Have a good day


Have a good day everyone…

Advertisements

อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ


ipad

ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงจะมีสมาร์ทโฟนกันคนละอย่างน้อย 1 เครื่อง หรือใครอาจจะมีเป็นแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปเลย แต่อาการเสพติดโลกออนไลน์ ทำให้เราใช้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เพียงพูดคุยผ่านเสียงกันอีกต่อไป

เมื่อเราต้องพิมพ์ ต้องจ้อง ต้องเลื่อนดูภาพไปมาตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาก่อนนอนบนเตียง ทำให้ภาพการเล่นมือถือในห้องนอนเป็นภาพที่คุ้นตา แต่หากเราขี้เกียจถึงขนาดปิดไฟแล้วก็ยังคงนอนเล่นมือถืออยู่ต่อไปอีกสักพัก นานเข้า บ่อยเข้า จะส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพตาของเราบ้าง

อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ

1. เสี่ยงต่ออาการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล

2. ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ

3. สายตาไม่ชัด พร่ามัว หรือสายตาสั้นมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. มีโอกาสเป็นโรคต้อหิน

5. เส้นประสาทตาถูกทำลาย จนการมองเห็นพร่ามัวมากขึ้น

6. อาจมีความเสี่ยงที่จะตาบอดได้ด้วย (แต่ไม่ได้เป็นมะเร็งที่ตา)

หลีกเลี่ยงจากอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนในที่มืด
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

2. ดื่มน้ำบ่อยๆ เพิ่มความชุ่มชื่นในตา หรือหากท่านใดตาแห้งมากๆ หรือใส่คอนแทคเลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง

3. ควรเปิดไฟในห้องให้มีความสว่างเพียงพอ

4. ไม่ควรนอนหงายเล่นสมาร์ทโฟน เพราะหน้าจอจะไม่ได้รับแสงสว่างจากโคมไฟบนเพดาน แม้กระทั่งนอนตะแคงก็อาจทำให้ดวงตาต้องเพ่งจ้องที่หน้าจอหนักกว่าปกติเหมือนกัน

5. ไม่ควรจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานจนเกินไป ควรมีการพักสายตาบ้าง ทุกๆ 20-30 นาที

ดวงตาของเรามีแค่คู่เดียว อย่าใช้งานหนักจนลืมให้ความสำคัญกันนะคะ เพราะหากดวงตามีปัญหาขึ้นมา เราจะต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ รู้งี้ไม่ทำดีกว่า ถึงตอนนั้น็อาจจะสายไปแล้วก็ได้

ข้อมูลจาก : sanook.com

smartphone-in-dark-tease-today-160627_b87cd6c06fd77f066b1b277d64b76384.today-inline-large

เมาคลื่น, เมาเรือ จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร (โดยไม่ใช้ยา)


วันนี้ไกด์กระบี่ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาการเมาเรือ, เมาคลื่น ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร รับรองว่าหมดสนุกไปทั้งทริปเลย

ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยเทคนิคการป้องกันและแก้ไขการเมารถ เมาเรือว่า อาการเมารถ เมาเรือ เกิดจากขณะเคลื่อนไหว สมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน

เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย ที่อยู่ในหูชั้นใน ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อย ๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเมาน้อยลง หรือไม่เมาเลย

ในเมื่อตั้งใจจะไปเที่ยวให้สนุก ไกด์กระบี่อยากแนะนำวิธีง่ายๆในการเตรียมรับมือกับอาการ “เมาเรือ” กันก่อน ก่อนจะไปให้อาหารปลาระหว่างทัวร์กันนะครับ
อ้อ! การเอาพลาสเตอร์แปะสะดือ ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ  อิอิ

  • เตรียมตัวก่อนไปเที่ยว

หากใครที่รู้ตัวหรือเคยมีอาการเมาเรือ หรือคลื่นใส้เวลานั่งรถหรือนั่งเรือควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. ก่อนไปทัวร์ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการเมาเรือได้ง่ายขึ้น

