลแบบนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือ หรือจะเลือกโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ล่ะ”
          – คำพูดของ สตีฟ จ็อบส์ ต่อ จอห์น สกัลลีย์ ประธานบริษัท Pepsi เพื่อโน้มน้าวให้เขามานั่งตำแหน่งซีอีโอของแอปเปิ้ล จากหนังสือ Odyssey: Pepsi to Apple

“มันจะได้รับการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนของ อุตสาหกรรมดนตรี และเป็นสัญลักษณ์ของวงการเพลงยุคใหม่ ผมไม่สามารถประเมินค่ามันไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”
          – ความคิดเห็นเกี่ยวกับ iTunes Music Store จากนิตยสาร Fortune 12 พฤษภาคม 2003

“iMac จะเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับปีต่อไปในราคา 1,299 เหรียญ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์เลหลังจากปีที่ผ่านมาในราคาแค่ 999 เหรียญ”
          – พูดแนะนำถึง iMac ที่เมืองคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1998

“มันจะทำให้คุณตะลึงจนอ้าปากค้างแน่”
          – พูดถึงคอมพิวเตอร์ตัวแรกจาก NeXT จากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ วันที่ 8 พฤศจิกายน 1989

“ผมเชื่อว่ามันจะเป็นความก้าวหน้าก้าวใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ วอลท์ ดิสนีย์ ได้สร้างสโนว์ไวท์ ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว”
          – ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น Toy Story จากนิตยสาร Fortune วันที่ 18 กันยายน 1995

“มันก็ยากนะที่จะคิดว่าบริษัทมูลค่าตั้งสองพันล้าน กับพนักงานอีกตั้ง 4,300 คนไม่สามารถต่อกรกับพนักงานหกคนที่นุ่งกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ มาทำงานได้”
    – พูดถึงแอปเปิ้ล หลังจากที่เขาได้ลาออกจากบริษัทและไปก่อตั้ง NeXT ขึ้น จากนิตยสาร Newsweek วันที่ 30 กันยายน 1985

“ตามความคิดของผม มีบริษัทคอมพิวเตอร์ 2 แห่งที่มีซอฟท์แวร์เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ก็คือ Apple และ NeXT และผมก็ชักจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับ Apple ซะแล้วสิ”
      – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 26 สิงหาคม 1991

“ทำไมผมจะต้องรู้สึกว่าอยากจะบริหารดิสนีย์ด้วยล่ะ มันคงเมคเซ้นส์กว่านะถ้าผมจะขายพิกซาร์ให้ไปแล้วผมก็ปลดเกษียณตัวเองน่ะ”
        – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2004 

“เขาสองคนก็เหมือนกับเด็กน้อยที่หลงอยู่ในป่านั่นแหละ ผมคิดว่าผมช่วยเปลี่ยนพวกเขาทั้ง อัลวี่ และ เอ็ด ให้กลายเป็นนักธุรกิจได้น่ะ”
          – พูดถึง อัลวี่ และ เอ็ด ผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar หลังจากที่จ็อบส์เล็งเห็นว่าทั้งสองสามารถไปได้ไกลกว่าการเป็นแค่นักทำ คอมพิวเตอร์กราฟฟิก จากนิตยสาร Time วันที่ 1 กันยายน 1986

“ตามความคิดของผม Pixar มีโอกาสที่จะเป็น Disney เบอร์ต่อไปได้นะ ..ไม่ใช่ว่าแทนที่ แต่ผมหมายถึงเป็น Disney ลำดับต่อไปน่ะ”
          – จากนิตยสาร Business Week 23 พฤศจิกายน 1998

