เมาคลื่น, เมาเรือ จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร (โดยไม่ใช้ยา)


วันนี้ไกด์กระบี่ขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาการเมาเรือ, เมาคลื่น ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร รับรองว่าหมดสนุกไปทั้งทริปเลย

ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยเทคนิคการป้องกันและแก้ไขการเมารถ เมาเรือว่า อาการเมารถ เมาเรือ เกิดจากขณะเคลื่อนไหว สมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน

เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย ที่อยู่ในหูชั้นใน ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อย ๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเมาน้อยลง หรือไม่เมาเลย

ในเมื่อตั้งใจจะไปเที่ยวให้สนุก ไกด์กระบี่อยากแนะนำวิธีง่ายๆในการเตรียมรับมือกับอาการ “เมาเรือ” กันก่อน ก่อนจะไปให้อาหารปลาระหว่างทัวร์กันนะครับ
อ้อ! การเอาพลาสเตอร์แปะสะดือ ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ  อิอิ

  • เตรียมตัวก่อนไปเที่ยว

หากใครที่รู้ตัวหรือเคยมีอาการเมาเรือ หรือคลื่นใส้เวลานั่งรถหรือนั่งเรือควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. ก่อนไปทัวร์ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการเมาเรือได้ง่ายขึ้น

2. ก่อนลงเรือ ห้ามท้องว่างหรือทานอิ่มเกินไป ควรทานอาหารก่อนลงเรืออย่างน้อย 30นาที

3. “เมาค้าง” อันนี้ไกด์เจอบ่อย มักจะมาพร้อมกับนอนไม่พอ เมาเหล้ากับเมาเรือคนละเรื่องกันนะ

4. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ต้องไม่รัดแน่นจนรู้สึกอึดอัดเกินไป

5. ความเครียด เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการคลื่นไส้ ร่าเริงสดใสเข้าไว้ เป็นมิตรกับทุกคน

  • เมื่อลงเรือ…

1. หาตำแหน่งนั่งที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อึดอัด

2. ขณะเรือกำลังแล่น ห้ามเดินไปมา หรือหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลัง หรือเพ่งมองจุดใดๆนานๆ

ควรมองออกไปที่ขอบฟ้าไกลๆ จะช่วยให้สายตาเราไม่ต้องทำงานหนัก

3. โทรศัพท์มือถือ สมัยนี้ใครๆก็ใช้ ใครๆก็แชท

แต่ระหว่างที่เรือกำลังวิ่งฝ่าคลื่น การเพ่งมองหน้าจอมือถือทำให้สายตาและประสาทตาทำงานหนัก ทางที่ดีควรงดใช้ไปก่อนจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

4. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้

การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะหู ซึ่งมีผลโดยตรงกับความกดดันของอากาศและอาการโครงเครงในเรือ

  • เมื่อมีอาการ: ทำไงดี?

1.ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมากสำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะจะช่วยได้

2.เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึกๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้าช่วยลดอาการได้

3.ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพรตามที่แต่ละคนชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน(บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา)และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู

4.หากไม่ไหวจริงๆ ให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เพื่อเป็นการลดความสับสนที่สมองได้รับ ให้สมองรับสัมผัสการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น แต่ถ้าหลับไปจริงๆได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณใดๆ อาการเมารถเมาเรือจะหายไปเอง

เที่ยวทะเลให้สนุกนะครับ อย่ากังวลจนเกินไป ปรับอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสเข้าไว้ ทิ้งเรื่องงานเรื่องไร้สาระไว้ข้างหลัง ที่สำคัญ…เพื่อนใหม่ในเรือน่าสนใจกว่าเยอะ  ฮี่ๆ
ด้วยความห่วงใย

ไกด์กระบี่


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : http://www.bangburdtour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=53909390

รับจัดกรุ๊ปทัวร์กระบี่ คุณภาพดี


รับจัดกรุ๊ปทัวร์กระบี่ คุณภาพดี
วันหยุด วันว่าง วางแผน
เที่ยวกระบี่ รับจัดกรุ๊ปทัวร์กระบี่
คุณภาพดี ตามงบ
บริการดี ประทับใจ เดินทางจริง ‎

คลิกเลย….. https://guidekrabi.com/tour-krabi/

 

อยากมีทริปดี ๆ แบบนี้มาเที่ยวกับเราสิคะ
“เที่ยวกระบี่สุขใจ ไปกับยูแอนด์ไอทราเวล”
กระบี่ ยูแอนด์ไอทราเวล (ใบอนุญาต 34/02010)
📱0817470033
📲Line : uanditravel
📧E-mail: uanditravel@gmail.com
💻http://www.gidekrabi.com

#ว่างก็ทักมาจะพาไปเที่ยว😁
#uanditrave
#ยูแอนด์ไอทราเวล
#เที่ยวกระบี่
#จัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวกระบี่

 

เกาะศิวลึงค์ ประติมากรรมหินผาสะท้านโลกกลางทะเล


เกาะศิวลึงค์ ประติมากรรมหินผาสะท้านโลกกลางทะเล

ศิวลึงค์
เวลาที่ดีที่สุด :
ช่วงเวลาเช้าราว 06.00 น. ถึง 09.00 น. ช่วงเวลาเย็นราว 15.00 น. ถึง 17.00 น.
ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูที่ดีที่สุด

เกาะเล็กๆ แห่งนี้โดดเดี่ยวอยู่กลางทะเลบนเส้นทางจากท่าเรือแหลมสักไปยังเกาะไร่หรือเห ลาลาดิง ที่นี่อาจไม่ใช่จุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วยไม่มีหาดทรายให้พักผ่อน เล่นน้ำได้ อย่างไรก็ตามรูปพรรณสัณฐานของเกาะแห่งนี้ที่ชาวบ้านเรียกว่า เหลาโละติโละ ช่างสะดุดตาท้าทายจินตนาการของผู้คนผ่านไปมายิ่งนักด้วยลักษณะคล้ายกับแท่ง หินศิวลึงค์ตั้งตระหง่านขึ้นไปบนฟ้าท้าทายสายลมแสงแดดอยู่ชั่วนาตาปี ใครเลยจะรู้ว่าจุดนี้เป็นจุดพายแคนูที่น่าสนใจที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เพราะนี่เป็นที่เดียวในเมืองไทยที่คุณจะได้พายแคนูคู่กับศิวลึงค์กลางทะเล สะท้านโลกซึ่งไม่เหมือนใคร

การเดินทาง : จากท่าเรือแหลมสักใช้เวลาเดินทางด้ายเรือหางยาวราว 30 นาที

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่( Krabi U and I Travel )

http://www.guidekrabi.com

Tel : 075-600221

Fax : 075-600789

อีเมลล์ :  uanditravel@gmail.com