2. ก่อนลงเรือ ห้ามท้องว่างหรือทานอิ่มเกินไป ควรทานอาหารก่อนลงเรืออย่างน้อย 30นาที

3. “เมาค้าง” อันนี้ไกด์เจอบ่อย มักจะมาพร้อมกับนอนไม่พอ เมาเหล้ากับเมาเรือคนละเรื่องกันนะ

4. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ต้องไม่รัดแน่นจนรู้สึกอึดอัดเกินไป

5. ความเครียด เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการคลื่นไส้ ร่าเริงสดใสเข้าไว้ เป็นมิตรกับทุกคน

  • เมื่อลงเรือ…

1. หาตำแหน่งนั่งที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อึดอัด

2. ขณะเรือกำลังแล่น ห้ามเดินไปมา หรือหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลัง หรือเพ่งมองจุดใดๆนานๆ

ควรมองออกไปที่ขอบฟ้าไกลๆ จะช่วยให้สายตาเราไม่ต้องทำงานหนัก

3. โทรศัพท์มือถือ สมัยนี้ใครๆก็ใช้ ใครๆก็แชท

แต่ระหว่างที่เรือกำลังวิ่งฝ่าคลื่น การเพ่งมองหน้าจอมือถือทำให้สายตาและประสาทตาทำงานหนัก ทางที่ดีควรงดใช้ไปก่อนจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

4. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะหู ซึ่งมีผลโดยตรงกับความกดดันของอากาศและอาการโครงเครงในเรือ

  • เมื่อมีอาการ: ทำไงดี?

1.ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมากสำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะจะช่วยได้

2.เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึกๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้าช่วยลดอาการได้

3.ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพรตามที่แต่ละคนชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน(บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา)และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู

4.หากไม่ไหวจริงๆ ให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เพื่อเป็นการลดความสับสนที่สมองได้รับ ให้สมองรับสัมผัสการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น แต่ถ้าหลับไปจริงๆได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณใดๆ อาการเมารถเมาเรือจะหายไปเอง

เที่ยวทะเลให้สนุกนะครับ อย่ากังวลจนเกินไป ปรับอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสเข้าไว้ ทิ้งเรื่องงานเรื่องไร้สาระไว้ข้างหลัง ที่สำคัญ…เพื่อนใหม่ในเรือน่าสนใจกว่าเยอะ  ฮี่ๆ
ด้วยความห่วงใย

ไกด์กระบี่


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : http://www.bangburdtour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=53909390

บันไดขึ้นลง สระมรกต จำเป็นแค่ไหน?


สระมรกตวันนี้…

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ อ้างเรื่องความปลอดภัย เรียกร้อง(ผ่านมัคคุเทศก์) ให้ทำบันได เพื่อขึ้นลงสระมรกต

เพื่อนๆล่ะ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?emerald

กำลังใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่…


ส่วนหนึ่งของกำลังใจซึ่งเกิดจากความประทับใจจากคุณลูกค้าที่ส่งมาให้เรา

IMG_1288[1]
ไม่ว่าลูกค้าจะมาเป็นกลุ่ม เป็นกรุ๊ปทัวร์ มาคู่ หรือแม้แต่มาคนเดียว เราไม่เคยละเลยที่จะดูแล…

คุณลูกค้าตัดสินใจมาใช้บริการกับเรา
นั่นคือคุณลูกค้าไว้ใจเรา
เราจึงอยากทำทุกนาทีของคุณลูกค้าให้มีคุณค่ามากที่สุด

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้เลย หากทุกอย่างไม่ได้เกิดจาก “ประสพการณ์” และ “ความใส่ใจ”

เพราะเราเชื่อว่า”งานทัวร์” ไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นจิตวิญญาณของ”งานบริการท่องเที่ยว”

ขอบคุณทุกกำลังใจ นะคะ

ทีมงาน กระบี่ ยูแอนด์ไอ ทราเวล
http://www.GuideKRABI.com
http://www.KRABIINFORMATION.com
http://www.UandITOUR.com