  เกี่ยวกับชีวิตการทำงาน

“การทำงานจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ และหนทางเดียวที่จะมีความสุขไปกับสิ่งที่ทำก็คือการเชื่อมั่นว่าคุณได้ทำใน สิ่งที่ยอดเยี่ยม และหนทางเดียวที่จะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือการที่คุณรักงานที่คุณทำ หากคุณยังไม่เจอหนทางของตัวเอง จงพยายามค้นหาต่อไป อย่าได้หยุดยั้ง และเมื่อไรก็ตามที่คุณพบมัน คุณจะรู้ได้จากหัวใจของคุณเอง มันก็เหมือนกับเรื่องของมิตรภาพหรือความสัมพันธ์ดี ๆ ที่ยิ่งผ่านไปนานวันก็จะยิ่งรู้สึกว่ามันใช่ เพราะฉะนั้นจงค้นหาต่อไปอย่าได้หยุด จนกว่าจะเจอ”
          – งานสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

  แม้ถึงที่หมายแล้วก็อย่าได้หยุดเฉย

“ผมคิดว่าเมื่อคุณได้ลงมือทำอะไรแล้วผลลัพธ์มันออกมาน่าพอใจ จงลงมือทำในสิ่งอื่นที่น่ามหัศจรรย์ต่อไป อย่าได้หยุดนั่งอยู่กับความสำเร็จนั้นนานนัก ลองมองหาว่าควรจะทำอะไรต่อไปก็เท่านั้นเอง”
    – จาก NBC Nightly News เดือนพฤษภาคม 2006

  ความเชื่อมั่นในอนาคต

“คุณไม่สามารถที่จะลากต่อจุดได้ด้วยการเอาแต่มองไปข้างหน้า แต่คุณจะเชื่อมแต่ละจุดเข้าด้วยกันได้โดยการมองย้อนกลับไปต่างหาก ฉะนั้นคุณจึงต้องมีความเชื่อมั่นในจุดแต่ละจุดที่คุณกำลังสร้างขึ้นมา ว่าในที่สุดมันก็จะหาทางเชื่อมต่อกันได้เองในอนาคตอย่างแน่นอน คุณต้องมีศรัทธาที่แน่วแน่ในสิ่งที่คุณทำ เพราะความเชื่อที่เรามีจะต่อจุดแต่ละจุดเข้าหากันได้ในที่สุด ความเชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผมด้วย”
          – งานสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

  ความคิดเกี่ยวกับความตาย

“ไม่มีใครอยากจะตายหรอกนะ ไม่มีใครอยากจากโลกนี้ไป แม้กระทั่งคนที่อยากขึ้นสวรรค์เองก็คงไม่อยากขึ้นสวรรค์ด้วยวิธีนี้เหมือน กัน แต่ไม่ว่าอย่างไร ‘ความตาย’ ก็คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกคนมีร่วมกัน ไม่มีใครหลีกหนีมันได้พ้น ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นล่ะ เพราะความตายเปรียบเสมือนกับสิ่งประดิษฐ์หนึ่งสำหรับชีวิต เอาไว้ใช้เพื่อดึงพวกคนรุ่นเก่า ๆ ออกไปและเปิดทางให้รุ่นใหม่ได้เข้ามาแทนที่ และตอนนี้คนรุ่นใหม่เหล่านั้นก็คือพวกคุณ แต่ก็อีกไม่นานนักหรอกนะ ในที่สุดคุณก็จะแก่ลงและก็จะหายไปจากโลกนี้เช่นเดียวกัน ขอโทษทีนะที่ผมพูดตรงไปหน่อย แต่ยังไงซะสิ่งนี้ก็คือความจริงอยู่ดีนั่นล่ะ”
          – พิธีสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากวาทะทั้งหลายของเขา คำพูดซึ่งแฝงให้เห็นตัวตนที่เป็นนักคิด นักลงมือทำ อย่างไม่มีหยุดหย่อนของ สตีฟ จ็อบส์ เราหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจและแรงขับดันให้กับคุณ ๆ ทั้งหลาย ได้ลองคิด ลองฝัน และกล้าที่จะลงมือทำ อย่างที่ชายผู้นี้ได้ทำและได้พลิกโฉมโลกไอทีนี้มาแล้วทั้งใบ…. “สตีฟ จ็อบส์” …

ขอบคุณเนื้อหาจาก Kapook.com

 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ประเพณี “ไหว้พระจันทร์”


ประเพณี ไหว้พระจันทร์นั้นนอกจาก ประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่นๆทั่วโลกที่มีชน ชาวจีนไปตั้งถิ่นฐาน ก็จะปฏิบัติเช่น เดียวกัน คือทุกปีในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดชาวจีนจะ ตั้งโต๊ะจัดของสักการะบูชาพระจันทร์ เพื่อเป็น การขอพรให้กับครอบครัวและให้กับชีวิตของ ตนเอง ของแต่ละอย่างบนโต๊ะก็จะมีความหมาย ต่างๆ กันไปหากวิธีการจัดโต๊ะของแต่ละประเทศก็ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสิ่งของที่หาได้และผลไม้ ในประเทศที่มีซึ่งโดยปรกติก็จะไม่ฟันธงกำหนด ตายตัว หากแต่ผลไม้ที่ใช้ก็จะเน้นให้เป็นผลกลมเพื่อ ความกลมกลึงของชีวิตและหมายถึงความกลมของ พระจันทร์
อ่านเพิ่มเติม “ประเพณี “ไหว้พระจันทร์””

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ประเพณีทำบุญเดือนสิบ


ประเพณีบุญเดือนสิบ   เกิดขึ้นจากความเชื่อในขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม
      สืบทอดแนวคิดจากอินเดียที่ว่า บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วยังต้องใช้เวรกรรมอยู่ในยมโลก
      และจะกลับมาเยี่ยมญาติหรือครอบครัวของตนในช่วงแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ถึง แรม 15ค่ำ
      ซึ่งทำให้เกิดมีการทำบุญทำทานอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม “ประเพณีทำบุญเดือนสิบ”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

วันพรุ่งนี้..ที่ไม่มีวันมาถึง…


 

วันพรุ่งนี้..ที่ไม่มีวันมาถึง..

เคยคิดกัน เล่นๆ บ้างไหม..?

ว่าหาก เราไม่สามารถไปถึงวันพรุ่งนี้ได้

เราอยากทำอะไรให้กับวันนี้..

…อยากทำสิ่งดีดี..

อยากพูดคุยกับคนรักดีดี

อยากเป็นคนดีดี..

อยากโอบกอด.แม่..

อยากเอ่ยคำว่ารัก..

อยากตอบแทนพระคุณ

อยากอีกมากมาย..

………………….จงอย่ารอให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย..

เคยคิดไหมว่า
“วันพรุ่งนี้”  อีกนานแค่ไหนกว่ามันจะมาถึง?

แล้วเคยคิดไหมว่า
“วันพรุ่งนี้ไม่มีวันมาถึงเลย”

เพราะวันพรุ่งนี้ไม่เคยเดินทางมาถึงเรา
และเราก็ไม่เคยเดินทางไปถึงวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน

“วันนี้” เคยเป็น “วันพรุ่งนี้” ของเมื่อวาน
แล้วพอเวลาเดินทางมาถึงวันที่เราเคยเรียกมันว่า “วันพรุ่งนี้”
มันก็กลายเป็น “วันนี้” ไม่ใช่วัน “พรุ่งนี้”

แล้ว “วันพรุ่งนี้” อยู่ที่ไหน
อีกนานแค่ไหนที่ “วันพรุ่งนี้” ถึงจะมาถึง
“วันพรุ่งนี้”  มีจริงรึป่าว
หรือเป็นแค่ “วันพรุ่งนี้” ที่ไม่มีวันมาถึง

อย่ารอวันพรุ่งนี้เลย
อยากทำอะไร  ทำไมต้องรอวันพรุ่งนี้
ถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้  เราก็คงไม่ได้ทำอะไรซักที่อยากจะทำให้วันพรุ่งนี้

แล้วปล่อยวันนี้ให้ผ่านเลยไปทำไมกัน

เพราะว่า บ้างที่..เราอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้..ก็ได้..

………..เหมือนคำที่กล่าวว่า..เราไม่อาจรู้ว่า..วันพรุ่งนี้..หรือชาติหน้าจะมาถึงก่อนกัน…………………

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

“ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย ใครผิดใครถูก?”


ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย
ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย

อ่านข่าวทีไรพาลให้หงุดหงิดใจเสียทุกที ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองยันชาวบ้านชาวช่องก็มีข่าวทะเลาะกันขึ้นหน้า 1 ให้เห็นแทบจะทุกวัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็อ้างเหตุผลขึ้นมาคนละมุม ถึงว่าล่ะ…จูนกันไม่ลงตัวสักที

ในฐานะคนนอกอย่างเรา ๆ บางข่าวฟังไปฟังมาแล้วเก็บมานั่งคิดดู อยู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกว่า เอ…คนไทยเข้าใจคำว่า “เหตุผล” มากน้อยแค่ไหนกันนะ เพราะบางเหตุผลที่ฝ่ายนู้นอ้าง ฝ่ายนี้แจง ฝ่ายนั้นโต้กลับ ก็ดูทะแม่ง ๆ พิกล แต่ก็หยิบมาเถียงกันให้เป็นเรื่องใหญ่จนได้ ทั้ง ๆ ที่ บางเรื่อง “ใครผิดใครถูก” ก็เห็นกันอยู่ทนโท่

บ่นมาตั้งนาน ไม่ใช่อะไรหรอกจ้ะ พอดีชะแว้บไปเห็นการ์ตูนเจ๋ง ๆ จากบล็อกของ คุณ P.Ach ที่ประชด เอ้ย…บอกเล่าเรื่องราว “ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย” ได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ เลยขออนุญาตมาเผยแพร่ต่อ อ่านแล้ว บอกคำเดียวว่า โดนอ่ะ!!!

 

โดนยังไง ไปดูกัน…
อ่านเพิ่มเติม ““ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย ใครผิดใครถูก?””

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

26 วิธีการจัดบ้านให้น่าอยู่


26 วิธี
การจัดบ้านให้น่าอยู่

26 วิธีการจัดบ้านให้น่าอยู่

คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือเปล่าที่กำลังมองหาวิธีในการจัดการกับเรื่องวุ่นวาย ชวนปวดหัวภายในบ้าน ที่มักจะเกิดอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเรื่องของการหยิบใช้สิ่งของ การหาของต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดการกับข้าวของที่วางระเกะระกะอยู่ในบ้าน วันนี้ กระปุกดอทคอมขอแนะนำวิธีอันแสนง่ายดายในการจัดการกับความยุ่งวุ่นวายในชีวิต ของคุณให้มีความลงตัวและสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนจะมีวิธีการใดบ้างนั้น มาลองดูกัน อ่านเพิ่มเติม “26 วิธีการจัดบ้านให้น่าอยู่”

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

10 อันดับ ปริศนาของโลก ที่ยังหาบทสรุปไม่ได้


10 อันดับ ปริศนาของโลก ที่ยังหาบทสรุปไม่ได้


อันดับ 10 : กะโหลกแก้ว (CRYSTAL SKULLS : SOUTHERN MEXICO)
ปริศนาจากชาวมายัน กุญแจที่จะไขทุกคำตอบในโลกของเรากะโหลกแก้วคริสตัลลึกลับ 5ใน 13 ทั้งหมดที่ถูกค้นพบถูกปลุกฟื้นตำนานเรื่องเล่าความเป็นไปของมนุษย์ จากอดีตกาลสู่ภพหน้าแหล่งบรรจุสรรพสิ่งดั่งคำทำนายบัดนี้ยังคลุมเครือท่าม กลางความสงสัยเกี่ยวกับวิวัฒนาการและเทคโนโลยีในอดีตไม่น่าเชื่อว่ากะโหลก แก้วจะสร้างขึ้นเองได้หากเป็นความจริงอันชวนตะลึง!ดั่งคำสันนิษฐานจากกะโหลก แก้วที่ค้นพบข้อมูลในนั้นจะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างคนอดีตสู่คนยุค ปัจจุบัน



อันดับ 9 : ภาพลายเส้นนาซคา (NAZCA LINES : NAZCA, PERU)
ลายเส้นพิศวงกับปริศนาจากภาพเหล่านี้คือข้อกังขาของที่มาของเรื่องทั้งหมด รูปภาพสัตว์ขนาดใหญ่ สุนัข แมงมุมปลาวาฬ ดอกไม้ ลิง เป็ดและนกกางปีกบนชายฝั่งทางใต้ของเปรูเป็นคำถามที่คนพื้นเมืองในอดีตสร้าง ขึ้นเพื่อผูกปมเรื่องให้ใคร่คิดบ้างเชื่อเรื่องทางเดินสู่แหล่งน้ำของชนเผ่า ต่างๆบ้างก็เชื่อมนุษย์ต่างดาวใช้สถานที่แห่งนี้ลงจอดยานบินหรือมันอาจเป็น ส่วนหนึ่งของปฏิทินดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนแม้จะหาข้อสรุปไม่ได้สมมติฐานทั้ง หมดก็ช่วยให้เราสนใจภาพวาดเหล่านั้นยิ่งขึ้น




อันดับ 8 : สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (BERMUDA TRIANGLE : ATLANTIC OCEAN)
ความลึกลับ อาถรรพณ์และเรื่องจริงที่เกิดขึ้นยังคงกล่าวขานถึงสู่หายนะกับสถานที่แห่ง นี้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามฤตยูกลางมหาสมุทรแอตแลนติก เหตุการณ์ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ความจริงที่เครื่องบินเรือที่ผ่านบริเวณ สามเหลี่ยมมรณะถูกดูดกลืนสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่สภาพอากาศ และทุกอย่างเป็นปกติไม่มีข้อสรุป คำตอบหรือข้ออ้างให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่ปริศนาที่ยังค้างคาใจ ผู้คนจนถึงปัจจุบัน




อันดับ 7 : บทพระบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ (ARK OF THE COVENANT : ETHIOPIA)
คำตอบกับการเปิดทางสู่โลกพระเจ้าการค้นคว้าทางศาสนาครั้งยิ่งใหญ่ปริศนาศิลา จารึกที่อยู่ข้างในบพระบัญญัติคือเครื่องมือติดต่อถึงองค์พระเจ้าโดยตรง คำสอนศาสนาบทองคำวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่องค์พระศาสดาตระหนักรู้อาจรอคอยช่วง เวลาที่เ…ะสมกับการเปิดเผยแต่ยังไม่ใช่ในตอนนี้




อันดับ 6 : โอเรกอน วอร์เท็กซ์ (OREGON VORTEX : GOLD HILL, OREGON)
พบกับสถานที่ที่ไม่ลึกลับแต่มันเป็นภาพลวงตาที่หาคำตอบไม่ได้แนวแม่เหล็กที่ ไขว้กันอยู่ใต้พื้นดินสนามพลังผิดปกติเมื่อคุณเข้าไปยืนในนั้นจะรู้สึก เหมือนเป็นตัวประหลาดจุดที่แม่เหล็กไขว้ทับกัน คุณรู้สึกได้ถึงความกดดันมันผลักกันและกันและหมุนรอบๆจนคุณทนไม่ไหว การยืดหรือหดตัวอย่างน่าใจหายไม่นับสถานที่แห่งนี้ยังมี โรงนาปริศนาที่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดตัวของคุณจะเอียง ลูกกอล์ฟกลิ้งขึ้นเนินเองได้ไม้กวาดตั้งได้เองจนคุณอยากออกจากประสบการณ์ แปลกประหลาดเหล่านี้สู่โลกแห่งความจริงที่ทุกอย่างพิสูจน์ได้




อันดับ 5 : นักฆ่ารัดคอแห่งบอสตัน (THE BOSTON STRANGLER : BOSTON, MA)
คดีแห่งปริศนา ฆาตกรรมอำพรางเมื่อหลายปีก่อนถูกคลี่คลายแต่เร็วๆนี้ถูกนำมาสอบสวนใหม่ชนวน ที่ฆาตกรที่จับได้จะใช่ฆาตกรตัวจริงหรือ?คดีที่โด่งดังไปทั่วอ่าวแบ็คเบย์ใน บอสตันนักฆ่าใจโหดข่มขืนและฆ่ารัดคอผู้หญิง 11คนตายในบ้านตัวเองคดีนี้ปิดฉากไปโดยตัวผู้รับสารภาพ อัลเบิร์ตเดอซาลโวแต่ต่อมาคดีฆาตกรรมปริศนาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเมื่อ ครอบครัวของหญิง 1ในผู้ตายพบหลักฐานที่ส่อพิรุธการรื้อคดีเป็นได้แค่การบังหน้าของตำรวจไม่มี ความรับผิดชอบใดใดเพิ่มมากขึ้นเดอซาลโวจะใช่ฆาตกรตัวจริงหรือเปล่าหรือว่า นักฆ่าจอมโหดผู้นี้ยังคงลอยนวลต่อไปจนบัดนี้มันยังคงเป็นปริศนา???




อันดับ 4 : สัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนส (THE LOCH NESS MONSTER : INVERNESS, SCOTLAND)
บนโลกนี้มีเรื่องให้พิสูจน์อีกมากอย่างที่เรากำลังจะพาไปเยี่ยมเยือนสัตว์ ประหลาด แห่งทะเลสาบล็อกเนสในสก็อตแลนด์เรื่องเล่าที่โด่งดังเกี่ยวกับสัตว์รูปร่าง ประหลาด เนสซี่ตัวใหญ่ประมาณ 15– 40 ฟุตมักโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นครั้งคราวหลายคนสนใจติดตามจับภาพสัตว์ประหลาด ตัวนี้แล้วบางอย่างก็เป็นจริงมีภาพของวัตถุลึกลับเคลื่อนไหวอยู่ในทะเลสาบ ชื่อก้องนี้แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นตัวอะไรกันแน่ถึงอย่างไรคนหลายคน ต่างเชื่อว่า เนสซี่ สัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนสมีรูปร่างคล้ายไดโนเสาร์ คอยาว มีครีบนั้นมีอยู่จริงแต่เราจะได้เห็นหรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับตัวเนสซี่เอง




อันดับ 3 : คร็อพเซอร์เคิล (CROP CIRCLES : AVEBURY, ENGLAND)
วงกลมประหลาด รูปร่างแปลกๆหลายรูป ที่ยังคงต้องการคำตอบเหตุแห่งการเกิดชาวเมืองเอฟเบอรี่คุ้นเคยกับมันดี วงขนาดใหญ่ ยาวกว่า 200เมตร กว้างร่วม40 เมตรเกิดกระจัดกระจายไปทั่วทุ่งนานำความเสียหายปนความสงสัยให้กับเจ้าของที่ นาบริเวณ นั้นเป็นอย่างมากมีทฤษฎีหลายทฤษฎีถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตอบคำถามของคร็อพเซอร์ เคิลมันอาจเป็นข้อความหรือภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างมนุษย์ต่างดาวหรืออาจ เป็นแค่วงกลมที่สร้างขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แค่นั้นเองก็ได้คงไม่มีวันรู้




อันดับ 2 : ยักษ์แห่งเกาะอีสเตอร์ (EASTER ISLAND GIANTS : EASTER ISLAND, CHILE)
เดินทางมาสัมผัสเกาะปริศนาที่โดดเดี่ยวเวิ้งว้างกลางมหาสมุทรรูปสลักหินลึก ลับขนาดมหึมากว่า 800 รูปเรียงรายเต็มฝั่งทั่วเกาะทั้งที่ไม่มีคนอยู่ รูปสลักนี้มาจากไหน?สร้างขึ้นได้อย่างไร?อาจเป็นชาวโพลีนีเชียนชนพื้นเมือง ที่มาตั้งรกรากเมื่อค.ศ.400เป็นผู้สร้างขึ้นแต่ทำไมถึงสร้างและอยู่บริเวณ นี้ได้อย่างไรยังคงเป็นปริศนาดำมืดด้วยวิวัฒนาการความรู้ของคนในสมัยอดีต เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยกหินที่หนักกว่า 75ตันมาไว้ตามชายฝั่งได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามถึงกระนั้นรูปปั้นเหล่านี้ ก็ยังคงถูกทิ้งไว้เพื่อค้นหาคำตอบต่อไป




อันดับ 1 : แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (JACK THE RIPPER : LONDON, ENGLAND)
มันคงเป็นปริศนาต่อไป และน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะ ปริศนาอันดับ1ที่ยังคงค้างคาใจเรา ฆาตกรต่อเนื่อง แจ๊ค เดอะริปเปอร์อาชญากรระดับโลกที่ยังจับตัวไม่ได้การสังหารอย่างโหดมของเหยื่อ หลายรายติดๆกันถูกกล่าวขานถึงย่านอีสต์เอนด์ของลอนดอนสร้างชื่อกระฉ่อนถึง ความน่าสะพรึงกลัวไม่เพียงแต่ไร้วี่แววของฆาตกรการพิสูจน์หรือทดสอบด้านนิติ วิทยาศาสตร์ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควรจึงไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานหนักแน่นในการ มัดฆาตกรจากคดีฆาตกรรมที่โด่งดังทำให้มีผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นมากมายหลักฐาน สำคัญต่างๆถูกผุดขึ้นมาภายหลังจะเป็นไปได้มั้ยที่จะสืบสาวหาฆาตกรตัวจริงได้ แม้ฆาตกรคนนั้นคงไม่มีชีวิตอยู่ให้จับแล้วแต่ก็ยังดีที่ได้รู้ว่าฆาตกรตัว จริงผู้นั้นคือใคร?

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

ระวังแฮ็กเกอร์รูปแบบใหม่ป่วนเฟซบุ๊ก “Visit the New Facebook”


เครือข่ายเฟซบุ๊กเตือนขบวนแฮ็กข้อมูลรูปแบบให้อย่าเผลอกดเปิด “Visit the New Facebook“ซึ่งจะส่งผลให้ถูกลบออกจากเพจ

เครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อความว่า ขณะนี้มีขบวนการแฮ็กข้อมูลรูปแบบใหม่ ด้วยการส่งลิงค์มากับประโยคว่า”Visit the New Facebook” หากสมาชิกกดเปิดจะส่งผลให้ลบหน้าเพจของตนเองออกจากระบบ จากนั้นข้อมูลจะถูกขโมยข้อมูลทั้งหมด และขอให้สมาชิกส่งข้อความเตือนภัยดังกล่าวนี้โดยทั่วกัน

Source : news center/posttoday/AFP

Posted in Uncategorized

# ร่วมด้วยช่วยกัน… เท่าที่จะทำได้บ้าง…


… หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันมาหลายวัน…และยังคงตกต่อเนื่องยาวนานต่อไป… ใคร ๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้พี่-น้องชาวใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมเดือดร้อน และลำบากแสนสาหัสกันขนาดไหน   ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่ง ที่มาอาศัยผืนดินเมืองกระบี่ทำมาหากิน และเราก็ยังโชคดี สบายดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไรจากภัยธรรมชาิติครั้งนี้ (นอกจากต้องปิดร้านหลายวัน ทำมาหากินไมไ่ด้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง… อิอิ) บ้านเรายังมีสภาพปรกติ ข้าวของเครื่องใช้ รถราก็ยังคงสภาพดีเช่นเดิม…. ผิดจากผู้ประสบภัยอีกจำนวนมากมายนัก
… เหลือเชื่อ และไม่มีใครคาดคิด หรือเตรียมตัว เตรียมใจกันไว้ล่วงหน้า ว่าธรรมชาติจะกลับมาเล่นงานพวกเราขนาดนี้…